ตอนที่ 391 ผลัดกัน
ตอนที่ 391 ผลัดกัน
“พี่ซู่!” อวิ๋นโม่โบกมือ
ก่อนนี้หยางเหวยก่วงและฉางซู่เคยบอกว่าจะเข้าสำนักหยวนซวี แต่สำนักใหญ่โตมาก ต่อให้เป็นศิษย์รับใช้เหมือนกันก็อาจถูกส่งไปแผนกที่แตกต่างกัน เมื่อได้พบฉางซู่โดยบังเอิญ เขาจึงดีใจมาก
ฉางซู่หันกลับมา พอเห็นอวิ๋นโม่ก็มีสีหน้ายินดี “อวิ๋นโม่! ทำไมเจ้าถึงมาอยู่ที่นี่” ฉางซู่ประหลาดใจ ก่อนหน้านี้อวิ๋นโม่เคยบอกว่ามีเรื่องต้องไปทำ คิดไม่ถึงว่าจะมาปรากฏตัวในสำนัก
อวิ๋นโม่รีบเดินเข้าไปหา “ข้าเองก็เข้าสำนักแล้ว พี่ซู่ซู่ พวกท่านสบายดีไหม”
“พวกเราสบายดี ต่อไปข้าควรเรียกเจ้าว่า ศิษย์น้องอวิ๋นโม่แล้วใช่ไหม” ฉางซูกระเซ้า “ว่าแต่เจ้ามาทำอะไรในสำนัก”
ฉางซู่รู้ว่าเขามีพรสวรรค์สูงกว่าพวกตน เมื่อเข้าสู่สำนักจะต้องเป็นศิษย์รับใช้นานห้าปีถึงจะเป็นศิษย์ที่ถูกต้องได้
“สกัดทองคำดำหมอกม่วงอยู่ที่นี่ ท่านกับพี่ใหญ่หยางเล่า” อวิ๋นโม่ถามกลับ
ฉางซู่ถอนหายใจ “ศิษย์น้องอวิ๋นโม่ พรสวรรค์อย่างเจ้า มาทำเรื่องเช่นนี้ช่างเสียเปล่าเกินไปแล้ว ข้ากับพี่ใหญ่หยางของเจ้ายังนับว่าไม่เลว ทำงานให้ศิษย์พี่หญิงหลีอวี่เยี่ยนที่เป็นศิษย์ใน ที่มาครั้งนี้ก็เพื่อช่วยศิษย์พี่หญิงหาวัตถุดิบหลอมอุปกรณ์วิญญาณบางอย่าง คิดไม่ถึงว่าจะได้พบเจ้าที่นี่ ช่างน่ายินดี”
ศิษย์ในหรือกระทั่งศิษย์สืบทอดบางคนที่มีพรสวรรค์ยุทธ์และพลังไม่เลว ทางสำนักจะจัดสรรศิษย์รับใช้บางส่วนให้พวกเขาเพื่อช่วยพวกเขาทำงาน เรื่องนี้อวิ๋นโม่รู้อยู่แล้ว หากคนผู้นั้นพื้นเพนิสัยไม่เลว เช่นนั้นศิษย์รับใช้ที่ถูกส่งไปก็จะสบาย
“ศิษย์พี่หญิงหลีอวี่เยี่ยนเป็นคนไม่เลว นางดีกับข้าและเหวยก่วงมาก ศิษย์น้องอวิ๋นโม่ หากมีโอกาสข้าจะลองสอบถามศิษย์พี่หญิงหลีอวี่เยี่ยนดูว่านางพอจะส่งเจ้าไปให้ศิษย์ในสักคนได้ไหม เช่นนี้เจ้าจะได้สบายขึ้นหน่อย” ฉางซู่กล่าว
ในใจอวิ๋นโม่ลิงโลด หากได้ใกล้ชิดกับศิษย์ในที่มีฐานะสูงส่งสักคน เขาอาจมีโอกาสสืบหาแผ่นหยกของทัณฑ์พันอัสนีสูงกว่าเดิมมาก เด็กหนุ่มประคองหมัดขึ้นมา “เช่นนั้นต้องขอบคุณพี่ซู่ซู่แล้ว”
“นี่เป็นเรื่องสมควรอยู่แล้ว แต่จะสำเร็จหรือไม่ ข้าก็ไม่กล้ารับปาก” นางถอนหายใจ เพราะนางไม่ใช่ศิษย์ในจึงทำอะไรไม่ได้มาก
“ไม่เป็นไร พี่ซู่ซู่ยินดีช่วยข้าก็ดีมากแล้ว” เขาโบกมือ
“ศิษย์น้องอวิ๋นโม่ ข้าต้องรีบนำวัตถุดิบกลับไปให้ศิษย์พี่หลีอวี่เยี่ยน ถ้ามีโอกาสข้าและเหวยก่วงจะมาหาเจ้า”
“พี่ซู่ซู่ แล้วพบกัน” เขาโบกมือ
“หวังว่าจะสำเร็จ” อวิ๋นโม่พึมพำกับตัวเอง ตอนนี้เขาอยู่ในพื้นที่ทรัพยากร ไม่อาจไปไหนมาไหนตามอำเภอใจ กฎของสำนักเข้มงวดมาก หากทำผิดกฎ สร้างความไม่พอใจให้ยอดฝีมือระดับมโนสำนึก เขาอาจต้องพบเรื่องยุ่งยาก
ขณะเขาหันกายจากไปก็ได้ยินเสียงฉางซู่ตะโกนด้วยความโกรธ
“พวกเจ้าจะทำอะไร”
“ฮิฮิ จะทำอะไร เจ้าไม่เข้าใจหรือ” น้ำเสียงหยาบกระด้างดังขึ้น
จากนั้นมีคนกล่าวต่อ “คิดไม่ถึงว่าในบรรดาศิษย์รับใช้จะมีของดีเช่นนี้”
“อยู่ในสำนัก พวกเจ้ายังกล้ากระทำเรื่องมิชอบ ไม่กลัวถูกลงโทษหนักหรือ”
“ฮ่าๆ พูดไร้สาระ พวกข้ากระทำผิดกฎสำนักเมื่อใด หึๆ แม่นาง ไม่ต้องดิ้นรนแล้ว ในบรรดาศิษย์รับใช้ไม่มีใครที่ข้าสื่อเม่า ต้องการแล้วจะไม่ได้!”
“ไสหัวไป ถ้าพวกเจ้าเข้ามา ข้าจะไม่เกรงใจแล้ว!”
“สตรีใจกล้า ข้าชอบ! แบบนี้ถึงจะสนุก! หึๆ!”
“แม่นาง อย่าดิ้นรนดีกว่า วรยุทธ์ระดับคงเขตแดนขั้นหนึ่งชั้นฟ้าอย่างเจ้า คิดว่าจะหนีไปจากมือพวกเราได้หรือ”
อวิ๋นโม่สีหน้าเย็นชาพุ่งตัวอย่างรวดเร็ว พอเลี้ยวโค้งก็เห็นศิษย์รับใช้ห้าคนล้อมฉางซู่เอาไว้ตรงกลาง แต่ละคนผุดยิ้มชั่วร้าย หนึ่งในนั้นเป็นระดับคงเขตแดนขั้นสามชั้นฟ้า เผชิญหน้ากับคนเหล่านี้ ฉางซู่ย่อมไม่อาจต่อต้าน
“หยุดมือ!” อวิ๋นโม่คำรามด้วยความโกรธ และรีบเหาะเข้าไป
“ใคร” พวกมันหันมาอย่างรวดเร็ว
“ศิษย์น้องอวิ๋นโม่” ฉางซู่หน้าตื่น เห็นอวิ๋นโม่เหาะเข้ามาก็รีบไปหลบด้านหลังเขาหลังจากเห็นระดับยุทธ์ของผู้มาใหม่อย่างชัดเจน คนเหล่านั้นก็หัวเราะเสียงดัง “ข้าคิดว่าเป็นยอดฝีมือที่ไหน ที่แท้ก็แค่ไอ้หนูระดับกึ่งคงเขตแดนคนหนึ่ง ทำไม คิดจะเป็นวีรบุรุษช่วยหญิงงามอย่างนั้นหรือ เจ้ามีแรงพอหรือ” ผู้ฝึกยุทธ์ระดับคงเขตแดนขั้นสามชั้นฟ้าแสยะยิ้มถาม
“ไอ้หนู รู้สถานการณ์แล้วก็รีบไสหัวไป เจ้ารู้หรือไม่ว่าคนผู้นี้คือใคร คนผู้นี้ก็คือศิษย์พี่สื่อเม่า ยอดฝีมือระดับคงเขตแดนขั้นสามชั้นฟ้า อีกไม่นานก็จะได้เป็นศิษย์นอกแล้ว ไอ้หนูอย่างเจ้าคิดจะเป็นวีรบุรุษช่วยหญิงงาม ช่างไม่รู้จักประมาณตน!”
“หึ! กลางวันแสกๆ ก็กล้ารังแกศิษย์ในสำนักเดียวกัน เห็นกฎของสำนักไร้ความหมาย พวกเจ้าช่างบังอาจ!” อวิ๋นโม่แค่นเสียงเย็นชา “อีกอย่าง พี่ซู่ซู่ก็แต่งงานแล้ว พฤติกรรมของพวกเจ้าช่างน่ารังเกียจ!”
“อ้อ ที่แท้ก็เป็นสตรีมีสามีแล้ว ไม่เป็นไรข้ายิ่งชอบ” สื่อเม่าเลียริมฝีปาก “ไอ้เด็กตัวเหม็น เห็นแก่ที่เจ้าไร้เดียงสา ข้าจะให้โอกาสเจ้าสักครั้ง ไสหัวไป ไม่เช่นนั้นข้าจะทุบกะโหลกโง่เง่าของเจ้าให้แหลก! หึๆ ขอเตือนเจ้าสักอย่าง ต่อให้ข้าฆ่าเจ้าที่นี่ สำนักก็ไม่สืบสาวราวเรื่อง”
“ศิษย์น้องอวิ๋นโม่” ฉางซู่กังวลมาก แม้นางรู้ว่าเขาแข็งแกร่ง แต่ที่นี่เป็นสำนักหยวนซวี ไม่ใช่ดินแดนหมื่นอาณาจักร ไม่อาจวู่วาม หากสื่อเม่าผู้นั้นมีเบื้องหลังแข็งแกร่ง อวิ๋นโม่หาเรื่องเขาก็อาจต้องลำบาก
“ไม่เป็นไรพี่ซู่ซู่ ไม่ต้องห่วง ท่านกลับไปเถอะ ข้าจะจัดการเรื่องนี้เอง” อวิ๋นโม่กล่าว
ฉางซู่ลังเลครู่หนึ่ง สุดท้ายก็เอ่ย “อืม… ระวังตัวด้วย ข้ากลับไปก่อนนะ” นางรู้ว่าถึงตัวเองอยู่ก็ช่วยอะไรไม่ได้ หากรีบจากไป ไม่แน่ว่าคนเหล่านี้อาจไม่สร้างเรื่องวุ่นวายต่อ
ฉางซู่หันกายรีบจากไป
“คิดจะไป ถามพวกข้าแล้วหรือยัง” สื่อเม่าสีหน้าเคร่งขรึม หันไปส่งสัญญาณให้คนข้างกายรั้งนางไว้
ตูม!!!
เกิดเสียงดังกระหึ่ม ลูกศิษย์ที่คิดจะไล่ตามฉางซู่ถูกอวิ๋นโม่ต่อยจนกระเด็นกลับมา
“แค่ก!” คนผู้นั้นกระอักไอครั้งหนึ่ง มุมปากมีเลือดไหลออกมา นี่ต้องถือว่าอวิ๋นโม่ยังยั้งมือ ไม่เช่นนั้นคนที่เพิ่งเข้าสู่ระดับคงเขตแดนขั้นสองชั้นฟ้าผู้นี้คงไม่ใช่แค่กระอักเลือดแล้ว
หลังจากฝึกฝนและปรับพื้นฐานมาหลายวัน การโจมตีด้วยพลังปราณที่ถูกบ่มเพาะของเขาก็เพิ่มขึ้นบางส่วน ผู้ฝึกยุทธ์ที่ไม่ถึงระดับคงเขตแดนชั้นกลาง ไม่มีคุณสมบัติให้เขาใช้เขตแดนขังอสูร
“ศิษย์พี่สื่อ ไอ้เด็กนี่เป็นของแข็ง!” ชายคนนั้นมองอวิ๋นโม่อย่างกังวล และพูดด้วยน้ำเสียงแหบต่ำ
“มารดามันเถอะ มิน่าเล่าถึงกล้าทำตัวเป็นวีรบุรุษ ที่แท้ก็มีความสามารถเช่นนี้ หึ ในเมื่อเจ้าหาที่ตายก็อย่าได้โทษข้าแล้วกัน พวกเจ้าไล่ตามสตรีผู้นั้นไป ข้าจะจัดการมันเอง!” สื่อเม่าโบกมือสั่งคนอื่นๆ
“ขอรับ ศิษย์พี่สื่อ!” คนเหล่านั้นรับคำ จากนั้นก็คิดจะอ้อมอวิ๋นโม่ไล่ตามฉางซู่ไป พวกเขาเชื่อว่าต่อให้อวิ๋นโม่แข็งแกร่งก็ไม่ใช่คู่ต่อสู้ของศิษย์พี่สื่อที่เป็นระดับคงเขตแดนขั้นสามชั้นฟ้า
ทันใดนั้นอวิ๋นโม่ก็คำรามเสียงแผ่ว พลังปราณในร่างทะยานออกมาอย่างคลุ้มคลั่งราวกับคลื่นทะเลถั่งโถม
“ไอ้หนูนี่ ทำไมถึงได้มีพลังปราณมากมายเช่นนี้” คนเหล่านั้นตกใจ ความเร็วลดลงโดยไม่รู้ตัว
“ไสหัว… กลับไป!” อวิ๋นโม่คำรามเสียงต่ำพร้อมต่อยหมัดออกไป
ตูม!
พลังหมัดรุนแรงสายหนึ่งพุ่งออกมา อานุภาพเหนือกว่าการโจมตีของผู้ฝึกยุทธ์ระดับคงเขตแดนขั้นสามชั้นฟ้าทั่วไป ยิ่งกว่านั้นปราณเต๋าที่รวมอยู่ในลำแสงของหมัดนั้นก็ยังลึกล้ำอย่างที่สุด จนยากจะเชื่อว่าเป็นพลังที่ผู้ฝึกยุทธ์ระดับกึ่งคงเขตแดนคนหนึ่งเข้าถึง
ทันทีที่ลำแสงจากหมัดพุ่งออกมา คนเหล่านั้นรวมทั้งสื่อเม่าต่างก็หนังตากระตุก
“ไอ้หนูนี่ ทำไมถึงได้มีพลังโจมตีที่น่ากลัวขนาดนี้” บางคนเอ่ยด้วยความกลัว ศิษย์นอกระดับคงเขตแดนเหล่านั้นที่เขาเคยพบก็ยังไม่น่ากลัวเท่านี้
“อย่าไร้สาระ โจมตีพร้อมกัน!” สื่อเม่าร้องคำราม หมัดนี้ของอวิ๋นโม่ครอบลงมาที่พวกเขาทั้งหมด หากไม่ออกแรงเต็มที่คงต้องบาดเจ็บหนัก
“เฮือก!”
คนเหล่านั้นต่างลงมือ บางคนนำอาวุธวิญญาณออกมา บางคนสองมือทำมุทราแสดงศาสตร์ลับที่แข็งแกร่งที่สุดของตน
ตูม!
ลำแสงหลายสายทะยานออกมา โจมตีพลังหมัดของอวิ๋นโม่พร้อมกัน พลังปราณระเบิดในพริบตา พลังเต๋าพลิกตลบขึ้นฟ้า พวกสื่อเม่าต่างก็ถูกพลังโจมตีที่น่าสะพรึงกลัวนั้นกระแทกใส่จนกระเด็นออกไป
หลังจากหมอกควันจางลงแล้ว พวกสื่อเม่าก็ต้องตะลึงเมื่อพบว่าอวิ๋นโม่ยังคงยืนอยู่ตรงนั้นโดยไม่ขยับไปไหน
“ทำไมเด็กคนนี้ถึงแข็งแกร่งขนาดนี้” คนเหล่านั้นพากันตะลึง แค่ระดับกึ่งคงเขตแดนคนหนึ่งเท่านั้นแต่แข็งแกร่งจนถึงขั้นนี้ เกรงว่า แม้แต่ศิษย์ในก็ยังเทียบไม่ได้เลย
“พวกเจ้ายังอยากเล่นอีกไหม” อวิ๋นโม่ก้าวไปข้างหน้าสองก้าวและถามอย่างเฉยเมย
“ไอ้หนู ฝากไว้ก่อนเถอะ!” สื่อเม่ากล่าวคำอาฆาตและรีบพาคนอื่นๆ จากไปอย่างรีบร้อน เห็นได้ชัดว่า พวกเขาไม่ใช่คู่ต่อสู้อวิ๋นโม่ เช่นนั้นจะอยู่ไปทำไม
เรื่องนี้สำหรับอวิ๋นโม่แล้วเป็นเพียงเรื่องเล็กๆ เท่านั้น เขาไม่แม้แต่จะใส่ใจ
คิดไม่ถึงว่า เรื่องเล็กๆ แค่นั้นจะกลายเป็นเรื่องซับซ้อนขึ้นมา
………………………………………
Comments for chapter "ตอนที่ 391 ผลัดกัน"
MANGA DISCUSSION
Madara Info
Madara stands as a beacon for those desiring to craft a captivating online comic and manga reading platform on WordPress
For custom work request, please send email to wpstylish(at)gmail(dot)com