ตอนที่ 392 โอกาส
ตอนที่ 392 โอกาส
มุมหนึ่งในสำนักหยวนซวี สื่อเม่าและพรรคพวกเดินก้มหน้ามุดดิน จู่ๆ ก็มีผู้หนึ่งเอ่ยปากขึ้นว่า “ศิษย์พี่สื่อ เรื่องนี้จะปล่อยไปแบบนี้ไม่ได้!”
“จริงด้วย ที่ผ่านมาศิษย์รับใช้คนใดบ้างที่พบกับศิษย์พี่สื่อแล้วไม่ให้ความเคารพ คิดไม่ถึงว่าแค่ไอ้เด็กใหม่ระดับกึ่งคงเขตแดนคนหนึ่งก็กล้าโอหังขนาดนี้ หากไม่กำราบมันเสียบ้างเกรงว่าวันหน้ามันจะต้องเหยียบหัวพวกเราแน่!”
“แต่ว่าไอ้เด็กนั่นมันเก่งจริงๆ พวกเราไม่ใช่คู่ต่อสู้ของมันเลย”
“ศิษย์พี่สื่อ ท่านกับศิษย์พี่สวี่มีความสัมพันธ์อันดี ข้าว่าท่านน่าจะไปขอให้เขาลงมือ สั่งสอนเจ้าเด็กนั่นสักครั้ง! ให้มันได้รู้ซึ้งถึงความเก่งกาจของศิษย์พี่สวี่!”
สื่อเม่าขมวดคิ้ว จากนั้นก็ส่ายหน้า “ไม่ได้ จะรบกวนศิษย์พี่สวี่เพราะเรื่องเล็กน้อยแค่นี้ไม่ได้ ไม่เช่นนั้นศิษย์พี่ต้องดูถูกข้าแน่ เราต้องหาทางจัดการมันเอง!”
“แต่เจ้าเด็กเหลือขอนั่นแข็งแกร่งมาก พวกเราจะเล่นงานมันได้อย่างไร”
“ไม่ต้องรีบ เรามีเวลาเล่นกับมันอีกนาน เอาแบบนี้ ตรวจสอบมันก่อน ทำความเข้าใจให้ดีถึงจะมีวิธีเล่นงานมัน” สื่อเม่าสีหน้าเคร่งเครียด “เจ้าเด็กนั่นเป็นศิษย์รับใช้ในเขตทรัพยากร พวกเราไปพบผู้ดูแลหลิวก่อน”
พอรู้ว่าห้องฝึกฝนไม่มีประโยชน์กับตน อวิ๋นโม่ก็ไม่ได้ให้ความสนใจการสกัดทองคำดำหมอกม่วงสักเท่าไร หลอมออกมาวันละห้าร้อยชั่งตามกำหนดแล้วออกจากโรงเก็บแร่ เริ่มสำรวจไปทั่วเขตทรัพยากร พยายามทำความเข้าใจสำนักมากกว่าเดิม
ตอนเย็นหลังจากส่งมอบทองคำดำหมอกม่วงแล้ว อวิ๋นโม่ก็ส่งป้ายเข้าห้องฝึกฝนให้เว่ยจิ้น สกัดทองคำดำหมอกม่วงออกมาได้ห้าร้อยชั่ง สามารถฝึกในห้องฝึกฝนได้ครึ่งชั่วยาม สำหรับเว่ยจิ้นแล้วเป็นสิ่งที่มีค่ามาก เว่ยจิ้นเห็นเหตุการณ์แบบนี้จนไม่รู้สึกแปลกใจแล้ว หลายวันที่ผ่านมาอวิ๋นโม่ก็ทำเช่นนี้ตลอด แม้จะไม่เข้าใจว่าทำไม แต่เขาก็รับเอาไว้อย่างมีความสุข
หลังจากลังเลอยู่ครู่หนึ่ง เว่ยจิ้นก็เรียกอวิ๋นโม่ที่กำลังจะแยกตัวไป
“ศิษย์พี่เว่ยจิ้นมีอะไรหรือ”
“ศิษย์น้องอวิ๋นโม่ เจ้ามีเรื่องขัดแย้งกับสื่อเม่าใช่หรือไม่” เว่ยจิ้นถาม
อวิ๋นโม่ชะงัก จากนั้นก็ผุดยิ้ม “ทำไมถึงถามเช่นนี้ ก่อนหน้านี้มีเรื่องกระทบกระทั่งกับเขาเล็กน้อย”
เว่ยจิ้นรีบกล่าว “เมื่อบ่ายวันนี้เขามาสอบถามเรื่องของเจ้ากับข้า อวิ๋นโม่ หากเจ้าผิดใจกับสื่อเม่าก็รีบไปขอโทษเขาเถอะ ในบรรดาศิษย์รับใช้ แม้เขาจะไม่ใช่คนที่แข็งแกร่งที่สุด แต่ก็น่ากลัวที่สุด คนผู้นี้เป็นพวกมีแค้นต้องชำระ ที่พึ่งของเขาเป็นศิษย์ในผู้หนึ่ง ศิษย์ในผู้นี้มีนามว่าสวี่หมิงชิง ใกล้จะเป็นยอดฝีมือระดับคงเขตแดนชั้นสูงแล้ว เจ้าก็รู้ว่าฐานะอย่างพวกเราเทียบกับพวกศิษย์ในไม่ได้ หากเขาคิดจะเล่นงานพวกเราก็เป็นเรื่องง่ายมาก ครั้งหนึ่งเคยมีศิษย์รับใช้ระดับคงเขตแดนชั้นกลางผู้หนึ่งอาศัยพลังที่แข็งแกร่งขวางสื่อเม่า ทำให้เขาต้องอับอายยกใหญ่ ผลคือสวี่หมิงชิงผู้นั้นออกหน้าคิดบัญชีแทนสื่อเม่า สังหารยอดฝีมือผู้นั้นอย่างง่ายดาย สำนักสนใจแต่ศิษย์ในและไม่ใส่ใจว่าเป็นความอยุติธรรมหรือไม่ ฉะนั้นเจ้าควรรีบไปขอโทษสื่อเม่าให้เร็วที่สุด ไม่เช่นนั้นหากปล่อยให้เขาคิดเล่นงานเจ้า ถึงตอนนั้นก็สายไปแล้ว”
อวิ๋นโม่ลูบคางพลางเปรยเสียงเบา “คิดไม่ถึงว่าเจ้านั่นจะร้ายเช่นนี้ ขอบคุณศิษย์พี่เว่ยจิ้นที่เอ่ยเตือน ข้ารู้แล้วว่าต้องทำเช่นไร” เขาประคองหมัดคำนับ จากนั้นหันกายจากไป
พูดเช่นนี้ก็หมายความว่าเขาไม่คิดจะไปขอโทษแม้แต่น้อย ประการแรกเขาไม่ได้ทำอะไรผิด อีกประการ คนเช่นนั้นไม่มีคุณสมบัติจะให้เขาขอโทษ สนใจไปไยว่าจะเก่งสักแค่ไหน ทหารมาใช้ขุนพลสกัด น้ำมาใช้ดินต้านก็แค่นั้น
หลังจากนั้นไม่นานหยางเหวยก่วงและฉางซู่ก็มาหา เห็นเขาไม่เป็นอะไรถึงได้ผ่อนลมหายใจออกมาได้
“ศิษย์น้องอวิ๋นโม่เป็นอะไรหรือไม่” ฉางซู่ถามอย่างเป็นห่วง
อวิ๋นโม่เหยียดแขนออกและส่งยิ้มให้ “พี่ซู่ซู่ ดูสิว่าข้าเหมือนคนที่เป็นอะไรหรือไม่”
สีหน้าของหยางเหวยก่วงยังคงเคร่งขรึม เอ่ยเตือนว่า “ศิษย์น้องอวิ๋นโม่ ได้ยินว่าสื่อเม่าเป็นคนเจ้าคิดเจ้าแค้น เจ้าระวังตัวให้มากสักหน่อย หากเจ้านั่นคิดร้ายกับเจ้า จำไว้ว่าต้องรีบมาบอกพวกเรา แม้ความสามารถของพวกเราจะต่ำต้อย สถานะก็ไม่สูง แต่หลีอวี่เยี่ยนที่พวกเราพึ่งพิงก็เป็นศิษย์ใน สถานะไม่ด้อยไปกว่าสวี่หมิงชิง เรื่องนี้เดิมทีก็เป็นพวกมันที่ก่อความผิดก่อน คิดว่าศิษย์พี่หญิงจะต้องช่วยเหลือพวกเราแน่”
“อืม ข้าจะไป” อวิ๋นโม่ยิ้มตอบ ขอเพียงเขาไม่ได้ทำผิดกฎ อีกฝ่ายก็ทำอะไรเขาไม่ได้ สวี่หมิงชิงผู้นั้นเป็นแค่ระดับคงเขตแดนชั้นกลาง ต่อให้เลื่อนเป็นระดับคงเขตแดนชั้นสูงแล้ว ตนก็ยังไม่กลัว
พักใหญ่หลังจากนั้นฉางซู่และหยางเหวยก่วงถึงได้ลุกขึ้นขอตัวลา ก่อนไปทั้งสองก็ย้ำอีกรอบว่าหากอวิ๋นโม่พบเรื่องลำบากก็ให้รีบมาบอกพวกเขา
มุมหนึ่งในสำนัก ขณะพวกสื่อเม่ากำลังเดินทอดน่องไปเรื่อยๆ คนผู้หนึ่งก็เอ่ยปากถาม “ศิษย์พี่สื่อ สอบถามสถานการณ์ของเจ้าเด็กนั่นมาชัดเจนแล้ว มีวิธีอะไรจะเล่นงานมันหรือไม่”
สื่อเม่าแค่นเสียงเย็นชา “ไอ้หนูนั่นตัวคนเดียว ไม่มีที่พึ่งพิง จะเล่นงานมันคงไม่ยาก ตอนนี้ข้ามีแผนการอยู่บ้างแล้ว ขอเพียงสบโอกาสก็จะสั่งสอนมันให้หนัก หากไม่มีอะไรผิดพลาด จะเอาชีวิตมันก็ใช่ว่าจะทำไม่ได้!”
“ไม่เสียทีที่เป็นศิษย์พี่สื่อ ทั้งแข็งแกร่งและชาญฉลาด หากเป็นข้า คงไม่คิดวิธีไม่ออก”
“ฮ่าๆ หัวสุกรอย่างเจ้าจะเทียบกับศิษย์พี่สื่อได้อย่างไร ไม่ใช่ว่าใครๆ ก็จะเป็นศิษย์พี่สื่อได้!” คนที่อยู่ข้างๆ เอ่ยปาก เขารู้ว่าการประจบสื่อเม่ามีประโยชน์เพียงใด
ตอนนั้นเองศิษย์รับใช้สองคนก็เดินผ่านพวกเขา หนึ่งในนั้นมีสีหน้าหวาดกลัว “เสร็จไปอีกหนึ่งแล้ว! เสร็จไปอีกหนึ่ง! ที่นั่นไปไม่ได้จริงๆ หากไม่ตายก็ต้องพิการ ตายแล้วยังดี ถือว่าจบๆ กันไป หากพิการขึ้นมาก็คืออยู่ไม่สู้ตาย”
“เกรงว่าจะต้องหาคนใหม่ส่งไปอีก ไม่รู้ว่าคราวนี้ใครจะโชคร้าย หวังว่าจะไม่ใช่ข้าก็พอ!”
“จะอย่างไรก็ต้องไม่ใช่ข้า!”
สื่อเม่าได้ยินคำพูดของสองคนนั้น ดวงตาก็เป็นประกายขึ้นมาทันที รีบเรียกสองคนนั้นเอาไว้
“ศิษย์พี่สื่อ!” ศิษย์รับใช้สองคนนั้นพอเห็นว่าเป็นสื่อเม่าก็รีบทำความเคารพทันที ขณะเดียวกันก็รู้สึกกลัวอยู่บ้าง
สื่อเม่าเผยรอยยิ้มที่ตนคิดเอาเองว่าดูเป็นมิตรก่อนถามเสียงนุ่มนวล “ศิษย์น้องทั้งสอง ที่พวกเจ้าพูดกันเมื่อครู่ หมายถึงสถานที่แห่งนั้นหรือ”
“ใช่แล้ว… เป็นที่นั่น!”
“ทุกเดือนต้องหาคน?”
“ทุกเดือนต้องหาคน!”
รอยยิ้มบนใบหน้าของสื่อเม่ากดลึกขึ้นเรื่อยๆ เขาโบกมือ “เอาล่ะ พวกเจ้าไปเถอะ”
“ศิษย์พี่สื่อ แล้วพบกัน” ทั้งสองคำนับอย่างมีมารยาทอีกครั้ง แล้วจากไปอย่างเรียบร้อย
เห็นสื่อเม่ายิ้มประหลาด คนที่อยู่ข้างกายก็ถาม “ศิษย์พี่สื่อ มีวิธีดีๆ แล้วหรือ”
“ใช่ ข้ามีแผนที่ดีกว่าแล้ว ถ้าไม่ผิดพลาด เด็กนั่นไม่ตายก็ต้องพิการ!” สื่อเม่าพยักหน้ายิ้มๆ
ดวงตาของคนเหล่านั้นสว่างวาบ “ศิษย์พี่สื่อหมายถึง?”
“ไม่ผิด! ไป พวกเราไปหาผู้ดูแลหลิวกันเถอะ”
พวกสื่อเม่าเผยรอยยิ้มร้ายกาจ เดินทางไปหาผู้ดูแลหลิวร่างกลมพร้อมกัน
ผ่านไปอีกหลายวัน จิตใจของอวิ๋นโม่ก็ยังขุ่นมัว พวกฉางซู่ไม่มีข่าวคราวอะไรคงจะไม่ราบรื่นเท่าไรนัก เช่นนี้เขาคงได้แต่ต้องพึ่งตนเองแล้ว แต่คิดอยู่นานสองนานก็ยังไม่มีวิธีดีๆ
ในที่สุดวันนี้โอกาสก็มาถึง
ผู้ดูแลหลิวร่างกลมผู้นั้น จู่ๆ ก็มาที่เขตทรัพยากร เรียกศิษย์รับใช้ทั้งหมดมารวมกัน หาได้ยากที่ผู้ดูแลหลิวจะปรากฏตัวสักครั้ง เหล่าศิษย์รับใช้ที่ไม่รู้เรื่องราว พูดคุยกันเสียงแผ่ว คาดเดาจุดประสงค์ที่เขามาในครั้งนี้ ศิษย์รับใช้บางคนที่พอจะรู้เรื่องอยู่บ้างก็ก้มหัวต่ำ กลัวว่าดวงตาของเจ้าอ้วนผู้นั้นจะมองมาทางตน
ผู้ดูแลหลิวมองคนทั้งหมด เดินไปมาอยู่หลายก้าว จากนั้นก็เอ่ยปาก “ครั้งนี้เป็นเพราะมีงานตำแหน่งหนึ่งขาดคน และการรับศิษย์ชุดใหม่ยังต้องรออีกหลายเดือน ศิษย์ที่อยู่ในหน่วยอื่นๆ ไม่อาจเคลื่อนย้าย จำเป็นต้องเลือกคนจากพวกเจ้า”
ศิษย์รับใช้ที่ก้มศีรษะอยู่แล้ว พอได้ยินคำพูดเหล่านั้นก็ยิ่งก้มต่ำกว่าเดิม ส่วนศิษย์รับใช้คนอื่นๆ ต่างก็มองผู้ดูแลหลิวอย่างสงสัย อยากทราบว่าเป็นงานตำแหน่งใด
ผู้ดูแลหลิวพูดต่อ “ที่ปรึกษาผู้มีชื่อเสียงของสำนักผู้หนึ่ง ที่ปรึกษาฮั่ว ขาดผู้ช่วยไปหนึ่งคน ข้าจำเป็นต้องเลือกคนจากพวกเจ้า”
พอได้ยินชื่อที่ปรึกษาฮั่ว นอกจากอวิ๋นโม่ คนอื่นต่างก็หน้าเปลี่ยนสี ทุกคนก้มหน้าลงไป
“ที่ปรึกษาฮั่วแม้เป็นเพียงที่ปรึกษาผู้หนึ่ง แต่ก็เป็นแพทย์โอสถระดับสี่ชั้นสูงสุด เป็นไปได้มากว่าอีกไม่นานก็จะเลื่อนระดับเป็นแพทย์โอสถระดับห้า! ทำงานอยู่ข้างกายเขาเป็นงานชั้นดีที่คนมากมายแม้ร้องขอก็ไม่ได้มา”
“แพทย์โอสถที่ปรึกษา!” ดวงตาของอวิ๋นโม่พลันสว่างวาบ
“นี่คือโอกาส!”
………………………………………
Comments for chapter "ตอนที่ 392 โอกาส"
MANGA DISCUSSION
Madara Info
Madara stands as a beacon for those desiring to craft a captivating online comic and manga reading platform on WordPress
For custom work request, please send email to wpstylish(at)gmail(dot)com