ตอนที่ 578 ชิงลูกศิษย์
ตอนที่ 578 ชิงลูกศิษย์
ตอนนี้ชิวเหลียงมีพละกำลังมาก เขาล่ากวางตัวหนึ่งได้อย่างง่ายดาย คนเหล่านั้นเห็นกวางที่อยู่ข้างกายชิวเหลียงแล้วไม่สามารถละสายตาได้เลย พื้นที่แถบนี้ สถานที่หลายแห่งถูกไฟเผาทำลายจึงไม่เหลืออะไรให้กินเท่าไร สัตว์ป่าที่รอดชีวิตเหล่านี้ก็ไหวพริบดีมาก จับได้ยาก ตอนนี้เห็นชิวเหลียงจับกวางได้ตัวหนึ่งย่อมสะดุดตา
“ชิวเหลียง กวางตัวใหญ่ขนาดนี้พวกเจ้าจะกินมันหมดได้อย่างไร” ชายร่างกำยำก้าวไปข้างหน้าและพูดอย่างดุดัน
“ใช่แล้ว ทุกวันนี้บนภูเขาไม่มีอะไรให้กิน เขาคนเดียวเอากวางไปตัวหนึ่ง สิ้นเปลืองเกินไปแล้ว”
“ต้องแบ่งให้พวกเราด้วย!”
คนอื่นๆ สนับสนุน สายตาของพวกเขาไม่ละไปจากกวางตัวนั้น กวางตัวหนึ่งอย่างน้อยต้องหนักสามร้อยชั่ง พอให้พวกเขากินได้หลายวัน
ชิวเหลียงได้ยินก็มองคนเหล่านี้อย่างโมโห “บนภูเขานี้ไม่มีอะไรให้กินเท่าไร ใครหาได้ก็เป็นของคนนั้น ถ้าพวกเจ้าต้องการก็ไปจับเอาเอง! ก่อนหน้านี้ตอนที่พวกเจ้ามีอาหารไม่เคยแบ่งปันให้ข้ากับพี่สาวเลย!”
“ฮึ่ม เด็กน้อยอย่างพวกเจ้า มีกินคำหนึ่งก็พอ พวกเราให้เจ้าจะไม่สูญเปล่าหรือ พวกเรามีคนมากก็ต้องได้มากเป็นธรรมดา”
“ข้าว่าเด็กคนนี้พูดถูก ใครได้ไปก็เป็นของคนนั้น พวกเราแย่งกวางตัวนั้นมา มันก็เป็นของเราแล้วไม่ใช่หรือ”
“มีเหตุผล ถึงตอนนั้นให้มันขาหนึ่งก็พอเลี้ยงปากท้องพวกมันแล้ว”
“เรียกว่าแย่งที่ไหน ก็แค่เอาไป ตอนนี้อาหารขาดแคลน ต้องแบ่งปันอย่างเท่าเทียม พวกเราเอากวางไปเป็นเรื่องสมเหตุสมผล!”
“ใช่ มีเหตุผล!”
พูดแล้ว คนทั้งกลุ่มก็ล้อมกันเข้ามา
“พวกเจ้า!” เมื่อเห็นคนเหล่านี้ล้อมกันเข้ามา ชิวเหลียงก็ก้าวถอยหลังโดยไม่รู้ตัว ในหมู่คนเหล่านี้มีคนที่เคยซ้อมเขาในวันนั้น
อวิ๋นโม่จับไหล่ของเด็กหนุ่มและผลักออกไปเบาๆ “ไม่ต้องกลัว คนเหล่านี้ไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเจ้าอีกต่อไป”
เมื่อได้ยินคำพูดของอวิ๋นโม่ ชิวเหลียงก็สงบลงทันที เขาคิดถึงความเปลี่ยนแปลงของตัวเองในหลายวันนี้แล้วมีความมั่นใจขึ้นมา
“เจ้าสาม คอยดูไอ้หนุ่มนั่นให้ดี ท่าทางมันไม่ธรรมดา” ชายร่างกำยำหันไปพูดกับคนที่อยู่ด้านหลัง
“ตกลง ปล่อยให้ข้าจัดการเอง” ชายคนนั้นเดินมาพร้อมรอยยิ้มเยาะ หยุดอยู่ตรงหน้าอวิ๋นโม่
คนเหล่านี้เป็นแค่ระดับเปลี่ยนชีพจร อวิ๋นโม่คร้านจะลงมือ ปล่อยให้ชิวเหลียงจัดการก็พอ
“เอากวางมา!” ชายหนึ่งในนั้นตะคอกและเอื้อมมือไปจับเหยื่อของชิวเหลียง
“เฮอะ ไสหัวไป!” ชิวเหลียงแค่นเสียงเย็นชา ตวัดฝ่ามือออกไปทันที
เปรี้ยง!
“อ๊าก!” ชายคนนั้นร้องลั่น แขนของเขางอเป็นท่าประหลาด เห็นได้ชัดว่าหักแล้ว
ชิวเหลียงเห็นแล้วประหลาดใจ เขาแค่ตบไปเบาๆ ทำไมแขนของชายคนนี้ถึงหัก เด็กหนุ่มไม่รู้ว่าตอนนี้ความแข็งแกร่งของเขาเทียบได้กับผู้ฝึกยุทธ์ระดับก่อจิตแล้ว พวกระดับเปลี่ยนชีพจรเหล่านี้จะรับการโจมตีของเขาไหวได้อย่างไร
“เด็กคนนี้ร้ายกาจขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไร” ทุกคนโดยรอบตกตะลึง
“ทุกคนหลบไป ให้ข้าจัดการ!” ผู้ฝึกยุทธ์ระดับเปลี่ยนชีพจรขั้นเก้าชั้นฟ้าเพียงคนเดียวในกลุ่มก้าวออกมาและจ้องชิวเหลียงด้วยสีหน้าบูดบึ้ง “ชิวเหลียง ก็แค่เพื่อเลี้ยงปากท้องเท่านั้น อย่าโทษพวกเราเลย”
พูดแล้วก็เอื้อมมือมาจับชิวเหลียง
“อย่าโทษข้าเหมือนกัน!” ชิวเหลียงพูดเสียงเย็นชาก่อนต่อยหมัดอันเฉียบคมออกไป
ตูม!
ผู้ฝึกยุทธ์ระดับเปลี่ยนชีพจรขั้นเก้าฟ้ากระเด็นไปทันที กระอักเลือดสาดกระจาย
“อ๊าก!” ชายคนนั้นพยายามลุกขึ้น จ้องชิวเหลียงด้วยความตกใจ เขาเป็นระดับเปลี่ยนชีพจรขั้นเก้าชั้นฟ้า แต่สู้เด็กอายุสิบสองปีไม่ได้?
ผัวะๆๆ!
ชิวเหลียงปล่อยหมัดอย่างต่อเนื่อง หลังจากนั้นครู่หนึ่งคนทั้งหมดก็ล้มลงกับพื้น ร้องโอดโอยไม่หยุด
“ความลำบากทั้งหมดที่ข้าเคยได้รับ ขอคืนให้กับพวกเจ้า! ต่อไปอย่ามาหาเรื่องข้าอีก ไม่เช่นนั้นต้องรับผลเอง!” เสียงเล็กของชิวเหลียงดังขึ้น จากนั้นเขาก็ลากกวางพร้อมเอ่ย “พี่อวิ๋น ไปกันเถอะ”
ระหว่างเดินไปตามถนน อวิ๋นโม่ถามขึ้นมา “พวกเขารังแกเจ้าไว้มาก ทำไมเจ้าไม่ฆ่าพวกเขา”
“หา!” ชิวเหลียงเกาหัวอย่างไม่รู้จะตอบอย่างไร หลังจากไตร่ตรองพักหนึ่งค่อยกล่าว “ที่จริงคนเหล่านี้เคยรู้จักกับพ่อแม่ของข้า แต่ต่อมามีสัตว์อสูรเผาภูเขา เมื่ออับจนหนทางจึงประพฤติตนย่ำแย่ ข้าเกลียดพวกเขา แต่พวกเขาไม่ได้มีความผิดถึงตาย จริงไหม”
“ใครสอนเจ้า” อวิ๋นโม่ถาม
“อืม ข้าคิดเอง ผิดหรือ” ชิวเหลียงเอียงศีรษะถาม
อวิ๋นโม่ส่ายหน้า บนโลกนี้จะมีอะไรถูกเสมอได้หรือ ชิวเหลียงทำแบบนี้ หากเป็นโลกภายนอกอาจได้รับผลกระทบร้ายแรงในภายหน้า แต่ในโลกนี้ไม่จำเป็นเสมอไป เมื่อคิดเช่นนี้ เขาก็มองไปทางปรมาจารย์เฒ่าและสวินเชียนที่ติดตามอยู่ข้างๆ มาตลอดหลายเดือนราวกับตังเม ในใจชื่นชมพวกเขาอยู่บ้าง
วันนี้หลังกลับมาบ้าน ชิวเหลียงก็ฝึกหมัดมวยในลานฝึกขนาดเล็กของตนเอง เขาคิดค้นวิชาหมัดประเภทหนึ่งซึ่งยิ่งใช้ยิ่งซับซ้อน ขนาดอวิ๋นโม่ยังอดชื่นชมไม่ได้
“เสี่ยวเหลียง มานี่!” อวิ๋นโม่กวักมือเรียกชิวเหลียงที่อยู่ในลานฝึก
ชิวเหลียงวิ่งมาหาและถามด้วยรอยยิ้ม “มีอะไรหรือพี่อวิ๋น”
“ข้าอยากถามเจ้าเรื่องหนึ่ง เจ้าอยากกราบ…”
“ชิวเหลียง!”
ก่อนที่เขาจะพูดจบ ท่านปรมาจารย์ก็ปรากฏตัวขึ้นข้างกายชิวเหลียง คนผู้หนึ่งปรากฏตัวอย่างกะทันหันทำให้ชิวเหลียงตกใจมาก แต่หลังจากเห็นรูปลักษณ์ของผู้มาใหม่ เขาก็ตื่นเต้นขึ้นมาทันที รีบเข้าไปในบ้านหยิบกล่องไม้ออกมา เด็กหนุ่มเปิดกล่องไม้อย่างระมัดระวังและหยิบภาพวาดออกมาภาพหนึ่ง บุคคลในภาพนั้นคล้ายคลึงปรมาจารย์เฒ่าอยู่เจ็ดหรือแปดส่วน
“ท่านเป็น ท่านปรมาจารย์ผู้เฒ่าหรือ” เสียงของชิวเหลียงสั่นเครือ เมื่อมองปรมาจารย์และภาพเหมือนอีกครั้งก็ยิ่งเหลือเชื่อ
สวินเชียนก็แสดงตัวเช่นกัน เมื่อเขาเข้ามาใกล้ก็เอ่ย “นี่คือท่านปรมาจารย์!”
“ชิวเหลียงคารวะท่านปรมาจารย์!” ชิวเหลียงจัดเสื้อผ้าและคำนับผู้อาวุโสอย่างเต็มพิธี
“เจ้าได้ภาพนี้มาจากไหน” ปรมาจารย์ถามปนยิ้ม
ชิวหงหงวิ่งออกจากบ้านแล้วคำนับท่านปรมาจารย์อย่างตื่นเต้น “ท่านปรมาจารย์ พ่อแม่ของข้าเคยพูดถึงท่าน ก่อนพวกเขาจะตายได้บอกเอาไว้ว่า ตราบใดที่ท่านอยู่ในโลกนี้ ชีวิตของเราก็จะดีขึ้น น่าเสียดายที่พวกเขาไม่มีโอกาสได้พบท่านผู้เฒ่า”
ท่านปรมาจารย์มองชิวเหลียงด้วยรอยยิ้มแล้วกล่าว “ชิวเหลียง เจ้าเป็นเด็กดี ข้าไม่รู้ว่าเจ้าเต็มใจที่จะกราบข้าผู้เฒ่า…”
“ท่านผู้เฒ่า ข้าว่าท่านออกจะไร้มารยาทเกินไปหน่อย ทำไมถึงแย่งชิงคนกับข้า” อวิ๋นโม่ถลึงตา ผู้เฒ่าคนนี้เฝ้าดูอยู่เฉยๆ หลายเดือน ส่วนอวิ๋นโม่วิ่งวุ่นอยู่หลายเดือน ตอนนี้กลับคิดชิงคนกับอวิ๋นโม่
ปรมาจารย์คำนับอวิ๋นโม่ “สหายน้อย ชิวเหลียงเหมาะจะเรียนหนังสือมาก ถ้าเขากราบท่านเป็นอาจารย์ก็จะเปลี่ยนแค่เขาคนเดียว แต่ถ้าเขากราบข้าเป็นอาจารย์จะสามารถเปลี่ยนชีวิตผู้คนได้มากมาย ท่านเองก็รู้ดีว่าดาวดวงนี้ของพวกเรายังห่างไกลจากความสมบูรณ์ ดังนั้นยิ่งมีคนอย่างสวินเชียนและชิวเหลียงมากเท่าไรก็ยิ่งดีมากเท่านั้น”
“ท่านก็รู้ว่าข้าไม่ได้มาจากดาวดวงนี้ ดังนั้นข้าไม่สนใจ” อวิ๋นโม่เอ่ยเสียงเรียบ
ผู้เฒ่ามองอวิ๋นโม่และก้มคำนับจรดพื้น การแสดงออกเช่นนี้ทำให้สวินเชียน ชิวเหลียง และชิวหงหงตระหนกขึ้นมา ท่านปรมาจารย์มีฐานะเช่นไร แต่กลับคำนับให้อวิ๋นโม่อย่างเต็มพิธีการ เช่นนี้ไม่ถูกต้อง
“อาจารย์!” สวินเชียนรีบเข้าไปพยุงปรมาจารย์ผู้เฒ่าขึ้นมา
ชิวเหลียงและชิวหงหงมองอวิ๋นโม่ด้วยความตกใจ พวกเขารู้ว่าอวิ๋นโม่ไม่ธรรมดา แต่ไม่คาดคิดว่าอีกฝ่ายจะปล่อยให้ท่านปรมาจารย์คำนับตนเองเช่นนี้ ยิ่งกว่านั้นสีหน้าของเขายังไม่เปลี่ยนเลยสักนิด เห็นได้ชัดว่าเขาเองก็คิดว่าตนเองมีคุณสมบัติจะรับการคำนับนี้ ถ้าเช่นนั้นเขาเป็นใครกันแน่
“ท่านผู้เฒ่า วิธีเช่นนี้ออกจะแย่เกินไปหน่อย” อวิ๋นโม่ยิ้มในสีหน้า
ปรมาจารย์ผู้เฒ่าลุกขึ้นพูด “เช่นนั้นท่านกับข้าก็ไม่ต้องขัดแย้งกัน ถ้าชิวเหลียงเลือกใครก็ให้คนนั้นรับเขาเป็นศิษย์ เป็นอย่างไร”
“ก็ได้!” อวิ๋นโม่มองชิวเหลียงก่อนเอ่ย “เสี่ยวเหลียง ข้าอยากรับเจ้าเป็นศิษย์ ข้าสามารถสอนวิชาแพทย์บางอย่างแก่เจ้า นอกจากนี้ความแข็งแกร่งที่เจ้ามีอยู่ในตอนนี้ ข้าสามารถสอนวิชาที่ดีกว่าให้เจ้าได้อย่างหนึ่ง แต่ด้านนี้ข้าสอนเจ้าได้ไม่มากนัก เมื่อเจ้าฝึกวิชานี้อาจเทียบได้กับจอมยุทธ์ระดับก่อจิตชั้นสูงสุด หากคิดจะเดินต่อไปข้างหน้าก็ต้องคลำทางด้วยตนเอง บุกเบิกเส้นทางด้วยความยากลำบาก อีกอย่างก็ไม่แน่ว่าจะไปได้ถึงจุดสูงสุด ตัวข้าทำได้เพียงชักนำเจ้าสู่ถนนสายนี้และมอบวิชาแพทย์บางอย่างที่เป็นประโยชน์แก่เจ้า จากนั้นเจ้าจะต้องเดินไปด้วยตนเอง ดังนั้นอยากจะกราบข้าเป็นอาจารย์หรือไม่ เจ้าตัดสินใจเอาเอง ไม่ว่าเจ้าจะเลือกอะไร ข้าก็ไม่มีปัญหา”
เขาเป็นผู้ฝึกมรรคาเต๋า บนเส้นทางกำลังภายในเรียกว่าเคยเดินมาก้าวหนึ่งเท่านั้น เป็นไปไม่ได้ที่จะสอนชิวเหลียง อีกทั้งวิชายุทธ์ด้านนี้ วิชาหมัดทลายภูผานับว่าสูงส่งที่สุดแล้ว ดังนั้นในมุมหนึ่งต้องบอกว่า นี่เป็นถนนที่สั้นมาก แต่ชิวเหลียงมีพรสวรรค์ด้านนี้สูงมาก เขาอาจไม่ใช่คนที่ปีนป่ายไปถึงจุดสูงสุด แต่อาจเป็นผู้บุกเบิกก็เป็นได้ ถ้าเขาผ่านไปได้ ในอนาคตเขาจะเป็นปรมาจารย์คนแรกของวิชานี้
ทันทีที่อวิ๋นโม่พูดจบ ปรมาจารย์ผู้เฒ่าก็เอ่ยต่อ “ชิวเหลียง ในเมื่อเจ้ารู้จักข้า ข้าก็ไม่ขอพูดมากแล้ว ขอเพียงเจ้ากราบข้าเป็นอาจารย์ ในภายหน้าจะช่วยเหลือคนได้มากมาย บางทีอาจจะไม่ต้องเกิดโศกนาฏกรรมอย่างเช่นบิดามารดาของเจ้าขึ้นอีก ส่วนคนที่เคยรังแกเจ้าก่อนหน้านี้ก็จะเปลี่ยนเป็นคนดีมีเมตตา ไม่กลายเป็นคนชั่วช้า ดังนั้นข้าหวังว่าเจ้าจะกราบข้าเป็นอาจารย์”
“ไม่ต้องรีบร้อน เจ้าค่อยๆ คิดให้ถี่ถ้วน” อวิ๋นโม่กล่าว
ชิวเหลียงกลับไม่คิดมาก เขาหันไปคำนับปรมาจารย์ผู้เฒ่า ก้มลงจนต่ำ ไม่รอให้ปรมาจารย์ผู้เฒ่าและสวินเชียนได้ดีใจก็เอ่ย “ท่านปรมาจารย์คือบุคคลที่บิดามารดาของข้าเคารพนับถือที่สุด และเป็นบุคคลที่ข้าเคารพมาก หากเป็นเมื่อก่อนข้าจะต้องกราบท่านเป็นอาจารย์ แต่พี่อวิ๋นมีน้ำใจกับข้า ข้าไม่อาจไม่ตอบแทน อีกอย่าง ข้ายังคิดว่าพี่อวิ๋นเก่งมาก และยังชอบสิ่งที่พี่อวิ๋นพูด… ‘วิชา’ ข้าหวังว่าตัวเองจะเดินบนถนนสายนี้ให้ไกลกว่านี้! ข้ายังเชื่อว่าตราบใดที่ยังมีท่านปรมาจารย์อยู่ โลกนี้จะดีขึ้นแน่นอน จะมีข้าหรือไม่นั้นไม่ใช่เรื่องสำคัญ ดังนั้นข้าขอโทษท่านผู้เฒ่าด้วย ข้ายินดีที่จะกราบพี่อวิ๋นเป็นอาจารย์!”
จากนั้นชิวเหลียงคุกเข่าต่อหน้าอวิ๋นโม่และโขกศีรษะคำนับ “ชิวเหลียงคำนับอาจารย์!”
“ดี!” อวิ๋นโม่ยิ้มกว้าง “ท่านผู้เฒ่า นี่เป็นการตัดสินใจของชิวเหลียง ท่านไม่สามารถตำหนิข้า”
ท่านผู้เฒ่าส่ายหน้าและยิ้มอย่างอ่อนใจ ช่วยไม่ได้ สวินเชียนก็เสียดายเช่นกัน
ตอนนั้นเองชิวเหลียงก็หันมองชิวหงหงและเอ่ยเสียงแผ่ว “อันที่จริงพี่สาวของข้าก็เหมาะจะเรียนรู้มาก”
ท่านปรมาจารย์ไม่ขยับ คนที่เข้าตาเขาต้องเป็นคนที่มีพรสวรรค์โดดเด่นเท่านั้น ส่วนชิวหงหง เขาพิจารณาแล้ว แม้จะไม่เลวแต่ก็ไม่สามารถตอบสนองความต้องการของเขาได้ ดวงตาของสวินเชียนที่อยู่ข้างๆ สว่างวาบ เขาเอ่ยปากสอบถามชิวหงหง จากนั้นก็เผยสีหน้ายินดี หันไปพูดกับปรมาจารย์ผู้เฒ่า “อาจารย์ ชิวหงหงแม้พรสวรรค์ไม่ล้ำเลิศ แต่ข้าชื่นชมนางมาก ไม่ทราบว่าข้าจะรับนางเป็นศิษย์ได้หรือไม่”
“เจ้าเป็นศิษย์ระดับหกแล้ว ไม่จำเป็นต้องถามข้าเรื่องการเลือกศิษย์” ท่านผู้เฒ่ากล่าว
สวินเชียนคำนับ จากนั้นมองชิวหงหง “ชิวหงหง เจ้าต้องการกราบข้าเป็นอาจารย์หรือไม่”
ชิวหงหงมองสวินเชียน กะพริบตาปริบๆ ก่อนถาม “ท่านคือ… ศิษย์คนแรกของปรมาจารย์ผู้เฒ่า ปรมาจารย์สวินเชียน”
หลังจากรู้ฐานะของสวินเชียน ชิวหงหงก็ตื่นเต้นและรีบกราบอาจารย์ ให้กราบปรมาจารย์ผู้เฒ่านางไม่กล้าอาจเอื้อม แค่ได้กราบปรมาจารย์สวินเป็นอาจารย์ก็เป็นเรื่องที่ใครก็ไม่กล้าคาดคิดแล้ว
อวิ๋นโม่รู้สึกไม่พอใจอยู่บ้าง น้อยชายกราบเขาเป็นอาจารย์ พี่สาวกราบลูกศิษย์ของปรมาจารย์เฒ่าเป็นอาจารย์ นี่ไม่เท่ากับว่าเขาด้อยกว่าปรมาจารย์เฒ่าอยู่หนึ่งรุ่นหรือ เช่นนี้ไม่ได้ ต้องคิดหาวิธี!
“เสี่ยวเหลียง เส้นทางที่เจ้ากำลังจะเดินนั้นลำบากมาก ถูกกำหนดให้ต้องใช้เวลาเนิ่นนานจึงจะประสบผลสำเร็จ บางทีหากจะให้มีความสำเร็จเช่นข้า อาจต้องใช้เวลาหลายพันหรือหลายหมื่นปี”
“อาจารย์ ข้าไม่กลัว!” ชิวเหลียงกล่าวอย่างหนักแน่น
“อย่าขัดจังหวะ ข้ายังพูดไม่จบ”
“อ้อ”
“ในเมื่อต้องใช้เวลานานมาก ระหว่างนี้อาจหาโอกาสเรียนรู้จากปรมาจารย์ผู้เฒ่าได้เช่นกัน ถึงอย่างไรท่านผู้เฒ่าก็ว่างอยู่แล้ว ใช่ไหมท่านผู้เฒ่า” ไม่รอให้อีกฝ่ายตอบ อวิ๋นโม่ก็กล่าวต่อ “แม้เขาจะไม่มีประสบการณ์ในการเดินบนถนนที่เจ้าต้องเดิน แต่เจ้าก็สามารถใช้เส้นทางของเขาได้เช่นกัน ดังคำกล่าวที่ว่าหินของภูเขาอื่นสามารถสกัดหยกได้ (ความเห็นของคนอื่นช่วยปรับปรุงข้อบกพร่องของตัวเองได้) หลังจากเรียนรู้วิธีของปรมาจารย์เฒ่าแล้ว อาจได้รับแรงบันดาลใจให้ก้าวไปข้างหน้าบนเส้นทางของตนเองอย่างรวดเร็ว ข้าคิดว่าท่านผู้เฒ่าคงจะไม่ปฏิเสธ ปรมาจารย์เฒ่า ท่านเห็นว่าอย่างไร”
ปรมาจารย์มองอวิ๋นโม่อย่างอ่อนใจ “ท่านนี่นะ คิดจะจับเสือมือเปล่าหรือ! ท่านชิงลูกศิษย์ไปแล้วยังคิดจะให้ข้าช่วยสอนลูกศิษย์ให้ท่าน ช่างคิดได้ดีเยี่ยม!”
อวิ๋นโม่ยิ้มถาม “แล้วท่านปรมาจารย์ยินดีช่วยผู้แซ่อวิ๋นหรือไม่”
อาจารย์ผู้เฒ่าตอบ “ยินดี!”
………………………………………
Comments for chapter "ตอนที่ 578 ชิงลูกศิษย์"
MANGA DISCUSSION
Madara Info
Madara stands as a beacon for those desiring to craft a captivating online comic and manga reading platform on WordPress
For custom work request, please send email to wpstylish(at)gmail(dot)com