ตอนที่ 571 ไร้ข่าวคราว
ตอนที่ 571 ไร้ข่าวคราว
เซียงหงนำพาทหารภายใต้บัญชาของนางมุ่งหน้าไปยังอาณาจักรดาราน้อยมู่หลิงโดยมีอวิ๋นโม่ติดตามไปด้วย แน่นอนว่าเขาไม่ได้ปล้นทรัพยากรใด แต่หลัวหร่านและเจียงเฟิงของอาณาจักรดาราน้อยมู่หลิง เคยช่วยเขาไว้ เขาต้องการปกป้องสองคนนี้ อีกเรื่องหนึ่งคือเพื่อหาข่าวคราวของซ่างกวนหรูและฟู่กุ้ยเหริน ดูว่าพวกเขาทั้งสองเคยปรากฏตัวในอาณาจักรดาราน้อยมู่หลิงหรือไม่
วังหลังงามของเซียงหงนำหน้า เรือรบที่เหลือตามอยู่ด้านหลัง บุกไปยังอาณาจักรดาราน้อยมู่หลิงอย่างฮึกเหิม ไม่นานพวกเขาก็ข้ามพรมแดนระหว่างสองอาณาจักรและเข้าสู่เขตแดนอาณาจักรดาราน้อยมู่หลิง
“ใครกัน!”
ตอนนั้นเองทหารอาณาจักรดาราน้อยมู่หลิงหลายสิบคนปรากฏตัวขวางอยู่ด้านหน้า หนึ่งในนั้นเป็นระดับกึ่งพรหมราช เห็นได้ชัดว่าคนเหล่านี้เป็นทหารรักษาอาณาจักรดาราน้อยมู่หลิง
“ทำไมวังนี้ถึงดูคุ้นขนาดนี้” จอมยุทธ์ระดับกึ่งพรหมราชมองวังของเซียงหงพลางขมวดคิ้ว
เซียงหงเดินออกจากวังช้าๆ และมองทหารที่อยู่ตรงหน้า ด้วยสีหน้าเฉยเมย
“พวกอาณาจักรดาราน้อยเชียนอวี่ มาที่อาณาจักรดาราน้อยมู่หลิง ต้องการอะไร” จอมยุทธ์ระดับจ้าวดาราชั้นต้นผู้หนึ่งตะโกน
แต่จอมยุทธ์ระดับกึ่งพรหมราชและทหารระดับจ้าวดาราชั้นสูงบางคนหน้าซีดด้วยความกลัว “เซียงหง! เป็น เป็นไปไม่ได้ นางน่าจะตายไปแล้ว เก่อหลีอวี้จู่ของพวกเราล่ะ เขาอยู่ที่ไหน” จอมยุทธ์ระดับกึ่งพรหมราชถามเสียงสั่น
“เขาตายแล้ว” เซียงหงกล่าวเสียงเบา
“เป็นไปไม่ได้ เก่อหลีอวี้จู่ควบคุมอาณาจักรดาราน้อยเชียนอวี่เอาไว้แล้ว คนที่ตายควรเป็นเจ้า!” จอมยุทธ์ระดับกึ่งพรหมราชคำราม ไม่เชื่อคำพูดของนาง
“เซียง เซียงหง” ทหารของอาณาจักรดาราน้อยมู่หลิงที่ไม่รู้จักเซียงหง พอรู้ถึงฐานะของนางก็กลัวจนขาเปลี้ย พวกเขาไม่รู้จักเซียงหงแต่เคยได้ยินชื่อของนาง นี่คืออวี้จู่ของอาณาจักรดาราน้อยเชียนอวี่ ยอดฝีมือระดับพรหมราช! เมื่อไม่มีเก่อหลี พวกที่อยู่ตรงหน้าเซียงหงเหล่านี้ก็เหมือนกับฝูงมด
“ขอโทษที ข้าไม่ได้ต้องการให้เจ้าเชื่อ” นางเอ่ยด้วยสีหน้าไร้อารมณ์ จากนั้นยกมือเหยียดนิ้วออกไปดีดเบาๆ น้ำแข็งหนามละเอียดเล็กก็พุ่งออกไปทะลุศีรษะของจอมยุทธ์ระดับกึ่งพรหมราชผู้นั้น
เปรี๊ยะ!
ชายคนนั้นกลายเป็นรูปปั้นน้ำแข็งทันที จากนั้นแตกเป็นเสี่ยงๆ ทหารคนอื่นหวาดกลัว บางคนรีบวิ่งออกจากเรือและพยายามหนี เซียงหงไม่ได้ลงมืออีก ทหารที่อยู่ข้างหลังนางขยับขึ้นมา ฆ่าทหารเฝ้ารักษาชายแดนอาณาจักรดาราน้อยมู่หลิงทั้งหมด
ทันใดนั้นเงาหนึ่งก็เหาะออกไปในระยะไกล และในเวลาเดียวกันคลื่นประหลาดก็ถูกส่งไปยังส่วนลึกของจักรวาล
“เรียนอวี้จู่ มีคนซ่อนตัวอยู่ในระยะไกลและหนีไป ความสามารถของคนผู้นั้นไม่อ่อนแอ อย่างน้อยต้องเป็นระดับจ้าวดาราชั้นสูงสุด ความผันผวนเมื่อครู่น่าจะเป็นจำพวกบัญชารวมพล คงจะแจ้งให้จอมยุทธ์ของอาณาจักรดาราน้อยมู่หลิงมุ่งหน้าไปยังดาวหลักของพวกเขา” แม่ทัพคนหนึ่งรายงาน
“ข้ารู้แล้ว” เซียงหงพยักหน้า “ข้าจงใจปล่อยมันไป ไม่เช่นนั้นระดับจ้าวดาราชั้นสูงสุดจะหนีไปจากใต้เปลือกตาของข้าได้อย่างไร มันส่งข่าวนี้ออกไปก็ช่วยข้าได้มาก พวกเราไปที่ดาวหลักของอาณาจักรดาราน้อยมู่หลิงกันเถอะ จอมยุทธ์อาณาจักรดาราน้อยมู่หลิงหลายคนมารวมตัวกันบนดาวหลัก พวกเราก็ครอบครองอาณาจักรดาราน้อยมู่หลิงได้ง่ายขึ้น”
หลังจากนั้นครู่หนึ่ง ทัพใหญ่ก็เดินหน้าต่อ
อวิ๋นโม่ยืนอยู่ข้างกายเซียงหง มองอาณาจักรดาราน้อยมู่หลิงแล้วพลันเอ่ยปาก “เซียงหงอวี้จู่ ผู้ที่ต่อต้านต้องฆ่า ผู้ที่ยอมจำนนและไม่เป็นศัตรูควรปล่อยไป”
เซียงหงอมยิ้ม หันไปถามอวิ๋นโม่ “ทำไม ใจอ่อนและเห็นใจพวกมัน?”
“ไม่ใช่เช่นนั้น ถ้าไม่มีเหตุผล ข้าคงไม่มาที่อาณาจักรดาราน้อยมู่หลิง แล้วแต่พวกเจ้าจะจัดการ แต่ตอนที่ข้าไปหาปฐมอัสนี มีผู้ฝึกยุทธ์สองคนในอาณาจักรดาราน้อยมู่หลิงช่วยข้าไว้ นี่ถือเป็นการตอบแทนพวกเขา” อวิ๋นโม่กล่าว
“ได้!” เซียงหงพยักหน้า
“รับปากแล้ว?”
“ไม่เช่นนั้นจะเอาอย่างไร” เซียงหงปิดปากหัวเราะ “อันที่จริงข้าก็คิดเช่นนี้อยู่แล้ว หากจอมยุทธ์จำนวนมากในอาณาจักรดาราน้อยมู่หลิงถูกฆ่า จะเป็นการผิดต่อความสงบสุขของสวรรค์ ทำลายความสามัคคี ไม่เอื้อต่อการปกครอง หากเต็มใจยอมจำนนและไม่เป็นศัตรูก็เก็บไว้รับใช้ทำประโยชน์ ฆ่าเฉพาะผู้ที่เป็นศัตรู นี่จึงเป็นวิธีที่ดีที่สุดในการครอบครองอาณาจักรดาราน้อยมู่หลิง มิเช่นนั้นในอีกไม่กี่ทศวรรษหรือหลายร้อยปีข้างหน้า เกรงว่าจะมีคนจากทุกหนทุกแห่งมาแก้แค้นพวกเรา”
ไม่กี่วันต่อมาทั้งหมดก็มาถึงดาวหลักของอาณาจักรดาราน้อยมู่หลิง บนดาวหลักมีจอมยุทธ์อาณาจักรดาราน้อยมู่หลิงจำนวนมากรวมตัวกัน เมื่อเห็นพวกเซียงหง ใบหน้าของพวกเขาก็ซีดเซียว
“นี่ นี่คือพลังของอาณาจักรดาราน้อยเชียนอวี่ พวกเขาบุกมาหมดแล้ว!” มีคนตัวสั่นและพูดด้วยความสยอง
“ทุกคนไม่ต้องกลัว! พวกเรามีค่ายกลป้องกันที่ยอดเยี่ยม แม้จะเป็นเซียงหงก็ทำลายมันไม่ได้ รอให้เก่อหลีอวี้จู่กลับมา วิกฤตก็จะถูกคลี่คลาย ตอนนี้สิ่งที่พวกเราต้องทำคือทำทุกวิถีทางเพื่อรักษาการทำงานของค่ายกลหลัก เราต้องไม่ปล่อยให้พวกเขาทำลายค่ายกลหลัก!” จอมยุทธ์ระดับกึ่งพรหมราชผู้หนึ่งตะโกน
“แต่ถ้าพวกเขาไม่สามารถทำลายดาวหลักได้ พวกเขาจะโจมตีดาวมีชีวิตดวงอื่นหรือไม่ ดาวบ้านเกิดของเราไม่มีค่ายกลป้องกันที่ทรงพลังเช่นนี้” หลายคนกังวลเรื่องดาวบ้านเกิดของตนมาก พวกเขากลัวว่าจอมยุทธ์อาณาจักรดาราน้อยเชียนอวี่จะข้ามดาวหลักไปโจมตีดาวมีชีวิตดวงอื่นๆ โดยตรง
“ไม่ต้องกังวล เซียงหงเป็นระดับพรหมราช นางจะไม่ทำเช่นนั้น นี่เป็นกฎที่ทั้งสองฝ่ายกำหนดไว้มานานหลายปีแล้ว หากไม่สามารถเอาชนะดาวหลักจะไม่โจมตีดาวมีชีวิตดวงอื่นก่อน”
นี่เป็นข้อตกลงระหว่างสองอาณาจักร ไม่เช่นนั้นเมื่อฝ่ายที่อ่อนแอกว่าละทิ้งการคุ้มกันดาวหลักและมุ่งจะแก้แค้น ผลที่ตามมา อีกฝ่ายก็คงจะไม่สามารถรับไหว
เซียงหงก้าวออกมาตรงหน้าดาวดวงนี้ก่อนเปล่งเสียงดัง “เก่อหลีอวี้จู่ของพวกเจ้าตายแล้ว อย่าได้ดิ้นรนโดยไม่จำเป็นอีก”
“อะไรนะ เก่อหลีอวี้จู่ตายแล้วหรือ!” หลายคนได้ยินคำพูดนั้นก็ตกตะลึง เก่อหลีตายแล้ว พวกเขายังคงเฝ้าดาวนี้ไปทำไม พวกเขาไม่ใช่คู่ต่อสู้ของระดับพรหมราชแต่อย่างใด
“ทุกคนไม่ต้องตกใจ นี่จะต้องเป็นแผนการของฝ่ายตรงข้าม คิดใช้วิธีต่ำช้าทำให้พวกเรายอมแพ้ เก่อหลีอวี้จู่ทรงพลังมาก เขาจะพ่ายแพ้ได้อย่างไร จะต้องเป็นเพราะเซียงหงสู้เก่อหลีอวี้จู่ไม่ได้จึงหนีมายังอาณาจักรดาราน้อยมู่หลิง คิดจะข่มขู่เก่อหลีอวี้จู่ พวกเราต้องรั้งนางไว้สักพัก เมื่อเก่อหลีอวี้จู่กลับมา ปัญหาทั้งหมดจะได้รับการแก้ไข!”
อวิ๋นโม่มาหาเซียงหง “พูดเรื่องไร้สาระกับพวกมันทำไม ทำลายค่ายกลก็พอแล้วไม่ใช่หรือ”
เซียงหงพยักหน้าน้อยๆ จากนั้นเหยียดมือบางออกไปทำมุทรา ทันใดนั้นดาวน้ำแข็งขนาดใหญ่ก็ปรากฏ ดาวน้ำแข็งดวงนี้มีขนาดเกือบหนึ่งในสี่ของดาวที่อยู่ตรงหน้า
“นี่คือพลังของจอมยุทธ์ระดับพรหมราชหรือ น่ากลัวเกินไปแล้ว!” เมื่อเห็นดาวเยือกแข็งดวงนี้ หลายคนก็หน้าซีด
“ไม่ต้องกลัว รักษาค่ายกล ค่ายกลป้องกันของพวกเราไม่อาจทำลายได้ง่ายๆ!” มีคนตะโกน ขอให้ทุกคนสนับสนุนค่ายกลและต่อต้านการโจมตีของเซียงหง
ดาวเยือกแข็งพุ่งมาอย่างรวดเร็วและกระแทกค่ายกล เพียงพริบตาค่ายกลหลักก็เริ่มสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง จากนั้นเกิดเสียงครืน ค่ายกลระดับพรหมราชแตกออกเป็นเสี่ยงๆ
“เป็นไปไม่ได้!” เมื่อเห็นค่ายกลหลักแตกสลาย จอมยุทธ์ที่เคยมีความมั่นใจเต็มเปี่ยมก็หมดหวัง “แม้แต่เก่อหลีอวี้จู่ก็ไม่สามารถทำลายค่ายกลป้องกันนี้ได้ ทำไมนางถึงทำลายมันได้ง่ายดายเช่นนี้”
พวกเขาไม่รู้เลยว่าตอนนี้เซียงหงเป็นระดับพรหมราชชั้นกลางแล้ว เหนือกว่าเก่อหลีไปไกล ค่ายกลป้องกันของอาณาจักรดาราน้อยมู่หลิงไม่สามารถหยุดนางได้เลย
มองไปที่ค่ายกลที่พังทลาย จอมยุทธ์บนดาวหลักของอาณาจักรดาราน้อยมู่หลิงต่างหวาดหวั่นขวัญหาย เผชิญหน้ากับเซียงหงที่เป็นดั่งเทพเจ้า พวกเขาจะต่อกรได้อย่างไร
“คนผู้นั้น ทำไมดูคุ้นมาก” จู่ๆ ก็มีคนตะโกนขึ้นมา
เมื่อทุกคนได้ยินก็มองตามไป พวกเขาเห็นอวิ๋นโม่ เพียงไม่นานจอมยุทธ์ที่ฝึกฝนวิชายุทธ์ธาตุสายฟ้าก็จำอวิ๋นโม่ได้
“นั่นเขา โม่อวี่! เขามาจากอาณาจักรดาราน้อยเชียนอวี่!”
“มันเป็นตัวบัดซบของอาณาจักรดาราน้อยเชียนอวี่จริงๆ!”
“หลัวหร่าน! หลัวหร่านและเจียงเฟิงอยู่ที่ไหน พวกนางสาบานว่าคนผู้นี้มาจากอาณาจักรดาราน้อยมู่หลิง แต่กลับกลายเป็นว่าไม่ใช่ โม่อวี่มาอาณาจักรดาราน้อยมู่หลิงเพราะมีเจตนาร้ายจริงๆ! หลัวหร่านและเจียงเฟิงน่าจะเป็นสายลับ!”
“หาตัวพวกนาง และกำจัดพวกนาง!”
“พวกมันต้องร่วมมือกับภายนอก ทำให้เราตกอยู่ในสถานการณ์คับขันเช่นนี้! ยอมไม่ได้ เราต้องหาสองคนนั้นออกมาและทรมานพวกมันให้ตาย ถึงจะคลายความเกลียดชังของพวกเราได้!”
“หลัวหร่าน หลัวหร่านอยู่ที่นี่!” ทันใดนั้นมีคนตะโกนออกมา ดึงดูดสายตาของจอมยุทธ์ระดับจ้าวดาราทั้งหมดในอาณาจักรดาราน้อยมู่หลิง
เจียงเฟิงไม่อยู่ที่นี่ แต่หลัวหร่านอยู่บนดาวหลักของอาณาจักรดาราน้อยมู่หลิง นางถูกพบตัวและมีจอมยุทธ์ระดับจ้าวดาราชั้นสูงควบคุมไว้
ใบหน้าของหลัวหร่านซีดเผือดแต่ไม่ได้ปฏิเสธ วันนั้นนางคาดเดาตัวตนของอวิ๋นโม่ได้แล้วแต่ก็ยังช่วยเขาปกปิด นับว่ามีความผิดจริงๆ
“สังหารนาง!”
“ใช้มันจุดตะเกียงวิญญาณ!”
“คนทรยศ!”
จอมยุทธ์ของอาณาจักรดาราน้อยมู่หลิงต่างโกรธแค้น ส่งเสียงดังเซ็งแซ่ด้วยความโกรธแค้น เผชิญหน้ากับอาณาจักรดาราน้อยเชียนอวี่ พวกเขาที่ไม่มีระดับพรหมราชเป็นแกนนำย่อมไม่มีทางรอด ดังนั้นคนที่ใกล้ตายเหล่านี้จึงคลุ้มคลั่ง
หลัวหร่านหลับตาลง นางรู้ว่าตนเองกำลังจะตาย แต่คิดไม่ถึงว่าจะจบชีวิตลงแบบนี้
จู่ๆ นางก็รู้สึกว่ามีมืออันทรงพลังคว้าตัวนางไว้จึงลืมตาขึ้น และรับรู้ว่าตัวเองอยู่ในจักรวาลแล้ว “พี่โม่!” หลัวหร่านเงยหน้ามองอวิ๋นโม่ อวิ๋นโม่ช่วยนางไว้ นางสับสนเล็กน้อย มีจอมยุทธ์ระดับจ้าวดาราชั้นสูงสุดจำนวนมาก และแม้แต่ระดับกึ่งพรหมราชหลายคนอยู่ที่นั่น อวิ๋นโม่ช่วยนางมาได้อย่างไร
“เจ้าช่วยข้า ข้าไม่อาจปล่อยให้เจ้ารับเคราะห์” อวิ๋นโม่ยิ้ม “เรื่องนี้ข้าจะแก้ปัญหาให้เรีบร้อย เจ้าวางใจได้ ชื่อจริงของข้าคืออวิ๋นโม่”
หลัวหร่านมองอวิ๋นโม่ตาค้าง นางรู้สึกว่าอวิ๋นโม่มีบางอย่างแตกต่างจากเดิม
อวิ๋นโม่ปล่อยนางและไปอยู่ตรงหน้าคนเหล่านั้น พวกเขาต่างตกใจจนถอยหลังไปหลายก้าว ฝีมือช่วยคนเมื่อครู่ไม่ทันมีใครเห็นชัดเจน คนเหล่านี้ไม่ใช่คนโง่ พวกเขารู้แล้วว่าความต่างระหว่างพวกตนกับอวิ๋นโม่นั้นมากเกินไป แม้แต่จอมยุทธ์ระดับกึ่งพรหมราชยังระมัดระวังตัว เตรียมพร้อมต่อสู้
“พวกสวะที่ไม่รู้จักบุญคุณ มีชีวิตอยู่ต่อไปก็เป็นบาปกรรม ไม่สู้ฆ่าพวกเจ้าทิ้งให้หมดจะได้สิ้นเรื่อง” จู่ๆ อวิ๋นโม่ก็ตะโกนขึ้นมา
เห็นเซียงหงทำลายค่ายกล แต่ไม่มีใครเริ่มโจมตี ทุกคนก็รู้สึกแปลกๆ เมื่อได้ยินคำพูดของอวิ๋นโม่ บางคนปลุกความกล้าตะโกนถาม “พวกเราเนรคุณอย่างไร บอกมาสิ”
“หลัวหร่านช่วยชีวิตพวกเจ้าไว้ แต่เจ้ากลับต้องการฆ่านาง นี่ไม่ใช่การเนรคุณแล้วคืออะไร”
“ไร้สาระ! เห็นอยู่ชัดๆ ว่านางสมรู้ร่วมคิดกับพวกเจ้า ทำให้พวกเราตกอยู่ในวิกฤต นางจะช่วยพวกเราได้อย่างไร” จอมยุทธ์ที่ฝึกวิชาธาตุสายฟ้ากล่าวด้วยความโมโห ในความคิดของเขา ที่อาณาจักรดาราน้อยมู่หลิงต้องเผชิญกับวิกฤตเช่นนี้ ทั้งหมดเป็นเพราะหลัวหร่าน
“หึๆ!” อวิ๋นโม่หัวเราะอย่างเย็นชา หลังจากนั้นร่างของเขาก็สว่างวาบและปรากฏตัวข้างกายจอมยุทธ์ระดับกึ่งพรหมราชผู้หนึ่ง
“เจ้า!”
ตูม!
อวิ๋นโม่ระเบิดหมัดต่อยศีรษะของชายคนนั้นทันที นี่เป็นหนึ่งในลูกน้องของเก่อหลี และยังเป็นจอมยุทธ์ระดับกึ่งพรหมราชคนสุดท้ายใต้บัญชาของเก่อหลี เซียงหงออกปากแล้วว่าทหารของเก่อหลีล้วนต้องตาย ดังนั้นอวิ๋นโม่จึงไม่ออมมือ
หมัดเดียวก็จบชีวิตของระดับกึ่งพรหมราชได้ คนอื่นๆ กระถดถอยด้วยความแตกตื่น พวกเขากลัวอวิ๋นโม่มาก ผู้ที่รู้จักอวิ๋นโม่ต่างตกใจ และสงสัยว่าทำไมเขาถึงมีพลังมากขนาดนี้
อวิ๋นโม่บิดข้อมือเบาๆ สลัดคราบเลือดทิ้ง ก่อนเอ่ยเนิบนาบ “เจ้าคิดว่าด้วยความแข็งแกร่งของข้า วันนั้นอาศัยแค่พวกเจ้าจะรั้งข้าไว้ได้หรือ ถ้าหลัวหร่านไม่ออกหน้าและปล่อยให้พวกเจ้าลงมือตามที่คิด คิดว่าพวกเจ้าจะรอดมาได้จนถึงตอนนี้หรือ”
“เห็น เห็นชัดว่าเจ้าเถียงข้างๆ คูๆ!”
“อันที่จริงหลัวหร่านไม่รู้ด้วยซ้ำว่าข้าเป็นจอมยุทธ์ของอาณาจักรดาราน้อยเชียนอวี่ ข้าโกหกนาง และทำให้นางคิดว่าข้าเป็นคนของอาณาจักรดาราน้อยมู่หลิง” อวิ๋นโม่กล่าวต่อ “นอกจากนี้เดิมทีจอมยุทธ์ระดับจ้าวดาราของอาณาจักรดาราน้อยมู่หลิงล้วนต้องตาย”
เมื่อได้ยินคำพูดของอวิ๋นโม่ ดวงตาของหลายคนก็สว่างวาบและมองอวิ๋นโม่อย่างคาดหวัง
“เจ้าหมายความว่าอะไร”
………………………………………