ตอนที่ 574 ผู้ตรวจการ
ตอนที่ 574 ผู้ตรวจการ
อวิ๋นโม่ไม่ได้ว่างไปรอรายงานตัว เขานำหยกวิญญาณของไฉ่เอ๋อร์ออกมา “มีสิ่งนี้ ใช้ได้หรือไม่”
“มีอะไรก็ใช้ไม่ได้ทั้งนั้น จะต้อง…”
“เดี๋ยวก่อน!” ทันใดนั้นจอมยุทธ์ระดับกึ่งพรหมราชผู้หนึ่งก็ขัดขึ้นมา เขาโน้มตัวลงมองหยกวิญญาณใกล้ๆ จากนั้นเอ่ย “เอาล่ะ เจ้าเข้าไปได้แล้ว”
“หัวหน้า…”
“เจ้าตาบอดหรือ นั่นเป็นของใต้เท้าไฉ่เอ๋อร์!” ระดับกึ่งพรหมราชตะโกน จากนั้นเปิดประตูค่ายกล
อวิ๋นโม่เตรียมใจเอาไว้ว่าหากหยกวิญญาณใช้ไม่ได้ เขาจะแผ่ญาณหยั่งรู้ออกไปแจ้งให้ไฉ่เอ๋อร์ออกมารับ แต่ในเมื่ออีกฝ่ายเปิดทางให้เขาเข้าไป เขาก็ไม่ต้องรบกวนให้นางเหาะมาไกลแล้ว เขาเข้าไปในประตูค่ายกลและเหาะไปยังดาวเพลิงฉาน ดาวดวงนี้มีขนาดใหญ่อย่างน่าอัศจรรย์ เกือบจะเทียบได้กับดวงอาทิตย์ บรรยากาศของดาวเพลิงฉานแตกต่างจากดาวมีชีวิตอื่นๆ อย่างสิ้นเชิง แม้แต่ดาวจวี้หมัวก็ยากจะเทียบได้ บนนี้มีมหาวิถีอันสูงส่งลึกล้ำ มหาวิถีเหล่านี้คอยคุ้มครองดาวเพลิงฉาน ไม่เช่นนั้นดาวฤกษ์ดวงใหญ่ขนาดนี้คงจะพังทลายจากภายในแล้ว ไม่เหมาะสำหรับการอยู่อาศัยของสิ่งมีชีวิต
หลังจากอวิ๋นโม่เข้าไปในดาวเพลิงฉาน ทหารคนหนึ่งก็เอ่ยอย่างสงสัย “คนผู้นี้เป็นใคร มองอย่างไรก็เป็นแค่ระดับจ้าวดาราขั้นหกชั้นฟ้าเท่านั้น จะมีเรือท่องดาราชั้นยอดเช่นนี้ได้อย่างไร ทั้งยังมีสิ่งของแสดงตนของใต้เท้าไฉ่เอ๋อร์”
จอมยุทธ์ระดับพรหมราชกล่าว “ข้าได้ยินว่าอู่ตูอวี้หวางแต่งตั้งผู้ตรวจการคนใหม่ แม้เป็นเพียงระดับจ้าวดาราแต่มีความแข็งแกร่งระดับพรหมราช ฝีมือร้ายกาจมาก เกรงว่าคนผู้นี้จะเป็นผู้ตรวจการที่มารับการแต่งตั้ง”
“อะไรนะ ผู้ตรวจการคนใหม่เป็นระดับจ้าวดาราผู้หนึ่ง?” ทหารที่เป็นระดับจ้าวดาราชั้นสูงมองตามทางที่อวิ๋นโม่ลับตาไปอย่างข้องใจ “เจ้าเด็กคนนี้ดูไปแล้วบอบบางไม่ทนแรงลม เกรงว่าแม้แต่กับพวกเราก็สู้ไม่ได้ จะมีความแข็งแกร่งระดับพรหมราชได้อย่างไร”
“จริงด้วย ข้าเห็นพลังปราณของเขา ดูเหมือนจะเป็นผู้ฝึกยุทธ์ระดับจ้าวดาราชั้นกลางธรรมดา เขาจะมีพลังเช่นนี้ได้อย่างไร”
“เฮ้ ไม่รู้ว่าเขาจะออกมาเมื่อไร” จอมยุทธ์ระดับพรหมราชอีกคนหัวเราะ
“ข้าขอเตือนเจ้าก่อน นั่นเป็นผู้ตรวจการที่อู่ตูอวี้หวางแต่งตั้ง หากไม่มีความสามารถโดดเด่นจะเป็นผู้ตรวจการได้อย่างไร ถ้าเจ้าล่วงเกินเขาเกรงว่าวันข้างหน้าจะลำบาก”
“อะไรจะเกินจริงขนาดนั้น บางทีเจ้าเด็กนั่นแค่มีเรือท่องดาราที่ไม่ธรรมดาลำหนึ่ง หรืออาจจะมียันต์อะไรบางอย่างถึงได้มีความสามารถขนาดนั้น ถ้าเจ้ากลัวก็แค่รอชมเรื่องสนุก ให้ข้าทดสอบเขาเอง”
“เอาล่ะ เมื่อเด็กคนนั้นออกมาก็ขอรอดูรองหัวหน้าแล้วกัน! ถ้าเด็กนี่อ่อนแอเกินไป บางทีอู่ตูอวี้หวางอาจต้องเปลี่ยนผู้ตรวจการ ฮ่าๆ!”
อวิ๋นโม่ร่อนลงไปที่ดาวเพลิงฉานและสอบถามถึงเมืองที่ไฉ่เอ๋อร์อยู่ หลังจากไปยังเมืองนี้แล้วก็กระตุ้นหยกวิญญาณ
เพียงครู่เดียวไฉ่เอ๋อร์ก็ปรากฏตัวตรงหน้าอวิ๋นโม่ “คิดไม่ถึงว่าเจ้าจะเข้ามาที่ดาวเพลิงฉานแล้ว พวกเด็กๆ ที่เฝ้าค่ายกลเหล่านั้นไม่ได้สร้างความลำบากให้เจ้าใช่ไหม”
“ไม่ พอข้านำหยกของเจ้าออกมา พวกเขาก็เปิดทางให้ข้า” อวิ๋นโม่กล่าว
“ตามข้ามา” ไฉ่เอ๋อร์พาอวิ๋นโม่ไปยังสถานที่ปฏิบัติงานของนางและทำตามขั้นตอนอย่างรวดเร็ว หลังจากนั้นก็หยิบของสามสิ่งออกมาให้อวิ๋นโม่
ทั้งสามสิ่งนี้ คือ บันทึกหนึ่งเล่ม ลูกแก้วสีดำหนึ่งลูก และยันต์ใบหนึ่ง
ไฉ่เอ๋อร์อธิบาย “บันทึกเล่มนี้คือบันทึกกฎเกณฑ์อู่ตู ลูกแก้วนี้เป็นแผนที่ดาวของอู่ตู แค่เจ้าใส่พลังปราณลงไป มันจะแสดงให้เจ้าเห็นว่าเจ้าอยู่ที่ไหน”
อวิ๋นโม่ถือแผนที่ดวงดาวและส่งลมปราณเข้าไป ทันใดนั้นพื้นที่ของอาณาจักรดาราใหญ่อู่ตูก็ปรากฏขึ้นตรงหน้า ในพื้นที่ใกล้ศูนย์กลางมีจุดสีแดงซึ่งน่าจะเป็นที่ที่อวิ๋นโม่อยู่ในขณะนี้
“ในนี้บันทึกเอาไว้เพียงห้าสิบอาณาจักรดาราน้อยเท่านั้น ไม่มีอาณาจักรดาราน้อยมู่หลิงอยู่ แต่ไม่เป็นไร เจ้าจดจำตำแหน่งของมันได้แล้ว มีหรือไม่ก็ไม่สำคัญ ยังมียันต์ใบนี้ นี่เป็นยันต์ผู้ตรวจการและเป็นสิ่งแสดงฐานะของผู้ตรวจการ หากเจ้าใช้ยันต์นี้จะสามารถสังหารระดับพรหมราชขั้นหกชั้นฟ้าได้ ดังนั้นเจ้าต้องระวัง อย่าใช้มันง่ายๆ”
หลังจากนั้นนางก็ชี้สมุดบันทึกกฎของอู่ตูและกล่าว “หน้าที่ของเจ้าคือตระเวนไปทุกอาณาจักรดาราน้อยที่อยู่ในอาณาจักรดาราใหญ่อู่ตูและบังคับใช้กฎของอู่ตู เจ้าจะไปที่อาณาจักรใดก่อนก็ได้ เพียงแต่การตรวจสอบแต่ละครั้งจะต้องครอบคลุมอาณาจักรทั้งหมด จริงสิ การลาดตระเวนแต่ละครั้ง ทางที่ดีจะต้องทำให้สำเร็จในร้อยปี นอกจากนี้ยังต้องให้ความสนใจด้วยว่าในแต่ละอาณาจักรน้อยมีสายลับของอาณาจักรใหญ่อื่นปะปนมาหรือไม่”
“เข้าใจแล้ว ขอบคุณแม่นางไฉ่เอ๋อร์มาก เช่นนั้นข้าขอลา”
“ข้ายังมีงานอีกหลายอย่าง คงไม่ได้ไปส่ง”
หลังจากนั้นอวิ๋นโม่ก็ออกจากดาวเพลิงฉานและเตรียมเริ่มการลาดตระเวนของตัวเอง แต่ตอนที่อยู่ตรงค่ายกลก็ได้พบเรื่องยุ่งยากเล็กน้อย
“โปรดเปิดค่ายกลและให้ข้าไป” อวิ๋นโม่คำนับกลุ่มทหาร
“หือ มีใครกำลังพูดอยู่หรือเปล่า” จอมยุทธ์ระดับพรหมราชผู้หนึ่งแคะหู มองขึ้นไปในจักรวาล ทำท่าถามด้วยความสงสัย
“ไม่ พวกเราไม่ได้ยินอะไรเลย” ทหารทุกคนส่ายหน้า
“โอ้ ข้าคงหูฝาด”
เหล่าทหารพูดคุยหยอกล้อกัน ทิ้งอวิ๋นโม่ไว้ด้านข้าง อวิ๋นโม่หยิบยันต์ผู้ตรวจการออกมา “ข้าเป็นผู้ตรวจการ สามารถเข้าออกดาวเพลิงฉานได้อย่างอิสระ ไม่จำเป็นต้องรายงาน โปรดเปิดค่ายกล”
พวกทหารยังคงแสร้งไม่ได้ยินและหัวเราะคิกคัก
“ข้าได้ยินว่าผู้ตรวจการคนใหม่เป็นเพียงระดับจ้าวดารา แต่มีความแข็งแกร่งระดับพรหมราช ฝีมือร้ายกาจมาก”
“จริงหรือ แม้แต่พวกอวี้จู่ตอนที่อยู่ระดับจ้าวดารายังไม่มีพลังถึงขั้นนั้น เขาจะมีพลังขนาดนี้ได้อย่างไร”
“ข้าว่าหลอกลวง”
“พวกเจ้าไม่เชื่อก็อย่าได้ประมาทผู้ตรวจการ ผู้ตรวจการมียันต์ผู้ตรวจการ ถ้าเขาเปิดใช้ยันต์ หึ อย่าว่าแต่พวกเรา แม้แต่พวกอวี้จู่ก็รับไม่ไหว”
“ไอ้หยา น่ากลัวจริงๆ”
อวิ๋นโม่มองเหล่าทหารอย่างใจเย็น ไม่ได้โมโห เขาพูดกับจอมยุทธ์ระดับพรหมราช “ทำไม พวกเจ้าเห็นยันต์ผู้ตรวจการแล้วยังแสร้งเป็นตาบอดหรือ”
“เอ๊ะ ยันต์ผู้ตรวจการจริงๆ หรือ” จอมยุทธ์ระดับพรหมราชมองยันต์ในมืออวิ๋นโม่ แต่สีหน้ายังคงไม่ใส่ใจ “ใต้เท้าท่านนี้ ท่านเป็นผู้ตรวจการจริงหรือ ข้าได้ยินมาว่าผู้ตรวจการมีความแข็งแกร่งระดับพรหมราช ท่านมีมันหรือไม่”
“ทำไม พวกเจ้าอยากลอง?” อวิ๋นโม่ยิ้มอย่างนึกสนุก เป็นแค่ระดับกึ่งพรหมราชก็กล้าท้าทายเขา ช่างน่าสนุกจริงๆ
“ข่าวลือหนาหูมาก ข้าคิด…”
ตูม!
ก่อนที่คำว่า ‘ว่า’ จะหลุดออกมาจากปากของ จอมยุทธ์ระดับกึ่งพรหมราช เขาก็ถูกหมัดอวิ๋นโม่กระแทกใส่อย่างแรงจนกระอัดเลือดและกระเด็นออกไปทันที
“รองหัวหน้า!”
“ท่านกล้าดีอย่างไรถึงทำร้ายคน!”
ทหารระดับจ้าวดาราชั้นสูงรีบวิ่งมาด้วยความโกรธ แต่อวิ๋นโม่แค่สะบัดฝ่ามือก็ส่งคนเหล่านี้ออกไปแล้ว แม้ตอนนี้จอมยุทธ์ระดับกึ่งพรหมราชอีกคนจะพุ่งเข้ามาข้างกายอวิ๋นโม่ แต่ก็หยุดเขาไม่ทัน สีหน้าของเขาบูดบึ้งพลางเอ่ยเสียงต่ำ “ผู้ตรวจการลงมือหนักเกินไปหรือไม่”
“เจ้าเป็นหัวหน้าของพวกเขาใช่ไหม” อวิ๋นโม่ถาม
“ใช่…”
ตูม!
“ในฐานะหัวหน้า รู้ว่าพวกเขาทำผิดแต่ไม่สนใจ ต้องถูกลงโทษ!”
โดนซ้ำไปอีกหมัด
ผู้ตรวจการคนใหม่แข็งแกร่งมาก แต่เขามือหนักเกินไปหน่อย หัวหน้าคนนั้นโมโหร้องตะโกน “เป็นผู้ตรวจการกลับลงมือกับพวกเราอย่างรุนแรง ละเมิดกฎทั้งๆ ที่รู้!”
อวิ๋นโม่หัวเราะเสียงเย็นชา “เจ้ารู้ว่าข้าเป็นผู้ตรวจการยังกล้าทำเช่นนี้ ไม่ใช่ว่าหาเรื่องให้ตนเองโดนเล่นงานหรือ”
เขานำบันทึกกฎของอู่ตูออกมา “กฎของอู่ตูข้อที่…”
“ผู้ตรวจการ” ทันใดนั้นไฉ่เอ๋อร์ก็มาถึง นางมองอวิ๋นโม่และทหารที่อยู่ข้างๆ แล้วผุดยิ้ม “ท่านอย่าได้ถือสาเจ้าพวกนี้ พวกเขาเพียงว่างเกินไปถึงได้ก่อเรื่องขึ้นมา”
ในเมื่อไฉ่เอ๋อร์ออกหน้า อวิ๋นโม่ก็ไม่คิดเอาความ เขาเก็บบันทึกกฎอู่ตูกลับไป
ไฉ่เอ๋อร์มองเหล่าทหาร “พวกเจ้าวันทั้งวันรู้จักแต่ทำเรื่องเหลวไหล ตอนนี้ได้บทเรียนไปแล้วใช่ไหม แม้ผู้ตรวจการจะเป็นแค่ระดับจ้าวดารา แต่กระทั่งเก่อหลีอวี้จู่ของอาณาจักรดาราน้อยมู่หลิงก็ยังไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเขา พวกเจ้าไม่กี่คนกล้าหาเรื่องเขา นี่ไม่เท่ากับไม่เจียมตนหรือ”
“อะไร! อวี้จู่คนหนึ่งของอาณาจักรดาราใหญ่อู่ตูก็ไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเขาหรือ” เหล่าทหารเบิกตากว้างอย่างตกตะลึง พวกเขารู้ว่าอวี้จู่นั้นทรงพลังยิ่ง จอมยุทธ์ระดับพรหมราชทั่วไปไม่สามารถเทียบได้ อวิ๋นโม่แข็งแกร่งกว่าอวี้จู่คนหนึ่ง พวกเขาหาเรื่องล่วงเกินจะไม่เท่ากับรนหาที่ตายหรือ
“พวกข้าไม่รู้จักประมาณตน ล่วงเกินผู้ตรวจการ โปรดอภัยด้วย” เหล่าทหารกระวีกระวาดขอโทษอวิ๋นโม่อย่างจริงใจ
อวิ๋นโม่โบกมือ รู้ว่าคนเหล่านี้ว่างจนเบื่อหน่าย อยากทดสอบตนดูเท่านั้น ไม่มีเจตนาร้าย จึงไม่ใส่ใจถือสา
หลังจากนั้นเหล่าทหารก็เปิดประตูค่ายกลให้อวิ๋นโม่ออกจากดาวเพลิงฉาน ขับเรือลาดตระเวนทะยานไปข้างหน้า
ตอนนี้อาณาจักรดาราใหญ่อู่ตูมีอาณาจักรดาราน้อยห้าสิบเอ็ดแห่ง ตอนแรกอวิ๋นโม่ลาดตระเวนในพื้นที่ใกล้กับดาวเพลิงฉาน แต่ไม่พบเหตุการณ์สำคัญอะไร มีแต่เรื่องจิปาถะ แค่แสดงตัวก็จัดการได้แล้วเพราะอยู่ใกล้กับดาวเพลิงฉาน คนในอาณาจักรเล็กๆ เหล่านี้ย่อมไม่กล้าทำผิด
ไม่กี่ปีต่อมา อวิ๋นโม่ตรวจสอบอาณาจักรเล็กๆ ไปสิบกว่าแห่ง พลังบ่มเพาะของเขายกระดับขึ้นสู่ระดับจ้าวดาราขั้นแปดชั้นฟ้า เพราะยังไม่พบตัวยาหลักที่ใช้ในการเลื่อนผ่านระดับจ้าวดารา เขาจึงไม่รีบร้อน เพียงฝึกฝนไปเรื่อยๆ กระทั่งเมื่อถึงยามจำเป็นต้องเลื่อนระดับถึงค่อยเลื่อน
วันนี้อวิ๋นโม่นั่งอยู่บนดาดฟ้าเรือ ชื่นชมจักรวาลอันสวยงาม จู่ๆ ตัวเรือก็สั่นสะเทือนและแสงของดวงดาวรอบๆ ก็หายไป ดูเหมือนว่าเขาจะหลุดเข้าไปในหลุมดำอันไร้ก้นบึ้ง
“เกิดอะไรขึ้น” อวิ๋นโม่แผ่ญาณหยั่งรู้ออกไปสำรวจ แต่ก็ต้องดึงกลับมาทันที ที่นี่เป็นสถานที่คล้ายกับเส้นทางเคลื่อนย้าย และไม่รู้ว่ามันจะนำไปสู่ที่ไหน
“แดนดาราชายขอบสามพันแห่งนี้ดูเหมือนจะไม่ได้เรียบง่ายอย่างที่ข้าคิด” อวิ๋นโม่พึมพำ ตอนแรกเขาเจอยมโลกบนดาวหยวนซวี ต่อมาพบว่ามีดาวมากมายถูกซ่อนอยู่ในค่ายกล ตอนนี้เขาได้พบกับสถานที่แปลกประหลาดอีกครั้ง
ตอนนั้นเองดวงตาของอวิ๋นโม่ก็สว่างวาบ เป็นไปได้ว่าซ่างกวนหรูและฟู่กุ้ยเหรินบังเอิญพบกับสถานที่เช่นนี้และหายไปจากที่นี่ บางทีเขาควรใช้โอกาสนี้ค้นหาซ่างกวนหรูและฟู่กุ้ยเหริน
“เป็นไปได้หรือไม่ว่า นี่คือทางผ่านไปสู่แดนศักดิ์สิทธิ์” อวิ๋นโม่คาดหวัง
ไม่รู้ว่าใช้เวลานานแค่ไหน อวิ๋นโม่และเรือลาดตระเวนถึงออกจากเส้นทางอันมืดมิด และปรากฏตัวนอกดาวดวงหนึ่ง อวิ๋นโม่ผิดหวังเล็กน้อย ผลลัพธ์คือเขายังคงอยู่ในจักรวาลและไม่ได้ไปยังดินแดนศักดิ์สิทธิ์ เขารีบหยิบแผนที่ดวงดาวออกมา แต่พบว่าไม่สามารถระบุตำแหน่งของเขาได้
“มีคำอธิบายเพียงสองอย่าง บางทีที่นี่อาจถูกปิดผนึกเหมือนดาวหยวนซวีก่อนหน้านี้ หรือไม่ที่นี่ก็ไม่ได้อยู่ในอาณาจักรดาราใหญ่อู่ตู ดาวที่อยู่ข้างหน้าดูเหมือนจะเป็นดาวมีชีวิต ลองไปถามดูก่อน”
อวิ๋นโม่เก็บเรือลาดตระเวนและเหาะไปยังดาวมีชีวิตสวยงามตรงหน้า ดาวดวงนี้ไม่ได้ใหญ่ไปกว่าดาวหยวนซวี
“เอ๊ะ” หลังจากเข้าใกล้ดาวที่อยู่ข้างหน้า อวิ๋นโม่ก็รู้สึกถึงบางสิ่งที่พิเศษ มหาวิถีเต๋าของดาวดวงนี้ดูเหมือนจะแตกต่างจากมหาวิถีของดาวอื่นๆ มหาวิถีเต๋าของดาวดวงนี้มีสิ่งที่เขาคุ้นเคย แต่ในนั้นก็มีมหาวิถีเต๋าที่เขาไม่เคยพบมาก่อน
ยิ่งกว่านั้นมรรคาเต๋าที่ไม่คุ้นเคยนี้บนดาวดวงนี้มีพลังมากกว่าวิถีอื่นๆ
………………………………………
Comments for chapter "ตอนที่ 574 ผู้ตรวจการ"
MANGA DISCUSSION
Madara Info
Madara stands as a beacon for those desiring to craft a captivating online comic and manga reading platform on WordPress
For custom work request, please send email to wpstylish(at)gmail(dot)com