Skip to content

Lord of the Mysteries 325


ตอนที่ 325 : ความหนักใจของครูสอนขี่ม้า

เมื่อกลับถึงห้องนั่งเล่น ไคลน์หยิบเครื่องตัดกระดาษออกมาตัดซองสีขาว และดึงจดหมายจากไอเซนการ์ดออกมาคลี่อ่าน

เนื้อความมีดังนี้

“แนวคิดของคุณช่วยเหลือพวกเราได้มาก! ก่อนอื่นเลย ผมขอขอบคุณมันสมองอันยอดเยี่ยมของนักสืบเชอร์ล็อกเป็นอันดับแรก หลังจากได้รับจดหมายของคุณ พวกเรารีบกระจายกำลังคนออกไปสืบหายังจุดสำคัญทั่วเมืองเบ็คลันด์ และเป็นไปตามคาด เบาะแสเริ่มปรากฏทีละนิด เช่นการหายไปของสัตว์จรจัดในบางละแวก ซึ่งจะโผล่ออกมาไม่บ่อยครั้งนัก ระหว่างการสืบสวน พวกเราได้พบสิ่งน่าสนใจยิ่งกว่าเดิม ย้อนกลับไปเมื่อสี่ปีก่อน คดีฆาตกรรมต่อเนื่องในกรุงเบ็คลันด์ ใช่แล้ว ผมกำลังหมายถึงคดีสังหารโสเภณีแม่หม้ายเลี้ยงเดี่ยวและมีลูกคนเดียว ชาวบ้านในละแวกจุดเกิดเหตุเล่าว่า แม้ว่าเด็กหนุ่มผู้ต้องสงสัยคนสำคัญจะมีนิสัยรุนแรงและก้าวร้าว แต่กลับเอ็นดูต่อสัตว์เป็นอย่างมาก โดยเฉพาะสุนัขสีดำตัวใหญ่ หลังจากเด็กคนดังกล่าวเสียชีวิตจากการปะทะระหว่างกลุ่มอันธพาล ชาวบ้านในละแวกก็ไม่เคยเห็นสุนัขสีดำตัวใหญ่อีกเลย ผมมีคำถาม ใครคือเจ้าสุนัขสีดำตัวใหญ่ของคนปัจจุบัน? จะใช่ผู้อยู่เบื้องหลังในคดีฆาตกรรมต่อเนื่องหรือไม่? หลังจากเหยื่อลำดับสิบสองถูกสังหาร แนวคิดของคุณได้รับการยืนยันแล้วว่าเป็นความจริง ส่งผลให้กรมตำรวจพุ่งประเด็นสืบสวนได้ถูกทาง หากคนร้ายถูกจับกุมเมื่อไร พวกเราเหล่านักสืบเอกชนจะได้รับส่วนแบ่งก้อนโตอย่างไม่ต้องสงสัย สหาย ผมไม่มีทางลืมความดีความชอบครั้งใหญ่ของคุณแน่ รอรับเงินก้อนโตได้เลย”

หืม คล้ายกับไอเซนการ์ด·สแตนธอนกำลังสงสัยว่า เราทราบอยู่ก่อนแล้ว เกี่ยวกับเรื่องฆาตกรไม่ใช่มนุษย์ แต่เป็นสัตว์ และจงใจเขียนจดหมายฉบับนี้มาหาเราเพื่อหยั่งเชิง?

ไคลน์วางจดหมายลงพลางพึมพำ

อย่างไรก็ตาม จดหมายฉบับนี้ทำให้มันโล่งใจไปหลายส่วน

อย่างน้อยกรมตำรวจก็ไม่หลงทาง!

หากสุนัขปีศาจตัวใหญ่ไม่มีใครคอยหนุนหลังจริง อีกไม่นานก็คงถูกหน่วยผู้วิเศษล้อมจับกุมตัวและกำจัดทิ้ง…

ส่วนสมมติฐานเรื่อง สุนัขตัวใหญ่สีดำมีเจ้าของใหม่หรือไม่ ไคลน์ขาดหลักฐานในการวิเคราะห์ต่อยอด จึงทำอะไรไม่ได้มากนัก แต่จากสัญชาตญาณ โอกาสเป็นไปได้ค่อนข้างสูงทีเดียว

สรุปก็คือ บทบาทของเราจบลงแล้ว งานสุดท้ายคงต้องฝากไว้กับทีมจับกุม ไม่ว่าจะเหยี่ยวราตรี ทูตพิพากษา หรือจิตแห่งจักรกลก็ตาม…

ไคลน์หยิบกระดาษแผ่นใหม่พร้อมกับปากกาหมึกซึมออกมาวาง ก่อนจะเขียนจดหมายตอบกลับไอเซนการ์ดด้วยถ้อยคำนอบน้อมถ่อมตน และเช่นเคย มันแสร้งทำเป็นไม่เห็นคำบอกใบ้ของอีกฝ่าย สวมบทบาทเป็นนักสืบเอกชนธรรมดาคนหนึ่ง

หลังจากตัดกระดาษรูปคนขึ้นมาทดแทนของเก่า ไคลน์เดินออกจากบ้านไปส่งจดหมายยังสำนักงานไปรษณีย์สุดถนนมินส์ จากนั้นก็เดินเท้าต่อไปยังสถานีรถม้าสาธารณะ

ขณะกำลังยืนต่อแถว สมองเริ่มคิดอะไรเรื่อยเปื่อยตามนิสัย

สำหรับปัจจุบัน เราคงทำได้แค่รอเงินรางวัลจากกรมตำรวจส่งมาถึง…

เลพเพิร์ด นักสร้างจักรยาน มีแผนเข้าร่วมงานนิทรรศการของโรซายล์สามวันติดต่อกัน หมายความว่า เราต้องรอจนถึงวันเสาร์ จึงจะมีโอกาสแวะเข้าไปเจรจาธุรกิจและจ่ายเงินก้อนสุดท้าย…

ได้แต่หวังให้เรื่องเกี่ยวกับสิทธิบัตรจักรยานลุล่วงโดยเร็ว เฮ่อ ได้ยินมาว่า สำนักงานสิทธิบัตรขึ้นชื่อในด้านความล่าช้า…

ไคลน์วางเป้าหมายของวันนี้ไว้แล้ว เนื่องจากไม่มีชุมนุมผู้วิเศษของมิสเตอร์เนตรแห่งปัญญา การหาสมบัติวิเศษติดตัวคงต้องเลื่อนออกไปก่อน แปลว่า ช่วงนี้กำลังว่างงานโดยแท้จริง และคงจะเกิดขึ้นไปอีกสักพัก

ในช่วงเช้า เราต้องแวะสโมสรครักซ์เพื่อฝึกซ้อมยิงปืน ซ้อมพลังพิเศษ กินอาหารกลางวัน และตระเวนไปตามคณะละครสัตว์ เผื่อว่าจะได้รับแรงบันดาลใจจากนักมายากล สำหรับต่อยอดเทคนิคสวมบทบาทและการตั้งกฎใหม่ให้กับตัวเอง…

ไคลน์ล้วงหยิบนาฬิกาพกสีทองพลางก้มหน้าสำรวจเวลา ตามด้วยการเดินขึ้นรถม้าสาธารณะอย่างยิ้มแย้ม

เขตฮิลสตัน สโมสรครักซ์

เป็นเพราะไคลน์แวะเข้ามาอย่างน้อยสัปดาห์ละสองหน พนักงานเฝ้าประตูจึงจดจำใบหน้าได้แม่นยำ ไม่จำเป็นต้องแสดงบัตรสมาชิกหรือเข็มกลัดเกล็ดหิมะให้วุ่นวาย

ปัจจุบันคือวันพุธช่วงเช้า เนื่องจากสมาชิกส่วนใหญ่ของสโมสรเป็นชนชั้นกลางและมีการงานมั่นคง จึงไม่ค่อยปรากฏตัวในช่วงเวลาทำงานสักเท่าไร นอกเสียจากจะเป็นวันอาทิตย์ พักเที่ยง หรือหลังเลิกงาน

ห้องโถงหรูหราและสว่างไสวกลับมีผู้คนบางตาจนน่าใจหาย ไคลน์พบเพียงไม่กี่คนบนโต๊ะกาแฟและโซฟาตัวใหญ่

หลังจากกวาดสายตาหนึ่งรอบ ชายหนุ่มบังเอิญเจอคนรู้จัก จึงเดินเข้าไปทักทายตามมารยาท

“ทาลิม ด้วยสภาพอากาศสุดห่วยแตกของวันนี้ คุณน่าจะไปนอนเล่นบนชายหาดมากกว่านะ”

อีกฝ่ายคือ ทาลิม·ดูมงต์ ครูสอนขี่ม้าซึ่งช่วยลงนามให้ไคลน์ได้เข้าเป็นสมาชิกของสโมสรครักซ์ ตามคำขอร้องของมาดามแมรี

ก่อนหน้านี้ มันเคยได้รับงานจากทาลิมมาแล้วหนหนึ่ง เป็นภารกิจคุ้มกันไมค์·โยเซฟ นักข่าวของหนังสือพิมพ์เกาะกระแสรายวัน โดยไมค์ต้องการเข้าไปสืบหาข้อมูลภายในสถานบริการกุหลาบทองคำ

ทาลิมเงยหน้าขึ้นพลางเลื่อนมือสางผมสั้นสีน้ำตาล ตามด้วยการเผยรอยยิ้ม

“นึกว่าใคร นักสืบคนเก่งนี่เอง คุณหายไปไหนมาตั้งนาน? ผมแทบไม่เจอหน้าเลย”

นั่นเป็นเพราะเอ็งไม่เข้าสโมสรมากกว่า…

ไคลน์ยิ้มแห้งตอบรับ และเดินไปนั่งลงบนโซฟาข้างทาลิม

“ช่วงนี้ผมยุ่งอยู่กับการช่วยตำรวจสืบคดีฆาตกรรมต่อเนื่อง ถึงโอกาสคว้าน้ำเหลวจะมีสูงมาก แต่รางวัลตอบแทนช่างล่อตาล่อใจเสียเหลือเกิน ยิ่งไปกว่านั้น โอกาสได้สนิทสนมกับกรมตำรวจหาได้ไม่ง่าย นักสืบเอกชนอย่างผมต้องรีบคว้าเอาไว้”

ว่าไปนั้น…ในความเป็นจริง เราแค่ถูกนักสืบไอเซนการ์ดเรียกตัวส่งเดช และแทบไม่เคยลงสนามสืบคดีเลยสักครั้ง…

ชายหนุ่มรำพันติดตลก

จากบรรดาสมาชิกสโมสรอันน้อยนิด ไคลน์บังเอิญได้ยินคำพูดของชายผู้น่าจะเป็นนายหน้าซื้อขายหุ้นคนหนึ่ง กำลังเล่าถึงความคืบหน้าของหุุ้นสายรถรางตะวันตก และหุ้นของเขตเกษตรกรรมไบลัมตะวันออก

ทาลิมไม่เคลือบแคลงคำตอบไคลน์ เพียงหัวเราะคิกคักและกล่าวโต้ตอบ

“สมกับเป็นนักสืบดัง ได้จับแต่งานใหญ่”

หลังจากแลกเปลี่ยนบทสนทนาตามมารยาทกับไคลน์ ทาลิมกลับไปแสดงสีหน้าเคร่งขรึมอีกครั้ง

ขณะเดียวไคลน์เตรียมกล่าวคำอำลาเพื่อลงไปซ้อมยิงปืนชั้นล่าง ทาลิมเงยหน้าขึ้นและซักถามขัดจังหวะ

“มิสเตอร์โมเรียตี้ ขอถามสักข้อได้ไหม อ…เอ่อ จะเก็บเงินค่าปรึกษาก็ได้นะ”

ทาลิมแสดงสีหน้าหนักใจ

“ไม่ต้องห่วง ผมยังไม่คิดเงิน แล้วก็ ช่วยเรียกผมว่าเชอร์ล็อกก็พอ”

ไคลน์ยิ้มรับ

ทาลิมผงกศีรษะอ่อนโยนพลางทำหน้าลังเลเล็กน้อย ก่อนจะตัดสินใจเปิดปากเล่า

“ผมมีเพื่อนอยู่คนหนึ่ง เขาตกหลุมรักหญิงสาวซึ่งตนไม่ควรไปยุ่งเกี่ยว ผมควรแนะนำเขาว่าอย่างไร”

ตามปรกติแล้ว หากได้ยินคำถามประเภท ‘เพื่อนฝากถาม’ ไคลน์จะฟันธงก่อนเลยว่าเป็นปัญหาของตัวคนถามเอง แต่คงไม่ใช่กับกรณีของทาลิมคราวนี้ เพราะสีออร่าบ่งบอกชัดเจนว่า เขากำลังสับสนและตัดสินใจไม่ถูก ปราศจากความรู้สึกเจ็บปวดทางใจโดยสิ้นเชิง หรือก็คือ เป็นปัญหาของเพื่อนตามคำกล่าวอ้างจริง…

ในสภาพเปิดเนตรวิญญาณ ไคลน์เอนหลังพิงโซฟาพร้อมกับประสานมือด้านหน้า

“ต้องขอโทษด้วย แต่ผมไม่ใช่นักจิตบำบัด และไม่ใช่เจ้าของบทความไขปัญหาหัวใจตามหนังสือพิมพ์และนิตยสารด้วย หากจะให้ช่วยแนะนำสิ่งใด คงบอกได้เพียงว่า คุณไม่ควรกระทำสิ่งฝ่าฝืนกฎหมาย ฮะฮะ! ผมล้อเล่น ก่อนอื่น คุณช่วยเล่าความหมายของ ‘ไม่ควรเข้าไปยุ่งเกี่ยว’ ให้กระจ่างเสียก่อน…หรือเธอจะเป็นหญิงสาวจากตระกูลคู่อริกับเพื่อนของคุณ?”

ทาลิมชำเลืองสายตา ก่อนจะปฏิเสธขึงขัง

“ไม่ใช่โรมิโอกับจูเลียตสักหน่อย!”

หลังจากได้ยินเรื่องน่าตกใจจากปากทาลิม สมองไคลน์เกิดเสียงหลอกหลอนฉับพลัน

“ผู้ประพันธ์ โรซายล์·กุสตาฟ…ผู้ประพันธ์ โรซายล์·กุสตาฟ…ผู้ประพันธ์ โรซายล์·กุสตาฟ!”

ชายหนุ่มส่ายศีรษะด้วยความรู้สึกสงสารเชคสเปียร์

“ต้องขออภัยด้วย แต่งานเขียนของจักรพรรดิโรซายล์มีเอกลักษณ์มาก เมื่อได้ยินเรื่องราวเกี่ยวกับความรักต้องห้าม ผมจะนึกถึงโรมิโอกับจูเลียตทุกที แล้วถ้าอย่างนั้น ทำไมพวกเขาถึงไม่ควรรักใคร่กัน?”

ทาลิมก้มหน้าเงียบงันหลายวินาที

“ผมคงเล่ามากไม่ได้ เรื่องนี้เป็นความลับสุดยอด ถือว่าผมไม่เคยพูดก็แล้วกัน”

ความลับสุดยอด? หรือจะเกี่ยวกับบุคคลมีหน้ามีตาในสังคม…หลงรักเพศเดียวกัน? หลงรักสายเลือดเดียวกัน?

ไคลน์ตัดสินใจไม่ถามละลาบละล้วง เพียงผายมือสองข้างออกอย่างสง่างาม

“ถ้าอย่างนั้น ผมขอแนะนำเพิ่มอีกหนึ่งข้อ ให้ลองหานิยายความรักยอดนิยมมาอ่าน เช่นคฤหาสน์วายุสลาตัน หรือ ความรักและริษยา”

ทาลิมพะงาบปากอยู่หลายหน คล้ายกับต้องการกล่าวบางสิ่ง แต่สุดท้ายก็ตัดสินใจกลืนกลับลงคอ และถอนหายใจยาวด้วยสีหน้าหดหู่แทน

“เฮ่อ คงต้องไว้เป็นทางเลือกสุดท้าย ตามความคิดของผม เรื่องราวรักใคร่ในนิยายขายดีมักไม่เกิดขึ้นจริงกับสามัญชน”

“ผมก็คิดแบบเดียวกัน” ไคลน์พยักหน้ารับ

หลังจากกล่าวคำอำลากับทาลิม ชายหนุ่มลงไปยังชั้นใต้ดินเพื่อซ้อมยิงปืนและฝึกใช้งานพลังพิเศษ ลากยาวไปจนถึงเที่ยงตรง จึงค่อยกลับขึ้นมายังห้องอาหารและเตรียมฟาดมื้อกลางวันให้หนำใจ

ไคลน์ทราบอยู่ก่อนแล้วว่า อาหารเที่ยงแบบจำกัดเสิร์ฟของวันนี้คือ ฟัวกราส์ผัดกับไวน์แดง เคียงด้วยแอปเปิลฝานและขนมปังชุ่มเนยคุณภาพสูง

หลังจากตักอาหารเสร็จ ไคลน์ถือถาดเดินมายังโต๊ะทาลิม และได้พบคนรู้จักอีกหนึ่งกำลังนั่งร่วมโต๊ะอาหาร ไม่ใช่ใครอื่นนอกจากศัลยแพทย์ อลัน·คริสต์ ผู้ช่วยลงนามรับรองการเป็นสมาชิกของไคลน์ร่วมกับทาลิม

ขณะกำลังวางถาดลง ชายหนุ่มบังเอิญเหลือบเห็นไม้เท้าค้ำรักแร้ ถูกวางไว้ข้างเก้าอี้ศัลยแพทย์คนดังแห่งเบ็คลันด์

“อลัน เกิดอะไรขึ้น?” ไคลน์ถามเป็นกังวล

สุภาพบุรุษร่างสูงผอม ผู้สวมแว่นตากรอบทองและมีกลิ่นอายเย็นชา ใช้มือตบต้นขาขวาแผ่วเบาพลางอธิบาย

“อย่าไปพูดถึงมันเลย เป็นความซวยอย่างแท้จริง ผมบังเอิญเดินตกบันไดจนกระดูกข้อเท้าแตก ไม่มีทางเลือกนอกจากสวมเฝือก”

“โชคไม่ดีเลยนะครับ” ไคลน์ถอนหายใจเชิงเห็นด้วย ก่อนจะหั่นฟัวกราส์เป็นชิ้นเล็กพอดีคำ เลื่อนไปจุ่มซอส และยัดนำมาใส่ปาก

ทันใดนั้น กลิ่นหอมเข้มข้นละมุนละไมพลันลอยฟุ้ง คล้ายกับบางสิ่งในช่องปากกำลังละลายหายไป ต่อมรับรสของไคลน์ตื่นตัวเต็มพิกัดทันที

“ผมดวงไม่ดีมาสักพัก” อลันใช้นิ้วเลื่อนกรอบแว่น ก่อนจะขยับไปบีบนวดขมับ

จากนั้น ศัลยแพทย์หันมาจ้องไคลน์หนึ่งอึดใจ ตามด้วยการหันไปจ้องทาลิม และเปล่งเสียงตะกุกตะกัก

“ม…มิสเตอร์โมเรียตี้ คุณ อ…เอ่อ”

“ครับ?” ไคลน์หันไปมอง

อลันหรี่เสียง

“คุณเป็นนักสืบชื่อดัง คงจะรู้จักผู้คนไม่น้อยใช่ไหม?”

“ก็ทำนองนั้นครับ” ไคลน์ยังไม่แน่ใจว่าคำถามของอลันจะเกี่ยวกับเรื่องใด จึงตอบไปอย่างกำกวม

อลันหันไปมองทาลิมอีกหน และสูดลมหายใจเข้าปอดด้วยสีหน้าตึงเครียด

“คุณพอจะรู้จักหมอผีบ้างไหม? หมอผีตามชนบท…ไม่สิ ขอเป็นหมอดูมากฝีมือ หรือไม่ก็ผู้เชี่ยวชาญเรื่องเหนือธรรมชาติ…ผมคิดว่าความโชคร้ายของตัวเองในระยะหลัง ทั้งบ่อยครั้งและรุนแรงจนผิดวิสัยเกินไป…ผมทราบดีว่า คนเหล่านั้นส่วนใหญ่จะเป็นพวกหลอกลวง แต่ก็ไม่เหลือหนทางอื่นอีกแล้ว ผมเคยแวะเข้าวิหารและฟังมิสซา เข้าพิธีรับศีล บริจาคทาน แต่ก็ไม่ช่วยอะไร”

หมอดูมากฝีมือ…ผู้เชี่ยวชาญเรื่องเหนือธรรมชาติ…คุณถามถูกคนแล้วหมอ!

ไคลน์แสร้งก้มหน้าตรึกตรอง

“อลัน ช่วยเล่ารายละเอียดให้ผมฟังมากกว่านี้อีกสักนิดได้ไหม”

ทาลิมด้านข้างพยักหน้าเชิงเห็นด้วย

“คุณไม่ต้องกังวล ถึงผมจะนับถือโบสถ์วายุสลาตัน แต่ก็ไม่ได้ต่อต้านเรื่องเหนือธรรมชาติอย่างสุดโต่งถึงขั้นนั้น”

อลันถอนหายใจโล่งอก

“ความโชคร้ายของผมมีนับไม่ถ้วน ตัวอย่างเช่น เกิดเรื่องผิดพลาดอย่างไม่น่าให้อภัยบนเตียงผ่าตัด เกิดอุบัติเหตุบนรถไฟใต้ดิน กลับถึงบ้านและพบว่าบ้านถูกโจรงัด เดินตกบันไดโรงพยาบาล…ฟังดูเหมือนใครบางคนกำลังสาปแช่งผมเลยไม่ใช่หรือ”

จริงสิ อลันเคยเล่าสองกรณีแรกให้เราฟังมาแล้วหนหนึ่ง…ไคลน์เริ่มขมวดคิ้ว

ในฐานะอดีตเหยี่ยวราตรี หากจะมีใครดวงตกถึงขนาดนี้ ชายหนุ่มพลอยนึกถึงสมบัติปิดผนึกของโบสถ์รัตติกาลหลังประตูยานิสเมืองทิงเก็นขึ้นมาทันที

หุ่นกระบอกอัปมงคล!

หรือจะเป็นวัตถุแฝงพลังคล้ายคลึงกัน?

ไคลน์ตัดสินใจเปิดเนตรวิญญาณและซักถามด้วยสีหน้าจริงจัง

“อลัน ช่วยนึกให้ออก ก่อนจะเกิดความโชคร้ายขึ้นกับคุณในระยะหลัง ตัวคุณหรือครอบครัวของคุณ ใช่แล้ว สมาชิกครอบครัวของคุณ เคยมีใครประสบความโชคร้ายในลักษณะเดียวกันมาก่อนหรือไม่”

………………….

ACAC

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

error: Content is protected !!
Exit mobile version