ตอนที่ 575 โลกอันแปลกประหลาด
ตอนที่ 575 โลกอันแปลกประหลาด
“มรรคาเต๋าแบบนี้ดูแปลกๆ” อวิ๋นโม่มองดาวพลางพึมพำ มรรคาเต๋าแบบนี้ดูเหมือนไม่ใช่มรรคาสวรรค์หรือปฐพี เพราะเขาไม่เคยเห็นมันจากที่อื่น แม้แต่ในแดนศักดิ์สิทธิ์ เขาก็ไม่เคยได้ยินหลักการเช่นนี้มาก่อน
อวิ๋นโม่ไม่คิดมาก เก็บงำพลังปราณและเหาะไปที่ดาว หลังจากนั้นไม่นานก็ร่อนลงบนดาวดวงนี้ เขาตั้งใจหาจอมยุทธ์ที่แข็งแกร่งเพื่อสอบถามสถานการณ์ แต่ทันใดนั้นก็เปลี่ยนความสนใจและเดินไปข้างหน้าช้าๆ เพราะเห็นบางอย่างที่แปลกมากและไม่เคยเห็นจากที่อื่นอย่างแน่นอน
ตอนแรกเขาเห็นผู้ฝึกยุทธ์ระดับมโนสำนึกคนหนึ่งกำลังช่วยเหลือคนธรรมดา! แม้ในดินแดนของเขาจะมีการช่วยเหลือคนธรรมดาอยู่บ้าง แต่คนผู้นี้ไม่เหมือนกัน
บนพื้นที่แห่งหนึ่งมีฝนตกหนัก บ้านของคนธรรมดาเหล่านั้นแทบจะจมอยู่ใต้น้ำทั้งหมดแล้ว ผู้ฝึกยุทธ์ระดับมโนสำนึกคนนั้นใช้กระบวนท่าสลายเมฆฝนเหล่านั้น ทำให้มันพัดไปทางอื่น จากนั้นไล่ตามเมฆฝนเหล่านั้นไปจนกระทั่งถึงพื้นที่กันดาร แล้วลงมือทำให้ฝนตกลงมาบรรเทาความแห้งแล้ง
พฤติกรรมของคนผู้นี้ประหลาดมาก ดูเหมือนว่าเขาต้องการช่วยเหลือคนธรรมดาจริงๆ จอมยุทธ์ในที่อื่นจะคิดแบบนี้ได้อย่างไร เวลาบ่มเพาะของตนเองยังกลัวว่าจะไม่เพียงพอ คนที่จิตใจดีสักหน่อยอย่างมากเมื่อพบสถานการณ์เฉพาะหน้าก็ยื่นมือช่วยเหลืออยู่บ้าง ไม่ได้มุ่งมั่นช่วยเหลือพวกคนธรรมดาเช่นนี้
หลังจากนั้นเขาก็เห็นบัณฑิตไร้วรยุทธ์กลุ่มหนึ่งไปช่วยคนธรรมดาขอฝนในพื้นที่กันดาร เป็นบัณฑิตแต่ไปช่วยคนธรรมดาขอฝน นี่ดูเหมือนคนไม่มีงานทำ ช่างน่าขัน แต่หลังจากบัณฑิตเหล่านั้นทำพิธีประหลาดแล้วก็มีเมฆฝนมารวมตัวกัน และพื้นที่กันดารแห่งนั้นก็มีฝนตกชุ่มชื้น
“นี่ดูเหมือนจะเป็นประโยชน์ของมรรคาเต๋าที่แปลกประหลาดนั้น” อวิ๋นโม่พูดกับตัวเอง เขาไม่เข้าใจ ทุกอย่างที่นี่ดูเหมือนแตกต่างจากที่อื่นมาก
อวิ๋นโม่ไม่คิดที่จะรีบไปจากที่นี่ เขาต้องการทำความเข้าใจสถานการณ์ในที่นี้ เขาเดินไปเรื่อยๆ และไม่นานก็มาถึงเมืองเล็กๆ เมืองหนึ่ง จากนั้นก็เห็นฉากที่ทำให้เขางุนงง
ผู้ฝึกยุทธ์ที่อยู่ระดับคงเขตแดนชั้นกลางเห็นแผงกะหล่ำปลีขวางทางจึงเตะออกไปครั้งหนึ่ง ผลคือบัณฑิตเสื้อสีครามคนหนึ่งเห็นเข้าก็โกรธมาก พุ่งเข้าไปชี้หน้าด่าทอจอมยุทธ์ระดับคงเขตแดนผู้นั้น ด่าเสียจนคนผู้นั้นกลายเป็นสุนัขหูตูบ จอมยุทธ์ระดับคงเขตแดนผู้นั้นชะงักและไม่กล้าตอบโต้ ทั้งยังจ่ายเงินชดเชยให้เจ้าของแผง
“คุณชายหร่วน ข้าสำนึกผิดแล้ว โปรดยกโทษให้ด้วย” ผู้ฝึกยุทธ์ระดับคงเขตแดนคนนั้นร้องขอความเมตตาจากบัณฑิตเสื้อสีคราม
“เฮอะ เห็นแก่ที่เจ้าไม่ได้ทำผิดร้ายแรงอะไร จะละเว้นเจ้าสักครั้ง แต่เรื่องนี้ข้าจะจดจำเอาไว้ หากครั้งหน้าข้ายังเห็นเจ้ารังแกผู้อื่นอยู่อีกก็อย่าได้โทษว่าข้าใช้อำนาจเล่นงาน” บัณฑิตชุดครามส่งเสียงฮึดฮัด
“ขอรับๆ ข้าขอตัว” ผู้ฝึกยุทธ์ระดับคงเขตแดนหนีไปอย่างลนลาน บนหน้าผากมีเหงื่อเย็นไหลลงมา
เป็นเรื่องแปลกจริงๆ ที่ผู้ฝึกยุทธ์ระดับคงเขตแดนกลัวบัณฑิตที่ไม่มีแรงฆ่าไก่ผู้หนึ่ง ถ้าเป็นที่อื่นเกรงว่าบัณฑิตคนนั้นคงถูกซัดกลายเป็นกองเนื้อไปแล้ว หรือคนผู้นี้จะมีสถานะไม่ธรรมดา
ร่างของอวิ๋นโม่กะพริบไหวและมาถึงหน้าระดับคงเขตแดนผู้นั้น เขายื่นมือไปดึงคนไว้
“ท่านมีปัญหาอะไรหรือ” จอมยุทธ์ระดับคงเขตแดนปรายตามองอวิ๋นโม่และถามเสียงเรียบ
“เจ้าเป็นถึงระดับคงเขตแดน ทำไมถึงได้กลัวบัณฑิตคนนั้น ด้วยความแข็งแกร่งของเจ้า เพียงนิ้วเดียวก็น่าจะบดขยี้เขาได้”
คนผู้นั้นมองอวิ๋นโม่เหมือนมองคนบ้า “สหาย อย่าไร้สาระไปหน่อยเลย คุณชายหร่วนเป็นศิษย์ของสำนักปรมาจารย์ ถ้าข้าทำอย่างนั้นจะไม่ตายเอาหรือ”
“สำนักปรมาจารย์ร้ายกาจมากหรือ” อวิ๋นโม่ยิ่งงงเข้าไปใหญ่ ได้ยินชื่อนี้ก็รู้ว่าสำนักปรมาจารย์นี้ก่อตั้งขึ้นโดยเหล่าบัณฑิต หรือว่ามีบัณฑิตคนหนึ่งเป็นยอดฝีมือ
ชายคนนั้นสีหน้าบึ้งตึง เหลือบมองอวิ๋นโม่แวบหนึ่งแล้วเดินอ้อมไปด้านข้างอย่างไม่สนใจ
“นี่!” อวิ๋นโม่ไปขวางหน้าอีกฝ่ายอีกครั้ง “ต่อให้เป็นเช่นนั้น เขาก็เป็นแค่บัณฑิตคนหนึ่ง เจ้าสามารถสังหารเขาได้โดยไม่มีใครพบเห็น หรือต่อให้เจ้าไม่ฆ่าเขาก็ไม่จำเป็นต้องกลัวเขาขนาดนี้ก็ได้กระมัง”
“ข้าว่านะสหาย ท่านคิดว่านี่เป็นเรื่องตลกหรือ คุณชายหร่วนเปี่ยมไปด้วยพลังแฝงอันแข็งแกร่ง เป็นลูกศิษย์ที่ใกล้บรรลุระดับห้าของสำนักปรมาจารย์ ความสามารถเทียบได้กับจอมยุทธ์ระดับมโนสำนึก ข้าจะกล้าสู้กับเขาได้อย่างไร สหายเหลวไหลเกินไป อย่าได้ล้อเล่นแล้ว” คนผู้นั้นรีบจากไป
“ลูกศิษย์ที่ใกล้จะถึงระดับห้า ความสามารถเทียบได้กับจอมยุทธ์ระดับมโนสำนึก?” อวิ๋นโม่สับสนไปหมด คนผู้นั้นเป็นแค่คนธรรมดา ในร่างไม่มีพลังปราณแม้แต่น้อย จะไปเอาความสามารถในการต่อสู้มาจากไหน
อวิ๋นโม่ถูกความอยากรู้อยากเห็นกระตุ้น เขาซ่อนกายเดินตามหลังบัณฑิตผู้นั้นไป อยากจะดูว่าคนผู้นั้นเป็นเช่นไรกันแน่
หลายวันต่อจากนั้นเขาก็ติดตามบัณฑิตแซ่หร่วนเรื่อยมา พบว่าบัณฑิตผู้นั้นไม่มีสิ่งใดเป็นพิเศษ มักไปพบปะบัณฑิตคนอื่นๆ ทั้งสองพูดคุยเรียนรู้จากกันและกัน ถกประเด็นต่างๆ ด้วยเหตุผล หากมีเวลาว่างก็จะหาเวลาไปสอนเด็กเล็กอ่านหนังสือ บางครั้งก็สอนวรยุทธ์ให้พวกเด็กๆ บ้าง และไม่ทำสิ่งใดโดยไร้เหตุผล ยามปกติเขาจะช่วยเหลือคนทั่วไป หนึ่งในนั้นรวมไปถึงการขอฝนด้วย
นอกจากการขอฝนที่ดูประหลาดแล้ว เรื่องอื่นๆ ที่ดูไม่ปกติก็คือจอมยุทธ์ที่ฝึกวรยุทธ์เหล่านั้นเมื่อเจอเขาจะให้ความเคารพอย่างยิ่ง ไม่ใช่เพียงคุณชายหร่วนคนนี้เท่านั้น แม้แต่บัณฑิตคนอื่นๆ ก็เป็นที่เคารพนับถือของชาวบ้านเช่นกัน รวมถึงผู้ฝึกยุทธ์ด้วย
สิ่งนี้ทำให้อวิ๋นโม่สงสัยมาก วันหนึ่งในที่สุดเขาก็ทนไม่ได้ ต้องลากจอมยุทธ์ผู้หนึ่งมาถามเหตุผล
“สหายท่านนี้ขอรบกวนแล้ว!” เขาประคองหมัดคำนับ
ชายคนนั้นตอบ “สหายมีอะไรหรือ”
“ข้าฝึกในภูเขาลึกตั้งแต่เด็ก ไม่คุ้นเคยกับเรื่องราวนอกภูเขา จึงรู้สึกแปลกใจในบางสิ่ง เจ้าจะไขข้อข้องใจให้ข้าได้ไหม”
“สหายถามมาเถอะ ถ้าข้ารู้จะไม่ปิดบัง”
“ข้าเพิ่งเห็นว่าเจ้าเคารพบัณฑิตที่เป็นคนธรรมดาคนนี้มาก ข้าสงสัยมากว่าเพราะอะไรเจ้าจึงเคารพเขา หรือเป็นเพราะในตัวเขามีอะไรที่ไม่ธรรมดา” อวิ๋นโม่ถาม
ชายคนนั้นตอบทันควัน “นั่นแน่นอนว่าต้องเป็นเพราะคุณชายหร่วนเปี่ยมด้วยพลังแฝงอันกล้าแข็ง อีกเหตุผลหนึ่งที่สำคัญมากก็คือคุณชายเป็นลูกศิษย์ระดับสี่ชั้นสูงของท่านผู้เฒ่าปรมาจารย์ ความสามารถแข็งแกร่ง พวกข้าเมื่ออยู่ต่อหน้าคุณชายก็เทียบไม่ได้เลย”
ความสามารถแข็งแกร่งอีกแล้ว บัณฑิตผู้นั้นเห็นชัดๆ ว่าเป็นแค่คนธรรมดาคนหนึ่ง
ชายคนนั้นเหมือนเข้าใจความสับสนของอวิ๋นโม่จึงอธิบาย “สหาย เจ้าควรรู้ว่าศิษย์ของท่านผู้เฒ่าปรมาจารย์เป็นผู้มีพลังแฝงอันแข็งแกร่ง สามารถหยิบยืมพลังฟ้าดินโจมตีศัตรูได้ ความแข็งแกร่งของเขาไม่น้อยไปกว่าผู้ฝึกยุทธ์อย่างพวกเรา ดังนั้นสหายอย่าได้คิดว่าลูกศิษย์ในสำนักของปรมาจารย์เป็นคนธรรมดา”
“ไม่ได้ฝึกวรยุทธ์ แต่มีความสามารถแข็งแกร่ง หรือว่านี่เป็นการฝึกฝนร่างกายแบบหนึ่ง” อวิ๋นโม่ประหลาดใจ หากเป็นเช่นนั้น คนที่สร้างวิถีนี้ขึ้นมาก็น่าทึ่งจริงๆ
“ได้ยินสหายพูดถึงผู้เฒ่าปรมาจารย์ ผู้เฒ่าปรมาจารย์คนนี้เป็นใครกัน” อวิ๋นโม่ถาม
“สหายอาศัยอยู่บนภูเขามาเป็นเวลานาน ไม่รู้เรื่องก็ปกติ ผู้เฒ่าปรมาจารย์เป็นผู้ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก! ก่อนท่านผู้เฒ่าจะถือกำเนิด โลกนี้มีแต่ความสับสนวุ่นวาย ไร้กฎเกณฑ์ ทุกคนใช้ชีวิตทุกวันอย่างยากลำบาก แม้แต่ผู้ฝึกยุทธ์ก็มีชีวิตที่ยากลำบากมาก จนกระทั่งผู้เฒ่าปรมาจารย์ถือกำเนิดขึ้นมาก็เอ่ยถึง ‘ความเท่าเทียมกันของคนบนแผ่นดิน’ จากนั้นวางกฎเกณฑ์ให้ใต้หล้า ตั้งสำนักขึ้นบนแผ่นดิน คนในโลกนี้ไม่มีผู้ใดไม่ปฏิบัติตาม ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ทุกคนก็มีชีวิตอย่างสงบสุข ผู้ฝึกฝนก็มีวิธีฝึกฝน ใต้หล้าสงบสุข สหายน้อยเพิ่งออกมาจากภูเขาลึกและอาจมีกฎมากมายที่ไม่เข้าใจ ควรจะหาซื้อกฏระเบียบมาสักเล่ม อย่าได้ทำเรื่องผิดบาปเด็ดขาด มิฉะนั้นสำนักปรมาจารย์จะลงโทษเจ้าตามกฎ”
“นี่คือโลกอันแปลกประหลาด” อวิ๋นโม่พึมพำ แม้ภายหลังเขาจะเดินทางไปยังที่ต่างๆ มากมายก็พบว่าโลกใบนี้แตกต่างจากที่อื่น ที่นี่กฎเกณฑ์ซึมลึกอยู่ในใจของผู้คน แม้แต่จอมยุทธ์ที่แข็งแกร่งก็เคารพกฎเกณฑ์นี้และไม่ทำผิดง่ายๆ
สถานที่อื่นๆ แม้แต่ในอาณาจักรที่มีกฎหมายก็ยังไม่อาจเทียบกับโลกใบนี้ เพราะกฎเหล่านั้นมีคนเคารพเพียงบางส่วน และผู้ปกครองของอาณาจักรเหล่านั้นส่วนใหญ่ก็สร้างกฎเกณฑ์ขึ้นมาเพื่อตนเอง แต่ที่นี่ไม่เหมือนกัน ภายใต้การปกครอง ของสำนักปรมาจารย์ เมื่อใดที่มีคนในสำนักกระทำความผิด คนเหล่านั้นจะรู้ตนเองดีว่าความดีของตนจะสลายไป หากเป็นเรื่องร้ายแรงก็อาจหายไปตลอดกาล ประการที่สองพวกเขารู้ว่าฟ้าดินมีพลังรับรู้ หากใช้พลังของมันมากไปจะถูกรบกวนจนอ่อนแอ และอาจถึงขั้นถูกตัดขาด
“บัณฑิตเหล่านี้มีพลังการต่อสู้ที่แข็งแกร่งจริงหรือ” อวิ๋นโม่ตัดสินใจทดสอบดู จนถึงตอนนี้เขายังไม่เคยเห็นบัณฑิตเหล่านี้ลงมือเลย
บัณฑิตเหล่านี้ดูเหมือนกันหมด ยากที่จะแยกแยะผู้แข็งแกร่งหรืออ่อนแอ ดังนั้นอวิ๋นโม่จึงไปหาคุณชายหร่วน ได้ยินว่าความสามารถของเขาใกล้เคียงกับระดับมโนสำนึก ควรรู้สิ่งต่างๆ มากมาย
วันนี้อวิ๋นโม่พบเขาคนนี้และใช้พลังระดับคงเขตแดนชั้นกลางซัดฝ่ามือใส่
บัณฑิตแซ่หร่วนหน้าเปลี่ยนสี เขาตะโกนกร้าว สองมือผลักออก ชั่วขณะนั้นพลังประหลาดหลั่งไหลออกมาจากร่าง มันไม่ใช่พลังปราณหรือพลังใดๆ ที่อวิ๋นโม่เคยเห็นมาก่อน หลังจากนั้นมรรคาเต๋าประหลาดบนดาวดวงนี้ก็สั่นสะเทือนอย่างรุนแรง รวมกับพลังแปลกๆ นั้นทำลายพลังฝ่ามือของอวิ๋นโม่ในพริบตา ยิ่งกว่านั้นรัศมีนั้นยังพุ่งเข้าหาอวิ๋นโม่ด้วยอานุภาพอันแข็งแกร่ง
“ใกล้เคียงกับระดับมโนสำนึกจริงด้วย!” อวิ๋นโม่พึมพำ เขายกมือขึ้นบดขยี้รัศมีนั้นจนแตกสลาย ชายหนุ่มรู้สึกประหลาดใจอยู่บ้าง หากเขาเดาไม่ผิด นี่คือวิธีฝึกฝนร่างกายอีกอย่างหนึ่งที่ไม่ธรรมดา หากสามารถพัฒนาต่อไปได้ บางทีอาจกลายเป็นวิธีการฝึกฝนร่างกายที่ยิ่งใหญ่ที่สุด
บัณฑิตแซ่หร่วนผู้นั้นรูม่านตาหดลง เขาลงมือสุดกำลังแล้วแต่ถูกฝ่ายตรงข้ามสกัดได้อย่างง่ายดาย เช่นนั้นคนผู้นี้ต้องมีความแข็งแกร่งเพียงใด เขาถามเสียงต่ำ “ท่านคือผู้ใด มีความสามารถถึงเพียงนี้ ควรรู้จักกฎที่ผู้เฒ่าปรมาจารย์กำหนดไว้อย่างดี ทำไมถึงลงมือกับข้าโดยไม่คำนึงถึงกฎเกณฑ์”
อวิ๋นโม่กล่าว “อย่ากังวลไป ข้าไม่ได้มีจุดประสงค์ร้าย ข้าแค่อยากเห็นว่าศิษย์ในสำนักของเจ้าต่อสู้กันอย่างไร”
บัณฑิตสำรวจอวิ๋นโม่อย่างระแวดระวัง เห็นได้ชัดว่าไม่เชื่อคำพูดของเขา
“ยังมีอีกหนึ่งคำถาม ข้าอยากรู้จักปรมาจารย์ผู้เฒ่าของพวกเจ้า บอกได้หรือไม่ว่าเขาอยู่ที่ใด”
หากเดาไม่ผิด ผู้เฒ่าปรมาจารย์ผู้นี้สมควรเป็นผู้คิดค้นวิธีฝึกฝนร่างกายเช่นนี้ขึ้นมา วิถีการบ่มเพาะพลังที่เขาสร้างขึ้นและวิถีที่ใช้ปกครองโลกใบนี้น่าสนใจมาก เมื่อเทียบกับที่อื่น ดูเหมือนว่าอวิ๋นโม่จะชอบโลกเช่นนี้มากกว่า อย่างไรก็ตามนี่เป็นเพียงดาวที่อ่อนแอเท่านั้น เมื่อออกจากที่นี่ ทุกอย่างจะถูกบดขยี้โดยกฎของโลกอื่น
แต่มันไม่ได้เป็นอุปสรรคต่อความรู้สึกดีๆ ที่อวิ๋นโม่มีต่อโลกใบนี้
………………………………………
Comments for chapter "ตอนที่ 575 โลกอันแปลกประหลาด"
MANGA DISCUSSION
Madara Info
Madara stands as a beacon for those desiring to craft a captivating online comic and manga reading platform on WordPress
For custom work request, please send email to wpstylish(at)gmail(dot)com