Skip to content

Lord of the Mysteries 383


ตอนที่ 383 : กลับบ้าน

หลังจากได้ฟังคำอธิบายฉากเหตุการณ์อย่างละเอียด ออเดรย์มั่นใจเกินเก้าในสิบส่วนว่านี่คือฝีมือของผู้รับใช้มิสเตอร์ฟูล

เธอกำลังรู้สึกมีส่วนร่วมและภาคภูมิใจ

เหยื่อคือพ่อค้ามนุษย์มือเปื้อนเลือด… ไพ่จัดจ์เมนต์คงหมายถึง การพิพากษาความผิดในนามผู้ผดุงความยุติธรรม… ไพ่เอ็มเพอเรอร์อาจเป็นโค้ดเนมของผู้ลงมือ… จะใช่คนเดียวกับผู้ขโมยไพ่จักรพรรดิมืดในพิพิธภัณฑ์แห่งชาติไหมนะ?

ออเดรย์ปล่อยความคิดล่องลอย

เด็กสาวต้องการเค้นข้อมูลจากบิดาให้มากกว่านี้อีกสักนิด แต่เมื่อประเมินจากสีหน้า น้ำเสียง และแววตา ออเดรย์ค่อนข้างมั่นใจว่าบิดาของตนก็ไม่มีข้อมูลสักเท่าไร

เธอจำต้องเก็บงำความอยากรู้อยากเห็นเอาไว้ก่อน หลังจากนี้ค่อยนำไปถามเพื่อนสนิทของตน ‘คานซ์·ลิเยอร์เซ่น’ จาก MI9

แม้ว่าการถามคานซ์อย่างเถรตรงจะไม่ผิดวิสัยของเรา แต่นั่นก็ไม่ใช่เรื่องเหมาะสมสักเท่าไร นับเป็นพฤติกรรมเสื่อมเกียรติของตระกูลขุนนางใหญ่… หืม คงต้องให้แอนนี่ร่างจดหมายเชิญเข้าร่วมงานเลี้ยงน้ำชายามบ่าย จากนั้นก็นำไปส่งให้กายลิน คานซ์ เมอร์เร่ เจน คริสทีน และคนอื่นๆ … พวกเขาต่างหลงใหลในศาสตร์เหนือธรรมชาติ ย่อมต้องอยากทราบรายละเอียดของจอมโจรวีรบุรุษจักรพรรดิมืดเป็นทุนเดิม และภายใต้การชี้นำอย่างลับๆ ของเรา พวกเขาจะช่วยซักถามในประเด็นค้างคาใจ… ตกลงตามนี้…

ออเดรย์ได้ข้อสรุปให้ตัวเองขณะใช้ริมฝีปากขบอาหารเช้าอย่างสง่างาม

เธอเชื่อว่า ผู้รับใช้ของมิสเตอร์ฟูลมิได้จัดการคาพินด้วยเหตุผลด้านผดุงคุณธรรมเพียงอย่างเดียว นั่นไม่สอดคล้องกับเจตนารมณ์ของ ‘ท่าน’ เลยสักนิด

แน่นอน ถ้าเป็นออเดรย์คนก่อนเข้าร่วมชุมนุมทาโรต์ เธออาจหลงเชื่อเรื่องราวชวนฝัน หญิงสาวคนนั้นหลงใหลในความยุติธรรมถึงขั้นเลือกใช้โค้ดเนมว่า ‘จัสติส’

หลังจากเคยผ่านชุมนุมลับมาหลายหน เด็กสาวทราบดีว่าตัวเองโตชึ้นและไม่ไร้เดียงสาอีกต่อไป ออเดรย์เชื่อโดยไม่เคลือบแคลง เหตุการณ์ลงทัณฑ์คาพินของมิสเตอร์ฟูล จะต้องมีเหตุผลใหญ่แอบแฝงเบื้องหลังแน่นอน

…ถ้าไม่ใช่เทพมารก็คงเป็นองค์กรลับชั่วร้ายสักแห่ง

หวังว่าคานซ์จะมีข้อมูลน่าสนใจ…

เด็กสาวกำลังทำสีหน้าคาดหวัง

15 ถนนมินส์ ไคลน์กำลังกินขนมปังข้าวโอ๊ตทาแยมพลางพลิกอ่านหนังสือพิมพ์

“หือ? ตู้นิรภัย?” ขณะก้มหน้าอ่าน มันเกือบหลุดสำลักน้ำลายตัวเอง

เราไม่ได้ทำ! ไม่ได้ทำเฟ้ย! ไม่ใกล้เคียงเลยสักนิดเดียว! เลิกแพร่ข่าวเท็จสักที!

ไคลน์รีบปฏิเสธเสียงแข็งในใจถึงสามหน

ย้อนกลับไปในตอนนั้น สถานการณ์รอบตัวค่อนข้างฉุกละหุก ไคลน์จึงทำมากสุดเพียงลอยตัวผ่านตู้นิรภัยเพื่อมองหาเอกสารสำคัญ แต่ก็ไม่ได้นำสิ่งใดติดมือกลับมา แค่ทะลุผ่านไปอีกห้องราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น

สืบเนื่องมาจาก ร่างวิญญาณของไคลน์ได้รับความเสียหายบางส่วนจากเหตุแก๊สระเบิด ในทางกลับกัน ภายในตู้นิรภัยก็จะมีสิ่งของจำพวก : แท่งทอง เครื่องเพชร โฉนด สมบัติโบราณ และอื่นๆ อีกมาก แต่ไม่มีชิ้นใดเหมาะแก่การขโมยหรือนำกลับไปใช้เองแล้วเกิดประโยชน์

บางที ในบ้านคาพินอาจมีจุดเก็บเงินสดซ่อนไว้โดยเฉพาะ แต่เนื่องด้วยระยะเวลากระชั้นชิด เราจึงหามันไม่พบ…

ไคลน์นั่งใช้ความคิดเคร่งเครียด ค่อนข้างมั่นใจว่า การสูญหายของทรัพย์สินภายในตู้นิรภัยบ้านคาพิน อาจมาจากฝีมือของตำรวจหรือไม่ก็คนของทางการ

ชายหนุ่มก้มหน้าอ่านเนื้อข่าวภายในหนังสือพิมพ์พลางจิบชาดำซิบป์ จากนั้นก็ถอนหายใจและอมยิ้ม

จอมโจรวีรบุรุษจักรพรรดิมืด…

เท่ฉิบหาย…

เมื่อเสร็จอาหารเช้า ไคลน์สวมโค้ทกระดุมสองแถว หมวกทรงกึ่งสูง และไม้ค้ำในมือซ้าย เดินเท้าออกจากบ้านบนถนนมินส์ไปยังซอยขวานหักในเขตตะวันออก

เดซี่หายตัวไปจากซอยนี้

ย้อนกลับไปเมื่อวาน หลังจากสรุปแผนการภาพรวมเสร็จ ขณะก่อนจะลงมือบุกถล่มคฤหาสน์คาพิน ไคลน์แสร้งตระเวนไปรอบซอยขวานหักและพยายามตามหาตัวเดซี่อย่างเอาเป็นเอาตาย มันเคาะประตูบ้านแทบทุกหลังและถามในเรื่องเดิมซ้ำซาก : เห็นเด็กสาวชื่อเดซี่หรือไม่

ว่ากันตามตรง ไคลน์ค่อนข้างมั่นใจว่าหน่วยพิเศษของทางการคงไม่ตั้งสมมติฐานหลุดโลกอย่าง ‘ครอบครัวสาวซักผ้าเป็นผู้จ้างวานให้จอมโจรวีรบุรุษลงมือฆ่าคาพิน’ แน่นอน เพราะจอมโจรดังกล่าวมีพลังอย่างน้อยก็ลำดับ 6

อย่างไรก็ตาม ยังมีโอกาสค่อนข้างมากว่าทีมสืบสวนจะขยายผลเป็นวงกว้าง เพื่อตามหากลุ่มคนซึ่งกำลังหมายหัวคาพินในช่วงหลัง

ฉะนั้น หากไคลน์ไม่อยากตกเป็นหนึ่งในผู้ต้องสงสัย มันก็ต้องกลบเกลื่อนพฤติกรรมของตนให้แนบเนียน เพราะหากมีผู้วิเศษว่างงานคนใดสนใจในประเด็นของนักสืบเชอร์ล็อกเข้า ถึงตอนนั้นอาจสายเกินแก้ไข

และเหนือสิ่งอื่นใด ครอบครัวของเด็กสาวหลายคนคงมีเงินเก็บพอสำหรับจ้างนักสืบตามหาตัวบุตรสาวอยู่แล้ว ยิ่งมีเหยื่อมาก จำนวนนักสืบในคดีนี้ก็ยิ่งเบียดเสียด ฉะนั้น ความสนใจในตัว ‘เชอร์ล็อกใจบุญ’ จึงถูกหารออกไปด้วยปัจจัยข้างตน…

สรุปโดยสั้นคือ ถ้าเราไม่กลายเป็นผู้ต้องสงสัยหลัก ก็ไม่ต้องกังวลว่าหน่วยพิเศษจะนำเบาะแสไปเทียบกับคดีลาเนวุสอย่างละเอียด…

ยิ่งไปกว่านั้น คดีของลาเนวุสถูกดูแลโดยเหยี่ยวราตรีและคนของกองทัพอย่างสนิทสนมกลมเกลียว แต่คดีของคาพินเกิดขึ้นในเขตเชอร์วู้ด ฉะนั้น ผู้รับผิดชอบจึงน่าจะเป็นหน่วยทูตพิพากษา และพวกเขาคงไม่ลงรอยกับทหารสักเท่าไร… จริงสิ เคธี่กับพาร์คเกอร์ต่างก็เป็นผู้วิเศษบนเส้นทางผู้ตัดสิน บางที กองทัพหรือราชวงศ์อาจลงมาจัดการคดีด้วยตัวเอง…

ในฐานะอดีตสมาชิกเหยี่ยวราตรี ไคลน์ย่อมทราบระเบียบการทำงานขององค์กรเหล่านี้อย่างทะลุปรุโปร่ง มันทราบแม้กระทั่งรูปแบบการทำงาน ความบาดหมางเล็กๆ และแนวทางการสืบสวนคดี

สรุปก็คือ การทำนายถึงเราไม่ใช่เรื่องง่าย…

ไคลน์ยิ้มแห้งพลางนั่งผ่อนคลายภายในห้องโดยสารรถม้าเช่า

สำหรับวันนี้ มันยังคงตีเนียน สืบหาสาเหตุการหายตัวไปของเดซี่เหมือนกับเมื่อวาน

เราเป็นแค่นักสืบเอกชนธรรมดา ผู้ยังไม่ทราบว่าการหายตัวไปของเดซี่ มีส่วนเกี่ยวข้องกับคาพินโดยตรง

เก้าโมงเช้า เดซี่กลับถึงหอพักโกโรโกโสภายใต้การนำทางของตำรวจผู้รับผิดชอบในละแวกดังกล่าว

สำหรับเมื่อคืน เดซี่และเด็กหญิงคนอื่นๆ ต่างถูกส่งไปนอนค้างคืนภายในวิหารหลายแห่งรอบเขตเชอร์วู้ด ขณะเดียวกัน พวกเธอก็ถูกยิงคำถามมากมายจนแทบไม่ได้นอน เช่น พบเห็นสิ่งใดบ้างขณะหลบหนี หันหลังกลับไปมองเห็นอะไร บ้านอยู่ไหน สถานการณ์ครอบครัวเป็นเช่นไร มีเพื่อนคนใดโดดเด่นกว่ามนุษย์ทั่วไปบ้าง และอีกมากมาย

แม้เดซี่จะถูกความสั่นกลัวและตื่นตระหนกครอบงำในขณะนั้น แต่เธอก็ตอบคำถามทั้งหมดจากคนแปลกหน้าได้อย่างฉะฉาน

จากนั้นก็ไม่มีใครมาถามอะไรอีก ได้นอนหลับพักผ่อนภายในวิหารอย่างสงบสุข

ผ่านไปหนึ่งคืน จนกระทั่งเธอถูกส่งตัวมายังเขตตะวันออกในช่วงเช้า ก่อนจะกลับถึงบ้านอย่างปลอดภัยโดยมีตำรวจใจหน้าบูดบึ้งนำทางช่วย

ตลอดทาง เดซี่ไม่เคยรู้สึกปลอดภัย แต่เธอไม่กล้ากล่าวสิ่งใดก่อน รอจนกว่าจะย่างกรายพ้นกรอบประตูบ้าน นั่นจึงจะเป็นความโล่งอกโดยแท้จริง

ไม่กี่วินาทีถัดมา ก่อนเดซี่จะมองเห็นแม่ข้างกะละมังน้ำ ก่อนเธอจะมองเห็นเฟรย่าหลังราวตากผ้า เสียงร้องตะโกนพลันดังแหลมมาจากด้านใน

“เดซี่!”

เฟรย่าหยุดทุกการกระทำ เธอพุ่งแทรกตัวผ่านแถวเสื้อผ้าเปียกและสิ่งของระเกะระกะมากมายบนพื้น จากนั้นก็โผเข้ากอดน้องสาวหน้าประตูอย่างแนบแน่น

ผ่านไปสักพักจึงปล่อยมือ ดวงตาอันเจิ่งนองจ้องสำรวจน้องสาวหัวจรดเท้า สีหน้าแฝงความห่วงใยและกังวลโดยไม่ปิดบัง

“เธอไม่เป็นอะไรใช่ไหม? ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าเธอกลับมาได้!”

ขณะเดียวกัน ไลฟ์ลุกยืนข้างกะละมังพลางใช้มือเช็ดเสื้อผ้าตัวเองให้แห้ง ก่อนจะขยี้ตาซักถาม

“เดซี่ หายไปไหนมา?”

ในวินาทีดังกล่าว ตำรวจหน้าตาบึ้งตึงชิงพูดขัดจังหวะ

“เธอถูกลักพาตัว พวกเราเป็นคนช่วยเหลือออกมา”

“ขอบคุณมาก! ขอบคุณมากค่ะ! พวกคุณช่าง… ก…เก่ง!” ไลฟ์ใช้มือปาดน้ำตาพลางกล่าวชมเชยอย่างไม่ชำนาญภาษา

ตำรวจกระแอมค่อย

“นี่เป็นงานของตำรวจอยู่แล้ว… ว่าแต่ พวกคุณได้พบคนแปลกหน้าบ้างไหมในช่วงสองสามวันมานี้?”

ไลฟ์พลันผงะ เธอสัมผัสถึงบางอย่างไม่ชอบมาพากล ผนวกกับไม่ต้องการให้ครอบครัวเข้าไปพัวพันกับเรื่องวุ่นวาย จึงตอบโดยเลี่ยงความจริงไว้

“ไม่ค่ะ ไม่ได้พบใครเลย”

ตำรวจหน้าบึ้งโบกมืออำลา

“วันหลังก็ระวังตัวด้วย เลิกเดินผ่านซอยเปลี่ยวนั่นได้แล้ว!”

มันมิอาจอดทนยืนดมสรรพกลิ่นและบรรยากาศอันเปียกชื้นภายในห้องอีกต่อไป

ไลฟ์หันกลับมามองบุตรสาวคนเล็กอีกครั้ง สองเท้าย่างกรายเข้าหาอีกฝ่ายด้วยความระมัดระวัง มือข้างหนึ่งเช็ดเสื้อตัวเองซ้ำเพื่อให้มั่นใจว่าแห้งสนิท ตามด้วยการสวมกอดบุตรสาวอย่างอ่อนโยน

“ขอบคุณสวรรค์ เจ้ากลับมาจนได้…” ไลฟ์พึมพำทั้งน้ำตา แต่มิได้ไม่ถามว่าเดซี่ได้รับบาดเจ็บตรงไหนหรือไม่

เดซี่ผ่อนคลายตัวเอง พลางสะอื้น

ทางด้านข้าง เฟรย่ากำลังมีดวงตาแดงก่ำและบวมโต เธอรีบกางแขนออกและสวมกอดมารดากับน้องสาวพร้อมกัน

สามแม่ลูกกอดกลมอยู่นาน ก่อนจะปล่อยมือด้วยสีหน้าอิ่มเอมใจ

ไลฟ์ปาดน้ำตาพลางเปล่งเสียง

“ตอนนี้ช่วยกันซักผ้าก่อน ยังเหลือผ้าต้องนำไปส่งลูกค้าอีกมาก”

แม้ว่าเดซี่เพิ่งจะได้รับอิสระ แม้ว่าเธอเพิ่งกลับถึงบ้าน แต่เด็กหญิงก็รีบผงกศีรษะหนักแน่นและปรี่เข้าไปประจำตำแหน่งทำงานทันที

จนกระทั่งใกล้เที่ยง ขณะสามแม่ลูกกำลังกัดขนมปังดำและของเหลวสีซีดจางซึ่งเรียกว่าชาได้ไม่เต็มปาก ไลฟ์เอ่ยปากถาม

“เดซี่ เจ้าบาดเจ็บตรงไหนรึเปล่า?”

เด็กหญิงส่ายหัว

“หนูแค่โดนเตะท้องครั้งเดียว”

“เยี่ยมเลย! จริงสิ มีนักสืบคนหนึ่งอาสาตามหาตัวเธอโดยไม่คิดเงิน เรื่องเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวาน แต่ผ่านไปวันเดียวเธอก็ถูกตำรวจช่วยออกมาแล้ว… อ๊ะ! เขานำสมุดศัพท์ของเธอติดตัวไปด้วย” เฟรย่าเท้าความ

ไลฟ์พูดเสริมโดยคิดไว้ล่วงหน้าแล้ว

“เรื่องสมุดศัพท์เล่มนั้น เดี๋ยวแม่จะบอกผ่านเฒ่าโคห์เลอร์ให้ และต้องบอกเขาด้วยว่าเจ้ากลับถึงบ้านแล้ว เขาคนนั้นจะได้ไม่เสียเวลาไปอย่างสูญเปล่า เหนือสิ่งอื่นใด เราต้องขอบคุณชายผู้มีน้ำใจประเสริฐ”

เดซี่ทำหน้าโล่งใจ ก่อนจะหันไปตอบคำถามของเฟรย่า

“ผิดแล้ว ตำรวจไม่ได้ช่วยฉันออกมา ย้อนกลับไปในตอนนั้น หลังจากเสียงระเบิดดังขึ้นไม่นาน ประตูสำหรับกักขังพวกเราได้ถูกปลดกลอนออกอย่างเป็นปริศนา เราจึงรีบวิ่งหนีออกจากคฤหาสน์ทั้งอย่างนั้น จนกระทั่งถึงถนนใหญ่ เราหันกลับไปมองเป็นครั้งสุดท้าย และได้พบกับสุภาพบุรุษหรือสุภาพสตรีคนหนึ่งกำลังยืนเด่นสง่าบนหลังคา เขาหรือเธอคนนั้นสวมชุดเกราะสีดำ มงกุฎสีเดียวกันจนดูคล้ายหมวกเหล็ก อีกฝ่ายยืนมองพวกเราอย่างเงียบงันเช่นกัน หลังจากนั้น พวกเรารีบหนีออกมาอย่างปลอดภัยโดยไม่ถูกใครไล่ตาม”

ในฐานะครูอาสาของโรงเรียนกุศล คลังคำศัพท์ของเดซี่เหนือกว่าทุกคนในบ้านชัดเจน

“เจ้าถูกคนแต่งกายแบบนั้นช่วยไว้หรือ?”

ไลฟ์ทวนคำพลางแสดงสีหน้าประหลาดใจสุดขีด ทางด้านข้าง เฟรย่าเองก็กำลังรอคำตอบด้วยใจจดจ่อ

เดซี่พยักหน้าขึงขัง

“ค่ะ! ตรงตามคำอธิบายในบทเพลงขับขานของนักกวีเร่ร่อนไม่มีผิด… เขาคือ… วีรบุรุษ!”

วีรบุรุษ…

เฟรย่าพูดซ้ำด้วยดวงตาเปล่งประกาย

ภายในห้องลับสุดยอด คนกลุ่มหนึ่งกำลังเปรียบเทียบคดีลาเนวุสและคดีคาพินอย่างระมัดระวัง จากข้อมูลในมือ พวกมันพยายามมองหาจุดร่วมของวิธีลงมือและแรงจูงใจ

“ทั้งสองคดีไม่เกี่ยวข้องกันโดยสิ้นเชิง หากถามว่ามีสิ่งใดคล้ายคลึงกันบ้าง ผมขอตอบว่าแรงจูงใจในการลงมือ เพราะไม่ว่าจะคดีลาเนวุสหรือคาพิน ก็ล้วนทำไปเพื่อขจัดความชั่วร้ายทั้งสิ้น อาจกล่าวได้ว่า เจ้าของไพ่ทาโรต์คือผู้ผดุงคุณธรรม” ใครบางคนอธิบาย

“ค่อนข้างแน่ชัดแล้วว่า ทั้งสองคดีไม่ได้ถูกลงมือโดยบุคคลเดียวกัน ระดับความต่างของพลังกว้างเกินไป ยังไม่รวมถึงชนิดพลังซึ่งเป็นคนละสายโดยสิ้นเชิง จริงอยู่ ผู้วิเศษทุกคนสามารถเลื่อนลำดับได้ แต่ในคดีของคาพินนั้นค่อนข้างพิเศษ ผู้ลงมือเป็นร่างวิญญาณอันหาได้ยาก หรือไม่ก็เส้นทางซึ่งสามารถสลับไปมาระหว่างร่างเนื้อและร่างวิญญาณได้อย่างอิสระ” เสียงของใครบางคนช่วยเสริม

เมื่อได้ยินดังนั้น เจ้าของการประชุมตัดสินใจกล่าวสรุป

“สองคดี.สองผู้ลงมือ.จุดร่วมมีเพียงไพ่ทาโรต์บนตัวศพ อาจเป็นไปได้ว่า คดีคาพินเกิดจากพฤติกรรมเลียนแบบ… ถ้าเป็นแบบนั้นก็ยิ่งง่าย แค่ตีกรอบให้แคบลงว่า มีใครทราบรายละเอียดของคดีลาเนวุสบ้างก็พอ! แต่ถ้าไม่ใช่การเลียนแบบ ก็มีโอกาสสูงว่าทั้งสองคนจะอยู่ในองค์กรเดียวกัน… องค์กรซึ่งมีสัญลักษณ์เป็นไพ่ทาโรต์”

………………….

ACAC

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

error: Content is protected !!
Exit mobile version