Skip to content

Library Of Heaven’s Path 797


ตอนที่ 797 นี่คือความรักของพ่อ

ลึกเข้าไปในสันเขาปุยเมฆ

ตึ้ง ตึ้ง!

ร่างหนึ่งกระแทกเข้ากับหน้าผาอย่างจัง ใบหน้าของเขาซีดขาวราวกระดาษ มีเลือดซึมออกจากมุมปาก

เขาสูญเสียแขนไปข้างหนึ่ง และกระดูกส่วนใหญ่ก็หัก จากการปะทะหลายครั้งหลายหนที่ผ่านมา ทำให้เขาหายใจขัด และดูเหมือนจะไขว่คว้าลมหายใจเฮือกสุดท้ายได้ทุกขณะ

คู่ต่อสู้ที่เขากำลังเผชิญหน้าอยู่เป็นอสูรระดับเซียนตัวมหึมาที่มีลักษณะเหมือนวานร ร่างของมันสีดำสนิท และมีกำปั้นอันใหญ่โตรวมถึงพละกำลังที่น่าสะพรึงสมกับรูปร่างของมัน

“เรายังไม่ได้ดอกปุยเมฆมา จะตายไม่ได้!”

ชายผู้นั้นกัดฟันกรอด ก่อนจะกระเสือกกระสนถดตัวออกมาจากหน้าผา และด้วยสายตาที่ยังจับจ้องอยู่ที่เป้าหมาย เขาพุ่งเข้าใส่ทันที

“โธ่เว้ยยยย!” เห็นหมอนั่นยังไม่ล้มเลิก วานรตัวนั้นคำรามลั่นแล้วพุ่งเข้าใส่เขาอีกครั้ง

เพราะเป็นอสูรระดับเซียน มันจึงสามารถพูดภาษามนุษย์ได้

มันได้ต่อสู้กับชายผู้นี้มากว่าหนึ่งชั่วโมงแล้ว และเพราะอีกฝ่ายเป็นเพียงนักรบระดับเซียนขั้น 1 ขั้นกลาง มันจึงคิดว่าการใช้กำปั้นสอยหมอนี่ให้ร่วงคงไม่ใช่เรื่องยากเย็นอะไร

ใครจะไปคิดว่าอีกฝ่ายกลับทนทายาดและพุ่งเข้าใส่ไม่เลิกรา ทั้งๆ ที่ตกอยู่ในอันตรายขนาดนั้น?

มันได้ใช้กำปั้นล้วนๆ จัดการเขาไปมากกว่า 20 หมัด

ด้วยพละกำลังเหลือเชื่อของกำปั้นนั้น ต่อให้อสูรระดับเซียนขั้นสูงสุดก็ยังต้องยอมแพ้ แต่ไม่ว่ามันจะพยายามสักแค่ไหนก็หยุดเขาไม่ได้

ด้วยการกระโดดอย่างว่องไว วานรตัวนั้นจับคู่ต่อสู้ของมันทุ่มลงกับพื้น ทำให้กระดูกในร่างของเขาแหลกละเอียด

พลั่ก! พลั่ก!

ชายผู้นั้นกระอักเลือดออกมาอย่างรุนแรง จนดูเหมือนกับตับไตไส้พุงจะถูกขยอกออกมาด้วย เจ้าวานรคิดว่าในที่สุดหมอนั่นคงยอมแพ้ แต่อีกฝ่ายกลับกระโดดหนีไปอย่างรวดเร็ว

“เขาจะไปไหน?” มันไม่อาจเข้าใจความทนทายาดของชายผู้นี้

สำหรับสิ่งมีชีวิตทุกชนิด ไม่ว่าจะเป็นมนุษย์หรืออสูรล้วนมีธรรมชาติรักตัวกลัวตาย ทุกคนและทุกตัวมีสัญชาตญาณการเอาตัวรอดและจะทำทุกวิถีทางเพื่อรักษาชีวิตไว้ แต่หมอนี่กลับพุ่งไปข้างหน้าอย่างบ้าบิ่น ไม่สนใจชีวิตของตัวเองเลย

“อีกไม่นานเราก็จะถึงบริเวณที่ดอกปุยเมฆขึ้นอยู่แล้ว…” เว่ยชางเฟิงไม่แยแสวานรดึกดำบรรพ์ตัวนั้น เขามองไปรอบๆ ด้วยดวงตาสีดำสนิทที่ยังมีประกายของความหวัง

เขาคิดว่าจะแอบขึ้นมาบนสันเขา เก็บดอกปุยเมฆไปต้นหนึ่ง แล้วกลับออกไปเงียบๆ ใครจะคิดว่าเขาจะโชคร้าย ต้องเจอกับอสูรทรงพลังเข้าเล่นงานตั้งหลายตัว

ถ้าจะพูดกันตามตรง ในฐานะผู้จัดการห้างสารพันจิตวิญญาณ เว่ยชางเฟิงมีสิ่งประดิษฐ์ล้ำค่ามากมายที่ทำให้เขาสามารถหลบเลี่ยงได้แม้แต่จากวานรดึกดำบรรพ์ซึ่งเป็นอสูรระดับเซียนขั้น 1 สูงสุดตัวนั้น แต่…หากเขาใช้สิ่งประดิษฐ์ล้ำค่าที่มีอยู่ ก็จะไม่ทันเส้นตาย 2 วันที่โหยวฉู่กำหนดไว้

เขาต้องการดอกปุยเมฆเพื่อไปแลกกับดอกสิบใบที่จะนำมาใช้ช่วยชีวิตลูกสาวของเขา เพื่อเป้าหมายที่ว่านั้น แม้ความตายจะรออยู่ เขาก็พร้อมเอาตัวเข้าแลกโดยไม่ลังเล

พลั่ก!

เว่ยชางเฟิงถูกสอยร่วงไปอีกครั้ง การปะทะแต่ละครั้งทำให้เขารู้สึกได้ว่าทั้งพละกำลังและสติสัมปชัญญะใกล้จะหลุดลอยออกจากร่างเต็มที

ในชั่วขณะหนึ่งที่ประดุจดั่งการเข้าภวังค์ เขาเห็นร่างหนึ่งกำลังร้องเรียกเขาอยู่ลางๆ

…..

“ฉันยังไม่ได้เห็นหน้าลูก และไม่รู้ด้วยว่าเป็นผู้หญิงหรือผู้ชาย แต่ถึงอย่างไรก็เป็นลูกของเรา ต่อให้ต้องเสี่ยงชีวิตแค่ไหน ฉันก็ปล่อยให้เกิดอะไรขึ้นกับลูกไม่ได้!”

หญิงสาวคนหนึ่งนั่งขัดสมาธิอยู่บนพื้น มองเขาด้วยน้ำตาที่ไหลอาบแก้ม “ฉันรู้ว่าคุณรักฉัน และจะเคารพการตัดสินใจของฉัน…”

“ไม่…” เขาอยากจะเข้าไปหยุดเธอไว้ แต่ในตอนนั้นเองก็ถูกสกัดกั้นพละกำลัง ไม่ว่าจะกระเสือกกระสนดิ้นรนแค่ไหนก็ขยับเขยื้อนตัวไม่ได้

“ด้วยอาการบาดเจ็บสาหัสที่ฉันได้รับอยู่ตอนนี้ มันถึงขีดสุดแล้ว ฉันอยากมอบชีวิตของฉันให้ลูก ให้ลูกได้มีชีวิตอยู่ต่อไปแทนฉัน…”

เธอกรีดร้อง และถ่ายโอนพละกำลังทั้งหมดที่ยังเหลืออยู่เข้าสู่มดลูกของเธอ เพื่อผลักดันให้เด็กน้อยออกมาสู่โลกกว้าง เสียงร้องไห้จ้าแผดลั่นไปทั่วถ้ำ…

สุดท้าย เขาก็ดิ้นรนจนหลุดพ้นการถูกสกัดกั้นพละกำลัง แต่ถึงตอนนั้นเธอก็นอนไร้เรี่ยวแรงอยู่บนพื้นแล้ว เมื่อเขาตรงเข้าไปกอดเธอไว้ เธอก็ยิ้มให้ “ชางเฟิง, ฉันขอโทษนะ ดูแลลูกของเราให้ดีด้วย…”

ยังไม่ทันจะพูดขาดคำ ร่างของเธอก็แน่นิ่งไป

…..

“ลูกสาวของคุณได้รับความบอบช้ำมากตั้งแต่อยู่ในครรภ์มารดา ผมเกรงว่าเธอจะมีชีวิตอยู่ได้ไม่เกิน 3 เดือน!” ชายชราส่ายหน้า

เว่ยชางเฟิงกัดฟันกรอดเมื่อได้ยินคำนั้น

ชีวิตนี้คือชีวิตที่ภรรยาของเขาพลีชีพให้ ถ้าลูกสาวของเขาต้องมาตายไปอีกคน เขาจะมองหน้าภรรยาผู้เป็นที่รักได้อย่างไร?

ด้วยเหตุนี้ เขาจึงเดินทางท่องโลกเพื่อเสาะหานายแพทย์ดังๆ มารักษาลูกสาวของเขา

“จิตวิญญาณของสิ่งประดิษฐ์ล้ำค่าสามารถมอบพลังที่จะช่วยพยุงร่างกายของเธอ ทำให้เธอมีชีวิตต่อไปได้ แต่ก็ช่วยได้เพียงชั่วครั้งชั่วคราวเท่านั้น ถึงจุดหนึ่ง ประสิทธิภาพของมันก็จะหมดลง…” นายแพทย์ระดับ 6 ดาวคนหนึ่งบอกเขา

“ขอแค่เธอยังมีชีวิตอยู่ ผมพร้อมจะเสียทุกอย่าง…” เขาตอบพร้อมกับกำหมัดแน่น

ด้วยเหตุนี้ เขาจึงก่อตั้งห้างสารพันจิตวิญญาณขึ้นมา และเดินทางไปเสาะแสวงหาสิ่งประดิษฐ์ล้ำค่ามาให้มากที่สุดเท่าที่ทำได้ บางครั้งถึงกับใช้วิธีสกปรก

จนในที่สุด…

อาการของลูกสาวของเขาก็กระเตื้องขึ้น

“ท่านพ่อ…”

เสียงเล็กๆ เจื้อยแจ้ว นัยน์ตาของเขาแดงก่ำ ในตอนนั้นเองเขารู้สึกว่าทุกสิ่งที่เขาทุ่มเทลงไปได้รับการชดใช้แล้ว

นั่นก็เพราะ…เธอเป็นลูกสาวของเขา!

เช่นเดียวกับที่เป็นลูกสาวของเธอ!

…..

“ท่านแม่อยู่ไหน?”

เด็กน้อยอายุ 8 ขวบตั้งคำถาม ประกายในดวงตาและรอยย่นน้อยๆ บนหน้าผากดูจะเป็นสัญลักษณ์ประจำตัวของเธอไปเสียแล้ว

“ท่านแม่…ได้จากไปยังที่ไกลแสนไกลแล้ว…”

เขากอดลูกสาวไว้แนบแน่น อดที่จะนัยน์ตาแดงก่ำไม่ได้

…..

“ท่านพ่อ ลูกใกล้จบชีวิตแล้วหรือ? ลูกเหนื่อยและอ่อนล้าเหลือเกิน…”

“เจ้าจะต้องหายดี พ่อจะช่วยชีวิตเจ้าให้ได้…” เสียงของเขาติดอยู่ในลำคอ

“ดอสิบใบจะช่วยชีวิตลูกสาวของคุณได้…” นายน้อยบอกเขา

“ผมต้องการดอกปุยเมฆต้นหนึ่ง หากคุณนำดอกปุยเมฆมาให้ผมได้ภายใน 2 วัน ผมจะยอมแลกกับดอกสิบใบของผม!” รองหัวหน้าโหยวฉู่พูดพร้อมกับพยักหน้า

…..

“เรายังตายไม่ได้ ถ้าเราตาย เว่ยหรูเหยียนก็จะไม่เหลือความหวังอะไรอีก!”

ภาพความทรงจำมากมายดาหน้ากันเข้ามาปรากฏแก่สายตาเว่ยชางเฟิงขณะที่เขากระเสือกกระสนลุกขึ้นยืนอีกครั้ง

หากเขาไม่ต้องการดอกปุยเมฆเพื่อนำไปแลกกับสิ่งที่จะใช้ช่วยชีวิตลูกสาว จะไม่มีวันยอมทำถึงขนาดนี้ เจ้าวานรดึกดำบรรพ์ที่อยู่ข้างหลังคงไม่เข้าใจ และจางเซวียนก็คงไม่คิดว่าเขาจะดื้อด้านขนาดนี้ มีแต่ตัวเขาเท่านั้นที่รู้ตัวดีว่าพร้อมทำทุกอย่างเพื่อลูกสาวของเขา

ในโลกนี้ไม่มีอะไรสำคัญไปกว่าเธออีกแล้ว!

“เกือบแล้ว…”

เขาวิ่งข้ามเนินเขาไป และในตอนนั้น เมฆหมอกที่อยู่ตรงหน้าก็แยกตัวออกจากกัน เผยให้เห็นดอกไม้สีขาวงดงาม

“ดอกปุยเมฆ…” เว่ยชางเฟิงตัวสั่นด้วยความตื่นเต้น

เขายอมเหนื่อยยากมาแสนไกลก็เพื่อสิ่งนี้ และสุดท้ายเป้าหมายของเขาก็มาอยู่ตรงหน้าแล้ว!

พลั่ก!

ขณะที่เขากำลังจะพุ่งเข้าไปเด็ดดอกไม้ ก็โดนเจ้าวานรดึกดำบรรพ์เตะป้าบเข้าให้

เมื่อตกลงมากระแทกพื้นอย่างแรงอีกครั้ง เว่ยชางเฟิงรู้สึกได้ว่าสติสัมปชัญญะพร่าเลือน เขาอ่อนแรงและเจ็บปวดจนอธิบายไม่ถูก อยากจบชีวิตเต็มที

“เราต้องเอามันมาให้ได้…”

แต่เขาก็ยังคลานเข้าไปอย่างรวดเร็ว และรีบดึงดอกไม้มาดอกหนึ่งแล้วใส่เข้าไปในกล่องหยก

เฮ่อออ!

ในตอนนั้นเอง เว่ยชางเฟิงถอนหายใจเฮือกใหญ่อย่างโล่งอก และมุมปากก็ขยับขึ้นเป็นรอยยิ้ม

รู้สึกว่าทุกอาการบาดเจ็บของเขาช่างคุ้มค่า

ด้วยสิ่งนี้ นายน้อยจะช่วยชีวิตลูกสาวของเขาได้ ต่อให้เขาต้องตาย เขาก็สามารถสู้หน้าภรรยาได้อย่างภาคภูมิใจและพูดได้เต็มปากว่าเขาได้ปกป้องลูกสาวแล้ว!

“ทั้งหมดนี่…เพียงเพื่อดอกปุยเมฆ 1 ต้นเท่านั้นหรือ?”

เมื่อเห็นรอยยิ้มเบิกบานของชายผู้นั้น วานรดึกดำบรรพ์แทบไม่เชื่อสายตา

มันยังสงสัยอยู่ว่าอะไรที่ทำให้มนุษย์คนหนึ่งยอมอดทนมอบกายถวายชีวิตขนาดนี้ ไม่น่าเชื่อว่าทั้งหมดนั้นก็เพื่อ…

นักรบระดับเซียนคนหนึ่งยอมพลีชีพเพื่อใบชา 1 ต้น…มันคุ้มค่ากันจริงๆ หรือ?

เว่ยชางเฟิงยิ้มน้อยๆ เมื่อเห็นทีท่าของมัน

อสูรตัวหนึ่งจะเข้าใจความรู้สึกของมนุษย์ได้อย่างไร?

เมื่อได้ของที่ต้องการแล้ว เขาสูดหายใจลึกและเริ่มไต่ลงจากเขา

“เฮ้ยยย! ไม่ว่าแกจะมาที่นี่เพราะอะไร สันเขาปุยเมฆก็ไม่ใช่ที่ๆ แกจะเข้าออกได้ตามใจ!”

วานรดึกดำบรรพ์ตัวนั้นพุ่งเข้าใส่เว่ยชางเฟิงอีกครั้ง มันคำรามกร้าวและใช้กรงเล็บจัดการเขา

แคว่ก! พลั่ก!

เว่ยชางเฟิงที่บาดเจ็บสาหัสอยู่แล้วจะต้านทานอสูรตัวนั้นได้อย่างไร? แผงอกของเขาถูกฉีกออกเป็นชิ้นๆ เลือดกระฉูดออกมาจากบาดแผล

“ฉัน…” เว่ยชางเฟิงถอยกรูดอย่างอ่อนระโหย เขาพยายามรวบรวมพละกำลังทั้งหมดเพื่อจะตอบโต้ แต่ก็รู้ว่าไม่หลงเหลือเรี่ยวแรงแล้ว

ร่างกายของเขามาถึงขีดสุดของมันแล้ว!

เขารู้สึกได้ถึงเรี่ยวแรงมหาศาลที่พยายามจะดึงจิตวิญญาณของเขาออกไปที่ไหนสักแห่ง

“นี่คือความตายหรือ? เดี๋ยวเราก็คงได้พบเธอแล้วสิ…ใช่ไหม?”

สติสัมปชัญญะของเขาค่อยๆ พร่าเลือนไปทีละน้อย ขณะที่จิตวิญญาณเริ่มลอยละล่องออกจากร่างกายเข้าสู่อีกมิติหนึ่ง

เว่ยชางเฟิง!!

ในตอนนั้นเอง เขาเห็นร่างหนึ่งพุ่งปราดเข้ามาด้วยสายตาที่ยังพร่าเลือน และได้ยินเสียงร้อนรนเรียกชื่อของเขา

“นายน้อย?”

เขาพึมพำอย่างอ่อนระโหย “คุณมาทำไม? ที่นี่อันตรายมาก…”

เหตุผลที่เขาไม่กล้าบอกนายน้อยถึงเรื่องสันเขาปุยเมฆ ก็เพราะเกรงว่านายน้อยจะยืนกรานตามมาด้วย หากเกิดอะไรขึ้นกับนายน้อยของเขาอีกคน ก็จะไม่มีใครสามารถช่วยชีวิตลูกสาวของเขาได้แล้ว!

“อันตราย? ในเมื่อคุณก็รู้ว่าอันตราย ทำไมไม่บอกผม?” จางเซวียนคำรามเดือด

เขารีบร้อนมาตลอดทาง แต่เท่าที่เห็นก็ดูจะสายไปเสียแล้ว

เขารู้สึกได้ว่าพละกำลังของอีกฝ่ายถดถอยเต็มที ต่อให้นายแพทย์ระดับ 7 ดาวมาอยู่ตรงนี้ก็ช่วยชีวิตไม่ได้

จางเซวียนทาบนิ้วลงบนจุดชีพจรของอีกฝ่าย แล้วถ่ายเทพลังปราณเทียบฟ้าเข้าไปอย่างบ้าคลั่งเพื่อหวังให้เกิดปาฏิหาริย์ แต่ก็เหมือนกับถุงที่มีรอยรั่วเต็มไปหมด พลังปราณของเขาไหลรั่วออกมาจากร่างของเว่ยชางเฟิง ไม่สามารถช่วยเหลืออะไรเขาได้เลย

“นายน้อย ไม่ต้องหรอก ผมรู้ว่า…ผม…ไม่ไหวแล้ว…”

เว่ยชางเฟิงสะบัดข้อมือแล้วยื่นกล่องหยกให้จางเซวียนด้วยมืออันสั่นเทา “นี่คือดอกปุยเมฆ…”

“คุณ…”

จางเซวียนหน้าเสีย เขานึกไม่ถึงว่าหมอนี่จะนำดอกปุยเมฆมาได้จริงๆ

“คุณต้องช่วยชีวิตเธอให้ได้นะ…” เว่ยชางเฟิงเสียงแผ่วลงทุกที

“ไม่ต้องห่วง ผมจะช่วยชีวิตเธอให้ได้ ผมจะช่วยให้เธอได้มีชีวิตอย่างคนปกติ ไม่ใช่สิ…มีชีวิตได้ดีกว่าคนปกติคนหนึ่งด้วย…” จางเซวียนตอบด้วยเสียงแหบแห้ง

“ขอบคุณมากนายน้อย…”

เว่ยชางเฟิงพยักหน้า พริบตาต่อมา จิตวิญญาณของเขาก็หมดเรี่ยวแรง และหายวับไปสู่อีกมิติหนึ่ง

ร่างของเขาพับแน่นิ่งไป

“ชางเฟิง…”

เมื่อรู้ว่าสายใยสุดท้ายของชีวิตลูกน้องของเขาขาดสะบั้นไปแล้ว จางเซวียนนัยน์ตาแดงก่ำและคำรามอย่างเดือดจัด

ถึงตอนนี้แล้ว เขาจะไม่เข้าใจเหตุผลที่เว่ยชางเฟิงทำขนาดนี้ได้อย่างไรกัน?

ทุกอย่างที่เขาทำลงไปก็เพื่อลูกสาวของเขา!

นี่คือ…ความรักของพ่อ!

ความรักที่เรียบง่าย และไม่เห็นแก่ตัวที่สุดเท่าที่มีในโลกใบนี้!

…..

“มนุษย์ นี่ไม่ใช่ที่ๆ แกจะเข้าออกได้ตามใจนะ…”

เมื่อเห็นมนุษย์อีกคนหนึ่งพรวดพราดเข้ามาและไม่แยแสมันอย่างสิ้นเชิง วานรดึกดําบรรพ์คำรามอย่างเดือดจัด

“นี่ไม่ใช่ที่ๆ ฉันจะเข้าออกได้ตามใจอย่างนั้นหรือ?” จางเซวียนเงยหน้าขึ้น และจ้องเขม็งที่วานรดึกดำบรรพ์ตัวนั้น “แกใช่ไหมที่ฆ่าเว่ยชางเฟิง?”

นัยน์ตาของเขาเป็นประกายด้วยความเย็นชาและโหดเหี้ยม

พรึ่บ!

พริบตาต่อมา หุ่นระดับเซียนมากกว่า 20 ตัวก็รี่เข้าใส่วานรดึกดำบรรพ์ตัวนั้น

“ทำให้มันทรมานเสียยิ่งกว่าตาย!”

ACAC

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

error: Content is protected !!
Exit mobile version