ตอนที่ 312 : ไม่เนียน
เมื่อเดอร์ริคอธิบายคุณสมบัติของโอสถการ์เดียนครบทุกข้อ ไคลน์บังคับให้เดอะเวิร์ลเปล่งเสียงตอบ
“ข้อมูลครบถ้วนมาก การแลกเปลี่ยนเป็นอันเสร็จสิ้น”
ขณะสุ้มเสียงของเดอะเวิร์ลไม่ทันจางหาย เดอะฟูลทำการลบกำแพงเสียงและภาพรอบตัวจัสติส แฮงแมน เดอะซัน และเมจิกเชียน
หลังจากบรรยากาศเข้าสู่ความเงียบงันหลายอึดใจ เดอะเวิร์ลมองไปรอบตัวและสวมรอยยิ้ม
“ผมหมดคำถามแล้ว”
ในเวลาเดียวกัน เมื่อฟอร์สเริ่มตระหนักถึงระเบียบและขั้นตอนอย่างคร่าวภายในชุมนุมทาโรต์ เธอเกิดความต้องการจะซื้อสูตรโอสถลำดับแปด นักตุกติก จากเส้นทางผู้ฝึกหัด
หญิงสาวยังคงจำได้แม่นยำ มิสเตอร์ฟูลเคยกำชับให้ตนรีบพัฒนาลำดับพลัง เพราะความทุกข์ทรมานในคืนจันทร์เต็มดวงเกิดจาก ‘ระดับตัวตน’ ของเธอต่ำเกินไป
ฟอร์สจึงต้องการสูตรผลิตโอสถนักตุกติกเป็นอย่างมาก
แต่ถ้าเป็นอย่างนั้น เราก็ต้องเปิดเผยเส้นทางตัวเอง…ไม่สิ อาจไม่ใช่เรื่องแย่นัก ยิ่งเข้าร่วมชุมนุมบ่อยครั้ง แต่ละคนก็จะยิ่งสนิทสนมและรับรู้พลังของกันและกันอยู่ดี…ขอแค่ไม่เปิดเผยตัวตนบนโลกจริงก็พอ…ช่วงนี้คงต้องปิดบังเรื่องส่วนตัวเพื่อรอดูท่าทีไปก่อน…
หลังจากตรึกตรองอย่างใจเย็น ฟอร์สเปิดปากพูดกับทุกคน
“ดิฉันต้องการสูตรโอสถนักปรุงยาและนักตุกติก ขอจ่ายเป็นเงินสด”
เธอจงใจเพิ่มโอสถนักปรุงยาเข้าไปเพื่อไม่ให้สมาชิกคนอื่นเดาเส้นทางถูก แต่ถ้าใครพร้อมขาย ฟอร์สก็ยินดีซื้อไว้ด้วยความเต็มใจ เพราะสามารถนำไปขายให้ไวเคาต์กายลินได้ในราคาสูงกว่าเดิม ไม่ว่าจะมองมุมใด การเพิ่มสูตรโอสถนักปรุงยาเข้าไปก็จะมีแต่ผลดี
เรื่องเงินไม่ใช่ปัญหา ฟอร์สไม่ได้ขาดแคลนเลยสักนิด ในฐานะนักเขียนนิยายขายดี เธอมีนักอ่านตัวยงคอยเพิ่มยอดเงินในบัญชีอย่างต่อเนื่อง ไม่เพียงเท่านั้น ฟอร์สยังมีรายได้จากทางอื่นซึ่งค่อนข้างมั่นคง เช่นการรับงานจากคุณหนูออเดรย์คนสวย ลำพังงานคีลิงเกอร์และราชทูตเบเคอร์ลันก็ทำเงินให้เธอได้มากถึง หกร้อยห้าสิบปอนด์แล้ว
ซิลผู้น่าสงสาร…หล่อนนำเงินบางส่วนไปช่วยจุนเจือครอบครัวผู้เสียชีวิตในคดีลาเนวุสทั้งสองราย ถ้ามิสออเดรย์ทราบเรื่องนี้ เธอจะยอมช่วยสมทบไหมนะ? หืม ถ้าจำไม่ผิด เศษกระดาษพระนามเต็มอันสูงส่งของมิสเตอร์ฟูลถูกซ่อนอยู่ในหนังสือของไวเคาต์กายลิน แปลว่าบรรพบุรุษของเขาเคยอยู่ในชุมนุมทาโรต์มาก่อนหรือ? บางที ชุมนุมลับแห่งนี้อาจจัดขึ้นอย่างต่อเนื่องมาตลอดสิบปี หรือหลายร้อยปี…
ฟอร์สเหม่อลอยคิดเรื่อยเปื่อย
ถัดจากเธอไปสองเก้าอี้ จัสติส ออเดรย์ เกิดความประหลาดใจเล็กน้อยเมื่อได้ยินความต้องการของฟอร์ส แต่เพียงไม่นานก็คิดหาเหตุผลรองรับได้
เธอคือฟอร์สไม่ผิดแน่! โอสถนักตุกติกมีไว้สำหรับตัวเอง และโอสถนักปรุงยามีไว้สำหรับขายต่อให้กายลิน! แถมการทำเช่นนี้ยังจะช่วยให้สมาชิกคนอื่นเดาทางไม่ออก…
ออเดรย์พยักหน้ากับตัวเอง หลังจากมั่นใจตัวจริงของเมจิกเชียน
ลำดับของสตรีผู้นี้ต่ำมาก ถ้าไม่ใช่เก้า ก็คงไม่สูงไปกว่าแปด…แต่มิสเตอร์ฟูลอาจดึงหล่อนมาจากดินแดนประหลาดเหมือนกับเดอะซัน…ถึงจะพูดสำเนียงเบ็คลันด์ แต่ก็ไม่ได้แปลว่าเธอต้องเป็นชาวโลเอ็นเสมอไป…
แฮงแมนเฝ้าสังเกตสมาชิกใหม่ คอยระแวงว่าอีกฝ่ายอาจเป็นภัยคุกคามกับตัวเอง
เดอะซันเดอร์ริคคิดน้อยกว่าใครทั้งหมด เด็กหนุ่มสนเพียงว่า มิสเมจิกเชียนมาจากดินแดนเทพทอดทิ้งเหมือนกับตน หรือดินแดนเดียวกับแฮงแมนและจัสติสกันแน่
ขณะเดียวกัน เมื่อไคลน์ได้ยินข้อเรียกร้องของเมจิกเชียน มันทราบทันทีว่า ชื่อโอสถสองชนิดดังกล่าวจะทำให้มิสจิสตัสมั่นใจตัวตนแท้จริงของเมชิกเชียน
อีกฝ่ายเป็นถึงนักอ่านใจ แถมยังเป็นคนใกล้ตัว เมจิกเชียนย่อมไม่มีทางปิดบังตัวจริงได้นานอยู่แล้ว…ต่อให้คอยระวังตัวและพูดจากำกวมอย่างมากก็ตาม…
ไคลน์ถอนหายใจแผ่ว มันค่อนข้างเห็นใจมิสเมจิกเชียนในเรื่องนี้ เธอเสียเปรียบกว่าใครทั้งหมด เพราะไม่มีสมาชิกคนใดถูกล่วงรู้ตัวจริงเหมือนกับเธอ
ชายหนุ่มเว้นวรรคหนึ่งลมหายใจ ก่อนจะควบคุมให้เดอะเวิร์ลส่งเสียง
“ผมมีสูตรโอสถนักปรุงยา สองร้อยสามสิบปอนด์ สำหรับโอสถนักตุกติก ผมจะพยายามหามาให้ได้ แต่ไม่ขอรับประกันผลลัพธ์”
เดิมที ไคลน์หวังครอบครองสูตรโอสถนักปรุงยาเพื่อปลุกปั้นผู้ช่วยส่วนตัว ไปพร้อมกับการขายทำเงินอยู่แล้ว สองสิ่งนี้ควรดำเนินควบคู่กันไป และการปล่อยโอสถนักปรุงยาจะไม่สร้างความเสียหายให้สังคมเหมือนกับโอสถเส้นทางแม่มด ชายหนุ่มจึงชิงพูดก่อนจะถูกขายตัดหน้าโดยเดอะซันหรือแฮงแมน
ในส่วนของโอสถนักตุกติก ไคลน์มีแนวทางรองรับล่วงหน้า
ไม่ว่าจะมองมุมใด ‘มาสเตอร์คีย์’ จากบิชอปยูทรอฟสกี้ คือสมบัติวิเศษจากลำดับเก้า ของเส้นทางผู้ฝึกหัด โดยลำดับ แปด ก็คือนักตุกติก แปลว่าถ้าตนทำนายหาต้นกำเนิดของมาสเตอร์คีย์ได้ ก็อาจได้พบเบาะแสเกี่ยวกับลำดับอื่นในเส้นทางผู้ฝึกหัดเช่นกัน
ในทางทฤษฎี สูตรโอสถเส้นทางผู้ฝึกหัดสามารถหาได้จากการถาม ‘มิสเตอร์ประตู’ โดยตรง แต่ปัจจุบัน มิสเมจิกเชียนยังไม่แข็งแกร่งพอจะทนฟังเสียงเพรียกในคืนจันทร์เต็มดวงไหว…และในทางกลับกัน เพื่อจะให้เธอแข็งแกร่งขึ้นและทนฟังเสียงดังกล่าวได้นาน สูตรโอสถลำดับถัดไปคือสิ่งจำเป็น จึงเกิดเป็นเงื่อนไขวนเวียนเช่นนี้ไม่รู้จบสิ้น…
ไคลน์รำพัน
เมจิกเชียนไม่รีบร้อนขานตอบเดอะเวิร์ลในทันที เธอกวาดสายตาไปทางจัสติส แฮงแมน และเดอะซัน เพื่อพิจารณาท่าทีตอบสนองของคนเหล่านั้น และพบว่าไม่มีใครต้องการแลกเปลี่ยนกับตน
คงไม่มีใครครอบครองสูตรโอสถนักปรุงยาและนักตุกติกแล้ว…
“มิสเตอร์เวิร์ล สำหรับสูตรโอสถนักตุกติก ดิฉันอยากให้คุณช่วยเร่งมือสักนิด” ฟอร์สเว้นวรรคหนึ่งลมหายใจ “ในทางกลับกัน ตัวฉันสามารถซื้อสูตรนักปรุงยาได้ทันที แต่ไม่ทราบว่าต้องจ่ายเงินด้วยวิธีใด?”
ดูเหมือนเดอะเวิร์ลก็จะเป็นชาวโลเอ็นเหมือนกับตน ดังนั้น เขาน่าจะยอมรับการแลกเปลี่ยนด้วยทองปอนด์ของโลเอ็น สำหรับทวีปเหนือ ไม่มีสิ่งใดมีอำนาจการแลกเปลี่ยนสูงเท่าทองปอนด์ของโลเอ็นอีกแล้ว…
ขณะซักถาม ฟอร์สเพ่งมองใบหน้าของเดอะเวิร์ลอย่างละเอียด เธอหวังเก็บของมูลสมาชิกภายในชุมนุมให้มากเข้าไว้
เดอะเวิร์ลไม่ถือสาขณะถูกอีกฝ่ายจ้องหัวจรดเท้าราวกับจับผิด เพียงกล่าวด้วยเสียงแหบพร่าอันเป็นเอกลักษณ์
“หลังจากกลับโลกจริง คุณสามารถประกอบพิธีกรรมสังเวยเงินให้มิสเตอร์ฟูลได้ทันที เพียงเท่านี้ก็เสร็จสิ้นการแลกเปลี่ยน พิธีกรรมสังเวยประกอบด้วย…”
พิธีกรรมสังเวย? มิสเตอร์ฟูลรับพิธีกรรมสังเวยได้ด้วยหรือ…ระดับตัวตนของท่านสูงถึงเพียงนั้นเชียว? ไม่แปลกใจแล้วว่า ทำไมท่านถึงกล้าใช้คำพูดแบบนั้นกับเจ้าของเสียงเพรียกในคืนจันทร์เต็มดวง…
ขณะฟอร์สตั้งใจฟังและจดจำ สมองเกิดความประหลาดใจไม่น้อย แต่ก็พอจะหาเหตุผลรองรับได้
หลังจากอธิบายพิธีกรรมจบ ไคลน์บังคับเดอะเวิร์ลเขียนสูตรโอสถนักปรุงยา และยื่นให้มิสเมจิกเชียนโดยตรง
“การแลกเปลี่ยนของพวกเรามีมิสเตอร์ฟูลเป็นประจักษ์พยาน จึงไม่ต้องกังวลว่าสูตรโอสถจะเป็นของปลอม”
“ดิฉันเชื่อในมิสเตอร์ฟูล” ฟอร์สพยักหน้ารับเล็กน้อย ก่อนจะคลี่กระดาษออกและพยายามบันทึกรายละเอียดลงในความทรงจำ
ทันใดนั้น ออเดรย์เกิดความเป็นห่วงเพื่อน เธอไม่ต้องการให้ฟอร์สเสียเวลาจำสูตรโอสถโดยไม่จำเป็น จึงช่วยเสนอแนะ
“คุณไม่ต้องนั่งจำทั้งหมดก็ได้ หลังจากประกอบพิธีกรรมสังเวยให้ท่านมิสเตอร์ฟูลเสร็จ ค่อยขานพระนามเต็มอันสูงส่งอีกครั้งเพื่อฉายภาพความทรงจำภายในมิติแห่งนี้”
‘ท่าน’? มิสจัสติสถึงขั้นใช้คำเรียกเทพกับมิสเตอร์ฟูลเลยหรือ…ต่อให้ท่านคือเทพองค์ใดองค์หนึ่งจริง แต่การเสียเวลาช่วยสมาชิกชุมนุมทำเรื่องเล็กน้อยแบบนี้ ไม่สิ้นเปลืองแรงไปหน่อยหรือ…จริงสิ แม้แต่เจ็ดเทพจารีตก็ยังตอบสนองต่อพิธีกรรมพื้นฐานของสาวกโบสถ์เป็นระยะ นับประสาอะไรกับมิสเตอร์ฟูล…
ฟอร์สหันไปกล่าวกับจัสติส
“ขอบคุณสำหรับคำแนะนำ คุณช่างมีคุณธรรมสมกับชื่อจัสติส”
“…” ออเดรย์รู้สึกผิดขึ้นมาทันที
ทันใดนั้น เด็กสาวตระหนักว่าตนหลงลืมเรื่องสำคัญไป จึงรีบหันกลับไปถามอีกฝ่าย
“มิสเมจิกเชียน คุณทราบถึงเทคนิคสวมบทบาทหรือไม่?”
“เทคนิคสวมบทบาท?” ฟอร์สขมวดคิ้ว เธอจ้องมองจิสตัสด้วยสีหน้าฉงน
ขณะเดียวกัน หญิงสาวสัมผัสได้ว่า สมาชิกคนอื่นอย่างแฮงแมน เดอะซัน และเดอะเวิร์ล ไม่มีท่าทีตอบสนองกับวลี ‘เทคนิคสวมบทบาท’ แปลว่าพวกเขาทราบความหมายอยู่ก่อนแล้ว
การชุมนุมในวันนี้ทำให้เรารู้สึกเหมือนเด็กบ้านนอกเข้ากรุง…สมัยเพิ่งเดินทางมายังเบ็คลันด์ได้ไม่นาน…แต่เราเคยเข้าร่วมชุมนุมลับมาหลายแห่งแล้วนะ!
ฟอร์สรำพันตัดพ้อ ใจหนึ่งกำลังหดหู่ แต่อีกใจหนึ่งก็ยินดีปรีดา
เธออยากแต่งนิยายเรื่องใหม่โดยใช้ประสบการณ์ในวันนี้เป็นแรงบันดาลใจ และชื่อของมันก็คือ
“มิสวอลล์ตะลุยดินแดนความฝัน”
“ยังไม่ทราบสินะคะ” ออเดรย์มั่นใจจากพลังพิเศษของตัวเอง ผนวกกับพฤติกรรมของอีกฝ่าย
เด็กสาวหันไปมองยังบุคคลหัวมุมโต๊ะทองแดงยาว ผู้ร่างกายถูกรายล้อมด้วยกลุ่มหมอกสีเทา
“มิสเตอร์ฟูล ดิฉันขออธิบายเทคนิคสวมบทบาทให้มิสเมจิกเชียนฟังได้ไหมคะ? และถ้าได้ ท่านต้องการให้เธอแลกเปลี่ยนด้วยสิ่งใด?”
แต่ไหนแต่ไร มิสเตอร์ฟูลยอมรับการแลกเปลี่ยนด้วยไดอารีจักรพรรดิโรซายล์เท่านั้น…ออรเดย์จึงฉุกคิดได้กะทันหันว่า บนโลกจริง ตนและฟอร์สเข้าร่วมชุมนุมลับอื่นคล้ายคลึงกันมาก ดังนั้นในอนาคต พวกเธอคงต้องแย่งชิงไดอารีเพื่อแลกเปลี่ยนกับมิสเตอร์ฟูล
ว่ากันตามตรง เรื่องดังกล่าวไม่เป็นปัญหาในระยะยาวสักเท่าไร ในไม่ช้าก็เร็ว ฟอร์สต้องทราบอยู่ดีว่า มิสเตอร์ฟูลยอมรับการแลกเปลี่ยนด้วยไดอารีจักรพรรดิโรซายล์เท่านั้น…
ขณะเดียวกัน ตัวเราเองก็มีชุมนุมลับอื่นให้เข้าร่วม ไม่ถึงกับต้องแก่งแย่งไดอารีอย่างเอาเป็นเอาตาย…
แต่ปัญหาเร่งด่วนในปัจจุบันคือ ฟอร์สรู้ว่าตัวเรา ‘มิสออเดรย์’ มีไอดารีจักรพรรดิโรซายล์เป็นจำนวนมาก ถ้าหากเธอทราบว่ามิสเตอร์ฟูลต้องการพวกมัน ฟอร์สก็จะรีบติดต่อหาเรา ‘มิสออเดรย์’ เพื่อขอยืมไอดารีมาแลกเปลี่ยนกับมิสเตอร์ฟูล… แต่มิสเตอร์ฟูลเคยอ่านไดอารีของเราหมดทุกแผ่นแล้ว หากท่านได้รับไดอารีซ้ำ คงเกิดความไม่พอใจแน่…
ไม่ได้การ! หลังจบการชุมนุมในวันนี้ เราต้องหาโอกาสบอกฟอร์สว่า ไดอารีจักรพรรดิโรซายล์ทั้งหมดสูญหายไปด้วยอุบัติเหตุ…
ออเดรย์จินตนาการผลกระทบลูกโซ่ซึ่งอาจเกิดขึ้นในอนาคต จึงพยายามส่งสายตาบอกใบ้ให้เดอะฟูลตระหนักถึงปัญหากล่าว
จัสติสกำลังบอกใบ้อะไรเรา?
หืม…เข้าใจแล้ว เธอทราบว่ามิสเมจิกเชียนคือมิสฟอร์ส และไม่อยากเปิดเผยตัวตนของเธอในชุมนุมทาโรต์ จึงไม่ต้องการให้เราแลกเปลี่ยนโดยใช้ไดอารีจักรพรรดิโรซายล์เหมือนกับทุกครั้ง จะได้ไม่เกิดผลกระทบลูกโซ่ตามมาภายหลัง…
ไคลน์หัวเราะคิกคักขณะครุ่นคิด
“ตัดสินใจเอาเองได้เลย รางวัลดังกล่าวเป็นของเจ้า เราเบื่อหน่ายกับการพูดเรื่องเดิมซ้ำหลายหน”
ผมไม่ได้ผิดคำสาบานนะครับ ท่านเทพธิดา…ไคลน์เสริม
มิสเตอร์ฟูลจงเจริญ! ออเดรย์กล่าวคำสรรเสริญด้วยสีหน้ายินดีปรีดา
เด็กสาวเหยียดหลังตรงพร้อมกันเชิดคางขึ้นเล็กน้อย
“เทคนิคสวมบทบาทคือวิธีทำให้โอสถถูกย่อยได้เร็วขึ้น ขณะเดียวกันก็ช่วยลดอัตราการคลุ้มคลั่งของผู้วิเศษ คุณต้องการทราบข้อมูลนี้ไหม?”
มีวิธีแบบนั้นด้วยหรือ?
มิสเตอร์ฟูลเป็นถึงตัวตนยิ่งใหญ่ ท่านไม่มีทางโกหกเรื่องเล็กน้อยเช่นนี้แน่…
ฟอร์สกะพริบตาถี่พร้อมกับเม้มริมฝีปากอย่างสนใจ
“ต้องการ!”
สำหรับผู้วิเศษทุกคน มีใครบางไม่ต้องการทราบสุดยอดเทคนิคดังกล่าว? ฟอร์สขนลุกซู่
ออเดรย์ก้มหน้าตรึกตรอง
“แต่มีเงื่อนไขสองข้อ ข้อแรกคือ หากไม่ได้รับอนุญาตจากมิสเตอร์ฟูล คุณห้ามนำความเทคนิคดังกล่าวไปเผยแพร่ให้ผู้อื่นเด็ดขาด และข้อสอง ต้องจ่ายเงินสองร้อยปอนด์”
ในตอนแรก ออเดรย์คิดจะเก็บเงินฟอร์สเทียบเท่ากับมูลค่าของไดอารีจักรพรรดิโรซายล์ เพราะสมัยอดีต เธอและแฮงแมนต้องแลกเปลี่ยนกับข้อมูลเทคนิคสวมบทบาทด้วยไดอารีจำนวนหนึ่ง
แต่หากนำราคาของไดอารีมาแปลงเป็นเงินตราอย่างเถรตรง เงินจำนวนดังกล่าวจะน้อยจนไม่คู่ควรกับเทคนิคสวมบทบาทแสนสำคัญ
ไดอารีจักรพรรดิโรซายล์ถูกซื้อขายกันในราคาต่ำมากเพราะไม่มีใครถอดรหัสมันออก ไม่ใช่เพราะมันหาง่าย ออเดรย์จึงตัดสินใจเพิ่มมูลค่าแลกเปลี่ยนด้วยตัวเอง
หืม…ผู้รับใช้ของมิสเตอร์คงไม่ได้เดือดร้อนเรื่องเงินในช่วงนี้ ถ้าอย่างนั้น เราต้องเก็บเงิน สองร้อยปอนด์เอาไว้เอง และค่อยนำเงินดังกล่าวไปซื้อไดอารีมาใช้คืนมิสเตอร์ฟูลภายหลัง…
ออเดรย์คำนวณทุกสิ่งอย่างรอบคอบ
สองร้อยปอนด์? วิธีลดความเสี่ยงของอาการคลุ้มคลั่งมีมูลค่าแค่สองร้อยปอนด์? ไม่ถูกไปหน่อยหรือ…
ด้วยความกังวลว่ามิสจัสติสจะเปลี่ยนใจ เมจิกเชียนรีบขานตอบด้วยสีหน้ายินดี
“ตกลง!”
เมื่อกล่าวจบ ฟอร์สบังเกิดความรู้สึกหดหู่เล็กน้อย เนื่องจากเงินในบัญชีธนาคารหายไปในพริบตาราวกับถูกโจรปล้น
………………….
