ตอนที่ 347 เข้าร่วม
ตอนที่ 347 เข้าร่วม
ปฏิกิริยาของพวกสำนักศึกษาโย่วสุยทั้งหมด พวกเจี่ยงเว่ยจิ้งไม่ค่อยจะเข้าใจนัก ก็แค่เลื่อนระดับเป็นท่องพันลี้ไม่ใช่หรือ ส่วนเรื่องอื่นนั้น ระดับความเร็วในการฝึกฝนของอวิ๋นโม่น่าตระหนกก็จริง แต่ตอนนี้เป็นระดับท่องพันลี้ชั้นต้นเท่านั้น ความสามารถไม่อาจเทียบกับพวกตนได้ มีอะไรให้ต้องแปลกใจ
พวกลูกศิษย์ของสำนักศึกษาโย่วสุยสีหน้าหนักอึ้ง มีคนส่งเสียงในทางลับ “ดูท่าพวกเจี่ยงเวยจิ้งจะไม่รู้ถึงความน่ากลัวของอวิ๋นโม่”
ศิษย์น้องสิงเชียนตอนที่เพิ่งเข้าสู่ระดับก่อจิตชั้นสูงก็สามารถกำราบจอมยุทธ์ระดับท่องพันลี้ชั้นต้นได้มากมายแล้ว อวิ๋นโม่คนนี้ แม้แต่ศิษย์น้องสิงเชียนก็ยังไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเขา หลังจากเลื่อนเป็นระดับท่องพันลี้แล้ว ถึงจะเป็นแค่ขั้นหนึ่งชั้นฟ้า เกรงว่าก็มีความสามารถเท่าชั้นสูงแล้ว “ตอนนี้พวกเรามองระดับยุทธ์ของเขาไม่ออก หากเขาเลื่อนเป็นระดับท่องพันลี้ชั้นกลาง เกรงว่าแม้แต่ศิษย์พี่ซ่งก็ไม่แน่ว่าจะเป็นคู่ต่อสู้ของเขาได้”
“ถ้าเจ้าคนน่ากลัวผู้นี้ร่วมมือกับพวกเจี่ยงเวยจิ้ง เกรงว่าพวกเราจะต้องล่าถอย”
“ถ้าศิษย์พี่หลิวอยู่ที่นี่ก็คงดี ต่อให้อวิ๋นโม่และศิษย์สตรีผู้นั้นลงมือ พวกเราก็ไม่ต้องกลัว”
ซ่งเสี่ยวโจวมองอวิ๋นโม่ก่อนเอ่ยเสียงต่ำ “อวิ๋นโม่กับสตรีผู้นั้นดูเหมือนจะขัดแย้งกับพวกเจี่ยงเวยจิ้ง ข้าจะลองดูว่าสามารถโน้มน้าวพวกเขามาอยู่ฝั่งนี้ได้หรือไม่”
พูดแล้วก็มองไปทางอวิ๋นโม่พร้อมประคองหมัดเอ่ย “น้องอวิ๋นโม่ เจ้าไม่สู้มาร่วมกับพวกเราเป็นอย่างไร ขอเพียงเจ้าช่วยข้าขับไล่พวกเจี่ยงเวยจิ้งไป ข้าจะยกหินเสวียนหยางในที่นี้ให้เจ้าครึ่งหนึ่ง! หากเจ้าเข้าร่วมกลุ่มของพวกเรา ช่วยเสาะหาทรัพยากรในบึงใหญ่ พวกเราก็จะมอบส่วนแบ่งที่เจ้าพอใจ!”
พวกเจี่ยงเวยจิ้งได้ยินก็หน้าเปลี่ยนสี พวกเขาไม่เข้าใจว่าทำไมคนของสำนักศึกษาโย่วสุยถึงได้ทุ่มเทเพื่อดึงอวิ๋นโม่ไปขนาดนี้
“เจ้าพวกนี้คิดจะดึงคนของสำนักเราไปจริงๆ!” ใบหน้าเจี่ยงเวยจิ้งบิดเบ้
สีหน้าของเหลียงกวงฟูเองก็ไม่ดีนัก เขาส่งเสียงในทางลับกับเจี่ยงเวยจิ้ง “ถึงพวกเขาลากอวิ๋นโม่ไป พวกเราก็ไม่จำเป็นต้องใส่ใจ ด้วยความสามารถของเจ้านั่น ต่อให้ไปก็ไม่ส่งผลกระทบสักเท่าไร แต่ลั่วหงเจียวใส่ใจศิษย์น้องเล็กของนางมาก หากอวิ๋นโม่ถูกลากไป เกรงว่านางอาจตามไปด้วย”
“จะทำอย่างไรดี นางต้องการหินครึ่งหนึ่ง แน่นอนว่าไม่ได้ แต่หากจะให้ยอมแพ้เช่นนี้ ข้าก็ไม่อาจถอดใจ” จงซูหลางถ่ายทอดเสียงออกไป เขาจ้องลั่วหงเจียวอย่างเกลียดชัง สตรีผู้นี้ละโมบเกินไปแล้ว
“ศิษย์น้องลั่ว พวกเราต่างก็เป็นลูกศิษย์ของสำนักศึกษาจั่วสุย…” เจี่ยงเวยจิ้งยังคงคิดจะอ้างคุณธรรมเพื่อผูกมัดลั่วหงเจียว
ลั่วหงเจียวเอ่ยอย่างเฉยชา “ไม่ต้องพูดเรื่องคุณธรรม ข้าฟังไม่เข้าใจ แต่ข้อเสนอของสำนักศึกษาโย่วสุย ข้ารู้สึกหวั่นไหวบ้างแล้ว”
พฤติกรรมที่เจี่ยงเวยจิ้งเชิญนางแล้วยังไปเชิญจงเจ๋อมาด้วย ทำให้ลั่วหงเจียวไม่พอใจมาก นางหมดความเคารพเขาไปนานแล้ว
ซ่งเสี่ยวโจวเอ่ยเพิ่มอีก “น้องอวิ๋นโม่ หากเจ้าไม่เต็มใจรวมกลุ่มกับพวกเราก็ไม่เป็นไร ขอเพียงเจ้าไม่ช่วยพวกเขา หลังจากพวกเราได้หินมาแล้วยังจะแบ่งให้เจ้าครึ่งหนึ่งเป็นอย่างไร”
ได้ยินคำพูดนี้พวกเจี่ยงเวยจิ้งก็ยิ่งร้อนรน ข้อเสนอนี้ดึงดูดผู้คนยิ่งกว่าเดิม ไม่ต้องลงมือก็ได้รับหินเสวียนหยางหลายสิบชั่งไปเปล่าๆ ใครบ้างจะไม่เอา
“ศิษย์น้องอวิ๋นโม่ อย่าไปฟังพวกเขา คนพวกนั้นเชื่อถือไม่ได้! เจ้ารู้ได้อย่างไรว่าพวกเขาจะรักษาคำพูด” เจี่ยงเวยจิ้งกล่าว
“ฮ่าๆ เจี่ยงเวยจิ้ง ข้าซ่งเสี่ยวโจว พูดได้ทำได้ ไม่เหมือนเจ้า!” ซ่งเสี่ยวโจวหัวเราะเยาะ
อวิ๋นโม่ย่อมไม่รับปากพวกสำนักศึกษาโย่วสุย หินเสวียนหยางไม่กี่สิบชั่งไม่อาจโยกคลอนเขาได้เลย ยิ่งกว่านั้น ที่เขาปรากฏตัวที่นี่ก็เพื่อซ่างกวนหรู แล้วจะไปช่วยสำนักศึกษาโย่วสุยเล่นงานนางได้อย่างไร แต่ที่ไม่แสดงท่าทีก็เพราะอยากให้ศิษย์พี่หญิงใหญ่ได้ระบายความโกรธออกมาเท่านั้น
จู่ๆ ซ่างกวนหรูก็ขยับขึ้นมา “ศิษย์พี่ลั่ว ครึ่งหนึ่งมากเกินไปอยู่บ้าง เช่นนี้เถอะ หากท่านเต็มใจขับไล่พวกสำนักศึกษาโย่วสุยร่วมกับพวกเรา ท่านก็รับสองส่วนเหมือนศิษย์พี่เจี่ยง ส่วนศิษย์น้องอวิ๋นโม่ก็รับหนึ่งส่วน เป็นอย่างไร”
พวกจงเจ๋อย่อมไม่พอใจมาก แม้จะเป็นเช่นนี้พวกเขาก็ยังไม่เต็มใจ ในสายตาของพวกเขา อวิ๋นโม่และลั่วหงเจียวจะมีคุณสมบัติได้รับส่วนแบ่งมากขนาดนั้นได้อย่างไร แต่เมื่อพิจารณาภาพรวมในตอนนี้ วิธีนี้ก็คือวิธีที่ทั้งสองฝ่ายสามารถรับได้
ลั่วหงเจียวมองอวิ๋นโม่และในที่สุดก็พยักหน้า “เอาเถอะ แบ่งกันตามนั้น”
ที่จริงนางไม่ได้ต้องการครึ่งหนึ่ง แต่แค่คิดจะทำให้พวกจงเจ๋อต้องปวดใจเท่านั้น พอซ่างกวนหรูเอ่ยปาก นางจึงเห็นแก่อวิ๋นโม่ ไม่ทำให้พวกเจี่ยงเวยจิ้งต้องลำบากอีก
อวิ๋นโม่หันกลับไปยิ้มให้พวกซ่งเสี่ยวโจว “ต้องขอโทษด้วย ศิษย์พี่หญิงของข้าเต็มใจร่วมมือกับพวกศิษย์พี่หรูมากกว่า ดังนั้นเชิญพวกท่านเถอะ ไม่ส่งแล้ว!”
ทันทีที่อวิ๋นโม่และลั่วหงเจียวเข้าร่วมกลุ่มของพวกซ่างกวนหรู ความแข็งแกร่งของทั้งสองฝ่ายก็เปลี่ยนแปลง พวกซ่งเสี่ยวโจวไม่รู้ระดับยุทธ์ของอวิ๋นโม่จึงหวั่นเกรงเขามาก ยามนี้ได้แต่ต้องเลือกถอยไป
“หึ! ทางที่ดีที่สุดพวกเจ้าจงรีบไปจากบึงใหญ่ ไม่เช่นนั้นจะต้องเสียใจ!”
ลูกศิษย์ของสำนักศึกษาโย่วสุยฝากคำอาฆาตเอาไว้ก่อนจากไป
“ศิษย์พี่ซ่ง อวิ๋นโม่ผู้นี้เป็นภัยคุกคามสำคัญของโย่วสุยเรา แค่ไม่นานเขาก็เลื่อนเป็นระดับท่องพันลี้ได้แล้ว เกรงว่าไม่ถึงสิบปีเขาคงสามารถเข้าสู่ระดับคงเขตแดน ด้วยพรสวรรค์ยุทธ์ของเจ้านั่น ทันทีที่เข้าสู่ระดับคงเขตแดน เกรงว่าในโย่วสุยจะไม่มีใครสามารถต้านเขาได้แล้ว”
“ใช่แล้ว หากเขาเติบโตอย่างราบรื่น โย่วสุยเราคงยิ่งตกเป็นรองจั่วสุยแล้ว”
ซ่งเสี่ยวโจวสีหน้ามืดครึ้ม เอ่ยด้วยความเกลียดชัง “เป็นตัวอันตรายจริงๆ หากทำได้ละก็จะต้องให้มันถูกฝังอยู่ในบึงใหญ่ตลอดไป!”
ด้านจั่วสุย หลังจากทุกคนแบ่งหินเสวียนหยางกันแล้ว เจี่ยงเวยจิ้งก็มองอวิ๋นโม่และลั่วหงเจียวด้วยรอยยิ้ม “ศิษย์น้องลั่ว ศิษย์น้องอวิ๋นโม่ พวกเจ้าเต็มใจเข้ากลุ่มของเรา เสาะหาหินเสวียนหยางและว่านหยินหยวนด้วยกันไหม”
เพราะหวาดกลัวลูกศิษย์คนนั้นของสำนักศึกษาโย่วสุย เขาจึงหวังว่าพวกอวิ๋นโม่จะเข้าร่วมกลุ่ม
ลั่วหงเจียวมองเขาและถามอย่างเฉยเมย “พวกเราได้เท่าไร”
เจี่ยงเวยจิ้งชูสองนิ้ว
ลั่วหงเจียวดูไม่ยินดีและไม่พอใจ ซ่างกวนหรูเห็นแล้วก็รีบเอ่ย “ศิษย์พี่ลั่ว สองส่วนก็นับว่าไม่เลวแล้ว หากท่านเข้าร่วม ศิษย์พี่ศิษย์น้องตระกูลจงก็จะได้สองส่วนเหมือนพวกท่านเช่นกัน บึงใหญ่แห่งนี้มีสัตว์อสูรมากมาย ตอนนี้ถือว่าพวกท่านล่วงเกินลูกศิษย์ของสำนักศึกษาโย่วสุยไปแล้ว หากพวกท่านทั้งสองเคลื่อนไหวเพียงลำพังจะอันตรายมาก ดังนั้นศิษย์พี่ลั่วและศิษย์น้องอวิ๋นโม่ พวกท่านมาเข้าร่วมกับเราเถอะ”
“เอาเถอะ พวกเราเข้าร่วมก็ได้” ลั่วหงเจียวพยักหน้า นางรู้ว่าหากเรียกร้องมากเกินไป พวกเจี่ยงเวยจิ้งจะไม่เห็นด้วยแน่ ตอนนี้ไม่มีศัตรูตัวฉกาจอยู่เบื้องหน้า ยังไม่ใช่เวลาที่นางจะเพิ่มค่าตัว นอกจากนี้เพื่อความสุขของศิษย์น้องเล็ก นางจำต้องยอมประนีประนอม หากเอาแต่ติดตามอยู่ด้านหลังก็ใช่ที่ ศิษย์น้องเล็กช่วยพวกเขาแล้วซ่างกวนหรูก็ยังไม่รู้ จะให้เป็นเช่นนี้ไม่ได้
“ในเมื่อพวกเจ้าเข้าร่วมแล้วข้าก็จะแบ่งหน้าที่ให้พวกเจ้า ความแข็งแกร่งของศิษย์น้องลั่วนั้นใช้ได้ ให้ร่วมต่อสู้กับศิษย์น้องรั่วเสวียนและศิษย์น้องหรู ส่วนศิษย์น้องอวิ๋นโม่ ความสามารถของเจ้าด้อยกว่า หากต้องต่อสู้ก็จะอันตรายเกินไป ภารกิจหลักของเจ้าคือรวบรวมหินเสวียนหยางและว่านหยินหยวน และเพราะยามต่อสู้เจ้าลงแรงน้อย กลางคืนเจ้าจะต้องเพิ่มเวลาเฝ้ายาม”
“ทำไมพวกเจ้าถึงดูถูกศิษย์น้องเล็กอยู่เสมอ” ลั่วหงเจียวกล่าวด้วยความไม่พอใจ
เหลียงกวงฟูยักไหล่ “เรื่องนี้ก็เห็นชัดอยู่แล้ว ไม่ใช่ว่าพวกข้าจงใจรังแกเขา เขาเพิ่งเลื่อนเป็นระดับท่องพันลี้ เดิมก็เป็นคนที่อ่อนแอที่สุดคนหนึ่ง อีกทั้งศิษย์พี่เจี่ยงจัดการแบบนี้เพราะคิดเผื่อเขาด้วย”
“ศิษย์พี่หญิงใหญ่ ไม่เป็นไร ให้เป็นเช่นนี้แหละ” อวิ๋นโม่พยักหน้า เรื่องการแบ่งหน้าที่เขาทำอะไรก็ได้ เพราะสำหรับเขา ทุกอย่างเป็นเรื่องง่าย ยิ่งกว่านั้นหากพบกับสัตว์อสูรที่แข็งแกร่ง เขาก็ยังต้องปลีกตัวไปจัดการอยู่ดี
พวกเจี่ยงเวยจิ้งหวั่นเกรงลูกศิษย์ผู้นั้นของสำนักศึกษาโย่วสุยที่สุด จึงเปลี่ยนทิศทางการค้นหา
อวิ๋นโม่มาอยู่ข้างกายลั่วหงเจียวพร้อมเอ่ยเสียงแผ่ว “ศิษย์พี่หญิงใหญ่ ทำให้ท่านต้องคับข้องใจแล้ว”
ลั่วหงเจียวยิ้ม “คับข้องใจที่ไหนกัน เพื่อความสุขของศิษย์น้องเล็ก ต่อให้ต้องอัดอั้นตันใจกว่านี้ก็สมควรทำ ศิษย์น้องเล็ก เจ้ารีบไปจัดการเรื่องศิษย์น้องหรูให้ข้าดีกว่า!”
อวิ๋นโม่ส่ายหน้าอย่างอ่อนใจ ศิษย์พี่หญิงใหญ่ผู้นี้ จะเก็บงำให้มากกว่านี้หน่อยไม่ได้หรือ
อวิ๋นโม่เองก็ยังงุนงงอยู่บ้าง เขาเข้าร่วมกลุ่มนี้เพราะต้องการปกป้องซ่างกวนหรูเท่านั้น ที่จริงไม่ได้วางแผนอะไรมาก
คนทั้งกลุ่มเปลี่ยนทิศทาง ครั้งนี้ค่อนข้างสงบราบเรียบ ไม่เจอสัตว์อสูรที่แข็งแกร่งจากส่วนลึกที่สุดของบึงใหญ่อีก หลังจากทำความคุ้นเคยกันหลายวันเข้า ความคิดที่ซ่างกวนหรูมีต่ออวิ๋นโม่ก็เปลี่ยนไปเล็กน้อย ก่อนหน้านี้นางไม่ค่อยชอบอวิ๋นโม่สักเท่าไร ตอนนี้อย่างน้อยก็ปฏิบัติต่อเขาเหมือนที่ทำกับคนอื่นๆ แล้ว
จุดนี้ทำให้อวิ๋นโม่ดีใจมาก เวลาเขาพูดกับนาง นางก็ไม่ได้หาข้ออ้างปลีกตัวไปเหมือนเมื่อก่อน
เช้าตรู่วันนี้ หลังจากทุกคนตื่นจากความฝัน โอวหยางรั่วเสวียนเห็นอวิ๋นโม่นั่งเฝ้ายามจนฟ้าสางก็ประหลาดใจและรู้สึกผิดอยู่บ้าง
………………………………………
Comments for chapter "ตอนที่ 347 เข้าร่วม"
MANGA DISCUSSION
Madara Info
Madara stands as a beacon for those desiring to craft a captivating online comic and manga reading platform on WordPress
For custom work request, please send email to wpstylish(at)gmail(dot)com