ตอนที่ 323 : คาถาเปิดผนึก
ไคลน์ไม่พบสิ่งพิเศษบนแผ่นคั่นหนังสือ
และภาพเหมือนของโรซายล์ก็มิได้แปลกหูแปลกตาสักเท่าไร เพราะภาพวาดลักษณะนี้ได้กระจายอยู่ทั่วทั้งพิพิธภัณฑ์แห่งชาติ เป็นภาพขณะโรซายล์อยู่ในวัยกลางคน
ไคลน์พลิกสลับแผ่นคั่นไปมา สายตาเพ่งพิจารณาอย่างพิถีพิถัน จนกระทั่งจะพบรอยเข็มเจาะขนาดเล็ก เป็นอย่างอื่นไม่ได้นอกจากตำหนิฝีมือมิสจัสติส
มันพยายามถ่ายพลังวิญญาณเข้าไป แต่ผลลัพธ์กลับไม่แตกต่างจากวัตถุธรรมดาเลยสักนิด คือพลังวิญญาณไหลผ่านไปโดยไม่มีการตอบสนอง และไม่แสดงอาการผิดปรกติใดออกมาให้เห็น ผิดไปจากวัตถุของโลกผู้วิเศษ
จริงสิ โรซายล์เคยบอกว่า มันต้องการมอบไพ่เย้ยเทพให้กับคนมีวาสนาเท่านั้น คำพูดนี้หมายถึง อีกฝ่ายไม่ต้องเป็นผู้วิเศษก็ได้…
ไคลน์ก้มหน้าตรึกตรองก่อนจะเปล่งถ้อยคำภาษาฟุซัคแผ่วเบา
“ราชาโจรสลัด!”
แผ่นคั่นหนังสือยังคงเงียบงัน
มันลองอีกหลายภาษา ไม่ว่าจะเป็นฟุซัคโบราณ อินทิส โลเอ็น รวมถึงภาษาชนิดอื่น แต่ผลลัพธ์ก็เหมือนกันทั้งหมด
ส่วนภาษาเกี่ยวพันกับโลกผู้วิเศษโดยตรงอย่างคนยักษ์ เอลฟ์ หรือมังกร ไคลน์ทดสอบโดยไม่คาดหวังมากนัก โอกาสเป็นไปได้ต่ำมากเนื่องจากข้อจำกัดในหลายด้าน
และเป็นไปตามคาด ทั้งหมดล้มเหลว
ไม่กี่วินาทีถัดมา ไคลน์ทดลองกล่าวเป็นภาษาฟุซัคด้วยคำอื่น
“วันพีช!”
และเหมือนเช่นเคย แผ่นคั่นหนังสือบนฝ่ามือยังคงแน่นิ่ง ไม่ปรากฏสัญญาณแปลกปลอมให้สัมผัสถึง
ไคลน์ทวนซ้ำการทดลองเดิม ไล่พูดคำว่า ‘วันพีช’ ด้วยทุกภาษาบนโลกปัจจุบัน รวมไปถึงภาษาของโลกเก่าสำหรับพิธีกรรม
แต่ทั้งหมดล้วนเปล่าประโยชน์
ดูท่า ข้อสันนิษฐานของเราจะยังไม่ถูกต้อง โรซายล์ในวัยเด็กอาจมีความทรงจำของโลกเก่าคุกรุ่นอยู่ จึงชอบเขียนไดอารีติดตลกเกี่ยวกับวันพีชและราชาโจรสลัด แต่เมื่อโตขึ้น คนเราย่อมเปลี่ยนไปเป็นธรรมดา…
ไคลน์ตระหนักถึงข้อบกพร่องในสมมติฐานของตน พลางใช้นิ้วเคาะขอบโต๊ะทองแดงด้วยสีหน้าครุ่นคิด สมองพยายามนึกเค้นข้อมูลจากไดอารีหลายแผ่นในความทรงจำ
หลังจากนั่งตรึกตรองสักพัก มันตัดสินใจหยิบกระดาษออกมาเขียนข้อมูลให้เป็นกิจจะลักษณะ เพื่อไม่ให้ตัวเองเกิดความสับสนและขัดแย้ง
หืม ขณะกำลังสร้างไพ่เย้ยเทพ โรซายล์อยู่ในภาวะไม่ปรกติ อาจรู้สึกสิ้นหวังหรือใกล้บ้าเต็มที แต่ยังคงหลงเหลืออารมณ์ขันพิสดารตามแบบฉบับของเขา…
ไม่เพียงเท่านนั้น โรซายล์ยังเน้นย้ำวลี ‘ผู้มีวาสนาเท่านั้นจึงจะได้ครอบครอง’ บ่อยครั้งจนต้องนำมาขบคิด เพราะวลีดังกล่าวไม่ใช่สำนวนยอดนิยมของยุคสมัยหนึ่งร้อยปีก่อน…
สิ่งนี้แสดงให้เห็นว่า โรซายล์ต้องการให้ใครสักคน ค้นพบความผิดปรกติของไพ่เย้ยเทพเข้าโดยบังเอิญ…
บังเอิญ…
ถ้าเช่นนั้น วิธีปลดผนึกต้องไม่ใช่เรื่องเหนือจินตนาการเกินไป และต้องไม่ใช่ปรากฏการณ์ระดับเกิดขึ้นเพียงหนึ่งครั้งตลอดชีวิต…
แก่นของรหัสผ่านคือความบังเอิญ ตัวอย่างเช่น หากใครบางคนถือแผ่นคั่นหนังสือไร้ราคาไว้ในมือ และเผลอกล่าวคำบางคำออกมา ทันใดนั้น ปิ๊งป่อง! คุณคือผู้โชคดีคว้าเงินล้าน…นั่นละ อารมณ์ขันอันบิดเบี้ยวตามแบบฉบับของโรซายล์…
เมื่อคิดมาถึงจุดนี้ ไพ่เย้ยเทพแต่ละใบจะต้องมีคาถาปลดผนึกแตกต่างกัน เพราะคนอย่างโรซายล์ไม่มีทางใช้ ‘รหัส’ เดียวกันหมดสำหรับไพ่เย้ยเทพทุกใบแน่…
ถ้าอย่างนั้น ไพ่ในมือเราต้องใช้คาถาปลดแบบไหน?
มีโอกาสเป็นไปได้ว่า คาถาอาจปะปนกับคำพูดปรกติในชีวิตประจำวัน หรือไม่ก็คำพูดติดปากของคนทั่วไป…
และต้องไม่ลืม ขณะสร้างไพ่เย้ยเทพ จักรพรรดิโรซายล์กำลังอยู่ในอารมณ์หลากหลาย ทั้งขุ่นมัว สิ้นหวัง บ้าคลั่ง ไม่ต้องการแยกจาก โหยหา ระลึกถึง ดิ้นรนกระเสือกกระสน และโกรธเคือง…
เราต้องลองจินตนาการว่าตัวเองตกอยู่ในสภาวะแบบเดียวกับโรซายล์…
คำพูดแรกในหัวคือสิ่งใด? จะสร้างคาถาปลดผนึกให้เกี่ยวข้องกับอะไรได้บ้าง?
ไคลน์หยุดเขียน ตามด้วยการทดสอบตกอยู่ในสภาวะอารมณ์หลากหลายแบบเดียวกันจักรพรรดิโรซายล์ทุกประการ เผื่อว่าจะเกิดแรงบันดาลขึ้นมาบ้าง
ก่อนอื่น มันทดสอบด้วยคำสบถของแทบทุกภาษาหลักบนโลก รวมถึงฟุซัคโบราณ ไม่เพียงเท่านั้น ไคลน์ยังลองเปลี่ยนเป็นถ้อยคำเกี่ยวกับความหวัง แต่ทั้งหมดล้วนสูญเปล่า
ถัดมา ชายหนุ่มตัดสินใจเปลี่ยนมุมมอง หากตนเป็นผู้วิเศษลำดับสูง มากพร้อมด้วยอำนาจบารมีในมือ จะโหยหาและระลึกถึงสิ่งใดเป็นพิเศษบ้าง…?
ภรรยา? มาทิลด้า? ไม่ใช่แน่ ผู้ชายมักมากในกามอย่างเขา ไม่มีทางประทับใจภรรยาคนแรกจนนำมาตั้งเป็นรหัสไพ่เย้ยเทพ
เหล่าทายาท?
บุตรสาวคนโต แบร์นาแดต บุตรชายคนโต ชิเอล และบุตรชายคนรอง โบโนว่า…
จากข้อมูลในไดอารี โรซายล์มักใจอ่อนและห่วงใยบุตรสาวคนโต แบร์นาแดต ผู้จะกลายเป็นบุคคลสำคัญของโลกผู้วิเศษในอนาคตหลายครั้งหลายหน
ไคลน์หยุดความคิดไว้ตรงนี้ มันสูดลมหายใจเข้าเต็มปอด และเพ่งสมาธิทดสอบคาถาปลดผนึกไพ่เย้ยเทพ
“แบร์นาแดต” ชายหนุ่มเปล่งเสียงเป็นภาษาอินทิส
แผ่นคั่นหนังสือยังคงไม่ตอบสนอง
ไคลน์ทดสอบเปลี่ยนภาษาอีกมาก ไม่ว่าจะเป็นโลเอ็น ชาวเขา และฟุซัค แต่ก็ยังไม่ได้ผลลัพธ์ตามใจต้องการ
มันถอนหายใจยาวด้วยสีหน้าเหนื่อยหน่าย จึงค่อยเปล่งเสียงเป็นภาษาฟุซัคโบราณ
“แบร์นาแดต”
สุ้มเสียงของเดอะฟูลดังสะท้อนทั่วมิติสายหมอกเฉกเช่นการทดลองหนก่อน
แต่ขณะไคลน์คิดยอมแพ้และเตรียมหาแรงบันดาลใจใหม่ แผ่นคั่นหนังสือในมือพลันเกิดแรงดูดปริศนา!
คล้ายกับมีวังวนวารีล่องหนกำลังสูบพลังจิตของไคลน์เข้าไปอย่างมูมมาม
หากเกิดกับคนทั่วไป สิ่งนี้อาจเป็นภาระใหญ่หลวงกับร่างกาย แต่ไม่ใช่กับนักมายากล ลำดับเจ็ด แห่งเส้นทางนักทำนาย ไคลน์ยังคงกระปรี้กระเปร่า มุมปากยกโค้งเผยรอยยิ้มพึงพอใจสุดขีด
แสงสว่างเจิดจ้าส่องออกจากแผ่นคั่นหนังสือในมือ ภาพเหมือนของโรซายล์เริ่มถูกแทนด้วยภาพใหม่อย่างเชื่องช้า
โรซายล์กำลังนั่งบนบัลลังก์หิน เหนือศีรษะสวมมงกุฎสีดำประดับด้วยเพชรพลอยล้ำค่าจำนวนมาก ลำตัวสวมชุดเกราะสีดำสนิทและผ้าคลุมสีเดียวกันกำลังพันห่อร่างกาย มือข้างหนึ่งถือคทา สายตามองตรงมาข้างหน้าด้วยท่าทีจองหองและเย็นชา
มุมซ้ายบนของแผ่นคั่นหนังสือถูกแสงสว่างสลักเป็นตัวอักษรใจความว่า
“ลำดับศูนย์ จักรพรรดิมืด”
ลำดับ ศูนย์…!
นี่สินะ ความลับแห่งเทพ! ไม่ผิดจากความคาดหมายสักเท่าไร โอสถจักรพรรดิมืดคือลำดับ ศูนย์…
ไคลน์ก้มหน้ามองไพ่พลางยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ สมองเกิดอารมณ์ตื่นเต้นเจือปนความผิดหวังเล็กน้อย
ไม่กี่อึดใจถัดมา แผ่นคั่นหนังสือกลายสภาพเป็นวัตถุทรงสามมิติ คล้ายกับหนังสือเล่มเล็กขนาดเท่าไพ่โป๊กเกอร์
ทันใดนั้น หนังสือพลันพลิกเปิดหน้าแรกด้วยตัวเอง แม้ว่าภายในมิติสายหมอกจะไม่มีลมพัดเลยสักนิดก็ตาม
หน้าแรกคือภาพจักรพรรดิโรซายล์กำลังสวมชุดคลุมสีขาว ด้านข้างถูกเขียนไว้ด้วยอักษรภาษาฟุซัคโบราณ
“ลำดับเก้า นักกฎหมาย เชี่ยวชาญด้านการใช้ช่องโหว่ของ ‘กฎ’ สามารถตรวจหาจุดอ่อนของศัตรูได้ง่าย และใช้สิ่งเหล่านั้นชิงความได้เปรียบ มาพร้อมคารมคมคายและความคิดเป็นเหตุเป็นผล…สูตรโอสถประกอบด้วย…”
ไคลน์กวาดสายตาอ่านวัตถุดิบผ่านๆ โดยไม่ได้ใส่ใจนัก ก่อนจะเลื่อนมือออกไปสัมผัสกับหนังสือเล่มเล็ก ส่งผลให้มันเปลี่ยนพลิกหน้ากระดาษด้วยตัวเอง
“ลำดับแปด คนเถื่อน หากปัญหาอันใดมิอาจแก้ไขได้ด้วยกฎหมาย ก็จงแก้ไขด้วยพละกำลัง สิ่งนี้คือกฎเหล็ก…โอสถชนิดนี้จะต้านทานการคุกคามทางจิตใจได้ดีเป็นพิเศษ…สูตรโอสถ…”
ไคลน์เลื่อนมือออกไปสัมผัสอีกครั้ง หนังสือเล่มเล็กทำการพลิกเปลี่ยนหน้า
“ลำดับเจ็ด นักติดสินบน”
…
“ลำดับหก บารอนแห่งการเน่าเปื่อย”
…
“ลำดับห้า ผู้ชี้นำความสับสน”
…
“ลำดับสี่ เคาต์แห่งการเสื่อมถอย”
…
“ลำดับสาม จอมอาคมคลั่ง”
…
“ลำดับสอง ยุคแห่งละอองความร้อน”
…
“ลำดับหนึ่ง องค์ชายวิปริต”
…
“ลำดับศูนย์ จักรพรรดิมืด”
…
หลังจากอ่านหนังสือจนจบเล่ม ไคลน์ไม่มีอากัปกิริยาอื่นใดนอกจากถอนหายใจยาว
ความลับของเส้นทางสู่การเป็นเทพ ล้วนอัดแน่นอยู่ภายในนี้ทั้งหมด!
ไม่แปลกใจเลยว่าทำไม ผู้วิเศษลำดับสูงของเส้นทางจักรพรรดิมืดถึงพยายามก่อตั้งจักรวรรดิของตัวเองนัก
เพราะนั่นคือพิธีกรรมเพื่อกลายเป็นเทพ!
หากลำดับหนึ่ง องค์ชายวิปริต ต้องการพัฒนาไปเป็นลำดับศูนย์ จักรพรรดิมืด จะต้องก่อตั้งจักรวรรดิของตัวเอง เรียกขานตนเองด้วยคำว่าจักรพรรดินำหน้า และสร้างชื่อเสียงให้โด่งดังภายในหมู่ประชาชนจำนวนมาก
ไม่เพียงเท่านั้น เนื้อหาของพิธีกรรมยังระบุไว้อีกว่า องค์ชายวิปริตต้องตั้งกฎระเบียบให้ซับซ้อนและเคร่งครัด กฎดังกล่าวต้องผิดหลักสามัญสำนึกผู้คน และสถาปัตยกรรมภายในจักรวรรดิต้องพิสดาร
ถัดมา ผู้ประกอบพิธีกรรมจะต้องปลุกปั่นให้ประชาชนบางส่วนแอบสร้างสุสานยักษ์ขึ้นทั้งหมด เก้า แห่ง รูปทรงคล้ายพีระมิด
พิธีกรรมเริ่มต้นโดยการ องค์ชายวิปริตต้องเข้าไปภายในสุสานพีระมิดแห่งหนึ่ง ตามด้วยการป่าวประกาศให้ประชาชนส่วนใหญ่ซึ่งกระจัดกระจายอยู่ทั่วทั้งจักรวรรดิ เข้าร่วมพิธีกรรมสังเวยครั้งใหญ่
เมื่อทุกสิ่งถูกเตรียมการเพียบพร้อม องค์ชายวิปริตจะทำการดื่มโอสถลำดับศูนย์เข้าไป
หากเลื่อนลำดับสำเร็จและกลายเป็นลำดับศูนย์เต็มตัว จักรพรรดิมืดจะไม่มีวันตายจนกว่าสุสานลับทั้ง เก้า แห่งจะถูกทำลายครบ หากเสียชีวิตในสนามรบ ก็จะคืนชีพใหม่อีกครั้งจากหนึ่งในเก้าสุสานได้อยู่ดี
เรื่องน่าตกใจยิ่งกว่านั้นคือ ต่อให้เทพจักรพรรดิมืดเสียชีวิตและเก้าสุสานลับถูกทำลายทิ้งทั้งหมด แต่ถ้าอารยธรรมรวมถึง ‘กฎ’ ของจักรวรรดิยังคงอยู่ จักรพรรดิมืดสามารถคืนชีพได้อีกครั้งอย่างน่าพิศวงโดยไม่มีเหตุผลรองรับ ราวกับอยู่นอกเหนือกฎเกณฑ์แห่งชีวิตโดยสมบูรณ์
หากต้องการกำจัด ‘ท่าน’ คงต้องให้ใครสักคนกลายเป็นจักรพรรดิมืดองค์ใหม่เท่านั้น!
“นี่คือเทพ สามัญชนไม่มีวันเอาชนะเทพ เทวทูตก็เช่นกัน ผู้ไม่เคยกลายเป็นเทพ ย่อมไม่มีวันตระหนักถึงพลังอำนาจแท้จริงของเทพ”
โรซายล์ทิ้งท้ายแฝงความนัยไว้ด้านล่าง
ไม่เพียงเท่านั้น ไคลน์ยังได้ทราบข้อมูลใหม่แสนล้ำค่า หากเส้นทางใดมีลำดับศูนย์ แปลว่าจะไม่มีลำดับหนึ่ง แม้แต่คนเดียว แต่ถ้าไม่มีลำดับศูนย์ หมายความว่าจะมีลำดับหนึ่ง ได้สูงสุดสามคน สิ่งนี้คือหนึ่งในใจความสำคัญของกฎอนุรักษ์พลังพิเศษในเส้นทางใกล้เคียงและความถาวรของพลังพิเศษ
จากคำอธิบายของไพ่เย้ยเทพทั้งสิบลำดับ ไคลน์มองเห็นชัดเจนว่า เส้นทางจักรพรรดิมืดเริ่มต้นด้วยพลังแห่ง ‘กฎ’ และค่อยๆ พัฒนาจนกลายเป็นพลังความมืดอย่างสมบูรณ์ในตอนสุดท้าย
โรซายล์ยังอธิบายเพิ่มเติม หากผู้วิเศษลำดับสูงคนใดได้ครอบครองไพ่เย้ยเทพ อำนาจของไพ่จะช่วยดึงดูดให้วัตถุดิบโอสถวิ่งเข้ามาหาด้วยตัวเอง!
แน่นอน สำหรับไพ่จักรพรรดิมืด จะจำกัดเฉพาะเส้นทางจักรพรรดิมืดเท่านั้น
น่าเสียดาย เราใช้ประโยชน์อะไรจากมันไม่ได้เลย…ไคลน์นั่งมองไพ่เย้ยเทพกำลังเปลี่ยนรูปร่างกลับไปแบนราบอีกครั้ง ขนาดของมันเท่ากับไพ่โปเกอร์ธรรมดาหนึ่งใบ
แต่มิใช่ในสภาพของแผ่นคั่นหนังสือเหนือตอนแรก แต่เป็นภาพวาดใบหน้าของโรซายล์ผู้กำลังนั่งบนบัลลังก์หิน ลำดับศูนย์ จักรพรรดิมืด
ไคลน์จ้องมองอย่างเงียบงันสักพัก จึงค่อยถอนหายใจแผ่วเบา
สำหรับเรา ประโยชน์ของไพ่ใบนี้คือการนำข้อมูลไปแลกเปลี่ยนกับสูตรโอสถหรือวัตถุดิบ รวมถึงข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับเทพและเทวทูตอีกเล็กน้อย นอกเหนือจากนี้ก็แทบไม่มีค่า…
ฮะฮะ! อย่างน้อยในฐานะเดอะฟูล หัวหน้าของชุมนุมทาโรต์ เราก็ไม่ใช่นักต้มตุ๋นจอมปลอมผู้มีแต่เปลือกอีกแล้ว ได้ครอบครองไพ่บรรจุเส้นทางแห่งเทพหนึ่งใบ และมีสูตรผลิตโอสถลำดับสูงถึงห้าขั้น!
จริงสิ ถ้าจำไม่ผิด สมาชิกคนหนึ่งของชุมนุมลับมิสเตอร์เนตรแห่งปัญญา หญิงสาวขายอาวุธเถื่อนผู้มีช่างฝีมือหนุนหลัง เธอกำลังต้องการโอสถ ‘คนเถื่อน’ สินะ…
ขณะความคิดโลดแล่นเรื่อยเปื่อย สายตาไคลน์ชำเลืองกลับมามองใบหน้าโรซายล์บนแผ่นไพ่อีกครั้ง ก่อนมันจะอมยิ้ม
ต้องเป็นคนหลงตัวเองขนาดไหน ถึงกล้าวาดภาพตัวเองลงบนไพ่ทุกเส้นทาง…
ชักอยากรู้แล้วสิ ถ้าเป็นไพ่เย้ยเทพของเส้นทางแม่มด โรซายล์จะวาดใบหน้าของตัวเองออกมาแบบไหน…ฮะฮะ!
เมื่อเริ่มผ่อนคลาย ไคลน์ลงมือทำลายแผ่นคั่นหนังสือใบอื่นทิ้งทั้งหมด หลังจากพบว่าไม่มีสิ่งใดควรค่าให้ศึกษา
ถัดมา มันขยับเปลี่ยนท่านั่งบนเก้าอี้ให้อยู่ในมาดสง่างาม จึงค่อยถ่ายพลังวิญญาณเข้าไปในดาวแดงตัวแทนจัสติส เด็กสาวผู้สวดภาวนาถึงตนเมื่อคืนวาน
“แผ่นคั่นหนังสือใบนั้น…คือไพ่เย้ยเทพจากฝีมือการสร้างของโรซายล์”
………………….
