ตอนที่ 948 นายท่าน ผมแข็งแกร่งนะ!
แต่เผ่าพันธุ์ปีศาจจากโลกอื่นที่มีวรยุทธระดับเซียนขั้น 2 ตัวนั้นก็ไม่ได้สงสัยนาน เพราะพลังปราณที่แผ่ออกมาจากร่างของอีกฝ่ายนั้นเข้มข้นและทรงพลังมากราวกับภูเขาสูงตระหง่าน ไม่สงสัยเลยว่าอย่างน้อยจะต้องเป็นระดับราชาแน่
แม้มันจะไม่รู้ว่าอีกฝ่ายเป็นใคร แต่สิ่งหนึ่งที่แน่ใจได้ก็คือลำดับชั้นจะต้องเหนือกว่า
เมื่อเห็นเจ้าปีศาจละล้าละลัง ไม่แน่ใจว่าเกิดอะไรขึ้น จางเซวียนขมวดคิ้วอย่างไม่พอใจและตวาดกร้าว “แกไม่รู้จักแม้กระทั่งฉัน? พวกแก เอาเจ้างั่งนี่ออกไปแล้วกำจัดซะ!”
“เอ่อ”
คราวนี้ไม่ใช่แค่เผ่าพันธุ์ปีศาจจากโลกอื่นที่มีวรยุทธระดับเซียนขั้น 2 เท่านั้นที่อึ้งไป ปีศาจตัวอื่นๆที่อยู่บริเวณนั้นก็ทำอะไรไม่ถูก
พูดจาราวกับเป็นผู้นำของเราแบบนี้ แกคิดว่าแกเป็นใคร?
แกมาจากลำดับชั้นไหน?
“หรือว่า”
เผ่าพันธุ์ปีศาจจากโลกอื่นตัวที่มีระดับเซียนขั้น 2 นั้นว้าวุ่นใจเป็นที่สุด ไม่รู้ว่าควรทำอย่างไร แต่ในตอนนั้น ความคิดหนึ่งก็แวบเข้ามาในหัวและชื่อหนึ่งก็ปรากฏ หน้าของมันถอดสีด้วยความประหลาดใจ “หรือว่าคุณคือราชาใบไม้สีทอง?”
ว่ากันว่าราชาใบไม้สีทองนั้นโหดเหี้ยมและกระหายการต่อสู้ มักโจมตีผู้อื่นอยู่เสมอแม้ถูกขัดใจเพียงเล็กน้อย
เขาไม่เคยเห็นราชาใบไม้สีทองมาก่อน เคยได้ยินแต่ชื่อ แต่เท่าที่ดูจากพลังงานบริสุทธิ์ที่บุคคลตรงหน้าแผ่ออกมา ประกอบกับบุคลิกเย่อหยิ่ง ทั้งยังขู่จะฆ่าเขาทั้งที่เพิ่งพบกัน ก็อดสงสัยไม่ได้ว่าน่าจะใช่ราชาใบไม้สีทองจริง
“เอาเถอะ แกก็รู้ตัวเร็วดี ครั้งนี้ฉันจะปล่อยแกไป!” จางเซวียนเชิดหน้าและคำรามด้วยน้ำเสียงเย็นชา
“หัวหน้ากองพันที่ 214 ของราชาใบไม้เขียว, ถงเยว่ คารวะฝ่าบาท!”
เมื่อเห็นว่าเขาระบุตัวของอีกฝ่ายได้ถูกต้องแล้ว เผ่าพันธุ์ปีศาจจากโลกอื่นที่มีวรยุทธระดับเซียนขั้น 2, ถงเยว่ ถอนหายใจอย่างโล่งอกก่อนจะรีบทรุดตัวลงคุกเข่ากับพื้น จากนั้นก็อดถามอย่างสงสัยไม่ได้ “ราชาของเราบอกว่าจะมาถึงเร็วๆนี้ และสั่งให้พวกเราเตรียมการ นั่นคือเหตุผลที่เราจับตัวพวกปรมาจารย์เอาไว้ เพื่อเตรียมให้เป็นบรรณาการสำหรับรวบรวมพลังงานเพื่อทำลายฉนวน เป็นการต้อนรับการมาถึง ว่าแต่ทำไมคุณถึงมาโดยไม่มีเครื่องบรรณาการใดๆเลย?”
คงจะเป็นเรื่องโกหกหากจะบอกว่าเขาไม่งงกับการมาถึงอย่างกะทันหันของบุคคลผู้ทรงเกียรติเช่นนี้
พื้นที่ปกครองของเจ้านายโดยตรงของพวกเขา, ราชาใบไม้เขียว กับราชาใบไม้สีทองนั้นอยู่ห่างกัน ทั้งคู่จึงไม่ค่อยได้ติดต่อกันเท่าไหร่นัก
อีกอย่าง ราชาใบไม้เขียวได้จ่ายเงินมหาศาลสำหรับพิธีกรรมพิเศษ โดยเพิ่งสั่งการให้จับตัวเหล่าปรมาจารย์มาเตรียมไว้เป็นเครื่องบูชายัญ เพื่อให้เขาผ่านฉนวนและออกไปได้ พวกเขายังเตรียมการสำหรับการมาถึงของราชาใบไม้เขียวไม่เสร็จสิ้นเลย แต่ราชาใบไม้สีทองมาถึงแล้ว?
มันเกิดอะไรขึ้น?
“อะไรกัน? แกกำลังบอกให้ฉันรายงานภารกิจของฉันให้แกฟังหรือนี่?” จางเซวียนเลิกคิ้วขณะหรี่ตาอย่างดุร้าย เขาแผ่เจตนาสังหารออกมาและตวาดก้อง “เจ้าชั้นต่ำ ไร้สัมมาคารวะ แกอยากจะถูกฆ่าตายตรงนี้ใช่ไหม คิดว่าฉันไม่กล้าจัดการแกเพียงเพราะแกเป็นบริวารของราชาใบไม้เขียวหรือไง?”
“ผม” ถงเยว่ตัวแข็งขณะเหงื่อไหลอาบหน้าผาก
อีกฝ่ายมีสายเลือดราชาขณะที่เขาเป็นเพียงทหารธรรมดาสามัญ ต่อให้ราชาใบไม้สีทองสั่งฆ่าเขา ก็ไม่สงสัยเลยว่าราชาใบไม้เขียวคงไม่ช่วยเหลืออะไรแน่
นี่คือความแตกต่างด้านตัวตนและตำแหน่ง!
“ผมมิบังอาจ!” ถงเยว่รีบทรุดตัวลงคุกเข่ากับพื้นด้วยความหวาดกลัว แทบไม่กล้าหายใจเสียงดัง
เขาเคยได้ยินมานานแล้วว่ากฎเกณฑ์ต่างๆนั้นไร้ความหมายในสายตาของราชาใบไม้สีทอง และไม่มีอะไรที่อีกฝ่ายไม่กล้าทำ เขายังคิดอยู่เสมอว่าเป็นการพูดเกินจริง แต่เมื่อเห็นกับตา ก็รู้แล้วว่า ความบ้าคลั่งของเขานั้นไม่ธรรมดา
“เป็นอย่างนั้นก็ดี!” จางเซวียนคำรามก่อนจะละสายตาจากถงเยว่ เขาเดินไปชี้ที่ลู่เฟิงกับคนอื่นๆก่อนจะตั้งคำถาม “เอาพวกนี้มาทำอะไร?”
“พวกเราตั้งใจจะจับคนกลุ่มนี้มาใช้เป็นบรรณาการทำลายฉนวนสำหรับการมาถึงของราชาของเรา” ถงเยว่รีบอธิบาย
“บรรณาการ? สำหรับการมาถึงของราชาใบไม้เขียว?” จางเซวียนขมวดคิ้ว
เขาไม่รู้ว่ามันมีหลักการทํางานอย่างไร แต่ก็พอได้ความคิดคร่าวๆจากคำบอกเล่าของอีกฝ่าย
ดูเหมือนเขามาถึงทันเวลาพอดี เท่าที่ดูจากความน่าสะพรึงของทหารเหล่านี้ ถ้าราชาเผ่าพันธุ์ปีศาจจากโลกอื่นทำลายฉนวนและมาถึงล่ะก็ เมืองหลวงแห่งจักรวรรดิหงหย่วนมิกลายเป็นนรกในพริบตาหรือ?
เมื่อรู้สึกได้ถึงความหงุดหงิดของราชาใบไม้สีทอง ถงเยว่อ้าปากค้างก่อนจะนึกได้ว่าเกิดอะไรขึ้น เขาพูดต่ออย่างร้อนรน “พวกเราตั้งใจมอบให้ราชาของพวกเรา แต่ในเมื่อฝ่าบาทอยู่ที่นี่แล้ว ก็ไม่จำเป็น ผมจะสังหารเจ้าพวกนี้ทันที”
การเป็นหัวหน้ากองพันนั้นต้องการมากกว่าความแข็งแกร่ง ถงเยว่ไม่ใช่คนโง่ ทั้งยังอ่านใจได้อย่างเฉียบแหลมด้วย
แม้เขาจะไม่เคยได้ยินว่ามีความขัดแย้งระหว่างราชาใบไม้เขียวกับราชาใบไม้สีทอง แต่ในเมื่อราชาใบไม้สีทองอยู่ที่นี่แล้ว การรอคอยให้ราชาใบไม้เขียวมาถึงย่อมเป็นการหมิ่นอำนาจ และนั่นไม่ต่างอะไรกับการรนหาที่ตาย
ดังนั้น เขาจึงหันไปโบกมือสั่งการเผ่าพันธุ์ปีศาจจากโลกอื่นที่อยู่ด้านหลัง “พวกแก สังหารเจ้าพวกนี้ซะ!”
“ขอรับ หัวหน้า!” เมื่อได้ยินคำสั่ง บรรดาเผ่าพันธุ์ปีศาจจากโลกอื่นเดินแถวเข้าล้อมลู่เฟิงกับพรรคพวก โดยแผ่เจตนาสังหารออกมาท่วมท้น
“สหาย ดูเหมือนพวกเราจะมาถึงจุดจบแล้วล่ะ”
“ตั้งแต่แรกที่ผมเดินเข้ามาที่นี่ ผมก็ไม่คิดว่าจะได้กลับออกไปทั้งที่ยังมีชีวิตหรอก เจอจุดจบก็แล้วไงล่ะ? ฆ่าได้ตัวหนึ่ง ก็ได้ชดเชยความสูญเสียของผม ฆ่าได้ 2 ตัว ผมได้กำไร!”
“ฮ่าฮ่า มา! แกควรจะได้ลิ้มลองความแข็งแกร่งของท่านปู่ของแกสักหน่อย!”
“ต่อให้ผมตาย ผมก็จะต้องพาพวกมันลงนรกไปด้วยให้ได้สัก 2-3 ตัว”
เมื่อเห็นเผ่าพันธุ์ปีศาจจากโลกอื่นกำลังจะฆ่าพวกเขา เหล่าปรมาจารย์ที่ติดกับอยู่ตรงกลางต่างก็คำรามเยาะ ดูเหมือนไร้ซึ่งความกลัวโดยสิ้นเชิง
เป็นอย่างที่จางเซวียนคาดเดาไว้ ปรมาจารย์ระดับ 6 ดาวขั้นสูงสุดเหล่านี้คือผู้ที่มีวรยุทธติดขัดอยู่ที่จุดไหนสักจุด หรือไม่ก็ใกล้สิ้นอายุขัยเต็มที
นับตั้งแต่ก้าวแรกที่พวกเขาเข้ามาในอาณาจักรใต้ดิน ก็ได้เตรียมตัวเตรียมใจไว้แล้วว่าจะต้องพบกับจุดจบ
แต่ละคนเป็นปรมาจารย์มาชั่วชีวิต หากจะต้องตายระหว่างการต่อสู้กับเผ่าพันธุ์ปีศาจจากโลกอื่น ก็ถือว่าเป็นบทสรุปที่สวยงามสำหรับการเดินทางของพวกเขา ดังนั้นจึงไม่รู้สึกอะไรเมื่อได้ยินว่ากำลังจะถูกฆ่า ตรงกันข้าม สัญชาตญาณแห่งการสังหารกลับพวยพุ่งขึ้นมา
การเกิดมีอะไรให้ต้องยินดี การตายมีอะไรให้ต้องหวาดกลัว?
การสังหารเผ่าพันธุ์ปีศาจจากโลกอื่นได้หนึ่งตัวหมายถึงการเข้าใกล้ความสงบสุขของมวลมนุษยชาติ ต่อให้พวกเขาต้องจบที่ความตายก็ไม่เสียใจสักนิด
“พวกแกน่ะหาเรื่อง เหตุผลเดียวที่พวกแกยังมีชีวิตอยู่ก็เพราะเรากำลังจะใช้พวกแกเป็นบรรณาการให้กับราชาผู้ทรงเกียรติของเรา ในเมื่อราชาของเรามาแล้ว พวกแกก็ไม่จำเป็นต้องมีชีวิต!” ถงเยว่คำรามขณะเงื้อมือ
พรึ่บ!
เผ่าพันธุ์ปีศาจจากโลกอื่นจำนวนมากเงื้อมือขึ้นพร้อมๆกันขณะที่แผ่พลังงานสังหารออกมา
พลังงานนั้นเข้มข้นและมีอานุภาพทำลายล้าง หากถูกปล่อยออกมา เหล่าปรมาจารย์ที่บาดเจ็บสาหัสอยู่แล้วจะต้องตายแน่
จางเซวียนขมวดคิ้วและตวาดเสียงดังลั่น “รอก่อน!”
เมื่อได้ยินเสียงตวาด เผ่าพันธุ์ปีศาจจากโลกอื่นที่เตรียมพร้อมจะโจมตีก็หยุดกึกในทันที ถงเยว่หันไปมองจางเซวียนอย่างสงสัย
ราชาใบไม้สีทองนั้นเป็นที่รู้กันว่าเจ้าเล่ห์และโหดเหี้ยม ไม่เคยลังเลที่จะคร่าชีวิตใคร นี่คือเหตุผลที่ถงเยว่หวาดกลัวเขา ทำไมจู่ๆอีกฝ่ายถึงบอกให้หยุด?
“ไว้ชีวิตพวกมันก่อน ฉันมีคำถามจะถามพวกมัน” จางเซวียนสั่งการอย่างเย็นชา
จากประสบการณ์ของเขาในการปลอมตัวเป็นปรมาจารย์หยาง เขาได้เรียนรู้ศาสตร์แห่งการแสร้งวางตัวเป็นผู้เชี่ยวชาญ ประกอบกับรังสีทำลายล้างอันทรงพลังที่ไอ้โหดแผ่ออกมา จางเซวียนได้สร้างภาพของความประทับใจแรกพบอันน่าเกรงขาม ซึ่งทำให้เขามีอำนาจมากขึ้นอีก
“ขอรับ!” เมื่อได้ยินว่าราชาใบไม้สีทองมีคำถามจะถามเหล่าปรมาจารย์ ถงเยว่รีบโบกมือเพื่อสั่งการให้เผ่าพันธุ์ปีศาจที่เหลือหยุด
แต่ถึงอย่างนั้นพวกมันก็ไม่ได้การ์ดตก ต่างตีวงล้อมรอบตัวปรมาจารย์เอาไว้ พร้อมที่จะเข้าโจมตีทันทีหากใครคิดหนี
“ไม่ทราบว่าฝ่าบาทมีอะไรจะถามพวกมัน ผมจะสั่งการให้คนของเราไปถามให้” ถงเยว่หันไปประสานมือพูดกับจางเซวียนอย่างนอบน้อม และด้วยความที่เกรงว่าอีกฝ่ายจะเข้าใจผิด เขารีบเสริม “ปรมาจารย์พวกนี้ทั้งดื้อด้านและโง่เง่า ถ้าไม่ใช้วิธีการพิเศษล่ะก็ ไม่มีทางได้ข้อมูลจากพวกมันหรอก!”
ตัวเขาเพิ่งมาถึงอาณาจักรใต้ดินได้ไม่นาน แต่ได้ใกล้ชิดกับปรมาจารย์หลายคน เจ้าพวกนี้มีศรัทธาอย่างเหนียวแน่นในภารกิจของตัวเอง ทำให้แทบเป็นไปไม่ได้เลยที่จะเค้นเอาข้อมูลที่เป็นประโยชน์จากพวกมันหากใช้วิธีการสอบถามแบบธรรมดา
คนที่ไม่เกรงกลัวแม้กระทั่งความตายจะพ่ายแพ้ให้กับการสอบสวนแบบทั่วๆไปได้อย่างไร?
จางเซวียนเอาสองมือไพล่หลัง แล้วตอบด้วยเสียงแหบห้าวขณะจ้องมองไปข้างหน้าราวกับจะพิจารณาเรื่องสำคัญของโลก “ไม่จำเป็นหรอก เรื่องนี้เกี่ยวข้องกับความลับสุดยอดที่พวกแกไม่สมควรจะล่วงรู้ เอาเป็นว่าแกแค่หาที่เงียบๆเพื่อให้ฉันไปซักถามพวกมันเป็นการส่วนตัวก็พอ!”
พร้อมกันนั้น เขาก็แผ่รังสีอันล้ำลึกเกินหยั่งออกมา
“ขอรับ” เมื่อได้ยินว่าอีกฝ่ายต้องการจะซักถามเหล่าปรมาจารย์เป็นการส่วนตัว ถงเยว่ลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนประสานมือ “ฝ่าบาท ค่ายพักชั่วคราวของพวกเราอยู่ไม่ไกลจากที่นี่ ทำไมเราไม่ไปจัดการเจ้าปรมาจารย์พวกนี้ที่นั่นล่ะ? วิธีนี้จะป้องกันไม่ให้พวกมันหนีได้ด้วย!”
“อือ” จางเซวียนพยักหน้า
เขาบอกได้ว่าถงเยว่ยังคลางแคลงใจ ซึ่งก็เป็นธรรมดา เพราะเขาโผล่มาจากไหนก็ไม่รู้ ดังนั้นจึงออกจะผิดปกติหากเขาพยายามจะพาปรมาจารย์พวกนี้ไปตามอำเภอใจ
คงจะต้องถ่วงเวลาและรอโอกาสเหมาะๆ
อีกอย่าง วัตถุประสงค์ของเขาก็เพื่อตรวจสอบสถานการณ์ของเผ่าพันธุ์ปีศาจจากโลกอื่นและกำจัดภัยคุกคามที่ซุ่มอยู่ในความมืด จึงเป็นโอกาสดีที่จะได้สำรวจสถานการณ์โดยรอบ
“ทางนี้เลยขอรับ” ถงเยว่พยักหน้าแล้วรีบนำทางไป
จางเซวียนไม่พูดอะไร เขาลอยตัวขึ้นไปกลางอากาศและตามหลังถงเยว่ไปขณะแอบถามไอ้โหด “ราชาใบไม้สีทองที่มันพูดถึง แกเคยได้ยินชื่อหรือเปล่า?”
“ผมจะไปรู้จักเจ้ารุ่นน้องพวกนี้ได้อย่างไร? ถงเยว่ก็น่าจะไม่เคยพบราชาใบไม้สีทองเหมือนกัน และคิดว่าคุณเป็นเขาเพราะพลังปราณที่ทรงพลังและบริสุทธิ์”
จากนั้นไอ้โหดก็ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะอธิบายต่อ “ลำดับอาวุโสของเผ่าพันธุ์ปีศาจจากโลกอื่นนั้นเข้มงวดมาก ยิ่งมีปราณสังหารที่บริสุทธิ์มากขึ้นเท่าไหร่ ก็ยิ่งมีสถานภาพสูงขึ้นเท่านั้น นิ้วของผมเพิ่งจะฟื้นคืนสภาพ และยังห่างไกลกับการปล่อยพละกำลังเต็มที่อย่างเมื่อครั้งที่ผมยังดีๆอยู่ แต่ถึงอย่างนั้นพลังปราณที่ออกมาก็ยังเหนือชั้นกว่าชนชั้นธรรมดาสามัญอย่างพวกมัน!”
“อือ” จางเซวียนพยักหน้า
เขาเองก็คิดแบบนี้เช่นกัน
ไอ้โหดเคยเป็นจักรพรรดิที่แข็งแกร่งที่สุดคนหนึ่งของเผ่าพันธุ์ปีศาจจากโลกอื่นเมื่อครั้งที่ยังอยู่ในสภาพดี แม้ตอนนี้นิ้วของเขาจะอ่อนแอลงมาก แต่ความบริสุทธิ์ของพลังงานที่แผ่ออกมาก็ยังเหนือชั้นกว่าเจ้าพวกนี้มาก
อีกอย่าง การปลอมตัวของเขาก็เกือบจะสมบูรณ์แบบ จึงไม่แปลกที่อีกฝ่ายจะคิดว่าเขาเป็นราชาใบไม้สีทองหรืออะไรทำนองนั้น
“ด้วยพละกำลังของแกในตอนนี้ แกสู้กับเจ้าพวกนี้ไหวไหม?” จางเซวียนถาม
เป็นการไม่ปลอดภัยที่จะปล่อยให้เผ่าพันธุ์ปีศาจจากโลกอื่นกลุ่มใหญ่เดินเปะปะอยู่ในอาณาจักรใต้ดิน ถ้าไอ้โหดสามารถจัดการเจ้าพวกนี้ได้ เขาก็คงจะไม่ต้องลำบากมากนักในการกำจัดพวกมันภายหลัง
“การโจมตีที่ทรงพลังที่สุดเท่าที่ผมมีอยู่ตอนนี้คือเจตนาสังหาร มันใช้การได้ดีกับเผ่าพันธุ์อื่นๆ แต่กับเผ่าพันธุ์ปีศาจจากโลกอื่นด้วยกันล่ะก็ ผมเกรงว่าประสิทธิภาพของมันจะใช้ไม่ได้” ไอ้โหดตอบอย่างกระอักกระอ่วน
ตัวเขาคุยโวโอ้อวดถึงความทรงพลังของตัวเองมาตลอด แต่พอถึงคราวต้องใช้จริง ก็กลับกลายเป็นใช้การไม่ได้
ถึงจะได้พละกำลังกลับคืนมาพอสมควรแล้ว แต่ก็ยังยากที่จะรับมือกับคู่ต่อสู้พร้อมกันทีเดียวมากๆ
การโจมตีที่แข็งแกร่งที่สุดของเขาคือเจตนาสังหาร ซึ่งใช้ได้ผลดีกับเหล่าปรมาจารย์และอสูรระดับเซียน ผู้ที่ถูกเจตนาสังหารโจมตีเข้าไปจะตัวแข็งทื่อและสูญเสียพลังไปในทันที
แต่กับเผ่าพันธุ์ปีศาจพวกนี้ พวกมันก็ฝึกฝนปราณสังหารเช่นกัน เจตนาสังหารของเขาจึงแทบทำอะไรไม่ได้เลย
“เข้าใจแล้ว”
เห็นไอ้โหดปฏิเสธทันควันแบบนั้น จางเซวียนส่ายหัวอย่างจนปัญญาขณะพึมพำกับตัวเอง “ฉันกำลังคิดอยู่ว่าแกจะเก่งกาจสักแค่ไหน ไม่นึกเลยว่าแกจะไม่ต่างอะไรจะหอกพังๆเล่มหนึ่ง ใช้การไม่ได้เมื่อถึงเวลา”
ได้ยินคำนั้น ไอ้โหดแทบจะปล่อยโฮ
นายท่าน ผมไม่ใช่หอกพังๆนะ ผมแข็งแกร่ง แข็งแกร่งมากทีเดียวล่ะ!
