Skip to content

Library Of Heaven’s Path 903


ตอนที่ 903 สร้างตราประทับอาจารย์ใหญ่

“เอาล่ะ ผมขอจบการบรรยายเพียงเท่านี้”

การบรรยายกินเวลา 2 ชั่วโมงเต็ม หลังจากเห็นว่านักเรียนและอาจารย์ส่วนใหญ่ได้ประโยชน์เต็มที่แล้ว จางเซวียนก็หยุด

“จบแล้วเหรอ?”

“ที่ผ่านๆมา เวลาที่ผมฟังการบรรยายของอาจารย์คนอื่น ผมเฝ้าแต่ภาวนาให้หมดเวลาเร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ แต่ทำไมสำหรับการบรรยายของปรมาจารย์จาง ถึงดูเหมือนเพิ่งจะเริ่ม?”

“จริงด้วย จบเร็วเกิน! ผมเพิ่งเครื่องติดเองนะนี่”

“ถ้าผมได้ฟังการบรรยายแบบนี้บ่อยๆ โอกาสที่จะฝ่าด่านวรยุทธไปเป็นนักรบระดับเซียนได้คงเพิ่มขึ้นอีกหลายเท่า และคงทุ่นระยะเวลาการจบการศึกษาไปได้อีกหลายปี”

เมื่อจางเซวียนหยุดพูด ฝูงชนต่างก็พากันออกจากภวังค์ นัยน์ตาของทุกคนเป็นประกายด้วยความตื่นเต้น

เป็นการบรรยายเพียง 2 ชั่วโมง แต่เทียบเท่ากับการเรียนรู้และฝึกฝนวรยุทธหลายเดือน หรือแม้แต่หลายปีเลยทีเดียว!

“ดูนั่นสิ!”

ทันใดนั้น ใครคนหนึ่งก็อุทานออกมา ทุกคนรีบมองตาม เห็นสัตว์ฝูงหนึ่งบินอยู่เหนือศีรษะของพวกเขา

มีทั้งไก่ เป็ด ห่าน นกยูง และนกกระเรียน

ราวกับสถาบันปรมาจารย์กลายเป็นสวนสัตว์ไปแล้ว! สัตว์ทุกชนิดที่บินได้บินว่อนทั่วทั้งท้องฟ้า

“การแซ่ซ้องของหมู่นกนานาพันธุ์ พวกมันมาที่นี่เพราะการบรรยายหรือ?” ใครคนหนึ่งพึมพำด้วยเสียงสั่นๆ

การแซ่ซ้องของหมู่นกนานาพันธุ์เป็นปรากฏการณ์ที่เหนือชั้นไปกว่าโวหารเรียกวิญญาณเสียอีก มีแต่ปรมาจารย์ระดับ 8 ดาวเท่านั้นที่จะทำให้เกิดภาพแบบนี้ได้!

เพียงแค่การบรรยาย แม้แต่มวลหมู่นกในบริเวณนี้ต่างก็ตื่นเต้นร้อนรนกันไปทั่ว

ว่าแต่ปรมาจารย์จางเป็นแค่ปรมาจารย์ระดับ 4 ดาวไม่ใช่หรือ เรียกนกมามากมายขนาดนี้ได้อย่างไร?

ยิ่งไปกว่านั้น ยังมีไก่ เป็ด ห่าน และนกยูงอีกด้วย นี่มันบ้าบออะไรกัน?

สัตว์เหล่านี้บินแข็งตั้งแต่เมื่อไหร่?

อยู่บนท้องฟ้านานขนาดนี้ได้อย่างไรกัน?

เสียงแซ่ซ้องของหมู่นกนานาพันธุ์ดังทะลุกำแพงสถาบันปรมาจารย์ออกไป เสียงหนึ่งซึ่งดังขึ้นมาท่ามกลางเสียงเหล่านั้นคือเสียงร้องของลาที่บ่งบอกถึงพละกำลังมหาศาลในตัวมัน มันกลายเป็นลาที่วิ่งได้เป็นพันไมล์ ไม่สมควรจะหมกตัวอยู่กับชายที่ไม่เอาไหนอีกต่อไป

ว่าแต่มันเกิดอะไรขึ้น?

“คุณพูดถูกแล้ว การบรรยายของปรมาจารย์จางเรียกสัตว์มากมายมาที่นี่ ดูเหมือนการบรรยายของเขาจะไม่แบ่งแยกเผ่าพันธุ์ แม้ไม่ใช่มนุษย์ หากได้ฟังและทำความเข้าใจ ต่างก็มีอาการกันทั้งนั้น บางทีนี่อาจจะเป็นเหตุผลที่แท้จริงที่เขาทำให้อสูรวิเศษและอสูรระดับเซียนแห่งสันเขาปุยเมฆทั้งหมดพากันยอมจำนน!” ผู้อาวุโสคนหนึ่งตั้งข้อสังเกต

เขาตั้งอกตั้งใจฟังการบรรยาย รู้สึกได้ว่าคำพูดเหล่านั้นทะลุตรงเข้าสู่จิตวิญญาณ ไม่มีกำแพงของภาษามาขวางกั้น ต่อให้เป็นสิงสาราสัตว์ทั่วไปที่ไม่เข้าใจภาษามนุษย์ ก็ได้รับประโยชน์จากการบรรยายของปรมาจารย์จาง!

ความสามารถแบบนี้ เหนือชั้นกว่าปรมาจารย์ระดับ 6 ดาว หรือแม้แต่ระดับ 7 ดาวเสียอีก!

สวรรค์บ่มเพาะสิ่งมีชีวิตทั้งมวล ไม่แบ่งแยกเผ่าพันธุ์หรือภาษา เช่นเดียวกันกับการถ่ายทอดลิขิตสวรรค์ที่แท้จริง

ก่อนหน้านี้ เมื่อครั้งที่ปรมาจารย์ขงเปิดการบรรยาย ไม่เพียงแต่เฉพาะมนุษย์ พวกสัตว์ธรรมดาสามัญ อสูรวิเศษ และอสูรระดับเซียนก็ได้รับประโยชน์มาก ขนาดมวลหมู่ดอกไม้ก็ยังมีชีวิตจิตใจขึ้นมาและเริ่มสั่งสมวรยุทธ

แม้ปรมาจารย์จางจะยังมีความสามารถไม่ถึงขั้นดึงดูดพรรณไม้ แต่ลำพังแค่การทำให้สิงสาราสัตว์ทั่วไปฝ่าด่านวรยุทธได้สำเร็จก็ถือเป็นวีรกรรมที่แสนน่าทึ่งแล้ว

“ดูท่าปรมาจารย์จางจะผ่านการทดสอบสร้างจักรวรรดิได้สบาย” หัวหน้ามั่วพึมพำกับตัวเองขณะกลืนน้ำลาย

การทดสอบสร้างจักรวรรดิเป็นการทดสอบรูปแบบที่ยากที่สุดในบรรดาการทดสอบเป็นปรมาจารย์ระดับ 6 ดาว มีปรมาจารย์น้อยมากที่กล้าเข้ารับการทดสอบนั้น เขาคิดว่าต่อให้เก่งกาจขนาดอาจารย์ใหญ่จางก็คงต้องเจอปัญหาไม่เบา แต่หลังจากเห็นภาพตรงหน้า ก็รู้แล้วว่าประเมินอีกฝ่ายต่ำไป

อย่าว่าแต่เรื่องอื่นเลย ลำพังแค่ความเก่งกาจในการเปิดการบรรยายของอาจารย์ใหญ่จาง เขาก็สามารถยกระดับอาณาจักรอันทรงเกียรติขึ้นเป็นจักรวรรดิไร้ขั้นได้แล้ว แค่เปิดการบรรยายสัปดาห์ละครั้งติดต่อกัน 2 เดือนเท่านั้น

ช่างเป็นการบรรยายที่น่าสะพรึงเหลือเกิน!

จ้าวปิงฉูมองดูฝูงชนที่ยังคงดื่มด่ำกับการบรรยาย เขาส่ายหน้าและประกาศดังลั่น “จบการบรรยายสาธารณะของอาจารย์ใหญ่จางแล้ว เริ่มการสร้างตราประทับอาจารย์ใหญ่!”

พิธีการมาถึงขั้นสุดท้ายแล้ว รวบรัดตัดตอนให้จบเร็วเท่าไหร่ได้ก็ยิ่งดี เผื่อกรณีที่อาจมีอะไรผิดพลาด

“ขั้นตอนของการสร้างตราประทับอาจารย์ใหญ่นั้นง่ายมาก ผมจะเปิดใช้งานค่ายกลอันหนึ่ง จากนั้นผู้ ที่เต็มใจยอมรับอาจารย์ใหญ่จางเป็นอาจารย์ใหญ่คนต่อไปของสถาบันปรมาจารย์ก็หยดเลือดหยดหนึ่งของคุณลงไป ทันทีที่หยดเลือดสัมผัสกับค่ายกล มันจะหลอมรวมเจตจำนงของคุณ เข้าไปโดยอัตโนมัติ และรวมตัวกันขึ้นเป็นตราประทับที่มีอำนาจบริหารสั่งการภายในสถาบัน” จ้าวปิงฉูอธิบาย

สิ่งที่ถูกถ่ายทอดไว้ในเลือดมนุษย์หนึ่งหยดคือเสี้ยวหนึ่งของเจตจำนง หากเจตจำนงอันจริงใจของคนนับแสนรวมตัวเข้าด้วยกัน ก็จะก่อเกิดเป็นพลังที่เกินกว่าใครคนหนึ่งจะจินตนาการได้

ถ้าอาจารย์ใหญ่สามารถสั่งการนักเรียนทุกคนผ่านตราประทับอาจารย์ใหญ่ และทำให้พวกเขาอยู่ในระเบียบได้ ประสิทธิภาพการต่อสู้ของสถาบันปรมาจารย์ก็จะเพิ่มขึ้นอีกมาก

ยิ่งไปกว่านั้น ตราประทับอาจารย์ใหญ่มีเจตจำนงของเหล่าปรมาจารย์นับไม่ถ้วน ทำให้เป็นสิ่งประดิษฐ์ล้ำค่าที่แทบไม่มีอะไรทำลายได้ หากใช้เพื่อการป้องกันตัว ต่อให้นักรบระดับเซียนขั้น 4 หรือแม้แต่ขั้น 5 ก็ยังเอาชนะมันได้ยาก

พูดได้เลยว่าตราประทับอาจารย์ใหญ่เป็นเครื่องแสดงถึงอำนาจที่อาจารย์ใหญ่มีภายในสถาบันปรมาจารย์ เป็นของล้ำค่าที่ประเมินค่ามิได้

“เราจะเริ่มกันเลย!” หลังจากอธิบายจบ จ้าวปิงฉูยกมือขึ้นและกำหมัด

ครืนนนนนน!

พื้นเริ่มสั่นสะท้านเมื่อค่ายกลขนาดมหึมามีชีวิตขึ้น บางสิ่งที่ดูเหมือนตาข่ายแสงปรากฏขึ้นกลางอากาศ ครอบคลุมพื้นที่ทั่วสถาบันปรมาจารย์

ค่ายกลเกรด 7, ร่างแหเก้าวัฏจักรสวรรค์!

ทางสภาปรมาจารย์สำนักงานใหญ่ได้ส่งคนมาติดตั้งค่ายกลนี้ตั้งแต่เมื่อครั้งเริ่มก่อตั้งสถาบันปรมาจารย์หงหย่วน

มันไม่ใช่ทั้งค่ายกลจู่โจมหรือค่ายกลป้องกันตัว วัตถุประสงค์หลักของมันคือการรวบรวมเจตจำนงที่ถูกถ่ายทอดไว้ภายในหยดเลือดของผู้คนที่อยู่ในบริเวณนั้น แล้วหลอมรวม เคี่ยวกรำเข้าด้วยกันจนกลายเป็นตราประทับอาจารย์ใหญ่ขนาดเท่าฝ่ามือ

“รวบรวมหยดเลือด!”

เมื่อเห็นค่ายกลเริ่มทำงานแล้ว เหล่าปรมาจารย์ต่างก็กัดนิ้วโป้ง แล้วเลือดหยดหนึ่งของพวกเขาก็ลอยออกไป

ขณะที่เลือดแต่ละหยดสัมผัสกับร่างแหเก้าวัฏจักรสวรรค์ มันก็เริ่มส่งแสงเรืองรอง

“สร้างตราประทับอาจารย์ใหญ่!” จ้าวปิงฉูตะโกนอีกครั้งหนึ่ง หลังจากเห็นทุกคนปล่อยเลือดของตัวเองมาแล้ว

ครืนนนนนน!

ร่างแหที่อยู่บนท้องฟ้ารวมตัวเข้าด้วยกัน หลอมหยดเลือดทุกหยดเข้าเป็นหนึ่งเดียว เกิดเสียงดังสนั่นพร้อมกับแสงเจิดจ้าที่บริเวณใจกลางค่ายกล ดูราวกับการก่อกำเนิดของสิ่งประดิษฐ์ล้ำค่า

หัวหน้ามั่วจ้องมองแสงเจิดจ้าบนท้องฟ้านั้นและอดตั้งคำถามไม่ได้ “พวกคุณคิดว่าอาจารย์ใหญ่ของเราจะสร้างตราประทับได้ระดับไหน?”

แม้ทุกคนจะปล่อยหยดเลือดของตัวเองออกไปแล้ว แต่ก็บอกไม่ได้ว่าพวกเขายอมรับอาจารย์ใหญ่จางจากก้นบึ้งของหัวใจหรือไม่

ในการสร้างตราประทับอาจารย์ใหญ่ จิตใต้สำนึกของผู้นั้นจะต้องยอมรับตัวว่าที่อาจารย์ใหญ่ด้วยใจจริง ไม่มีความรู้สึกต่อต้านหรือเป็นปฏิปักษ์แม้สักนิด

เจียงชิงชิงลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะตอบว่า “พูดยาก ดูจากการบรรยายสาธารณะที่ดำเนินไปได้ด้วยดี อย่างน้อยๆคงได้ตราประทับอาจารย์ใหญ่ระดับทองคำ!”

ในเมื่อตราประทับยังสร้างไม่เสร็จ ก็ชี้ชัดอะไรออกไปไม่ได้

อย่างที่เขาว่ากัน ‘น้ำใสใจจริงซ่อนอยู่ภายใน’ แม้จะเป็นปรมาจารย์ระดับ 6 ดาว ก็ไม่อาจอ่านใจของใครต่อใครได้ทั้งหมด

แต่ดูจากการที่อาจารย์ใหญ่จางดึงดูดทุกคนไว้ได้อยู่หมัดในการบรรยายเมื่อครู่ อย่างน้อยที่สุดเขาก็น่าจะได้การยอมรับจากอาจารย์และนักเรียนในสถาบันเกิน 60% ซึ่งหมายถึงตราประทับระดับทองคำ!

การจะได้มาซึ่งตราประทับประดับทองคำนั้นใช่ว่าจะง่าย ในจำนวนอาจารย์ใหญ่ 100 กว่าคนที่ผ่านมา ตราประทับระดับทองคำก็ถือเป็นผลงานโดดเด่นแล้ว

อีกอย่าง อาจารย์ใหญ่จางยังหนุ่มและเพิ่งมาถึงสถาบันปรมาจารย์ได้เพียงเดือนเดียว แถมเดือนเดียวที่ว่านั้นก็หมดไปกับการทำลายสิ่งปลูกสร้างเสียเป็นส่วนใหญ่!

ถ้าเขาได้รับโอกาสให้เปิดการบรรยาย ได้สั่งสมชื่อเสียงและเกียรติยศมากกว่านี้ การจะสร้างตราประทับอาจารย์ใหญ่ในระดับที่สูงขึ้นย่อมง่ายเหมือนเดินเล่นชมสวน

“ผมว่ามีโอกาสได้ตราประทับถึงระดับแพลทินัมนะ” หัวหน้ามั่วออกความเห็น “แม้จะมีอาจารย์ใหญ่เพียงสองคนที่เคยได้ตราประทับระดับนี้นับตั้งแต่ก่อตั้งสถาบันเป็นต้นมา แต่ในเมื่อนี่คืออาจารย์ใหญ่จาง อะไรก็เกิดขึ้นได้!”

ตราประทับอาจารย์ใหญ่แบ่งออกเป็น 4 ระดับคือ ระดับแพลทินัม ทองคำ ทองแดง และเหล็ก

สำหรับตราประทับระดับทองแดง จะต้องได้การยอมรับจากอาจารย์และนักเรียนในสถาบันอย่างน้อยครึ่งหนึ่ง, หากได้การยอมรับ 60% จะได้ตราประทับประดับทองคำ, และ 70% สำหรับตราประทับอาจารย์ใหญ่ระดับแพลทินัม

“แพลทินัม? ฉันว่าคุณก็ยังประเมินอาจารย์ใหญ่จางต่ำไป!” เว่ยหรันเฉว่ขัดขึ้นด้วยนัยน์ตาเป็นประกาย “ตั้งแต่ยังไม่ทันเข้ามาในสถาบัน อาจารย์ใหญ่จางก็มอบแต้มของเขาให้กับผู้เข้ารับการทดสอบคนอื่นๆ เพื่อที่คนเหล่านั้นจะได้ผ่านการทดสอบ ทำให้เขาได้ใจและได้ความชื่นชมจากนักเรียนใหม่กว่า 30,000 คน ก็เพราะการยอมรับนี้ที่ทำให้พวกนั้นก่อตั้งแก๊งชวนชวนขึ้นมา แค่จำนวนสมาชิกในแก๊ง เขาก็ได้การสนับสนุนจากผู้คนในสถาบันกว่า 30% แล้ว!”

“อือ” หัวหน้าโรงเรียนคนอื่นๆพยักหน้าอย่างเห็นพ้อง

แก๊งชวนชวนไม่ได้เป็นแค่แก๊งนักเรียนที่ใหญ่ที่สุดในสถาบันปรมาจารย์ แต่ยังได้ชื่อว่ามีสมาชิกที่จงรักภักดีกับองค์กรอย่างมาก

ในเมื่อหัวหน้าแก๊งของพวกเขากลายเป็นอาจารย์ใหญ่ แน่นอนว่าไม่มีใครมีข้อโต้แย้ง

“จากนั้น เขายังเผยแพร่เทคนิคการตีเหล็กและเทคนิคบ่มเพาะกายเนื้อของผู้อาวุโสหวูหยางจื่อให้โรงเรียนช่างตีเหล็กโดยไม่เรียกร้องสิ่งใดตอบแทน สำหรับเรื่องนี้ บรรดานักเรียนของโรงเรียนช่างตีเหล็กก็ย่อมสำนึกในบุญคุณของเขาแล้ว จริงไหม?”

“เอ่อ” เจียงชิงชิงกับหัวหน้ามั่วอึ้งไปครู่หนึ่งก่อนจะพยักหน้า

แม้หัวหน้าจ้าวกับผู้อาวุโสคนอื่นๆของโรงเรียนช่างตีเหล็กจะไม่ได้ป่าวประกาศอย่างเป็นทางการถึงวีรกรรมของจางเซวียน แต่ข่าวนั้นก็รั่วไหลเข้าหูนักเรียนส่วนใหญ่แล้ว

“ในฐานะโรงเรียนที่ใหญ่เป็นอันดับ 2 ของสถาบันปรมาจารย์ ต่อให้ไม่รวมนักเรียนใหม่ โรงเรียนช่างตีเหล็กก็มีนักเรียนอย่างน้อย 30,000 คน แปลว่าตอนนี้ มีกว่า 60,000 คนแล้วที่ยอมรับอาจารย์ใหญ่จาง เขาได้ตราประทับระดับทองคำอยู่แล้วล่ะ!”

“จากนั้น เขายังท้าทายโหยวฉู่ รองหัวหน้าโรงเรียนนายแพทย์ เกิดเป็นความอึกทึกครึกโครมครั้งใหญ่ แม้จะมีนักเรียนบางส่วนมองว่าการกระทำของเขาเป็นความกระด้างกระเดื่องและหุนหันพลันแล่น แต่ส่วนใหญ่ชื่นชมอาจารย์ใหญ่จางในความกล้าหาญ และการยืนหยัดต่อสู้กับการใช้อำนาจอย่างไม่ถูกต้องของโหยวฉู่ โรงเรียนนายแพทย์นั้นใหญ่เป็นอันดับ 5 ของสถาบันปรมาจารย์ ต่อให้ตัดนักเรียนที่อยู่ในสังกัดของทั้งโรงเรียนนายแพทย์และโรงเรียนช่างตีเหล็กออกไป ก็ยังมีนักเรียนอีกกว่า 5,000 คน”

บรรดานักเรียนในสถาบันปรมาจารย์ได้รับอนุญาตให้เลือกเรียนอาชีพรองรับพร้อมๆกันได้หลายอาชีพ จึงมีนักเรียนหลายคนที่เป็นสมาชิกของหลายโรงเรียน

แต่ต่อให้ตัดสมาชิกร่วมออกไป ก็ยังมีนักเรียนอีกกว่า 5,000 คนเป็นอย่างน้อย รวมทั้งหมดก็เป็น 65,000 คนแล้ว!

“จากนั้นเขาก็สร้างความคึกโครมที่โรงเรียนนักปรุงยา เปิดการบรรยายสาธารณะ ดึงเอานักเรียนและอาจารย์ของโรงเรียนที่ใหญ่ที่สุดในสถาบันปรมาจารย์ออกมาจนหมด ซึ่งนั่นถือเป็นนักเรียนกลุ่มใหญ่ที่สุดเลยนะ ต่อให้ตัดนักเรียนที่เป็นสมาชิกร่วมของหลายโรงเรียนออกไป ก็ยังเหลืออีกกว่า 10,000 คน นั่นจะทำให้กลายเป็น 75,000 คน ซึ่งหมายความว่า 75% ของประชากรนักเรียนในสถาบันปรมาจารย์ได้ยอมรับอาจารย์ใหญ่จางแล้ว ซึ่งก็ถึงขั้นของตราประทับระดับ แพลทินัม” เว่ยหรันเฉว่พูดต่อ

“เอ่อ” ได้ยินการวิเคราะห์ของเธอ บรรดาหัวหน้าโรงเรียนอดตกตะลึงไม่ได้

เมื่อสาธยายออกมาแล้ว พวกเขาถึงได้รู้ว่าอาจารย์ใหญ่จางมีเกียรติยศชื่อเสียงมากแค่ไหนทั้งที่เพิ่งเข้ามาในสถาบันได้ไม่นาน

“ยังไม่หมดนะ เมื่อวานนี้ วีรกรรมของปรมาจารย์จางในการทำให้เหล่าอสูรแห่งสันเขาปุยเมฆยอมจำนน ได้ช่วยชีวิตนักเรียนของโรงเรียนนักฝึกอสูรและโรงเรียนศิลปะการต่อสู้ไว้ได้อีกมากมาย”

เว่ยหรันเฉว่พูดต่อด้วยแววตาตื่นเต้น “รวมๆแล้วก็มีนักเรียนราว 5,000 คน หากจะกะคร่าวๆ อาจารย์ใหญ่จางจะได้การยอมรับจากประชากรในสถาบันมากกว่า 80%!”

“80%?”

หัวหน้ามั่วกับคนอื่นๆสบตากันอีกครั้ง ก่อนจะกลืนน้ำลายเอื๊อกใหญ่ จากนั้นก็พึมพำด้วยเสียงแหบพร่า “นั่นมันตราประทับอาจารย์ใหญ่ระดับสุดยอด ใช่ไหม?”

ACAC

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

error: Content is protected !!
Exit mobile version