Skip to content

Library Of Heaven’s Path 677


ตอนที่ 677 ขอบคุณ, จางเซวียน

“องค์หญิง, คุณเก่งกาจที่สุดในหมู่พวกเรา บอกหน่อยได้ไหมว่ามันเกิดอะไรขึ้น?”

ชิงย่วนกลืนน้ำลายเอื๊อกใหญ่ก่อนจะตั้งคำถาม

“ฉะ-ฉัน…”

หยู่เฟยเอ๋อร่ำๆ จะปล่อยโฮ

ในฐานะองค์หญิง เธอมีโอกาสได้อ่านหนังสือเคล็ดวิชาลับมากมายที่เป็นสมบัติเฉพาะของทางราชวงศ์ แถมยังเคยเห็นเทคนิคเด็ดๆ อีกหลายอย่าง แต่ถึงอย่างนั้น ก็ยังไม่เข้าใจว่าจะมีเทคนิคไหนในโลกที่ทำให้คนคนหนึ่งยังยืนอยู่ได้ทั้งๆ ที่เละเป็นโจ๊กไปแล้ว

“แล้วคุณล่ะ?”

ชิงย่วนหันไปถามอู๋เจิง

ในเมื่อเขาเชี่ยวชาญเรื่องกลไก ก็น่าจะเข้าใจความลับที่อยู่เบื้องหลังความแปลกประหลาดนี้

“ผม…”

อู๋เจิงปากคอสั่น หน้าตาเหยเกจนบอกไม่ถูก

เขาเชี่ยวชาญเรื่องกลไก ไม่ใช่การถอดรหัสสัตว์ร้าย! จะไปรู้ได้อย่างไรว่าเกิดอะไรขึ้น?

พวกเขากำลังงงงันจนแทบเสียสติ ไม่ต่างอะไรกับหุ่นปีศาจ 2 ตัวแรก

มีสภาพแบบนั้นแล้วยังยืนอยู่ได้ แกยังเป็นมนุษย์หรือเปล่า?

เจ้าหุ่นหัวเอียงก็ดูจะพรั่นพรึงกับภาพตรงหน้า มันแตะไหล่หุ่นตัวที่ 2 ที่ยืนอยู่ใกล้กับปราการแสง แล้วชี้มือชี้ไม้ไปยังปีศาจตนนั้น จากนั้นก็บุ้ยใบ้ว่าจะไปช่วยหุ่นตัวแรก

เจ้าหุ่นตัวที่ 2 ลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะพยักหน้า จากนั้นก็กระโจนเข้าใส่จางเซวียน

เจตนาสังหารของหุ่น 2 ตัวผนึกกำลังกัน เกิดเป็นแรงกดดันอันแสนจะน่าสะพรึง

แต่ทันทีที่หุ่นตัวที่ 2 มาอยู่ตรงหน้า จางเซวียนก็หันหลังกลับแล้วหนีไปดื้อๆ

ฟึ่บ!

เขากระโดดแผล็วอย่างรวดเร็ว หายวับไปในความมืด

ฮื่อออออ!

นึกไม่ถึงว่าหมอนั่นจะหนีไปได้ทั้งที่มีสภาพเละเป็นโจ๊ก หุ่นปีศาจทั้ง 2 ตัวอัศจรรย์ใจมาก พวกมันรีบวิ่งไล่ตาม ไม่ช้าก็หายวับไปท่ามกลางความมืดเช่นเดียวกัน

หยู่เฟยเอ๋อกับพรรคพวกจ้องมองจางเซวียนที่หนีไปแล้วอย่างงงงัน

ก็ในเมื่อคุณหนีได้ แล้วมาทำบ้าอะไรอยู่ที่นี่?

หนีไปหลังจากที่เละขนาดนั้นแล้ว คิดอะไรอยู่?

“เร็วๆ เข้า! เอาปราการแสงออกแล้วรีบหนีไป!”

ขณะที่ยังงงงัน เสียงของจางเซวียนก็ดังขึ้นอีก

ทุกคนหันรีหันขวางเพื่อมองหาต้นเสียง แต่แล้วก็แทบช็อคเมื่อรู้ว่าเสียงนั้นมาจากเจ้าหุ่นปีศาจตัวที่มีหัวเอียงกระเท่เร่

“ปรมาจารย์จาง?”

ทั้ง 4 จ้องหุ่นจนตาแทบถลน

“ใช่ ผมเอง ผมล่อลวงไอ้สองตัวนั้นด้วยเทคนิคพิเศษบางอย่าง เร็วเข้าเถอะ รีบหนีไปกับผม ถ้าตัวอื่นๆ กลับมาแล้วจะไม่ทันการ!”

เจ้าหุ่นหัวเอียงเร่งอย่างร้อนใจ

“คุณคือปรมาจารย์จางจริงๆ หรือ?”

แม้เสียงนั้นจะเป็นของจางเซวียนอย่างแน่นอน แต่ทีท่าโหดเหี้ยมของหุ่นก็ทำให้ไม่อาจเชื่อได้สนิทใจ

แถมพวกเขาเพิ่งเห็นจางเซวียนถูกอัดจนเละเป็นโจ๊กไปหมาดๆ เพียงชั่วพริบตาเดียว…จะกลายเป็นหุ่นได้อย่างไร?

ต่อให้นักแปลงร่างที่เก่งกาจที่สุดก็คงไม่เก่งขนาดนี้!

“ผมคือเขานั่นแหละ คุณแพ้พนันผมแล้ว และคุณก็ยังเป็นคนใช้ของผมอยู่นะ…”

จางเซวียนรู้ดีว่าไม่มีเวลาจะเสีย และเข้าใจว่าเป็นเรื่องธรรมดาที่อีกฝ่ายจะสงสัยในรูปลักษณ์ของเขา จึงพยายามสร้างความน่าเชื่อถือ เขาหันไปพูดกับชิงย่วน “ที่ทะเลสาบหมดจด คุณมาหาผมแล้วขอให้ผมยอม…”

“เอาล่ะ ผมเชื่อคุณ…”

“คุณคือจางเซวียน!”

หยู่เฟยเอ๋อหน้าแดงก่ำ ขณะที่ชิงย่วนหน้าดำคร่ำเครียด

มีคนแค่ไม่กี่คนรู้เรื่องที่หยู่เฟยเอ๋อต้องกลายเป็นคนรับใช้ ส่วนเรื่องที่ชิงย่วนขอให้จางเซวียนยอมแพ้พนันก็รู้กันแค่สองคน หลักฐานเพียงเท่านี้ก็เพียงพอจะพิสูจน์แล้วว่าหุ่นปีศาจคือปรมาจารย์จางจริงๆ

ฟึ่บ!

เมื่อแน่ใจแล้ว หยู่เฟยเอ๋อยกมือขึ้นคว้าบางอย่าง จากนั้นปราการแสงก็สลายไป

“ไปกันเถอะ!”

รู้ดีว่าตัวโคลนของเขาคงถ่วงเวลาเจ้าหุ่นปีศาจ 2 ตัวนั่นได้ไม่นาน จางเซวียนจึงรีบนำทางไปขณะที่ประคองหัวของตัวเองไปด้วย

แต่หลังจากเดินไปได้แค่ 2 ก้าว ก็พลันรู้สึกว่าไม่มีใครตามมาเลย จึงรีบหันกลับไป และเห็นทั้ง 4 ยังนั่งอยู่กับที่ด้วยใบหน้าซีดเผือด

“มีอะไร?”

เขาขมวดคิ้ว

“บาดแผลของพวกเราสาหัสกว่าที่คิด…เราขยับเขยื้อนเคลื่อนไหวไม่ได้เลย…”

ชิงย่วนตอบอย่างลำบากใจ

อีกฝ่ายลงทุนลงแรงไปมากมายเพื่อวางแผนช่วยชีวิตพวกเขา แต่ทั้ง 4 กลับไปไหนไม่ได้เพราะอาการบาดเจ็บสาหัสที่ได้รับ จึงรู้สึกว่าตัวเองทำให้จางเซวียนผิดหวัง

“ผมคิดว่าพวกเราคงกลับไปไม่ไหวหรอก คุณช่วยนำศพของบรมครูหวูหยางจื่อกลับไปด้วย บอกทางสถาบันนะว่าพวกเราปฏิบัติภารกิจสำเร็จแล้ว ไม่ได้ทำให้ทางสถาบันผิดหวัง…”

ชิงย่วนกัดฟันกรอด

กว่าจะถึงทางเดินก็ราว 7-8 กิโลเมตร พวกเขาเจ็บหนักขนาดนี้ คงถูกจับได้ก่อนจะไปถึง

ในเมื่อออกไปไม่ไหว ก็ควรให้จางเซวียนนำศพกลับไป อย่างน้อยที่สุดการตายของพวกเขาก็ยังมีค่า

“เอาศพกลับไปแล้วได้อะไร?”

นึกไม่ถึงว่าอีกฝ่ายจะพล่ามเพ้อเจ้อในเวลาแบบนี้ จางเซวียนส่ายหน้า ซึ่งทำให้หัวหล่นลงมาอีกครั้ง

หลังจากลุกลี้ลุกลนจับหัวติดกับลำคอแล้ว เขาก็หันไปถามอู๋เจิง “คุณมีไวน์อยู่บ้างไหม?”

“ไวน์?”

อู๋เจิงชะงักไปครู่หนึ่งก่อนจะพยักหน้า เขาสะบัดข้อมือและนำน้ำเต้าลูกหนึ่งออกมา

เขาชอบดื่มไวน์มาก จึงพกน้ำเต้าไวน์ติดตัวไปไหนมาไหนด้วยเสมอ

จางเซวียนรับไวน์มาเก็บไว้ในแหวนเก็บสมบัติ จากนั้นก็จัดการเชื่อมต่อระหว่างจิตวิญญาณกับกายเนื้อต้นแบบที่ยังอยู่ในแหวนเก็บสมบัติ

พลังปราณเทียบฟ้าอยู่ในกายเนื้อต้นแบบของเขาเท่านั้น ไม่สามารถถ่ายทอดผ่านทางจิตวิญญาณได้

ถ้าเป็นเมื่อก่อน เขาต้องนำกายเนื้อต้นแบบออกมาและดึงจิตวิญญาณกลับเข้าร่าง ถึงจะสามารถถ่ายทอดพลังปราณเทียบฟ้าลงไปในไวน์ได้ แต่หลังจากที่เข้าถึงสภาวะหัวใจแห่งความว่างเปล่า กายเนื้อของเขาสามารถเคลื่อนไหวได้แม้ไม่มีจิตวิญญาณอยู่ภายใน

ฟิ้ววววว!

หลังจากถ่ายทอดกระแสพลังปราณเข้าไปในน้ำเต้าไวน์ 7-8 ครั้ง จางเซวียนก็นำไวน์ออกจากแหวนเก็บสมบัติ และยื่นให้หยู่เฟยเอ๋อ

“จิบสัก 2-3 อึกนะ”

“ได้!”

แม้เธอจะไม่รู้ว่าเขาคิดอะไร แต่ก็รู้อยู่ว่าไม่ใช่เวลาที่ควรตั้งคำถาม จึงรีบเปิดจุกน้ำเต้าและดื่มลงไปโดยไม่รีรอ

ทันทีที่ไวน์เข้มข้นไหลเข้าสู่ลำคอ หยู่เฟยเอ๋อรู้สึกถึงกระแสพลังอบอุ่นที่ไหลเวียนไปทั่วร่าง ภายในเวลาไม่ถึง 2 อึดใจ อาการบาดเจ็บสาหัสที่ทำให้เธอขยับเขยื้อนเคลื่อนไหวไม่ได้ รวมทั้งบาดแผลเหวอะหวะที่มีอยู่ก่อนหน้าก็หายเป็นปลิดทิ้ง

“ฮะ?”

หยู่เฟยเอ๋อถึงกับอึ้งเมื่อมองร่างกายที่ฟื้นคืนสภาพของตัวเอง

หรือว่านี่คือ…ยาสมานแผลขั้นเซียนที่อู๋เจิงพูดถึง?

มันใช้ได้ผลดีขนาดนี้เลย?

เธอรีบยื่นน้ำเต้าไวน์ให้อีก 3 คน และไม่ช้าทั้งกลุ่มก็หายดี

“ชิงย่วน เก็บศพของบรมครูหวูหยางจื่อไว้แล้วรีบไปกัน!”

เมื่อเห็นทุกคนหายดีแล้ว หยู่เฟยเอ๋อรีบสั่งการพรรคพวกก่อนจะตามหลังจางเซวียนไปติดๆ

เมื่อร่างกายฟื้นคืนสภาพ ทุกคนก็เคลื่อนไหวได้อย่างรวดเร็ว ปัญหาเดียวที่มีอยู่คือจางเซวียนต้องคอยประคองหัวไว้ไม่ให้หลุดออกจากบ่า

“เราต้องเร่งความเร็วแล้ว…”

เมื่อไม่มีทางเลือก จางเซวียนจึงกอดหัวแนบไว้กับอก และพุ่งฉิวไป

แม้จิตวิญญาณของเขาจะไม่ได้สอดคล้องกันกับร่างของหุ่นปีศาจอย่างสมบูรณ์แบบ แต่เขาก็สามารถใช้พละกำลังส่วนหนึ่งของหุ่นระดับเซียนได้ กระโจนแผล็วเพียง 2-3 ครั้งก็ไปได้ไกล

หยู่เฟยเอ๋อกับคนอื่นๆ ต้องเร่งความเร็วจนสุดกำลังถึงจะตามทัน

ไม่ช้า ทั้งกลุ่มก็มาได้ไกลราว 3 กิโลเมตร เข้าใกล้ทางออกเข้าไปทุกที

“ทุกคนเร็วๆ เข้า! ถ้าออกไปพ้นตรงนี้แล้วก็ปลอดภัย…” จางเซวียนเร่ง

ทางออกซึ่งเป็นปากทางแคบๆ เป็นชัยภูมิที่เหมาะสมที่สุดที่เขาจะสร้างค่ายกลระดับ 6 ดาว เพื่อสกัดกั้นหุ่นปีศาจพวกนั้น และทำให้ทุกคนหนีรอดออกไปได้

ฮื่ออออ!

ขณะที่กำลังหนีด้วยความเร็วเต็มพิกัด ก็พลันได้ยินเสียงคำรามดุเดือด ดูเหมือนหุ่นปีศาจพวกนั้นรู้แล้วว่าพวกเขาหายไป

พร้อมๆ กันกับเสียงคำรามนั้น ก็มีเงาหลายเงาพาดผ่าน หุ่นปีศาจจำนวนหนึ่งที่ชาร์จพลังจากลำธารเรียบร้อยเข้ามาขวางหน้า

“บรรลัยสิ…”

จางเซวียนหน้าเสีย

เขารีบสุดชีวิตเพราะกลัวว่าพวกนั้นจะตามมาทันหลังจากชาร์จพลังเสร็จ ใครจะรู้ว่าขนาดพยายามเต็มที่แล้ว ก็ยังช้าไปหลายสิบอึดใจ

“เราจะทำอย่างไรดี?”

นึกไม่ถึงว่าหนีมาไกลขนาดนี้แล้วจะยังถูกหุ่นปีศาจรุมล้อม หยู่เฟยเอ๋อกับพรรคพวกหน้าซีดเผือด

พวกเขาเคยหนีรอดจากหุ่นเหล่านี้มาได้ก็เพราะสิ่งประดิษฐ์ที่มีอานุภาพป้องกันตัวไม่รู้ต่อกี่ชนิด แต่ในเมื่อใช้หมดไปแล้ว คราวนี้จะฝ่าวงล้อมอย่างไร?

แฮ่!

จางเซวียนก้าวออกไปเพื่อจะอธิบาย แต่กลับถูกหุ่นตัวหนึ่งเตะเสยยอดหน้าเข้าให้

พลั่ก!

หัวหุ่นกับตัวหุ่นแตกกระเจิงไปคนละทิศทาง ทั้งสองอย่างกลิ้งหลุนๆ ไปกับพื้น

“เจ้าหุ่นพวกนี้…แยกมิตรกับศัตรูออกจากกันได้แม้จะมีรูปร่างหน้าตาเหมือนพวกมันหรือ?”

จางเซวียนหรี่ตา

ตอนนี้เขาอยู่ในร่างของหุ่นปีศาจ แม้หัวพร้อมจะหลุดได้ทุกเมื่อ แต่รูปลักษณ์ภายนอกก็ไม่ได้แตกต่างจากตัวอื่น

หากเป็นสถานการณ์ปกติ หุ่นพวกนี้ไม่มีทางแยกแยะจางเซวียนออก เขาสามารถทำตัวผสมกลมกลืนไปกับกลุ่มพวกมันได้…ใครจะคิดว่าจะถูกเสยยอดหน้าเอาดื้อๆ แบบนี้ แปลว่าหุ่นปีศาจรู้ว่าใครเป็นฝ่ายตรงข้าม!

หุ่นซึ่งเป็นกลไกชนิดหนึ่งไม่น่าจะมีสติปัญญาของตัวเองไม่ใช่หรือ?

แยกมิตรออกจากศัตรูได้อย่างไร?

“เอาสิวะ!”

เมื่อกระเสือกกระสนลุกขึ้นยืนได้ หุ่นไร้หัวก็พุ่งเข้าใส่หุ่นตัวที่เตะเสยยอดหน้ามันเมื่อครู่

เกิดลมหอบใหญ่พัดวู่หวิว พละกำลังมหาศาลถูกปล่อยออกมาจากหมัดของหุ่นไร้หัว

พลั่ก!

หุ่นฝ่ายตรงข้ามใช้หมัดของมันรับมือกับหมัดของหุ่นไร้หัว ทำให้หุ่นไร้หัวถูกเสยกระเด็นไปอีกครั้งหนึ่ง

แม้ร่างกายของหุ่นจะแข็งแรง แต่ระดับวรยุทธของจิตวิญญาณของจางเซวียนก็อยู่ที่จิตวิญญาณสอดคล้องขั้นสูงสุดเท่านั้น ทำให้เขาใช้พละกำลังเต็มพิกัดของหุ่นระดับเซียนไม่ได้ จึงเป็นธรรมดาที่จะสู้อีกตัวหนึ่งไม่ไหว

ตุ้บ! พลั่ก!

ขณะที่จางเซวียนกำลังปะทะตุ้บตั้บกับหุ่นตัวหนึ่ง ตัวอื่นๆ ที่เหลือก็ย่างสามขุมเข้าหาหยู่เฟยเอ๋อกับพรรคพวก

ดูเหมือนพวกมันพร้อมจะสังหารทุกคน

“ขืนปล่อยให้เป็นแบบนี้ พวกนั้นตายแน่…”

ด้วยระดับวรยุทธที่จิตวิญญาณของเขามีอยู่ จางเซวียนพอจะหนีเอาตัวรอดได้ แต่หากเขาทำแบบนั้น ทั้ง 4 คนคงถูกสังหารทันที

แล้วจะทำอย่างไรดี?

จะถอดใจหลังจากที่ลงทุนลงแรงขนาดนี้หรือ?

“ไม่ได้ เราจะยอมแลกเดิมพันครั้งนี้กับทุกอย่าง!”

ขณะที่จางเซวียนกำลังจนปัญญาถึงขีดสุด เขาก็พลันนึกถึงหัวใจดวงใหญ่ที่เต้นตุบๆ อยู่ก่อนหน้าได้ รวมถึงภาพที่หุ่นเหล่านั้นแสดงความเคารพ จึงเกิดความคิดหนึ่งขึ้นมา

“ในเมื่อแกอยากฆ่าพวกเรานัก ก็ตายไปเสียด้วยกันให้หมด ฉันจะจัดการหัวใจนั่นเดี๋ยวนี้แหละ…”

จางเซวียนตวาดกร้าว จากนั้นหุ่นปีศาจตัวที่เขาครอบงำอยู่ก็พุ่งฉิวไปทางลำธาร

แฮ่?

ฮื่ออออ! ฮื่ออออ!

เมื่อได้ยินเสียงตวาดของจางเซวียนและรู้ว่าเขาพุ่งตัวไปทางไหน หุ่นปีศาจที่เหลือก็อึ้งตะลึงไปชั่วขณะก่อนจะเริ่มคุ้มคลั่ง พวกมันเลิกสนใจหยู่เฟยเอ๋อกับคนอื่นๆ ทันที และรีบวิ่งตามจางเซวียนไป

“พวกคุณรีบหนีไปเลย ไม่ต้องห่วงผม…”

เห็นหุ่นพวกนั้นวิ่งไล่ตาม จางเซวียนถอนหายใจอย่างโล่งอก เขาหันไปตะโกนบอกหยู่เฟยเอ๋อกับพรรคพวก

“ปรมาจารย์จาง…”

“จางเซวียน…”

นึกไม่ถึงว่าปรมาจารย์จางจะล่อหุ่นปีศาจออกไปหมดเพื่อให้พวกเขาได้หนี หยู่เฟยเอ๋อ ชิงย่วนและคนอื่นๆ หายใจหายคอแทบไม่ออก นัยน์ตาแดงก่ำด้วยความสำนึกในบุญคุณ

หากก่อนหน้านี้พวกเขาจะเคืองแค้นหรือหมั่นไส้จางเซวียนบ้าง ตอนนี้ก็ไม่เหลือแล้ว ทั้งหมดที่รู้สึกคือความสำนึกในบุญคุณเท่านั้น!

เขายอมเสี่ยงอันตรายเพื่อช่วยเหลือทุกคน…

ไม่แปลกใจแล้วว่าทำไมบรรดาลูกศิษย์และกลุ่มของจักรวรรดิหงเฟิงจึงเคารพปรมาจารย์จางอย่างลึกซึ้ง…

การกระทำของเขาช่างควรค่าแก่การเคารพยกย่องจริงๆ !

ปรมาจารย์จาง ขอบคุณมาก!

“พวกเราไม่ควรทำให้โอกาสที่ปรมาจารย์จางเสี่ยงชีวิตเข้าแลกต้องเสียไป รีบไปกันเถอะ!”

ชิงย่วนกัดฟันกรอด ตัวเขากับคนอื่นๆ รีบวิ่งหนีไปตามทางเดิน

ACAC

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

error: Content is protected !!
Exit mobile version