ตอนที่ 782 ชำระแค้น
ก็เหมือนกับอาวุธชนิดอื่นๆ หากศิลปะเพลงกระบี่ของใครสอดคล้องเป็นหนึ่งเดียวกับธรรมชาติ ผู้นั้นก็จะสามารถเข้าถึงจิตวิญญาณเพลงกระบี่ และมีความเป็นไปได้ที่จะเข้าถึงหัวใจเพลงกระบี่ด้วย
วิถีทางนี้เป็นไปในแบบเดียวกันกับศิลปะเพลงดาบ ผู้นั้นจะต้องเข้าถึงจิตวิญญาณเพลงดาบก่อนที่จะไปถึงหัวใจเพลงดาบขั้นต่ำ ขั้นกลาง และหัวใจเพลงดาบขั้นสูง
แม้แต่อัจฉริยะของโรงเรียนศิลปะการต่อสู้ซึ่งมีความเชี่ยวชาญเป็นพิเศษในเพลงกระบี่อย่างไป๋เหมี่ยน ก็ยังเข้าถึงเพียงแค่จิตวิญญาณเพลงกระบี่ขั้นสูงสุดเท่านั้น ยังถือว่าห่างไกลกับการเข้าถึงหัวใจเพลงกระบี่
แต่รังสีอันคมปลาบอย่างน่าทึ่งที่คู่ต่อสู้ของเขาแผ่ออกมาจากกระบี่ประกายสายฟ้าฟาดนั้นจะต้องใช้เทคนิคที่มีแต่ผู้เข้าถึงหัวใจเพลงกระบี่แล้วเท่านั้นถึงจะทำได้
มันเป็นไปได้อย่างไร?
เมื่อครู่ก่อนที่เขาดวลกับเด็กใหม่คนนี้ เขาสัมผัสได้อย่างชัดเจนว่าอีกฝ่ายเข้าถึงจิตวิญญาณเพลงกระบี่ขั้นพื้นฐานเท่านั้น ยังห่างไกลกันมากกับตัวเขา แต่ลำพังแค่เทคนิคเพลงกระบี่กระบวนท่าเดียวที่ปรมาจารย์จางถ่ายทอดให้ทำให้ความเข้าใจของเขาเพิ่มสูงขึ้นถึงขนาดนี้เชียวหรือ?
บ้าที่สุด! ไป๋เหมี่ยนตัวสั่นสะท้านด้วยความตกตะลึง
แต่ระหว่างนั้น เขาก็เงื้อกระบี่ขึ้นเพื่อปัดป้องและตอบโต้การโจมตีของอีกฝ่าย
ถึงเขาจะตกตะลึงกับการเข้าถึงหัวใจเพลงกระบี่ในชั่วพริบตาของเด็กใหม่ แต่ก็ไม่คิดว่าตัวเองจะพ่ายแพ้ เพราะถึงอย่างไรเขาก็ได้เห็นเทคนิคที่ปรมาจารย์จางถ่ายทอดให้หมอนั่นแล้ว มันมีข้อบกพร่องเป็นร้อยๆ ข้อ แถมยังอืดอาดเชื่องช้ามาก ตราบใดที่เขาเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วและใช้ระดับความเร็วกดข่มอีกฝ่ายไว้ ก็มีโอกาสที่จะเอาชนะได้ง่าย
ฟึ่บ!
ในชั่วขณะที่กระบี่ 9 แหวนอันใหญ่เทอะทะของไป๋เหมี่ยนกำลังจะปะทะกับกระบี่ของเด็กใหม่ กระบี่ของอีกฝ่ายก็วาดเป็นเส้นโค้งอย่างสง่างาม ปัดป้องกระบี่ของไป๋เหมี่ยนที่จะฟาดฟันลงมาที่ตัวเขา
ราวกับการโจมตีของไป๋เหมี่ยนไม่มีความหมายอะไรเลย
นี่คือการกลั่นกรองความล้ำลึก, เทคนิคเหนือความสามารถ? ไป๋เหมี่ยนถึงกับตัวแข็ง
ตอนที่เขากำลังศึกษาเล่าเรียนศิลปะเพลงกระบี่ ปรมาจารย์คนหนึ่งซึ่งเขาให้ความเคารพยกย่องเป็นอย่างมากเคยบอกไว้ว่า เมื่อเข้าถึงความเชี่ยวชาญระดับหนึ่งในเพลงกระบี่แล้ว ผู้นั้นจะสามารถดัดแปลงลดทอนศิลปะเพลงกระบี่อันซับซ้อนให้ดูเรียบง่ายและเข้าใจง่ายกว่าเดิมได้
แต่การปรับศิลปะเพลงกระบี่ให้เรียบง่ายกว่าเดิมนั้นไม่ได้หมายความว่าประสิทธิภาพของมันจะลดลง ในทางตรงกันข้าม การขจัดกระบวนท่าที่เกินความจำเป็นออกไปทำให้ข้อบกพร่องของเทคนิคนั้นลดลงและถูกโจมตีได้ยากขึ้น
ไป๋เหมี่ยนคิดว่าความสำเร็จขั้นนั้นยังอยู่ห่างไกลกับเขานัก และชั่วชีวิตนี้เขาคงไม่มีโอกาสได้ประสบ นึกไม่ถึงเลยว่ากำลังได้เห็นจากคู่ต่อสู้ที่อยู่ตรงหน้าในตอนนี้!
ศิลปะเพลงกระบี่ที่นักเรียนใหม่ผู้นั้นสำแดงออกมาไม่ได้ซับซ้อนอะไรเลย เป็นเพียงการฟาดฟันอย่างเรียบง่าย แต่มีพลังทำลายล้างทุกอย่าง
ไป๋เหมี่ยนรู้สึกว่าตัวเองแทบรับมือไม่ไหว ไม่ว่าเขาจะใช้เทคนิคใด ก็ดูเหมือนจะต้านทานการฟาดฟันนั้นไม่ได้เลย
ถอยสิ! ในชั่วพริบตานั้น ความกลัวเข้าจู่โจมสัญชาตญาณของไป๋เหมี่ยน เขาไม่กล้าฟาดฟันโต้ตอบอีกต่อไป แต่กลับรีบถอยหนีอย่างรวดเร็ว
การล่าถอยของศิลปะเพลงกระบี่อย่างพรวดพราดระหว่างการต่อสู้นั้นจะนำไปสู่การตีกลับของพลังปราณ แต่เพราะไป๋เหมี่ยนเป็นนักรบขั้น 8-การเรียงร้อยสวรรค์ขั้นสูงสุด ที่ลดระดับลงมาใช้พลังของนักรบขั้น 5-จิตวิญญาณสอดคล้องขั้นสูงสุด เขาจึงสามารถกดข่มมันได้อย่างง่ายดาย ดังนั้น ถึงแม้จะรู้สึกไม่สบายตัวอยู่ภายใน เขาก็ไม่ได้รับความบอบช้ำมากนัก
ฟึ่บ!
ไป๋เหมี่ยนถอยไป 2 ก้าว และกำลังจะสำแดงศิลปะเพลงกระบี่เพื่อตอบโต้เด็กใหม่ ก็พอดีกับที่อีกฝ่ายกวัดแกว่งกระบี่อย่างน่าหวาดเสียวอยู่ตรงหน้าเขาอีกครั้งหนึ่ง
คราวนี้ การโจมตีนั้นเฉียบคมและทรงพลังยิ่งกว่าครั้งก่อน
แรงกดดันจากการฟาดฟันนั้นรุนแรงกว่าคราวที่แล้วถึง 2 เท่า ตอนนี้ดูเหมือนมันจะทำลายเวทีประลองให้แยกเป็นส่วนๆ
นี่คือการเพิ่มพูนพละกำลังของกระบี่? ไป๋เหมี่ยนกระอักเลือดออกมา
เขาคิดว่าหลังจากที่เด็กใหม่ทุ่มเทพละกำลังไปกับการออกตัวครั้งแรกแล้ว ความแข็งแกร่งของเขาก็น่าจะลดลงไม่น้อย ใครจะรู้ว่านอกจากจะไม่เป็นตามนั้น เขายังเพิ่มพูนพลังได้สูงกว่าเดิมเป็น 2 เท่า!
เพียงแค่การฟาดฟันครั้งแรกก็เหนือกว่าที่เขาจะรับมือไหวแล้ว แล้วเขาจะต้านทานพละกำลังของการฟาดฟันครั้งที่ 2 ได้อย่างไร?
ดังนั้น เขาจึงล่าถอยอีกครั้ง
ฟึ่บ! ควั่บ!
เห็นไป๋เหมี่ยนล่าถอยไปอีกครั้ง ชายหนุ่มรู้สึกได้ถึงความมั่นใจที่พลุ่งพล่านขึ้นมา เขากวัดแกว่งกระบี่เป็นครั้งที่ 3 อย่างมั่นใจ
ราวกับพายุที่ก่อตัวกันอยู่ในมหาสมุทร พละกำลังของการกวัดแกว่งทั้ง 3 ครั้งนั้นประสานกัน ทำให้เกิดแรงปะทะที่ไม่อาจต้านทานได้
ชายหนุ่มเป็นแค่นักรบจิตวิญญาณสอดคล้องขั้นต้นเท่านั้น แต่ด้วยความสามารถในการใช้หัวใจเพลงกระบี่เพื่อปล่อยพลังของการกวัดแกว่งทั้ง 3 ครั้ง ทำให้เขาสามารถโค่นนักรบจิตวิญญาณสอดคล้องขั้นกลางหรือแม้แต่ขั้นสูงได้อย่างง่ายดาย!
ไม่ได้การละ เราจะปล่อยให้เขาสร้างเสริมพละกำลังแบบนี้ไม่ได้ ต้องแพ้แน่! ไป๋เหมี่ยนมีสีหน้าเคร่งเครียดขึ้นมาทันทีเมื่อรู้ถึงต้นตอของปัญหา
ความตั้งใจแรกของเขาก็คือหลบเลี่ยงการโจมตีไปก่อน แล้วเมื่อไหร่ที่พละกำลังของอีกฝ่ายถดถอย เขาก็จะโจมตีกลับได้ตามอำเภอใจ แต่ใครจะรู้ว่ายิ่งเวลาผ่านไป พละกำลังในศิลปะเพลงกระบี่ของฝ่ายนั้นก็ยิ่งแข็งแกร่งขึ้นทุกที?
ตั้งแต่ครั้งแรกที่เขาหลบ เขาก็สูญเสียความตั้งใจตามแผนการเดิมไปแล้ว เพราะหากยังหลบเลี่ยงการโจมตีต่อไป สุดท้ายเขาจะต้องรับมือไม่ไหว
ไปต่อ ไม่งั้นก็ตาย, ไป๋เหมี่ยนกัดฟันกรอดและรวบรวมพลังปราณเข้าสู่ท่อนแขนอย่างบ้าคลั่งขณะที่กวัดแกว่งกระบี่ของเขาเพื่อปะทะกับการฟาดฟันของเด็กใหม่
เทคนิคการต่อสู้ระดับจิตวิญญาณขั้นสูง, เพลงกระบี่มหานทีพิโรธ!
ว่ากันว่าผู้คิดค้นเทคนิคนี้เป็นนักรบขั้นเซียน ด้วยความเคียดแค้นเพราะการสูญเสียคนรัก เขาจึงกวัดแกว่งกระบี่อย่างบ้าคลั่ง ทำให้แม่น้ำซึ่งยาวหลายพันเมตรแยกออกเป็น 2 สายอย่างถาวร
นี่คือศิลปะเพลงกระบี่ที่แข็งแกร่งที่สุดที่เขาได้ทุ่มเทฝึกฝนมายาวนานหลายปี
แม้เขาจะมีพลังปราณไม่มากพอที่จะสำแดงมันได้อย่างสมบูรณ์แบบ เพราะต้องลดระดับวรยุทธให้เทียบเท่ากับจิตวิญญาณสอดคล้องขั้นต้น แต่ด้วยความเข้าใจอันล้ำลึกในศิลปะเพลงกระบี่ เขาจึงยังสามารถใช้งานมันได้
กระแสกระบี่ฉีพุ่งตรงออกมาจากกระบี่ของเขา เข้าปะทะกับการฟาดฟันอันดุเดือดของเด็กใหม่
เคร้ง!
เกิดเสียงดังสนั่นเมื่อกระบี่ 2 เล่มปะทะกัน ในตอนนั้น ใบหน้าของไป๋เหมี่ยนแดงก่ำจากพละกำลังของเพลงกระบี่มหานทีพิโรธที่พลุ่งพล่านขึ้นมาอย่างกะทันหัน ตามมาด้วยแรงปะทะที่ดูเหมือนจะพุ่งเข้าใส่เขาอย่างต่อเนื่อง แทบจะฉีกทึ้งทางเดินพลังปราณของเขาออกเป็นชิ้นๆ
ไม่เข้าท่าแล้ว ไป๋เหมี่ยนมีสีหน้าเคร่งเครียด
แม้จะรู้ตัวว่ารับมือกับแรงฟาดฟันนั้นไม่ไหว แต่ก็ไม่คิดว่าจะอาการหนักขนาดนี้ ขนาดเขาตอบโต้แล้ว แรงฟาดฟันนั้นก็ยังพุ่งเข้าใส่ไม่หยุด
ในช่วงเวลาหน้าสิ่วหน้าขวานนั้น ไป๋เหมี่ยนคำรามกร้าว และระดับวรยุทธของเขาซึ่งถูกกดข่มไว้แต่แรกก็พุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว
จิตวิญญาณสอดคล้องขั้นกลาง!
จิตวิญญาณสอดคล้องขั้นสูง!
จิตวิญญาณสอดคล้องขั้นสูงสุด!
สะพานจักรวาลขั้นต้น!
ระดับวรยุทธของเขาเพิ่มสูงขึ้นถึง 1 ขั้นเต็มๆ กว่าที่จะสกัดกระแสดุเดือดของกระบี่ฉีที่อยู่ตรงหน้าได้
พลั่ก!
เมื่อเจอเข้ากับการตอบโต้อย่างหนักหน่วงของไป๋เหมี่ยน ชายหนุ่มผงะไป เขากระอักเลือดออกมา
แม้จะได้รับความบอบช้ำอยู่บ้างจากการโจมตีครั้งล่าสุด แต่นัยน์ตาของเขาก็ยังเป็นประกายด้วยความตื่นเต้น
“คุณแพ้แล้ว!”
อีกฝ่ายไม่อาจกดข่มวรยุทธเอาไว้ได้เพราะต้องรับมือกับการโจมตีของเขา ซึ่งนั่นก็หมายความว่าเขาทำผิดกฎ และนั่นคือความพ่ายแพ้!
เมื่อได้ยินคำนั้น ไป๋เหมี่ยนหน้าซีดเผือดราวกับกระดาษ เขาพึมพำอย่างอ่อนแรง “ผมแพ้”
ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากยอมรับ สายตามากมายที่จับจ้องอยู่ทำให้เขาจนมุม ไม่อาจตอบโต้อะไรได้เลย นี่คือความพ่ายแพ้อย่างสิ้นเชิง!
เมื่อครู่ก่อน เด็กใหม่คนนี้ถูกเขาโค่นด้วยการออกตัวเพียงครั้งเดียว แต่ครู่ต่อมาเขากลับถูกอีกฝ่ายปราบจนพ่ายแพ้ ซึ่งคู่ต่อสู้ก็คือคนเดิม สถานการณ์ตรงหน้าช่างชวนให้ฉงนเสียจนเขาแทบจะไม่เชื่อว่าเกิดอะไรขึ้น
ปรมาจารย์จางคนนั้นแค่ถ่ายทอดกระบวนท่าง่ายๆ กระบวนท่าเดียวให้เด็กใหม่ แล้วอีกฝ่ายก็เกิดมีพละกำลังมากพอที่จะโค่นเขาได้ในทันที มันเป็นไปได้อย่างไรกัน?
พวกเขาได้เห็นประสิทธิภาพการต่อสู้ของเจ้าเด็กใหม่คนนี้มาก่อนแล้ว ทั้งยังได้เห็นศิลปะเพลงกระบี่ของปรมาจารย์จางที่ถ่ายทอดให้เขา เทคนิคเพลงกระบี่เพียงเท่านั้นสามารถทำให้เด็กใหม่คนหนึ่งเอาชนะอัจฉริยะของโรงเรียนศิลปะการต่อสู้ได้ มันออกจะเหลือเชื่อเกินไป!
หัวหน้าแก๊งนั้นเป็นเทพเจ้าแห่งการตบตาหรือ?
“หัวหน้า! ผม-ผมทำสำเร็จ! ผมโค่นนักเรียนเกรด 4 ได้!”
เมื่อได้ยินการยอมรับความพ่ายแพ้จากไป๋เหมี่ยน ชายหนุ่มก็รีบกระโดดลงจากเวทีประลองอย่างตื่นเต้นและวิ่งไปประสานมือคารวะจางเซวียน
เพราะฝึกฝนศิลปะเพลงกระบี่มาตลอด เขาจึงได้เข้าใจว่าท่วงท่าที่หัวหน้าถ่ายทอดให้เขานั้นทรงพลังแค่ไหน ตราบใดที่เขาหมั่นศึกษาและฝึกฝนอย่างต่อเนื่อง ความเข้าใจในศิลปะเพลงกระบี่ของเขาจะต้องเพิ่มสูงขึ้นจนทำให้เขากลายเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านเพลงกระบี่สักวันหนึ่ง!
ด้วยเหตุนี้ จึงอดที่จะตื่นเต้นไม่ได้
ป้าบ!
แต่ยังไม่ทันพูดจบ ปรมาจารย์จางก็เบิ๊ดกะโหลกเขาอย่างแรงด้วยสีหน้าถมึงทึง ราวกับศิษย์พี่ที่กำลังระบายความขุ่นเคืองใจใส่ศิษย์น้อง
“หัวหน้า”
เด็กใหม่ผงะไป ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น
หัวหน้าโมโหเรื่องอะไร? เขาเอาชนะคู่ต่อสู้ได้นะ!
“หลังจากสำแดงกระบวนท่าที่แสนจะไม่ได้เรื่องออกมา คุณยังมีอารมณ์จะร่าเริงยินดีอีกหรือ? เอาตรงๆ นะ คุณเรียกไอ้ที่ทำออกไปว่าศิลปะเพลงกระบี่ได้ด้วยหรือไง? ในการออกตัวครั้งแรกน่ะ ถ้าคุณใช้พละกำลังเต็มพิกัดล่ะก็ คู่ต่อสู้ของคุณจะไม่มีทางหลบเลี่ยงได้เลย มันจะเป็นการดวลที่คุณจะชนะได้แบบนัดเดียวจอด แต่คุณกลับทำให้มันต้องยืดเยื้อออกไปถึง 3 ครั้ง ไม่อับอายขายหน้าตัวเองบ้างหรือ?”
จางเซวียนยิ่งพูดไปก็ยิ่งโมโหและขัดใจมากขึ้น หากทำได้ เขาอยากจะสั่งสอนให้หมอนี่รู้สำนึกอะไรเสียบ้าง
เพราะถึงอย่างไร อีกฝ่ายก็เป็นปรมาจารย์ระดับกึ่ง 5 ดาว มันเรื่องอะไรถึงเข้าใจอะไรยากเย็นนัก?
เขาได้ถ่ายทอดศิลปะเพลงกระบี่เทียบฟ้าฉบับปรับปรุงให้เรียบง่ายให้อีกฝ่ายเป็นการส่วนตัว และยังแถมด้วยการถ่ายทอดจิตวิญญาณเพลงกระบี่บางส่วนให้อีกด้วย แต่หมอนั่นกลับต้องออกตัวถึง 3 ครั้งกว่าจะเอาชนะคู่ต่อสู้ได้ ช่างทุเรศทุรังเสียเหลือเกิน!
ชนะได้แบบนัดเดียวจอด? ไป๋เหมี่ยนเกือบกระอักเลือดออกมาเมื่อได้ยินคำนั้น
ผมเป็นนักเรียนเกรด 4 นะ, เป็นอัจฉริยะของโรงเรียนศิลปะการต่อสู้ แค่คุณจัดการให้เด็กใหม่มีพละกำลังมากพอจะโค่นผมลงได้ในภายในการออกตัวเพียง 3 ครั้งก็ถือว่าน่าทึ่งสุดๆ แล้ว คุณยังมีหน้ามาหงุดหงิดอีก!
“เอ่อ…” เมื่อได้ฟังคำตำหนิจากหัวหน้า ชายหนุ่มได้แต่ยืนคอตก
หัวหน้าพูดถูก ถ้าเขาทุ่มพละกำลังลงไปเต็มที่ตั้งแต่การออกตัวครั้งแรก ไป๋เหมี่ยนจะต้องยอมแพ้ทันที จะไม่มีการยืดเยื้อไปจนถึงการออกตัว 3 ครั้งแบบนี้ ไป๋เหมี่ยนจะไม่มีโอกาสตอบโต้ และเขาก็จะไม่ได้รับบาดเจ็บเช่นกัน
“เอาเถอะ อย่างน้อยคุณก็รู้แล้ว จำใส่ใจไว้ให้ดีก็แล้วกัน ไม่ว่าคู่ต่อสู้ของคุณจะเป็นใคร คุณจะต้องตอบโต้อย่างมีเป้าหมายและชัดเจน ความลังเลแม้เพียงนิดเดียวอาจต้องแลกมาด้วยชีวิต!” เมื่อเห็นสีหน้าเสียอกเสียใจของอีกฝ่าย จางเซวียนค่อยคลายความโมโหลง
เขาถอนหายใจเฮือกใหญ่ จากนั้นก็โบกมือและหันไปทางเวทีประลองอีกครั้ง “พวกคุณน่ะ ใครจะเป็นคนต่อไป?”
“ผมเอง!” หยวนกังก้าวออกมา
ความพ่ายแพ้ของไป๋เหมี่ยนทำให้เขาตกตะลึงอยู่ไม่น้อย มาถึงตอนนี้ เขารู้ดีเกินกว่าจะประมาทความสามารถของชายหนุ่มที่อยู่ตรงหน้า
“ได้สิ” จางเซวียนพยักหน้า “ก่อนหน้านี้ ใครถูกเขาปราบบ้าง?”
“ผม!”
“หัวหน้า ผมก็แพ้เขา!”
“คุณไม่ได้แพ้หมดรูปอย่างผมนี่ ให้ผมแก้แค้นเถอะ!”
“แพ้หมดรูปอะไร? คุณก็แค่ร่วงลงมาจากเวที ดูผมสิ ถูกเขาตบเสียด้วยซ้ำ ผมน่ะแค้นสุด ให้ผมเอาคืนเถอะ!”
“นี่ ผมน่ะถึงกับกระอักเลือดเชียวนะ ให้ผมดีกว่า”
…..
เมื่อได้ยินเสียงเรียกของจางเซวียน ก็เกิดความอึกทึกเซ็งแซ่ขึ้นด้านล่างเวที นักเรียนใหม่ทุกคนที่ถูกทำให้ได้รับบาดเจ็บก่อนหน้าต่างพากันเรียกร้องด้วยความตื่นเต้น
พวกเขาได้เห็นแล้วว่าเด็กใหม่ที่ถูกปราบแบบนัดเดียวจอดในครั้งแรกสามารถพลิกสถานการณ์กลับมาเอาชนะไป๋เหมี่ยนได้อย่างไรหลังจากได้รับคำชี้แนะจากปรมาจารย์จาง เพราะฉะนั้น หากพวกเขาได้เรียนอะไรสักอย่างหรือ 2 อย่างจากปรมาจารย์จาง ประสิทธิภาพในการต่อสู้ก็จะต้องพุ่งพรวดเหมือนกัน
โอกาสดีมาจ่อรออยู่ตรงหน้าแบบนี้ มีแต่คนโง่เท่านั้นแหละที่จะมองข้าม
“ไม่น่าเชื่อว่าเราจะได้เห็นภาพแบบนี้”
หยวนกังกับอิ้งชิงยืนหน้าตาบิดเบี้ยวอยู่บนเวที
จะบ้าไปแล้วหรือไง!
พวกเด็กใหม่มีแต่พยายามจะหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้ากับบรรดาศิษย์พี่ในทุกวิถีทาง เพราะความเหลื่อมล้ำของพละกำลังนั้นก็เห็นๆ กันอยู่แล้ว ไม่เคยมีสักครั้งที่พวกเขาจะได้เห็นบรรดาเด็กใหม่แย่งกันอาสาเข้าท้าทายศิษย์พี่อย่างกระตือรือร้นแบบนี้
และที่บ้าบอกว่านั้นก็คือ ถ้าเป็นการต่อสู้ตามคิวก็ไปเรื่องหนึ่ง แต่เจ้าบ้าพวกนี้กลับเคียดแค้น!
ยิ่งเคียดแค้นมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งอยู่ในสภาวะอ่อนแอกว่าเดิมสำหรับการเผชิญหน้า
ดิ้นรนหาโอกาสหลังจากที่พ่ายแพ้ไม่เป็นท่าแบบนั้นไปแล้ว พวกคุณเห็นศิษย์พี่อย่างเราเป็นตัวอะไร?
จะอวดดีหลงตัวเองเกินไปไหม!
อิ้งชิงเฝ้าดูฝูงชนด้านล่างถกเถียงว่าใครมีสภาพย่ำแย่กว่ากัน แล้วเขาก็มีสีหน้าเคร่งเครียดขึ้นเรื่อยๆ มีเด็กใหม่ 2-3 คนด้วยซ้ำที่ทำหน้าตาเศร้าเสียใจราวกับเสียดายโอกาสที่จะไม่ได้ต่อยหยวนกังอีกสัก 2-3 หมัด
สุดท้าย อิ้งชิงก็หมดความอดทน เขาส่งโทรจิตหาหยวนกัง “ต้องปราบไอ้พวกนี้ให้ได้นะ จะปรานีไม่ได้แม้แต่น้อย แก๊งตะวันฉายของเราจะต้องอับอายขายหน้าสุดๆ ถ้าเราพ่ายแพ้อีกครั้ง!”
อันที่จริง ความพ่ายแพ้ของไป๋เหมี่ยนก็ทำให้พวกเขาเกิดความสงสัยในใจแล้วว่าตัวเองอาจจะประมาทความสามารถของปรมาจารย์จางไป แต่ในเมื่อลูกธนูถูกยิงออกไปแล้ว ก็สายเกินไปที่จะไปคว้ากลับ
ถึงอย่างไร รอบต่อไปพวกเขาก็ต้องเอาชนะให้ได้ ไม่อย่างนั้นจะต้องลงเอยด้วยการกลายเป็นคนเฝ้าประตูของแก๊งชวนชวน
“ไม่ต้องห่วง ผมเต็มที่!” หยวนกังพยักหน้าอย่างเคร่งขรึม
ขณะที่ทั้งคู่หารือกันอยู่ จางเซวียนก็เลือกผู้เข้าแข่งขันคนต่อไปแล้วเช่นกัน เป็นชายหนุ่มคนหนึ่งที่หน้าตาฟกช้ำดำเขียวไปหมดจนหาพื้นที่ที่ดูดีไม่ได้ จมูกและฟันของเขาก็หัก มีเลือดซึมออกจากมุมปากเป็นทาง
เราจำหมอนี่ได้! แต่เราไม่ได้อัดเขาหนักหนาสาหัสขนาดนั้นนี่? หรือว่าหมอนี่เคียดแค้นมากกว่าคนอื่นจนถึงกับต้องอัดตัวเอง?
