Skip to content

Library Of Heaven’s Path 776


ตอนที่ 776 ปีศาจเจ้าเสน่ห์!

นั่นเป็นแผนการที่ไม่เลว แต่น่าเสียดายที่เธอเจอคู่ต่อสู้ผิดคน เมื่อคิดได้ จางเซวียนก็ส่ายหัว

บอกได้เลยว่าหูเหยาเหย่าจะต้องวางแผนไว้แบบนี้ ใครก็ตามที่ไม่มีความรู้เรื่องจิตวิญญาณย่อมต้องตื่นตระหนกกับสภาพที่เห็น และสุดท้ายก็ต้องยอมตามเงื่อนไขของเธอ แต่ปัญหานี้ไม่ได้เป็นเรื่องเดือดร้อนกับจางเซวียนเลย

ในฐานะผู้พยากรณ์จิตวิญญาณ, ผู้เชี่ยวชาญตัวจริงในการศึกษาเรื่องจิตวิญญาณ เขามีวิธีที่จะปลูกหลัวฉีฉีให้ฟื้นขึ้นจากความหลับใหลได้อยู่ในหัวเป็นสิบวิธี

ซึ่งเหตุผลเดียวที่เขายังไม่ทำอะไร ก็เพราะอยากเห็นว่าหูเหยาเหย่าเตรียมอะไรไว้อีก คงจะน่าผิดหวังยิ่งนักหากนี่เป็นเพียงทั้งหมดที่เธอมี

ด้วยวรยุทธเพียงเท่านี้หรือที่ทำให้เมื่อคืนก่อนเธอกล้าประกาศอย่างมั่นใจว่าจะทำให้เขายอมจำนนให้ได้?

จางเซวียนส่ายหน้าและพูดด้วยน้ำเสียงเซ็งๆ “เก็บลูกไม้ตื้นๆของคุณไว้ใช้กับคนอื่นเถอะ นี่คุณโง่เง่าถึงขนาดคิดว่าจะทำลายความสัมพันธ์ระหว่างอาจารย์กับลูกศิษย์ได้ด้วยวิธีนี้หรือ?”

ตัวเขากับหลัวฉีฉีได้ต่อสู้และผ่านความเป็นความตายมาด้วยกันหลายครั้ง ลูกไม้ราคาถูกแบบนี้จะสะบั้นความสัมพันธ์ระหว่างเขากับเธอได้อย่างไร?

“เอาเข้าจริง คุณก็ฉลาดกว่าที่ฉันคิดไว้นะ” เมื่อรู้แล้วว่าจางเซวียนมองทะลุความคิดของเธอ นัยน์ตาของหูเหยาเหย่าก็บ่งบอกความอัศจรรย์ใจอยู่ครู่หนึ่ง แต่แล้วก็ส่งยิ้มเย็นเยียบ

ครู่ต่อมา เธอก็สะบัดมืออย่างรวดเร็ว

ฟิ้วววววว!

กระแสดาบฉีพุ่งออกจากปลายนิ้วของหูเหยาเหย่า และฉีกเสื้อผ้าบริเวณไหล่ของหลัวฉีฉีเป็นทางยาว เผยให้เห็นลาดไหล่เรียบเนียนและลำคอเปลือยเปล่าของเธอ

“ถ้าหลัวฉีฉีฟื้นขึ้นมาและได้รู้ว่าอาจารย์ของเธอมีเจตนาทำมิดีมิร้ายล่ะก็ คุณคิดว่าเธอจะยังเชื่อใจคุณในฐานะอาจารย์เหมือนเดิมหรือ?” หูเหยาเหย่าหัวเราะหึๆ

“ต่อให้เธอไม่แคลงใจในตัวคุณ ฉันก็สามารถบันทึกภาพนี้ไว้และเผยแพร่ไปได้ทั่วทั้งสถาบัน ป่าวประกาศออกไปเลยว่าคุณจงใจที่จะล่วงเกินหลัวฉีฉี ฉันอยากรู้นักว่านักเรียนส่วนใหญ่จะเชื่อคำพูดของฉันหรือของคุณกันแน่ เอาจริงๆนะ ที่อยากรู้ที่สุดก็คือบรรดาแฟนๆของหลัวฉีฉีจะลุกขึ้นมาปกป้องเธอสักกี่คน!”

จางเซวียนขมวดคิ้ว

ถ้าหูเหยาเหย่าบันทึกภาพและกล่าวหาเขาในทำนองนั้นจริงๆ ด้วยอิทธิพลของแก๊งปีศาจเจ้าเสน่ห์ที่มีอยู่ในสถาบัน ก็ไม่ยากเลยที่เธอจะทำให้นักเรียนส่วนใหญ่ต่อต้านและรังเกียจเขา

แม้จางเซวียนจะไม่เดือดร้อนใจกับการถูกเข้าใจผิด แต่ข่าวลือนั้นก็จะทำลายชื่อเสียงของหลัวฉีฉีไปด้วย

แน่นอนว่านี่เป็นสถานการณ์ที่เขาไม่อยากให้เกิด

“ผมคิดจะให้โอกาสคุณแล้วนะ แต่คุณก็ไม่ยอมรับเสียอย่างนั้น” จางเซวียนส่ายหน้าและถอนหายใจ

ครู่ต่อมาเขาก็ยกมือขึ้น และสัมผัสที่หน้าผากตัวเอง

มันเป็นกิริยาอาการที่แสนจะเรียบง่าย ดูเหมือนกับทีท่าของคนคนหนึ่งที่พยายามจะปรับแต่งผมหน้าม้าของตัวเอง แต่ด้วยเหตุผลอะไรสักอย่าง ท่วงท่านั้นช่างดูสง่างามและแสนจะเป็นธรรมชาติ ราวกับการร่ายรำชนิดหนึ่ง

หูเหยาเหย่าคิดว่าชายหนุ่มที่อยู่ตรงหน้าเธอคงจะเริ่มลนลานและหมดหนทาง แต่เมื่อเห็นท่วงท่านั้น ก็ถึงกับตัวแข็งไป

ครืนนนนน!

ครู่ต่อมา แรงกดดันมหาศาลก็พุ่งเข้าปะทะจิตวิญญาณของเธอ ทำให้เธอเวียนหัวและคลื่นไส้อย่างรุนแรง

บ้าจริง! นี่มันศาสตร์แห่งนาฏศิลป์นี่! หมอนี่รู้จักศาสตร์แห่งนาฏศิลป์ได้อย่างไร? หูเหยาเหย่าหน้าซีดเผือดเพราะแรงกดดันนั้น เธอใกล้หมดสติเต็มที

ในฐานะ 1 ในนักเรียนตัวฉกาจของโรงเรียนนาฏศิลป์ เธอตั้งใจจะใช้ศาสตร์แห่งนาฏศิลป์ของตัวเองกดดันให้อีกฝ่ายยอมจำนน แต่ยังไม่ทันที่จะได้ทำสำเร็จ ก็กลับถูกหมอนั่นย้อนศรด้วยวิธีเดียวกันเข้าอย่างจัง! ความขัดใจที่ได้รู้ว่าตัวเองกำลังจะพ่ายแพ้ทำให้เธอแทบกระอักเลือดออกมา

แต่ถึงอย่างไร ด้วยระดับวรยุทธของอีกฝ่ายที่ยังมีจำกัด ต่อให้จิตวิญญาณของเขาจะแข็งแกร่งแค่ไหน ก็ไม่มีทางที่เขาจะทำให้เธอเวียนหัวคลื่นไส้ได้นานนัก ทันทีที่เธอฟื้นตัวเมื่อไหร่ เธอจะต้องทำให้เขาเสียใจอย่างสุดซึ้งกับการกระทำของตัวเอง

หูเหยาเหย่าปฏิญาณในใจอย่างโกรธเกรี้ยว และขณะที่เธอกำลังจะรวบรวมพลังจิตวิญญาณเพื่อกำจัดความเวียนหัวคลื่นไส้ออกไปนั้น ก็พลันรู้สึกได้ถึงพลังแผดเผาที่พุ่งเข้าใส่

“กล้าโจมตีฉัน คุณมันรนหาที่ตาย!”

เมื่อรู้ว่าอีกฝ่ายพยายามโจมตีเธอในสภาวะที่เธออ่อนแรง หูเหยาเหย่ารีบยกฝ่ามือขึ้นเพื่อสกัดกั้น

ด้วยข้อมูลที่เธอมี จางเซวียนเป็นแค่นักรบสะพานจักรวาลขั้นสูงสุดเท่านั้น แม้เธอจะอยู่ในสภาพอ่อนแรง ก็เป็นไปไม่ได้ที่เขาจะโค่นนักรบตัวดักแด้ขั้นสูงสุดอย่างเธอ

ในฐานะนักรบเหนือมนุษย์ขั้น 9 – ตัวดักแด้ พละกำลังและอำนาจของผู้นั้นจะถูกแปรเปลี่ยนให้อยู่ในรูปของแก่นทองคำ ทำให้พวกเขาเกือบจะเข้าถึงระดับเซียน แล้วคนอย่างเธอจะพ่ายแพ้ให้กับนักรบสะพานจักรวาลหรือ?

ฟิ้ววววว!

ขณะที่ฝ่ามือของเธอกำลังจะปะทะเข้ากับการโจมตีของจางเซวียน เธอก็พลันรู้สึกว่าการโจมตีที่อยู่ตรงหน้าเธอหายวับไปราวกับสายลมพัด และครู่ต่อมาก็รู้สึกได้ถึงพลังหนักหน่วงที่มารวมตัวอยู่ด้านหลัง

เขาถอนการโจมตีได้รวดเร็วขนาดนั้นได้อย่างไร? หูเหยาเหย่าใจหายวาบและถึงกับหรี่ตาด้วยความตกตะลึง

ในช่วงเวลาที่เธอกำลังอ่อนแรง เธอใช้พละกำลังทั้งหมดที่มีไปกับการตั้งรับการโจมตีจากด้านหน้าจนหมดแล้ว

เธอรู้สึกได้ถึงพละกำลังที่หนักหน่วงราวกับสายน้ำเชี่ยวกรากพุ่งเข้าใส่ แต่ด้วยความมุ่งมั่นและอาการเวียนหัวคลื่นไส้ของเธอ เป็นไปไม่ได้ที่เธอจะตอบโต้ได้ทันเวลา

พลั่ก!

เมื่อเจอกระแทกเข้ากลางหลังอย่างจัง ใบหน้าของหูเหยาเหย่าก็ซีดเผือด ร่างของเธอเซถลาไปข้างหน้าก่อนจะล้มลงกระแทกพื้นอย่างรุนแรง

พลั่ก!

เธอกระอักเลือดออกมา ทั้งยังได้รับบาดเจ็บสาหัส

เมื่อรู้สึกได้ว่าอวัยวะภายในของตัวเองเคลื่อนออกจากตำแหน่งเดิมเพราะแรงสั่นสะเทือนนั้น หูเหยาเหย่าถึงกับตาค้างด้วยความตกตะลึง “พละกำลังที่เขาปล่อยออกมานั้นเทียบเท่ากับนักรบตัวดักแด้ขั้นต้น? เป็นไปได้อย่างไรกัน?”

ไม่ต้องสงสัยเลยว่าฝ่ามือของอีกฝ่ายจะต้องมีพละกำลังสูงกว่า 25 ล้านติ่ง เพราะไม่อย่างนั้น ด้วยความแข็งแกร่งของร่างกายของเธอในฐานะนักรบตัวดักแด้ แม้เธอจะไม่ทันระมัดระวังตัว ก็ไม่มีทางที่จะได้รับบาดเจ็บสาหัสขนาดนี้

แต่หมอนี่เป็นแค่นักรบสะพานจักรวาลไม่ใช่หรือ?

แต่ไม่เพียงเขาจะโจมตีจิตวิญญาณของเธอได้สำเร็จ ยังปล่อยพละกำลังได้ถึง 25 ล้านติ่งด้วย เขาทำได้อย่างไรกัน?

หูเหยาเหย่ากระอักเลือดออกมาอีกรอบ และครู่ต่อมาก็รู้สึกได้ว่ามีใครบางคนยกร่างของเธอขึ้น เธอตัวเกร็งขึ้นมาทันทีด้วยความหวาดระแวง

แต่ไม่ช้า อาการเวียนหัวคลื่นไส้ที่รู้สึกอยู่ก็หายไป เธอเห็นภาพที่อยู่ตรงหน้าได้อย่างชัดเจน

ตอนนี้จางเซวียนอุ้มร่างของเธออยู่ และกำลังมองเธอด้วยสีหน้าที่ออกจะไม่สบายใจ

ทีท่าของเขาบ่งบอกถึงความรู้สึกที่อยากจะพูดว่าเขาไม่ได้ตั้งใจจะทำอะไรจริงจังถึงขนาดนั้น แต่เป็นเพราะตัวเธอเองที่บีบบังคับให้เขาต้องใช้กำลัง

เมื่อเห็นภาพนี้ ร่างบอบบางของหูเหยาเหย่าก็สั่นสะท้านขึ้นอีกครั้ง พร้อมกับกระอักเลือดออกมาอีกรอบหนึ่ง

เธอเป็นนักเรียนเกรด 5, เป็นนักรบขั้นตัวดักแด้ เธอควรจะเป็นผู้ที่สั่งสอนบทเรียนให้กับคนอื่น

แต่ตอนนี้กลับกลายเป็นว่า เธอเหมือนนักเรียนเกเรคนหนึ่งซึ่งได้รับบทเรียนหลังจากที่พยายามจะกลั่นแกล้งเพื่อน

ใครบอกเราได้บ้างว่าเหตุการณ์มันกลับตาลปัตรแบบนี้ได้อย่างไร?

คิดดูสิว่าตัวเธอซึ่งเป็นถึง 1 ในนักเรียนเกรด 5 ระดับหัวกะทิของสถาบัน ลงท้ายจะต้องมาพ่ายแพ้ให้กับนักเรียนใหม่คนหนึ่ง ความท้อแท้ใจที่เกิดจากการหักมุมระหว่างความคาดหวังกับความเป็นจริงนั้นทำให้เธอแทบจะเสียสติ

“บอกผมมาว่าคฤหาสน์เก่าแก่ของผู้อาวุโสหยางจื่ออยู่ที่ไหน แล้วผมจะจบทุกเรื่องที่เกิดขึ้นในวันนี้!” จางเซวียนพูดด้วยสีหน้าเฉยเมย

ด้วยความเชี่ยวชาญในศาสตร์แห่งนาฏศิลป์ของเขา ซึ่งเทียบเท่าหรือแม้แต่เหนือกว่าผู้เชี่ยวชาญด้านนาฏศิลป์ระดับ 6 ดาวขั้นสูงสุดเสียด้วยซ้ำ ผนวกกับจิตวิญญาณอันแข็งแกร่งอย่างน่าทึ่ง การโจมตีจิตวิญญาณของหูเหยาเหย่าขณะที่เธอไม่ทันระมัดระวังตัวนั้นไม่ใช่เรื่องยากเลย

ด้วยพละกำลัง 26 ล้านติ่งที่ได้จากร่างกาย จิตวิญญาณและพลังปราณ การเล่นงานอัจฉริยะเกรด 5 ย่อมไม่ใช่เรื่องใหญ่

ถ้าจางเซวียนอยากจะทำ ต่อให้เขาอยากฆ่าเธอก็ทำได้!

“เชอะ!” ได้ยินถ้อยคำข่มขู่ของชายหนุ่ม หูเหยาเหย่าคำรามอย่างเย็นชา

ถึงตอนนี้ เธอหายจากอาการตกตะลึงแล้ว และโต้ตอบด้วยรอยยิ้มยียวน “แล้วถ้าฉันไม่ยอมบอกล่ะ จะเป็นอย่างไร? คุณจะทำอะไรได้? จะฆ่าฉันเลยไหม?”

เมื่อได้ยินคำนั้น จางเซวียนขมวดคิ้ว

ถึงอย่างไร การกระทำทั้งหมดของหูเหยาเหย่าก็ไม่ได้สมควรที่จะต้องถึงตาย

แถมด้วยข้อเท็จจริงที่ว่าตัวเธอก็เป็นปรมาจารย์ และพวกเขาก็อยู่ในสถาบันปรมาจารย์ที่มีข้อห้าม ไม่ให้บรรดานักเรียนเข่นฆ่ากัน ลำพังแค่ข้อหาที่ว่าหูเหยาเหย่าอวดอ้างว่าเธอเป็นผู้เดียวที่รู้ตำแหน่งที่ตั้งของคฤหาสน์เก่าแก่ของหวูหยางจื่อนั้น ไม่ใช่ข้ออ้างที่มีน้ำหนักเพียงพอจะทำให้สังหารเธอได้

หากเขาฆ่าเธอ ก็เป็นไปได้ที่จะไม่มีวันได้พบทรัพย์สมบัติของหวูหยางจื่ออีกเลย

“ก็ได้ ผมไม่ฆ่าคุณด้วยเรื่องแค่นี้หรอก แต่ผมก็สามารถปิดกั้นจุดชีพจรของคุณ และแขวนคุณไว้กับเสาเพื่อประจานได้นะ ทุกคนที่ผ่านไปผ่านมาจะได้รับรู้ว่าหัวหน้าแก๊งปีศาจเจ้าเสน่ห์นั้นทำตัวน่าอับอายแค่ไหน!”

จางเซวียนโยนร่างของหูเหยาเหย่าลงโครมกับพื้น เขาเอาสองมือไพล่หลังไว้และมองหน้าเธออย่างเย็นชา

คุณคิดจะแข่งขันกับผมผู้หน้าไม่อายขั้นเทพ?

เหอะ, ล้อเล่นแล้วล่ะ!

ถ้าผมถึงขีดสุดของความหน้าไม่อายขึ้นมาเมื่อไหร่ คุณไม่เหลืออะไรแน่!

“คุณกล้าเหรอ” ก็ตามคาด เมื่อได้ยินคำพูดนั้น รอยยิ้มยียวนของหูเหยาเหย่าหายวับไป เธอมีสีหน้าไม่สู้ดี

ถ้าจะพูดกันตามตรง เธอคิดว่าตัวเองเป็นคนบ้าดีเดือดที่สุดแล้ว แต่ไม่น่าเชื่อว่าหมอนี่จะบ้าดีเดือดยิ่งกว่าเธอเสียอีก

ใครๆก็รู้ว่าเธอเป็นหนึ่งในสาวงามชั้นนำของสถาบัน เพียงแค่ส่งยิ้มน้อยๆหรือให้ท่าเชื้อเชิญเพียงนิดหน่อยก็พาหนุ่มๆปั่นป่วนแล้ว

มีผู้ชายมากมายที่ยิ่งกว่าเต็มใจจะพลีกายทำอะไรก็ได้เพื่อเธอ แต่ไม่เพียงหมอนี่จะสั่งสอนเธออย่างไร้ความปรานี ยังคิดจะแขวนเธอไว้กับเสาเพื่อประจานด้วย!

ไอ้สารเลว!

“ถ้าอยากลองก็ได้นะ” จางเซวียนตอบด้วยน้ำเสียงเย็นชา

“คุณ” หูเหยาเหย่าจ้องหน้าเขาอย่างโกรธเกรี้ยวพร้อมกับกัดฟันกรอด

เมื่อนึกถึงการที่หมอนี่สร้างความครึกโครมครั้งใหญ่ทันทีที่เข้ามาในสถาบัน ทั้งการทำลายเส้นทางสถิติโลกจารึกในโรงเรียนช่างตีเหล็ก และสร้างความโกรธเกรี้ยวปั่นป่วนให้กับสี่แก๊งใหญ่ของสถาบัน

ถ้าเป็นคนอื่น เธออาจยังไม่แน่ใจ แต่สำหรับหมอนี่ แน่นอนว่าเขาทำได้อีกครั้งแน่!

ตอนนี้เธอยังรู้สึกเจ็บแปลบที่อวัยวะภายในจากการถูกกระแทกอย่างแรงที่กลางหลัง

ดูจากการที่เขาโจมตีเธอได้อย่างหนักหน่วงโดยไม่ลังเล ก็คงไม่แปลกหากเขาจะแขวนเธอไว้กับเสาเพื่อประจาน

แต่ให้ยอมจำนนต่อนักเรียนใหม่นี่นะ ฝันไปเถอะ!

ตั้งแต่ย่างเท้าเข้ามาในสถาบัน ตัวเธอเป็นผู้ที่ได้เปรียบคนอื่นมาตลอด นี่เธอต้องตกอยู่ในสภาพนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่?

หากเธอยอมแพ้ ศักดิ์ศรีและความหยิ่งผยองที่เคยมีจะเหลืออะไร?

แล้วยังสมาชิกในแก๊งปีศาจเจ้าเสน่ห์ของเธออีกล่ะ?

แต่ถ้าเธอยังยืนกรานไม่ยอมจำนน แล้วไอ้บ้านี่เกิดทำขึ้นมาจริงๆ?

หูเหยาเหย่ากัดฟันกรอดอย่างขัดเคืองใจ ในช่วงเวลาของการกลืนไม่เข้าคายไม่ออกนั้น สายตาของเธอจับจ้องอยู่ที่หลัวฉีฉี และพลันเกิดความคิดหนึ่งขึ้นมา

แคว่ก!

เธอใช้มือขวาฉีกเสื้อบริเวณไหล่ซ้ายของตัวเองจนเป็นทางยาว เผยให้เห็นลาดไหล่เรียบเนียน

“ถ้าคุณอยากแขวนฉันไว้บนเสาประจาน ก็เชิญเลย! แต่เตรียมตัวรับผลที่จะตามมาด้วยนะ ถ้าฉันป่าวประกาศออกไปว่าคุณพยายามฉวยโอกาสกับฉัน ก็ยังน่าสงสัยอยู่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นสำหรับปรมาจารย์คนหนึ่งที่กล้าทำสิ่งชั่วร้ายแบบนั้น คุณยังคิดว่าตัวเองจะยังรักษาใบอนุญาตปรมาจารย์ไว้ได้อยู่หรือ?” หูเหยาเหย่าหัวเราะอย่างเจ้าเล่ห์

ท้าทายฉัน?

ไว้ชาติหน้าตอนบ่ายๆโน่น!

“….” จางเซวียนถึงกับใบ้กินกับลูกไม้ของเธอ

ในที่สุดเขาก็เข้าใจแล้วว่าทำไมเธอถึงได้ฉายาว่าปีศาจเจ้าเสน่ห์

ถ้าเป็นหลัวฉีฉีที่เจอกับสถานการณ์แบบนี้ เธอคงแสนจะอับอายและเสียหน้า แต่หูเหยาเหย่ากลับเลยเถิดไปถึงขั้นฉีกเสื้อผ้าของตัวเอง!

ถ้าเธอวิ่งพรวดพราดออกไปในสภาพนี้และตะโกนกรีดร้องว่าจางเซวียนพยายามฉวยโอกาสกับเธอ แน่นอนว่าจะต้องมีผู้คนหลงเชื่อเธอเป็นจำนวนมาก

เพราะสุดท้ายผู้หญิงก็ถือเป็นเพศที่อ่อนแอกว่า เรียกร้องความเห็นใจจากผู้อื่นได้มากกว่า และโดยเฉพาะสำหรับคนสวยอย่างหูเหยาเหย่า

ถึงแม้จางเซวียนจะไม่มีอะไรต้องเกรงกลัว เพราะเขาไม่ได้ทำอะไรเลย อีกทั้งสภาปรมาจารย์จะไม่ตัดสินใจทำการใดๆหากไม่มีหลักฐานแน่นหนาพอ แถมยังออกจะไม่สมเหตุสมผลด้วยที่นักรบเหนือมนุษย์ขั้น 6 จะสามารถฉวยโอกาสกับนักรบเหนือมนุษย์ขั้น 9 แต่ด้วยจำนวนแฟนคลับที่มีอยู่มากมายของหูเหยาเหย่า เขาจะต้องเจอปัญหาจุกจิกตามมาอีกมากมายอย่างแน่นอน

ซึ่งย่อมจะเป็นเรื่องน่ารำคาญสุดๆ

ทั้งหมดที่จางเซวียนอยากทำก็คือใช้เวลาของเขาอย่างสงบสุขในสถาบันปรมาจารย์แห่งนี้ อ่านหนังสือให้ได้มากที่สุด และพยายามฝ่าด่านวรยุทธ ก่อนจะจากไปอย่างเงียบๆ ทำไมความปรารถนาง่ายๆของเขาเพียงเท่านี้ถึงเป็นไปได้ยากนัก?

เห็นชายหนุ่มตรงหน้าเธอพูดไม่ออก หูเหยาเหย่าหัวเราะคิกคัก เธอพยายามอดกลั้นกับความเจ็บปวดในร่างกายเอาไว้และลุกขึ้นยืน จากนั้นก็เดินมาหาจางเซวียนโดยหยุดยืนห่างจากเขาราวครึ่งสือและเย้ยหยัน “ยังไง? คราวนี้กลัวหรือยังล่ะ?”

ด้วยร่างกายที่เกือบจะสัมผัสกันอยู่แล้ว จางเซวียนได้กลิ่นหอมเฉพาะตัวที่เธอแผ่ออกมา เมื่อรู้ดีว่าจะมีปัญหา เขาขมวดคิ้วและถอยห่างออกมาจากเธอหนึ่งก้าวโดยอัตโนมัติ

ขณะที่เขากำลังคิดว่าจะสอยแม่นี่อีกสักหมัดเพื่อขจัดพฤติกรรมงี่เง่าเสียหน่อย เสียงหนึ่งก็พลันดังขึ้นอย่างประหลาดใจ

“ท่านอาจารย์กับศิษย์พี่เหยาเหย่า คุณสองคนทำอะไรกันน่ะ?”

ระหว่างที่ทั้งคู่กำลังเผชิญหน้ากันอยู่ หลัวฉีฉีรู้สึกตัวขึ้นมาตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ เธอมองทั้งสองคนที่อยู่ห่างกันเพียงหนึ่งสือ และอุทานออกมาด้วยความหวาดระแวง

ACAC

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

error: Content is protected !!
Exit mobile version