ตอนที่ 732 ความโชติช่วงระดับ 2
หัวใจเปลวเพลิงปฐพีคือสินแร่ที่ก่อตัวขึ้นบริเวณใจกลางเปลวเพลิงปฐพี หลังจากผ่านการสั่งสมบ่มเพาะยาวนานหลายพันปี มีปริมาณความร้อนสูงถึงขนาดที่หากนักรบทั่วไปแตะเพียงนิดเดียวก็จะเกิดการไหม้พอง
โดยทั่วไป ช่างตีเหล็กระดับ 6 ดาวจะใช้หัวใจเปลวเพลิงปฐพีแทนถ่านหินในกระบวนการหลอมสินแร่ที่ทนทานต่อความร้อนมากๆ ใครจะนึกว่าหัวใจเปลวเพลิงปฐพีจะถูกนำมาใช้เป็นแกนกลางค่ายกลของห้องเปลวเพลิงปฐพีแห่งนี้?
ดวงตาหยั่งรู้ทำให้จางเซวียนมองเห็นความซับซ้อนอย่างน่าทึ่งของค่ายกลที่อยู่ตรงหน้าเขา มันถูกออกแบบมาให้ซึมซับพลังจิตวิญญาณจากสภาพแวดล้อม เพื่อเข้าไปหล่อเลี้ยงพลังความร้อนของหัวใจเปลวเพลิงปฐพีเอาไว้
ด้วยเหตุนี้ แม้จะผ่านมาเนิ่นนานหลายปี หัวใจเปลวเพลิงปฐพีก็ยังคงเปี่ยมพลังอยู่
“ถ้าเราหยุดค่ายกลซะ ก็จะกลายเป็นการเล่นไม่ซื่อ…เราควรพยายามทำลายสถิติอย่างเปิดเผยจะดีกว่า!” จางเซวียนครุ่นคิดหลังจากศึกษาค่ายกลอยู่สักพักหนึ่ง
เพราะถึงแม้ค่ายกลนี้จะซับซ้อนมาก เขาก็หยุดมันได้อย่างง่ายดาย
ซึ่งทันทีที่ทำแบบนั้น พลังความร้อนในห้องก็จะลดลงทันที ทำให้เขาอยู่ได้นานเท่าที่ใจอยาก
แต่นั่นแหละ ถ้าทำแบบนั้นก็จะต้องถูกสงสัยว่าขี้โกง และโรงเรียนช่างตีเหล็กอาจไม่ให้การยอมรับความสำเร็จของเขาด้วยซ้ำ
อีกอย่าง วัตถุประสงค์หลักของการท้าทายสิ่งนี้ก็คือการวัดระดับความแข็งแกร่งของร่างกาย ไม่ใช่ความสามารถในการหยุดค่ายกล
และที่หนักข้อไปกว่านั้นก็คือ นี่เขาคิดจะขี้โกงเพียงเพื่อสถิติรายการเดียวนี่หรือ?
เขายังเป็นคนอยู่หรือเปล่า?
“สิ่งนี้จะเป็นประโยชน์กับวิชากายทองคำเบญจโชติช่วงของเรา!” จางเซวียนยิ้มมุมปาก
เหตุผลที่เขายินดีปรีดาเมื่อได้เห็นหัวใจเปลวเพลิงปฐพี ไม่ใช่เพราะว่าหาแกนกลางของค่ายกลเจอ แต่เพราะมันเป็นหนึ่งในวัตถุที่จำเป็นต่อการฝึกฝนความโชติช่วงระดับ 2 ของวิชากายทองคำเบญจโชติช่วง
เมื่อตอนที่จางเซวียนอยู่ในห้องใต้ดิน เขาได้ค้นพบเคล็ดวิชากายทองคำเบญจโชติช่วงกับเทคนิค บ่มเพาะกายเนื้ออีกมากมาย ซึ่งได้จากหลัวฉีฉี แม้เขาจะได้ประมวลขึ้นเป็นเทคนิควรยุทธเทียบฟ้าฉบับสมบูรณ์แล้ว แต่ก็ยังคงมีข้อบกพร่องถึง 4 ข้อ ซึ่งแต่ละข้อเกี่ยวข้องกับความโชติช่วงระดับ 2 ไปจนถึงระดับ 5!
ข้อบกพร่องของความโชติช่วงระดับ 2 ก็คือต้องมีหัวใจเปลวเพลิงปฐพี ถึงจะฝึกฝนได้สำเร็จ
แต่หัวใจเปลวเพลิงปฐพีก็ไม่ใช่วัสดุที่สามารถหาพบได้ทั่วไป จางเซวียนจึงจำเป็นต้องหยุดการฝึกฝนเคล็ดวิชานั้นที่ความโชติช่วงระดับ 1 แต่ในเมื่อเขามาพบมันที่นี่แล้ว จะปล่อยให้โอกาสหลุดมือไปได้อย่างไร?
เพราะความโชติช่วงระดับ 1 ได้ยกระดับพละกำลังทางร่างกายของเขาให้ขึ้นไปแตะ 4 ล้านติ่งแล้วความโชติช่วงระดับ 2 จะเป็นแบบเดียวกันหรือเปล่า?
“ต้องลอง!”
จางเซวียนเริ่มปฏิบัติการโดยไม่รีรอ เขาสลายชั้นพลังปราณที่ใช้ปกป้องร่างกายออก จากนั้นก็เปิดทุกรูขุมขนเพื่อซึมซับพลังจิตวิญญาณจากโดยรอบอย่างบ้าคลั่ง
หากเป็นคนอื่น แม้จะได้ฝึกฝนวิชากายทองคำเบญจโชติช่วงเหมือนกัน ก็คงไม่กล้าทำอะไรผลีผลามแบบเขา โดยเฉพาะเมื่อไม่รู้ว่าหัวใจเปลวเพลิงปฐพีอยู่ที่ไหน
แต่สำหรับจางเซวียนนั้นไม่เหมือนกัน เขามีทั้งดวงตาหยั่งรู้และหอสมุดเทียบฟ้า ข้อบกพร่องต่างๆนานาของห้องเปลวเพลิงปฐพีแห่งนี้จึงปรากฏต่อสายตาเขาอย่างชัดเจน เขาบอกได้อย่างง่ายดายว่าบริเวณไหนที่เหมาะสมต่อการฝึกฝนวรยุทธ ทำให้สามารถซึมซับพลังจิตวิญญาณจากเปลวเพลิงได้โดยไม่ทำให้ร่างกายได้รับบาดเจ็บ
จางเซวียนสำแดงวิชาบันไดสวรรค์ธุลีแดง และอยู่ในท่านั่งขัดสมาธิบริเวณเหนือใจกลางห้อง ด้วยหัวใจเปลวเพลิงปฐพี 4 ดวงที่ส่งตรงเข้าสู่ 4 จุดชีพจรในร่างของเขา เปลวไฟจึงพุ่งเข้าใส่จางเซวียนอย่างดุเดือดราวกับมังกรไฟโผขึ้นสู่ท้องฟ้า
ฟึ่บ!
ภายใต้ความร้อนแรงและทรงพลังของมังกรไฟ ทั้งกล้ามเนื้อและกระดูกของจางเซวียนเริ่มส่งเสียงกรอบแกรบ พร้อมกับที่ใบหน้าของเขาแดงก่ำขึ้นเรื่อยๆ เขาถึงกับต้องกำหมัดแน่นด้วยความทรมาน
เทคนิควรยุทธที่มีข้อบกพร่องนั้นทำให้ฝึกฝนได้ยากกว่าเดิมมาก ลำพังแค่ความโชติช่วงระดับ 2 นี้ไม่เพียงแต่จางเซวียนจะต้องใช้หัวใจเปลวเพลิงปฐพี เขายังต้องอดทนกับความเจ็บปวดแสนสาหัสที่ได้รับจากเปลวไฟด้วย
ถ้าไม่ใช่เพราะสภาพจิตและจิตวิญญาณที่แข็งแกร่ง เขาคงเป็นลมสลบไปแล้ว
ฟู่!!!!!
แม้จะต้องอดทนกับความเจ็บปวดแสนสาหัส แต่อานุภาพของการบ่มเพาะก็ช่างน่าทึ่ง กายเนื้อของเขาเข้าสู่สภาวะเสถียร และเติบโตขึ้นในระดับที่เห็นได้ชัด ไม่ว่าจะเป็นความทนทาน พละกำลัง ประสิทธิภาพการป้องกันตัว ทุกด้านล้วนได้รับการพัฒนา
4,000,000 ติ่ง!
4,500,000 ติ่ง!
5,000,000 ติ่ง!
6,000,000 ติ่ง!
…..
เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว ไม่ช้าพละกำลังของจางเซวียนก็แตะ 8 ล้านติ่ง
ด้วยพละกำลัง 8 ล้านติ่งนี้ เทียบเท่ากับนักรบเหนือมนุษย์ขั้น 7 การประสานกลมกลืนอย่างสมบูรณ์แบบขั้นต้นทีเดียว
พูดง่ายๆก็คือ แม้จะใช้เฉพาะพละกำลังจากร่างกาย เขาก็สามารถต่อสู้กับนักรบขั้นการประสานกลมกลืนอย่างสมบูรณ์แบบได้แล้ว แต่หากรวมเอาพละกำลังจากพลังปราณและจิตวิญญาณเข้าไปด้วยล่ะก็ สามารถรับมือได้แม้แต่กับนักรบเหนือมนุษย์ขั้น 8-การเรียงร้อยสวรรค์เลยทีเดียว
สิ่งที่เขาได้รับในครั้งนี้ช่างน่าสะพรึงนัก!
ฟู่!
จางเซวียนถอนหายใจยาว ก่อนจะค่อยๆลดระดับลงมายืนที่พื้น
ตอนนี้เขาฝึกฝนความโชติช่วงระดับ 2 ของวิชากายทองคำเบญจโชติช่วงได้สำเร็จแล้ว
ส่วนความโชติช่วงระดับ 3 นั้น จางเซวียนต้องใช้วารีต้นกำเนิดเป็นตัวเร่งปฏิกิริยา เขาจึงต้องหยุดไว้เพียงเท่านี้ก่อน
“เมื่อสำเร็จความโชติช่วงระดับ 2 แล้ว ความร้อนในนี้ก็ทำอะไรเราไม่ได้อีกต่อไป…” จางเซวียนรำพึงขณะมองไปรอบๆ
ด้วยวิชากายทองคำเบญจโชติช่วง ไม่เพียงแต่พละกำลังทางร่างกายจะเพิ่มขึ้น แต่ร่างกายของเขา จะมีภูมิต้านทานต่อความร้อนที่ถูกส่งออกมาจากหัวใจเปลวเพลิงปฐพีด้วย แม้สถานที่นี้จะแผดเผาทุกคนให้มอดไหม้ได้อย่างง่ายดาย แต่เขาสามารถลงนอนเอกเขนกหรือแม้แต่หลับได้อย่างสบายใจโดยไม่ต้องเกรงว่าจะถูกเผา
“ดูเหมือนถ้าออกไปตอนนี้ก็จะเร็วไปหน่อย เราต้องทำลายสถิติเพื่อให้ได้คะแนนวิชาการเสียก่อน…” จางเซวียนขมวดคิ้ว
เพราะเคล็ดวิชากายทองคำเบญจโชติช่วงจัดเป็นเทคนิคเทียบฟ้าเช่นกัน และเขาก็ฝึกไปเพียงหนึ่งขั้น นั่นแปลว่าเวลาที่ใช้ไปน่าจะยังไม่มาก หากเขาไม่ยืดเวลาอีกสักหน่อย แต่กลับออกไปตอนนี้เลย ก็มีโอกาสที่จะทำลายสถิติไม่สำเร็จ
“ระหว่างรอ เราฝึกฝนวรยุทธของจิตวิญญาณไปด้วยดีกว่า!”
ในเมื่อทำอะไรไม่ได้นอกจากรอ จางเซวียนจึงตัดสินใจถอดจิตออกมาเพื่อฝึกฝนวรยุทธ
เหตุผลที่พลังจิตวิญญาณภายในทะเลสาบหมดจด สามารถถูกจิตวิญญาณของเขาซึมซับได้อย่างง่ายดาย ก็เพราะมันได้รับการบ่มเพาะและขัดเกลาจากเปลวไฟปฐพีที่อยู่ใต้ทะเลสาบ
ส่วนค่ายกลที่ใช้หัวใจเปลวเพลิงปฐพีซึ่งถูกติดตั้งไว้ในห้องนี้ก็ให้ความร้อนสูง อีกทั้งแผ่กระแสพลังจิตวิญญาณที่ได้รับการขัดเกลาแล้วเช่นเดียวกัน จึงทำให้เหมาะสมแก่การซึมซับ
ดังนั้น จางเซวียนจึงทิ้งกายเนื้อของเขาไว้ และพาจิตวิญญาณของตัวเองล่องลอยไปสู่ใจกลางห้อง
สำหรับเคล็ดวิชานำทางจิตวิญญาณแต่ดั้งเดิมของเหล่าผู้พยากรณ์จิตวิญญาณนั้น มีข้อบกพร่องที่ทำให้พวกเขาต้องหวาดกลัวทั้งแสงอาทิตย์ เปลวไฟ และทุกอย่างที่มีธรรมชาติของพลังหยาง แต่จางเซวียนได้ฝึกฝนเคล็ดวิชานำทางจิตวิญญาณฉบับสมบูรณ์ เขาจึงไม่มีปัญหากับข้อบกพร่องเหล่านั้น ด้วยเหตุนี้ แม้จะมีความร้อนสูงแผดเผาอยู่โดยรอบ จิตวิญญาณของเขาก็ยังสามารถล่องลอยได้อย่างอิสระโดยไม่ได้รับอันตรายใดๆ
แม้เขาจะได้ฝึกฝนเพียงแค่ศาสตร์แห่งจิตวิญญาณเทียบฟ้าขั้นจิตวิญญาณสอดคล้อง ทำให้ยังฝ่าด่านวรยุทธไม่ได้ แต่จางเซวียนก็สามารถซึมซับพลังจิตวิญญาณเพื่อเข้าไปบ่มเพาะจิตวิญญาณของเขาให้แข็งแกร่งขึ้นอีก เช่นเดียวกับที่ได้ทำไปที่ทะเลสาบหมดจด
ในตอนนั้น เป็นเพราะตัวโคลนของเขาแย่งซึมซับพลังจิตวิญญาณอย่างบ้าคลั่ง ทำให้จิตวิญญาณของเขาขยายขนาดได้ไม่ถึง 10 เมตร แต่ด้วยความเข้มข้นของพลังจิตวิญญาณในห้องนี้ เขาสามารถฝ่าด่านคอขวดนั้นไปได้
ฟิ้วววววว!
พลังจิตวิญญาณที่ได้รับการจัดการขัดเกลาจนหมดจดแล้วในบริเวณนั้นซึมซาบเข้าบ่มเพาะจิตวิญญาณของจางเซวียนอย่างรวดเร็ว
“เป็นอย่างที่คิดไว้เลย ทำได้จริงๆ…” จางเซวียนตาโตด้วยความตื่นเต้น
สมกับที่เป็นหนึ่งในของล้ำค่าที่จำเป็นต่อการฝึกฝนเคล็ดวิชากายทองคำเบญจโชติช่วง หลังจากที่หัวใจเปลวเพลิงปฐพีผ่านการสั่งสมบ่มเพาะจากความร้อนสูงมาเนิ่นนานหลายปี พลังจิตวิญญาณ ในบริเวณนั้นบริสุทธิ์ยิ่งกว่าในทะเลสาบหมดจดเสียอีก ทำให้เป็นน้ำทิพย์ชั้นดีสำหรับจิตวิญญาณของเขา!
“คราวนี้เราจะซึมซับให้เต็มที่ก่อนที่จะเอาตัวโคลนออกมา!”
จากประสบการณ์ครั้งก่อนที่ทะเลสาบหมดจด จางเซวียนรู้ดีว่าระดับความเร็วในการซึมซับพลังจิตวิญญาณของเขาเทียบไม่ได้เลยกับตัวโคลน จึงตัดสินใจจะปฏิบัติภารกิจของตัวเองให้เรียบร้อยก่อนจะเอาตัวโคลนออกมา
……
ขณะที่จางเซวียนกำลังง่วนกับการซึมซับพลังจิตวิญญาณในห้อง บริเวณนอกห้องก็เกิดความอลหม่านขนาดใหญ่
เพราะตอนนี้ผ่านไปกว่า 2 ชั่วโมงแล้ว หลังจากที่เขาเข้าไปในห้องเปลวเพลิงปฐพี ทุกคนคิดว่าชายหนุ่มคนนั้นคงจะรีบเผ่นออกมาหลังจากเข้าไปได้แค่ 1 หรือ 2 นาที แต่เวลาก็ผ่านไปเรื่อยๆ และยังไม่ทันที่พวกเขาจะรู้ตัว ก็ล่วงไป 2 ชั่วโมงแล้ว ในเมื่อยังไม่มีสัญญาณอะไรจากเขาเลย…เขาตายอยู่ในนั้นหรือเปล่า?
“กลไกที่อยู่ในห้องเปลวเพลิงปฐพีสามารถตรวจจับสัญญาณชีพได้ หากผู้เข้าท้าทายสถิติเสียชีวิตไปแล้วล่ะก็ เขาจะถูกส่งกลับออกมาทันที…” หลัวเหยียนขมวดคิ้วอย่างสงสัย
เขาเคยเข้าไปท้าทายในห้องนี้หนหนึ่งแล้ว จึงพอรู้กลไกการทำงานของมันอยู่บ้าง
ทันทีที่กลไกในห้องจับสัญญาณชีพไม่ได้ มันจะส่งผู้นั้นกลับออกมาทันที
ในเมื่อหมอนั่นยังไม่ถูกส่งกลับออกมา ทั้งๆที่เวลาก็ล่วงเลยไปนานขนาดนี้ นั่นหมายความได้อย่างเดียวว่า…เขายังมีชีวิตและยังแข็งแรงดีอยู่!
หมอนั่นเข้าไปในห้องเปลวเพลิงปฐพีจริงๆหรือเปล่า?
หรือเขาแอบดอดหนีไปหาการท้าทายสถิติอื่นๆเสียแล้ว?
ถ้าไม่อย่างนั้น อยู่ได้ถึง 2 ชั่วโมงเต็ม…มันจะเป็นไปได้อย่างไรกัน?
และเรื่องจริงก็คือ ไม่ใช่เขาคนเดียวที่แทบจะคลุ้มคลั่งกับเรื่องนี้ ทุกคนที่เฝ้ามองดูอยู่หลังจากได้ยิน การประกาศตัวอย่างโอหังของจางเซวียน ต่างก็แทบจะท้งผมตัวเองด้วยความงุนงง
ผู้ที่เข้าทำลายสถิติส่วนมากก็มีเป้าหมายเพียงแค่ต้องการทำลายสถิติในระดับวินาที หรืออย่างมากที่สุดก็แค่ 1 ถึง 2 นาที และสถิติเหล่านั้นก็เรียกได้ว่าถึงขีดสุดของความอดทนของร่างกายของพวกเขาแล้ว แต่นี่ก็ผ่านไปนานกว่ากันไม่รู้กี่เท่า แต่ยังอยู่ข้างในอีก…เขาคิดจะอยู่ในนั้นเป็นวันๆหรือไง?
“ความร้อนในห้องเปลวเพลิงปฐพีนั้นหลอมละลายได้แม้แต่เหล็ก แต่เขาอยู่ข้างในถึง 2 ชั่วโมง…” หลัวเหยียนกลืนน้ำลายโดยไม่รู้ตัวขณะหันไปพูดกับหลี่ชวน
“คุณแน่ใจหรือว่าเขาเป็นนักเรียนใหม่?”
“ก็เขาบอกฉันอย่างนั้น…ฉันไม่คิดว่าเขาโกหกหรอก หากเป็นรุ่นพี่ ฉันก็น่าจะเคยได้ยินชื่อเขามาก่อน…” หลี่ชวนรีบตอบ
เธอเองก็อ้าปากค้างกับสิ่งที่เกิดขึ้น
แม้เธอจะทำหน้าที่เป็นพนักงานต้อนรับของโรงเรียนช่างตีเหล็ก แต่ตัวเธอเองก็เป็นปรมาจารย์และมีทักษะการหยั่งรู้ในระดับหนึ่ง จากสายตาของเธอ เธอบอกได้เลยว่าจางเซวียนไม่ได้แกล้งทำตัวเป็นโง่เง่าหรือไม่รู้เรื่องรู้ราว
สำหรับชายคนหนึ่งที่ไม่รู้อะไรเลยเกี่ยวกับการเข้าท้าทายสถิติ ก็เป็นเรื่องธรรมดาที่เธอจะต้องมองว่าเขาคุยโม้โอ้อวด ใครจะคิดว่าไม่เพียงแต่เขาจะทำได้จริง แต่ยังทำลายสถิติเดิมไปไกลสุดกู่?
แถมสถิตินี้ก็ยังไม่มีใครทำลายได้มายาวนานนับปีไม่ถ้วนแล้ว!
“ไม่น่าเชื่อว่าเขาไม่ได้คุยโวโอ้อวด เขาทำได้อย่างที่พูดจริงๆ!”
แต่สายตาของเธอกลับไม่แหลมคมพอจะมองเห็นสิ่งนั้น…
“นักเรียนใหม่…” เมื่อได้ฟังคำยืนยันจากหลี่ชวน หลัวเหยียนได้แต่กระพริบตาปริบๆ
ที่ผ่านมา เขาแสนจะภาคภูมิใจกับสถิติการอยู่ในห้องเปลวเพลิงปฐพีได้ถึง 3 นาทีเต็ม และได้ใช้เรื่องนี้คุยโม้โอ้อวดมาตลอด ทำให้ได้รับการยกย่องชื่นชมจากผู้คนมากมาย แต่เขาเพิ่งจะเยาะเย้ยใครคนหนึ่งที่เข้าไปอยู่ในนั้นได้นานกว่า 2 ชั่วโมงแล้ว…
ต่อให้ 10 สุดยอดปรมาจารย์ก็ยังทำลายสถิติ 17 นาทีนั้นได้ยาก อย่าว่าแต่ 2 ชั่วโมงเลย
คิดแล้วก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกเหมือนถูกตบหน้า
“ศิษย์พี่ ห้องเปลวเพลิงปฐพีนั้นอันตรายมากนะ ต่อให้ร่างกายของปรมาจารย์จางจะแข็งแกร่งสักแค่ไหน ก็เป็นไปไม่ได้หรอกที่เขาจะอยู่ข้างในได้นานขนาดนั้น มีอะไรเกิดขึ้นกับเขาหรือเปล่า?” หลังจากรีรออยู่อีกชั่วครู่ ปรมาจารย์คนหนึ่งก็พูดขึ้น
สถิติก็เป็นสถิติอยู่วันยังค่ำ ลำพังแค่ทำลายสถิติได้ก็เป็นเรื่องเหลือเชื่อพอแล้ว แต่ทำลายสถิติไปจนไกลสุดกู่ขนาดนี้ มันเหนือกว่าที่ใครจะคาดคิด!
“ใช่ ผมเองก็รู้สึกว่ามันออกจะเหลือเชื่อ…รอตรงนี้ก่อนนะ ผมจะไปตามหาท่านอาจารย์และสอบถามเขาเรื่องนี้ ด้วยความปราดเปรื่องของท่านอาจารย์ เขาน่าจะรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น” หลัวเหยียนตอบหลังจากลังเลอยู่ครู่หนึ่ง
เมื่อพูดจบ เขาก็เดินออกจากเส้นทางสถิติโลกจารึกและไม่ช้าก็มาอยู่ตรงหน้าห้องๆหนึ่ง
“ท่านอาจารย์!” หลัวเหยียนร้องเรียกขณะเคาะประตู
“หลัวเหยียนรึ? มีอะไร?” ผู้อาวุโสที่อยู่ในห้องเงยหน้าถาม
นั่นคือรองหัวหน้าโรงเรียนช่างตีเหล็ก, หยวนหง!
ปรมาจารย์และช่างตีเหล็กระดับ 6 ดาวขั้นสูงสุด ตำแหน่งของเขาภายในโรงเรียนช่างตีเหล็กเป็นรองแค่หัวหน้าโรงเรียนเท่านั้น
“เรียนท่านอาจารย์ ใครคนหนึ่งกำลังเข้าท้าทายห้องเปลวเพลิงปฐพี!” หลัวเหยียนรายงานอย่างร้อนรน
“ห้องเปลวเพลิงปฐพี? สถิติ 17 นาทีนั้นทำให้ใครต่อใครจนปัญญากันมาแล้วมากมาย ไม่ง่ายหรอกนะที่จะทำลายสถิติได้!” หยวนหงลูบเคราขณะตอบยิ้มๆ
“ใครกันล่ะ ลู่อู๋, เฉิงไห่ หรือ ตู้จี? นับวันคุณภาพของนักเรียนในโรงเรียนช่างตีเหล็กของเราก็ดูจะด้อยลงทุกที สำหรับรุ่นนี้น่ะ ก็มีแต่พวกเขาเท่านั้นแหละที่พอจะมีโอกาส!”
