ตอนที่ 572 ราชันย์ของสองอาณาจักรใหญ่
ตอนที่ 572 ราชันย์ของสองอาณาจักรใหญ่
“พวกเจ้าจะปล่อยพวกเราไปหรือ” มีคนถามเสียงดัง
“ข้าถึงบอกว่าพวกเจ้าเนรคุณ เดิมทีเพราะแม่นางหลัวหร่าน ข้าเตรียมจะปล่อยผู้ที่ยอมจำนนต่ออาณาจักรดาราใหญ่อู่ตูและไม่ได้เป็นศัตรูกับอาณาจักร น่าเสียดาย ดูเหมือนพวกเจ้าไม่ต้องการโอกาสนี้ เช่นนั้นก็ทำตามแผนเดิม ฆ่าให้หมด” อวิ๋นโม่กล่าว เสียงในตอนท้ายของเขาเยือกเย็นมาก
“ไม่! ไม่นะ! พวกข้ายอมจำนน!”
“พวกเราไม่คิดร้ายต่ออาณาจักรดาราใหญ่อู่ตู อย่าฆ่าเรา!”
จอมยุทธ์หลายคนผลัดกันพูด ถ้าพวกเขาไม่ต้องตาย พวกเขาจะอยากตายได้อย่างไร ความจริงแล้วสำหรับพวกเขา ตราบใดที่ไม่ต้องถูกสังหาร จะเป็นส่วนหนึ่งของอาณาจักรดาราใหญ่มังกรอสูรหรืออาณาจักรดาราใหญ่อู่ตูก็ไม่แตกต่างกัน เหมือนจอมยุทธ์ในอาณาจักรดาราน้อยเชียนอวี่ เป็นเพราะพวกเก่อหลีเปิดฉากฆ่าฟัน พวกเขาจึงต้องต่อต้าน
“อย่าให้เขาหลอกพวกเจ้า! คำพูดเหล่านี้ล้วนเป็นคำโกหก!” มีทหารตะโกนขัด
ตูม!
อวิ๋นโม่ปล่อยสายฟ้าฆ่าชายคนนั้นทันที “เก่อหลี อดีตอวี้จู่ของอาณาจักรดาราน้อยมู่หลิงตายไปแล้ว ข้าจะฆ่าพวกเจ้าก็เป็นเรื่องง่าย คิดว่าข้าจำเป็นต้องโกหกหรือ”
“พวกข้ายินดีสวามิภักดิ์!”
“ไม่แค้นเคือง พวกเราไม่ได้คิดแก้แค้นอาณาจักรอู่ตู!”
“พวกข้าผิดไปแล้ว พวกข้าเข้าใจเทพธิดาหลัวหร่านผิดไป พวกข้าสำนึกผิดแล้ว!”
“ใช่ เราเข้าใจนางผิดไป! เทพธิดาหลัวช่วยพวกเราไว้ เป็นผู้มีพระคุณของพวกเรา!”
“ไว้ชีวิตข้า พวกเรารู้ผิดแล้ว!”
จอมยุทธ์อาณาจักรดาราน้อยมู่หลิงหลายคนพากันเอ่ยปาก ทำให้ทหารผู้นั้นโกรธมาก “พวกเจ้ามันโง่ ถูกพวกมันหลอกแล้ว เก่อหลีอวี้จู่ไม่มีทางตาย นี่คือคำโกหกของพวกมัน!”
อวิ๋นโม่เอ่ยปากอีกครั้ง “ขอบอกอีกคำ เซียงหงอวี้จู่กล่าวว่าอดีตทหารของอาณาจักรดาราน้อยมู่หลิงต้องตาย”
ครืนๆ!
พริบตานั้นเหล่าจอมยุทธ์ทั่วไปก็รีบขยับห่างจากทหารผู้นั้น
“เจ้า พวกเจ้า!” ทหารคนนั้นหวาดกลัวและมองไปรอบๆ อย่างอับจนหนทาง ในที่สุดทหารทั้งหลายก็มารวมตัวกันเฝ้าดูฝูงชนของอาณาจักรดาราน้อยเชียนอวี่ด้วยความระแวดระวังและหวาดผวา
“เทพธิดาหลัวหร่าน ก่อนหน้านี้พวกเราคิดผิดไป ยกโทษให้พวกเราด้วย!” หลายคนมองหลัวหร่านจากระยะไกล น้ำตาไหลรินและขอโทษด้วยความจริงใจ
อวิ๋นโม่รู้ว่าหลัวหร่านพ้นอันตรายแล้ว และจะไม่มีใครก่อเรื่องลับหลังอีก งานสำเร็จพอควรแล้วเขาก็หันกลับไปพยักหน้าให้เซียงหง เซียงหงก้าวออกมาข้างหน้าและพูดกับคนเหล่านี้
“ผู้ที่ไม่ยอมจำนน ผู้ที่เป็นศัตรู ไม่อาจรอด ทหารใต้บัญชาของเก่อหลีอวี้จู่อาณาจักรดาราน้อยมู่หลิงล้วนต้องตาย ที่เหลือแม้แต่ระดับกึ่งพรหมราชสามารถมีชีวิตอยู่ได้”
พอพูดจบเซียงหงก็โบกมือ เหล่าแม่ทัพนำทหารจำนวนมากออกไปสังหารทหารอาณาจักรดาราน้อยมู่หลิง เนื่องจากเก่อหลีนำคนระดับสูงส่วนใหญ่ของอาณาจักรดาราน้อยมู่หลิงไปด้วย ดังนั้นไม่ต้องให้เซียงหงลงมือเอง ทหารของอาณาจักรดาราน้อยเชียนอวี่ก็จัดการเรื่องยุ่งยากได้อย่างเรียบร้อย
ในเวลาเดียวกัน ทหารบางคนก็มาด้านหน้าพร้อมกับสิ่งประดิษฐ์วิญญาณเช่นกรอบประตูและกระจก นี่คืออาวุธวิญญาณที่ทดสอบว่ามีเจตนาร้ายต่ออาณาจักรอู่ตูหรือไม่ ตอนที่พวกอวิ๋นโม่จ่ายเงินทำป้ายประจำตัวก็เคยถูกทดสอบด้วยสิ่งประดิษฐ์นี้มาก่อน
กำจัดทหารของอาณาจักรดาราน้อยมู่หลิงได้แล้ว ผู้ที่ไม่ได้อยู่ที่นี่ก็ค่อยเก็บกวาดทีหลัง ดาวมีชีวิตต่างๆ ในอาณาจักรดาราน้อยมู่หลิงได้รับการจดบันทึกไว้ อวิ๋นโม่ไม่สนใจสิ่งเหล่านี้ เรื่องของหลัวหร่านและเจียงเฟิงได้รับการแก้ไขแล้ว เขาเหลือเพียงเรื่องเดียวเท่านั้น
เขาสอบถามไปหลายครั้งแต่ไม่ได้ข่าวซ่างกวนหรูและฟู่กุ้ยเหริน อวิ๋นโม่ผิดหวังเล็กน้อย ในเวลาเดียวกันก็ไม่เข้าใจ คนทั้งสองผ่านระดับมโนสำนึกก็เป็นแค่ระดับจ้าวดารา อาศัยเพียงระดับจ้าวดารายากที่จะไปไหนได้ไกล ตัวเลือกแรกควรเป็นที่พักที่อยู่ใกล้ จากนั้นค่อยวางแผนไปต่อ
“เจ้ากำลังสอบถามถึงซ่างกวนหรูและฟู่กุ้ยเหริน พวกเขาเป็นใคร” เซียงหงถาม
อวิ๋นโม่พูดอย่างใจเย็น “แค่คนที่มาจากดาวมีชีวิตดวงเดียวกัน”
เซียงหงมองอวิ๋นโม่ด้วยรอยยิ้มกดลึก “ข้าดูคนแม่นมาก เจ้ากำลังโกหกข้า! ให้ข้าเดานะ ซ่างกวนหรูคนนี้น่าจะเป็นคนที่เกือบจะกลายเป็นคู่บำเพ็ญของเจ้าใช่ไหม ส่วนฟู่กุ้ยเหรินคนนี้ คิดว่าเขาคงชิงตัวนางไป…”
“นั่นเป็นสหายของข้า อย่าเดามั่ว!” อวิ๋นโม่กล่าวด้วยสีหน้าดำคล้ำ
“ฟู่กุ้ยเหรินไม่ใช่คนที่ชิงตัวซ่างกวนหรูไปหรือ นั่นก็แปลกแล้ว ถ้าเช่นนั้นพวกเจ้าทำไม…”
อวิ๋นโม่นำเรือท่องดาราออกมา “ข้าจะไปตรวจสอบรอบๆ อาณาจักรดาราน้อยมู่หลิง เจ้ายุ่งเรื่องของเจ้าไป”
ดวงตาคู่งามของเซียงหงมองอวิ๋นโม่โดยไม่พูดอะไร และไม่รู้ว่ามีความคิดใดอยู่
ขณะที่อวิ๋นโม่กำลังจะควบคุมเรือท่องดาราปลีกตัวไป จู่ๆ ดวงตาของเขาก็แข็งค้าง จากนั้นนำผนึกปฐมอัสนีนิลสุวรรณออกมาและขว้างออกไป ในเวลาเดียวกันเซียงหงก็ตะโกนและสะบัดฝ่ามือออกไปข้างหน้า
เปรี้ยง!
เกิดการระเบิดครั้งใหญ่ ทำให้จอมยุทธ์ระดับจ้าวดาราที่อยู่ใกล้กระเด็นออกไป และคนที่อ่อนแอได้รับบาดเจ็บสาหัส
“ใครกัน…” เซียงหงตะโกน
ซูม!
แมวป่าตัวหนึ่งปรากฏกาย จ้องอวิ๋นโม่และเซียงหงด้วยดวงตาพิสดาร จากนั้นลุกขึ้นยืนและกลายเป็นนางปีศาจตนหนึ่ง นางแต่งหน้าเข้ม เดินบิดเอวมาด้านหน้า “คิดไม่ถึงว่าไม่ได้เจอเจ้ามาหลายสิบปี เซียงหงน้องสาวของข้าก็ก้าวเข้าสู่ระดับพรหมราชชั้นกลางแล้ว ยอดเยี่ยมจริงๆ เด็กนี่เป็นสามีของเจ้าหรือ เป็นเพียงระดับจ้าวดาราก็มีพลังเช่นนี้ หายากจริงๆ อาณาจักรดาราใหญ่อู่ตูของพวกเจ้ามีผู้มากความสามารถมากมาย พี่สาวอิจฉามาก”
“แมวดาว เก่อหลีตายแล้ว อาณาจักรดาราน้อยมู่หลิงนี้เป็นของข้าแล้ว เจ้ามาอยู่ที่นี่ ไม่กลัวว่าอาณาจักรดาราน้อยเฟยอวี่ของเจ้าจะถูกคนโจมตีหรือ” เซียงหงได้ยินคำพูดเมื่อครู่ของผู้มาใหม่ก็หน้าแดง แต่กลับมาเป็นปกติในทันที
“น่าชังนัก ใครๆ ก็เรียกข้าว่าเสวี่ยเอ๋อร์ เจ้าต้องเรียกข้าว่าพี่เสวี่ยเอ๋อร์สิ” หญิงสาวแสดงสีหน้าขุ่นเคือง
จู่ๆ อวิ๋นโม่ก็รู้สึกกลัวขึ้นมา เขารีบใช้มรรคาเต๋ากำเนิดสายฟ้าถอยหลังไปอย่างรวดเร็ว แต่ทันใดนั้นพื้นที่โดยรอบเหมือนจะถูกผนึก ความเร็วของเขาช้าลงมาก
ตรงหน้าปรากฏชายวัยกลางคนร่างกำยำคนหนึ่งจ้องอวิ๋นโม่อย่างไร้อารมณ์ เขาใช้หัตถ์ปราณยักษ์คว้าผนึกปฐมอัสนีนิลสุวรรณที่อยู่ข้างกายอวิ๋นโม่ไป “อาวุธวิญญาณที่ดี ยืมดูหน่อยสิ”
“ระดับพรหมราชชั้นสูง!” สีหน้าอวิ๋นโม่ย่ำแย่ คนที่สามารถกดดันเขาได้เช่นนี้ อย่างน้อยก็ต้องเป็นระดับพรหมราชชั้นสูง เขารู้ฐานะของอีกฝ่ายได้ในทันที
และใช่จริงๆ เซียงหงเห็นชายคนนั้นก็อุทาน “หมัวหลงอวี้หวาง (ราชันย์มังกรอสูร)!”
หัวใจของอวิ๋นโม่หล่นวูบ คิดไม่ถึงว่าพวกเขาเพิ่งยึดอาณาจักรดาราน้อยมู่หลิงได้ก็ดึงดูดมังกรปีศาจมา ผู้ชายคนนี้มีพลังมากเกินไป อวิ๋นโม่เป็นแค่ระดับจ้าวดาราขั้นหกชั้นฟ้าเท่านั้น ไม่สามารถต่อต้านเขาได้เลย เขาแผ่ลมปราณจับผนึกปฐมอัสนีนิลสุวรรณไว้แน่น แต่หมัวหลงแข็งแกร่งเกินไป ความพยายามของอวิ๋นโม่ไร้ประโยชน์ ผนึกปฐมอัสนีนิลสุวรรณยังคงลอยไปหาหมัวหลง
ทันใดนั้นร่างหลายร่างก็ปรากฏขึ้น แต่ละคนมีพลังปราณทรงพลัง เห็นได้ชัดว่าเป็นระดับพรหมราช ในหมู่พวกเขามีคนหนึ่งที่พลังปราณใกล้เคียงหมัวหลง
“ใต้เท้าหมัวหลง ข้าชอบอิฐของเด็กคนนี้ ท่านมอบมันให้ข้าได้หรือไม่” ชายร่างผอมบางพูด ก่อนเลียริมฝีปากพลางมองผนึกปฐมอัสนีนิลสุวรรณ
ดวงตาของอวิ๋นโม่จ้องคนผู้นั้นอย่างอาฆาต ไอสังหารพวยพุ่ง
“น่าแปลก เด็กคนนี้ไม่รู้จักข้า ทำไมเขาถึงอยากฆ่าข้า” ชายร่างผอมตัวสั่นขึ้นมาและถามอย่างงุนงง
อวิ๋นโม่แค้นใจมาก นึกไม่ถึงว่าเพิ่งจะได้ผนึกปฐมอัสนีนิลสุวรรณมาไม่นานก็ถูกคนแย่งชิงไปแล้ว
ฉับพลันนั้นด้านข้างของพวกอวิ๋นโม่ก็มีหัตถ์ปราณขนาดใหญ่ปรากฏและปะทะกับหัตถ์ปราณของหมัวหลง หัตถ์ปราณทั้งสองสลายไปในทันที ผนึกปฐมอัสนีนิลสุวรรณลอยกลับมา
อวิ๋นโม่หลุดจากพันธนาการได้ก็รีบเก็บผนึกปฐมอัสนีนิลสุวรรณกลับลงไปในตันเถียนอย่างรวดเร็ว
“หมัวหลง แย่งชิงสมบัติของเด็กรุ่นหลัง ไร้ยางอายเกินไปหน่อยนะ” เงาร่างสูงโปร่งปรากฏขึ้นตรงหน้าอวิ๋นโม่และเซียงหงและมองหมัวหลงอย่างสงบนิ่ง ชายคนนั้นสวมเสื้อสีคราม ท่าทางคล้ายบัณฑิตผู้แตกฉาน
หลังจากเห็นคนผู้นี้ เซียงหงก็ก้มลงคำนับทันที “เซียงหงคารวะอู่ตูอวี้หวาง!”
อวิ๋นโม่ประคองหมัดคำนับ “คารวะอู่ตูอวี้หวาง”
อู่ตูหันไปมองเซียงหงและอวิ๋นโม่แล้วยิ้มให้เล็กน้อย “ทำได้ดีมาก”
จู่ๆ อวิ๋นโม่ก็สัมผัสได้ว่าด้านหลังมีคลื่นพลังพุ่งมา คนสิบกว่าคนปรากฏตัว คนเหล่านี้มีพลังปราณกล้าแข็ง เห็นได้ชัดว่าเป็นจอมยุทธ์ระดับพรหมราช หนึ่งในนั้นเป็นสตรี นางมองเซียงหงและอวิ๋นโม่ กะพริบตาและเอ่ยทักทันที “น้องเซียงหง เจ้าหาสามีได้แล้วหรือ”
ใบหน้ายินดีของเซียงหงพลันคว่ำปาก นางเหาะไปกอดแขนสตรีนางนั้นพร้อมพูดอย่างแง่งอน “พี่สาว ท่านพูดเรื่องอะไร”
ชายร่างกำยำคนหนึ่งทำสีหน้าเจ็บปวดและคร่ำครวญ “เซียงหง ข้าไล่ตามเจ้ามานานแต่เจ้าไม่ให้โอกาสข้า คิดไม่ถึงว่าจะไปคว้าเด็กน้อยระดับจ้าวดาราคนหนึ่ง นี่ช่างทำให้ข้าใจสลาย”
“ไปตายเสีย!” เซียงหงไม่เกรงใจคนผู้นี้เลย
“อ๊ะ!” สตรีนางนั้นมองเซียงหงด้วยความประหลาดใจ “ไม่ได้เจอกันนาน น้องสาวเซียงหงก้าวเข้าสู่ระดับพรหมราชชั้นกลางแล้วหรือ”
เมื่อได้ยินเช่นนี้จอมยุทธ์ที่มีลมปราณแข็งแกร่งเหล่านั้นถึงได้สังเกตนางรอบหนึ่ง จากนั้นท่าทีก็เปลี่ยนไปเล็กน้อย
อวิ๋นโม่ประคองหมัดคำนับคนเหล่านี้ “อวิ๋นโม่คารวะสหายทุกท่าน ข้ากับเซียงหงเป็นเพียงสหายกันเท่านั้น โปรดอย่าเข้าใจผิด”
เวิ้ง!
จู่ๆ ปราณที่ทรงพลังสายหนึ่งก็แผ่ซ่านไปทั่วฟ้าดิน สีหน้าของทุกคนที่อยู่ที่นี่ รวมถึงชายที่มีลมปราณแข็งแกร่งที่สุดเปลี่ยนไปเล็กน้อย มีเพียงอู่ตูที่ยืนอยู่ด้านหน้าเท่านั้นที่ยังคงรอยยิ้มเช่นเดิม สีหน้าไม่มีการเปลี่ยนแปลง
“อู่ตู ในเมื่อข้ามาแล้ว เจ้าและคนของเจ้าก็ถอยออกจากอาณาจักรดาราน้อยมู่หลิงเถอะ” หมัวหลงอวี้หวางออกปาก บารมีนั้นทำให้จักรวาลสั่นสะท้าน จอมยุทธ์ระดับจ้าวดาราคนอื่นๆ รู้สึกเหมือนกำลังเผชิญหน้ากับเทพเจ้า มีพวกเขาหลายคนคุกเข่าลงไปคำนับหมัวหลงแล้ว
อู่ตูโบกแขนเสื้อเบาๆ ทันใดนั้นลมปราณที่อ่อนโยนแต่ทรงพลังก็ปรากฏ ปิดกั้นพลังปราณของหมัวหลง อู่ตูหัวเราะ “อะไรกัน หมัวหลง เจ้าแพ้ไม่เป็นหรือ พวกเราตกลงกันเอาไว้ว่าจะไม่แทรกแซงการต่อสู้แย่งชิงระหว่างอวี้จู่ แพ้คือแพ้ ชนะก็คือชนะ ตอนนี้นังหนูเซียงหงยึดอาณาจักรดาราน้อยมู่หลิงได้แล้ว เจ้ากลับจะแย่งชิงกลับไปด้วยตัวเอง นี่หมายความว่าอย่างไร”
“ฮึ่ม คิดชิงอาณาจักรดาราของข้าไปง่ายๆ จะมีเรื่องได้เปรียบเช่นนั้นได้อย่างไร” หมัวหลงแค่นเสียงเย็นชา
ดวงตาของอู่ตูหรี่ลงเล็กน้อย “อย่างนั้นหรือ เช่นนี้ก็หมายความว่าเจ้าต้องการเปิดสงครามแล้วใช่ไหม ฮ่าๆ ข้าอู่ตูไม่กลัวอยู่แล้ว หากเจ้าต้องการประกาศสงคราม ข้าก็พร้อมสนองทุกเมื่อ”
หมัวหลงหน้าเปลี่ยนสี สีหน้าของเขาเปลี่ยนไปมา
“หมัวหลง คำพูดที่เคยเอ่ยออกมาเป็นแค่การผายลมอย่างนั้นหรือ หากเจ้าดาราของเจ้าสามารถแย่งชิงดินแดนของข้าไปได้ ข้าจะไม่เอ่ยปากแม้ครึ่งคำและปล่อยให้เขาเอามันไป ตอนนี้เจ้าสูญเสียอาณาจักรดาราน้อยมู่หลิงไปแล้ว ต้องรู้จักยอมรับความพ่ายแพ้จึงจะถูก”
“ฮึ่ม!” หมัวหลงปัดแขนเสื้ออย่างแรง “ไปกันเถอะ!”
“ใต้เท้าหมัวหลง พวกเราจะไปกันทั้งอย่างนี้หรือ ไม่ต้องการอาณาจักรดาราน้อยมู่หลิงแล้วจริงหรือ”
“เจ้าหมายความว่าเจ้าต้องการเปิดสงครามเต็มรูปแบบกับอู่ตู?”
“นี่…”
“ไป!”
หมัวหลงอวี้หวางจากไปด้วยสีหน้ามืดครึ้ม
หลังจากมองหมัวหลงจากไป อู่ตูก็อารมณ์ดีมาก หัวเราะเสียงดังอยู่หลายครั้ง เขาหันไปมองเซียงหง “นังหนูเซียงหง เจ้าเพิ่มดินแดนให้อาณาจักรดาราใหญ่อู่ตูของข้า ทำได้ดีมาก”
เซียงหงโค้งคำนับ “อู่ตูอวี้หวาง ที่จริงนี่เป็นผลงานของอวิ๋นโม่”
………………………………………
Comments for chapter "ตอนที่ 572 ราชันย์ของสองอาณาจักรใหญ่"
MANGA DISCUSSION
Madara Info
Madara stands as a beacon for those desiring to craft a captivating online comic and manga reading platform on WordPress
For custom work request, please send email to wpstylish(at)gmail(dot)com