ตอนที่ 577 ชิวเหลียง
ตอนที่ 577 ชิวเหลียง
ผลไม้ขนาดเท่ากำปั้นถูกเด็กชายกินไปเพียงครึ่งเดียว เขาใส่มันกลับเข้าไปในแขนเสื้อพร้อมพึมพำ “กินหมดไม่ได้ ต้องเก็บไว้กินตอนเช้า พรุ่งนี้จะได้มีแรงหาอาหารให้พี่สาว”
หลังจากนั้นเด็กชายก็มาถึงสถานที่โล่งข้างบ้านซึ่งค่อนข้างเหมือนสนามฝึกการต่อสู้ มีหินที่ใช้ออกกำลังฝึกแรง มีหุ่นเล็กที่ทำจากท่อนไม้ตั้งอยู่บนพื้น บนนั้นมีรอยกำปั้นมากมาย เด็กชายดูตัวเล็กแต่แข็งแรง เขายกก้อนหินขนาดเท่าโม่หิน ยกขึ้นลงหลายสิบครั้ง จากนั้นเริ่มฝึกหมัดกับหุ่นไม้ เสียงหมัดกระแทกท่อนไม้ดังก้องไปทั่วภูเขา
“จะต้องแข็งแกร่งขึ้น และให้พี่สาวมีชีวิตที่ดีขึ้น!” เด็กชายพูดขณะฝึกชกมวย
เวิ้ง!
ตอนนั้นเองบนกำปั้นของเด็กชายปรากฏแสงแผ่วจางสายหนึ่ง พอโจมตีถูกลำต้น ต้นไม้ก็ถูกต่อยเป็นเศษเล็กเศษน้อย หลังจากนั้นเด็กชายก็กุมท้องนั่งลงอย่างทรมาน
“ฝึกไม่ไหวแล้ว ไม่อย่างนั้นคืนนี้จะหิวจนนอนไม่หลับอีก” เด็กชายบ่นพึมพำ
ไม่ไกลนักอวิ๋นโม่ที่ซ่อนตัวอยู่มีสีหน้าประหลาดใจ นั่นเป็นแสงจากพลังหมัด เด็กคนนี้ไม่สามารถฝึกยุทธ์ได้ แต่เขามีพลังหมัด! อวิ๋นโม่มั่นใจว่าเด็กชายไม่เหมือนพวกบัณฑิตเหล่านั่น นี่เป็นขุมพลังแข็งแกร่งที่ซ่อนอยู่ภายใน และกระตุ้นพลังที่เรียกว่าวิถีฟ้า สิ่งสำคัญที่สุดคืออวิ๋นโม่คุ้นเคยกับพลังแบบนั้น ตอนที่เขาฝึกฝนในช่วงแรก พลังแบบนั้นช่วยเขาได้มาก
“กำลังภายใน! พลังที่ปลดปล่อยออกมาคือกำลังภายใน!” อวิ๋นโม่ตกใจมาก ร่างกายของทุกคนมีพลัง แต่มันยากมากที่จะปล่อยพลังนี้ออกมา และยากจะควบคุมมันได้ ตอนแรกอวิ๋นโม่ต้องใช้โอสถต่างๆ และฝึกฝนวิชาหมัดทลายภูผาจึงจะทำได้ถึงขั้นนี้ แต่มันน่าแปลกใจที่เด็กคนนี้สามารถทำได้โดยไม่ต้องใช้วิชายุทธ์หรือสิ่งใดช่วย
หลังจากเห็นภาพนี้ อวิ๋นโม่ก็ชะงักทันทีและเกิดความคิดมากมาย เขาใช้ท่าเท้ามรรคาเต๋ากำเนิดสายฟ้าหายตัวไปอย่างกะทันหัน สวินเชียนเห็นแล้วตกใจมาก หันไปหาปรมาจารย์ “อาจารย์ คนผู้นี้น่ากลัวมาก พวกเรา…”
“ไม่เป็นไร สหายน้อยอวิ๋นโม่ไม่ได้มีจิตคิดร้าย จะไม่ทำอะไรเกินสมควร ที่ข้าตามเขามาเพียงป้องกันเรื่องสุดวิสัยเท่านั้น พวกเรารออยู่ที่นี่ เขาน่าจะกลับมาอีก” ท่านผู้เฒ่ากล่าว
แน่นอน ครึ่งชั่วยามให้หลังอวิ๋นโม่ก็กลับมา ในป่าที่อยู่ไม่ไกล เขาจุดไฟกองหนึ่ง ถอนขนไก่ป่าจนสะอาด และย่างบนกองไฟ ไม่กี่อึดใจมันก็ถูกย่างเป็นสีเหลืองทอง ส่งกลิ่นหอมยั่วน้ำลายอย่างยิ่ง
“เฮือก!”
เมื่อได้กลิ่น เด็กชายก็กลืนน้ำลายโดยไม่รู้ตัว เขาลุกขึ้นยืนและค่อยๆ เดินตามกลิ่นที่ลอยมา จากนั้นเห็นอวิ๋นโม่กำลังย่างไก่ เขาซ่อนตัวอยู่หลังกอหญ้าและมองเนื้อย่างสีเหลืองทองพลางกลืนน้ำลาย
อวิ๋นโม่เงยหน้ามองเด็กชาย จู่ๆ ก็ส่งยิ้มมุมปากให้ เด็กชายเลียริมฝีปากและหันกายจะไปจากที่นี่
“เดี๋ยวก่อน!” อวิ๋นโม่เรียกเขาไว้
เด็กชายหันไปมองอวิ๋นโม่ ดวงตาเหลือบไปทางไก่ย่างโดยไม่ได้ตั้งใจ อวิ๋นโม่โบกมือพร้อมกล่าว “มานี่สิ”
เด็กชายมองอวิ๋นโม่อย่างลังเล
“เข้ามา” อวิ๋นโม่โบกมือแรงขึ้น
ในที่สุดเด็กชายก็ไม่สามารถต้านทานความยั่วยวนของอาหารและเดินไปหาอวิ๋นโม่ เขามองไก่ย่างตลอดเวลาและแอบกลืนน้ำลาย แต่ก็ระแวงอวิ๋นโม่มากเช่นกัน
“กินสิ” อวิ๋นโม่ส่งไก่ย่างให้เด็กชาย
เด็กชายไม่พูดอะไร แค่ส่ายหน้า
“ให้เจ้ากินก็กินเถอะ ไม่ได้ทำร้ายเจ้าเสียหน่อย” อวิ๋นโม่กล่าวพร้อมฉีกชิ้นเนื้อออกมายัดใส่ปากเด็กชาย ด้วยความแข็งแกร่งของเขา เด็กชายไม่มีทางหลบได้
เนื้อเข้าไปในปากแล้วก็ไม่มีเหตุผลที่จะคายมันออกมา เด็กชายเคี้ยวสองครั้งและกลืนมันลงท้องอย่างรวดเร็ว กลิ่นเนื้อย่างติดอยู่ในปากและจมูก ทำให้เขากลืนน้ำลายไปอีกหลายอึก
อวิ๋นโม่ส่งไก่ย่างใส่มือของเด็กน้อย “นี่ให้เจ้า กินสิ”
เด็กชายคว้าไก่ย่างมาและมองอวิ๋นโม่อย่างซาบซึ้งใจ ถึงจะอยากกินมัน แต่เด็กชายก็ไม่รีบกิน กลับเลือกใบไม้ขนาดใหญ่ที่อยู่ข้างๆ มาห่อไก่ย่างไว้
“เจ้าทำอะไร! ทำไมไม่กินล่ะ”
“ข้า ข้าจะเก็บไว้ให้พี่สาวของข้า” เด็กชายพูดอย่างขัดเขิน
“ฮ่าๆ!” อวิ๋นโม่ยิ้มและตบหัวเขา เด็กคนนี้น่ารักมาก เขาหยิบหมูป่าตัวหนึ่งออกมาจากแหวนเก็บของ “หมูตัวนี้เก็บไว้ให้พี่สาวของเจ้า ไก่ย่างนั่นเจ้าก็กินเองเสีย พี่สาวของเจ้าเป็นเพียงมนุษย์ธรรมดา หากเจ้าเอาเนื้อย่างนั้นให้นางกิน มันจะคร่าชีวิตนาง”
เด็กชายหน้าซีดเผือด “นี่ เนื้อย่างนี่มีพิษหรือ”
“เจ้าคิดอะไร มันไม่มีพิษ เจ้ากินได้ แต่พี่สาวของเจ้ากินไม่ได้ ส่วนเพราะเหตุใด หลังจากเจ้ากินเข้าไปก็จะรู้เอง” อวิ๋นโม่กล่าว ไก่ป่าตัวนั้นเป็นสัตว์อสูรระดับหนึ่ง พี่สาวของเด็กชายเป็นเพียงคนธรรมดา ไม่สามารถต้านทานพลังรุนแรงเช่นนั้นได้ แม้เด็กชายจะไม่สามารถฝึกยุทธ์ แต่ก็แตกต่างจากคนทั่วไป เขาปล่อยลำแสงเช่นนั้นออกมาได้ การย่อยพลังของสัตว์อสูรก็ไม่น่าจะเป็นปัญหาใหญ่
เด็กชายมองหมูป่า จากนั้นแกะใบไม้และเริ่มกินราวกับเสือหิว ขณะกินก็ถามเสียงอู้อี้ “พี่ชาย ท่านต้องการให้ข้าทำอะไร”
“ข้าให้เจ้ากิน ข้าต้องขอให้เจ้าทำอะไรหรือ” อวิ๋นโม่ถามปนยิ้ม
“ตอนนี้มีของกินน้อยมาก ใครจะให้คนอื่นกินโดยไม่มีเหตุผล!” เด็กชายว่า “อีกอย่างข้าก็ไม่สามารถกินของท่านเปล่าๆ”
“เยี่ยม!” ท่านปรมาจารย์ที่ซ่อนตัวอยู่เปล่งเสียงอุทาน
อวิ๋นโม่ถือสองคนนั้นเป็นอากาศ มองเด็กชายก่อนถาม “เจ้าชื่ออะไร!”
“ข้าชื่อชิวเหลียง พี่สาวของข้าชื่อชิวหงหง” เด็กชายกินไป ตอบไป “พี่ชาย ท่านต้องการให้ข้าทำอะไรให้ท่าน! รีบพูดมาเถอะ ข้าไม่อยากติดหนี้ใคร”
อวิ๋นโม่ยิ้ม “หลังจากเจ้ากินเสร็จก็แสดงวิชาหมัดของเจ้าให้ข้าดู”
ความจริงแล้วแม้ชิวเหลียงกินสัตว์อสูรแล้วไม่เป็นไร แต่พลังนั้นก็ยากที่จะดูดซับได้อย่างเต็มที่ ดังนั้นเมื่ออวิ๋นโม่ไม่ได้บอกอะไร เขาก็ทำได้เพียงแสดงหมัดมวยธรรมดา
ชิวเหลียงได้ยินก็พูด “ข้า ข้าไม่ได้เรียนมวย”
“ไม่สำคัญ เจ้าอยากต่อยอย่างไรก็ต่อยอย่างนั้น” อวิ๋นโม่กล่าว
หลังจากนั้นไม่นานไก่ป่าขนาดไม่เล็กตัวหนึ่งก็ถูกชิวเหลียงกินจนเกลี้ยง แม้แต่กระดูกก็ถูกเคี้ยวและกลืนลงไป ชิวเหลียงลูบท้องพลางพูดอย่างสงสัย “แปลกจริง ไก่ตัวนี้ไม่ใหญ่มากแท้ๆ ทำไมถึงได้อิ่มขนาดนี้!”
ก่อนหน้านี้เขารู้สึกว่าตัวเองกินไก่ได้สิบตัว คิดไม่ถึงว่ากินไปเพียงตัวเดียวก็อิ่มมากแล้ว
“อ๊ะ!” ไม่ช้าชิวเหลียงรู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติ พลังงานทรงพลังพลุ่งพล่านอยู่ในร่างกาย ทำให้เขาอึดอัดมาก เขารู้สึกว่าตัวเองกำลังจะระเบิด
“รีบฝึกมวยของเจ้า!” อวิ๋นโม่ตะโกน
หลังจากได้ยิน ชิวเหลียงก็รีบวิ่งไปพื้นโล่งด้านข้างและเริ่มฝึกมวย แต่เขายังคงรู้สึกอึดอัด จนเริ่มชกใส่ต้นไม้สูงใหญ่
ผัวะๆๆ!
เสียงต้นไม้ถูกต่อยดังก้องไปทั่วภูเขา หลังจากนั้นครู่หนึ่ง ลำแสงหมัดพร่างพราวก็พุ่งออกมาจากหมัดของเขา ระเบิดต้นไม้สูงใหญ่เป็นชิ้นๆ
“มันคืออานุภาพของกำลังภายในจริงๆ!” อวิ๋นโม่พูดกับตัวเองด้วยรอยยิ้มกว้างบนใบหน้า
“นี่มันพลังอะไรกัน! ไม่ใช่พลังปราณที่พวกผู้ฝึกยุทธ์ใช้ และไม่ใช่พลังของวิถีฟ้า” สวินเชียนเอ่ยด้วยความประหลาดใจ
อวิ๋นโม่ไม่อธิบาย เพียงมองหมัดของชิวเหลียงด้วยสายตาชื่นชม หากกำลังภายในมีวิธีการบ่มเพาะ ชิวเหลียงจะต้องกลายเป็นอัจฉริยะแน่นอน! อัจฉริยะผู้โดดเด่น!
ไม่ใช่แค่เพราะชิวเหลียงฝึกฝนกำลังภายในขึ้นมาได้ แต่ยังเป็นเพราะวิชาหมัดที่เขาสร้างขึ้นเองก็ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ วิชาหมัดนี้ดูเหมือนสะเปะสะปะ แต่เปี่ยมไปด้วยความลี้ลับ แม้จะเทียบกับหมัดทลายภูผาไม่ได้ แต่ก็ทรงพลังกว่าวิชาธรรมดาอื่นๆ มาก
อีกทั้งชิวเหลียงคนนี้ยังเป็นเด็กอายุสิบสองปีเท่านั้น! เขาสร้างวิชาหมัดที่ทรงพลังทั้งๆ ที่ไม่รู้เรื่องอะไร แต่ก็ยังยอดเยี่ยมเช่นนี้ ถ้าในอนาคตเขาหล่อหลอมมันขึ้นมาอย่างบรรจงล่ะ!
หนึ่งชั่วยามต่อมา ชิวเหลียงนั่งอยู่บนต้นไม้ที่ล้มลง มองมันด้วยความตกใจ “ทั้งหมดนี่เป็นฝีมือของข้าหรือ”
เขาไม่อยากเชื่อสายตาเลยว่าตนจะมีเรี่ยวแรงมากขนาดนี้
“ว้าก!” จู่ๆ ชิวเหลียงก็ตะโกนและมองร่างกายของตัวเองอย่างไม่อยากเชื่อ ก่อนหน้านี้เขาผอมมาก แต่ตอนนี้แม้จะยังไม่บึกบึน แต่ก็ดีขึ้นกว่าเดิมมาก ราวกับร่างกายของเขาถูกเปลี่ยนแปลงในเวลาสั้นๆ
อวิ๋นโม่ไม่แปลกใจ ร่างกายของชิวเหลียงไม่ธรรมดา ถ้าไม่ใช่เพราะขาดสารอาหารเป็นเวลานานก็คงไม่ผอมแห้งขนาดนี้ หลังจากกินสัตว์อสูรระดับหนึ่งและเติมพลังเข้าไป ร่างกายของเขาย่อมเริ่มเปลี่ยนแปลง
หลังจากหยุดพักครู่หนึ่ง ชิวเหลียงก็มาหาอวิ๋นโม่ “พี่ชาย ท่านอยากให้ข้าทำอะไรอีก!”
“ข้าชื่ออวิ๋นโม่”
“พี่อวิ๋น พี่ต้องการให้ข้าทำอะไร”
“ไม่ต้องแล้ว เจ้าแสดงหมัดมวยแลกค่าไก่กับหมู” อวิ๋นโม่กล่าว
“พี่อวิ๋น นี่…” ชิวเหลียงไม่อยากเชื่อ เขาต่อยหมัดสะเปะสะปะไปรอบหนึ่งก็คุ้มค่าไก่และหมูแล้ว!?
“เอาล่ะ เอาหมูกลับบ้านไปเถอะ” อวิ๋นโม่โบกมือ คิดแวบหนึ่งแล้วโยนโอสถเม็ดหนึ่งออกไป “เอาสิ่งนี้ให้พี่สาวของเจ้ากิน อาการป่วยของนางก็จะหาย”
“จริงหรือ!” ชิวเหลียงรับโอสถมาแล้วรู้สึกตื่นเต้นมาก
“อืม” อวิ๋นโม่พยักหน้า
พอได้รับคำยืนยันแล้วชิวเหลียงก็นำโอสถและอุ้มหมูป่าตรงกลับบ้านของตนทันที หลังจากนั้นไม่นานชิวเหลียงก็วิ่งกลับมาอย่างรวดเร็ว ด้านหลังมีชิวหงหงตามมาด้วย
ตุบ!
ชิวเหลียงคุกเข่าลงทันที โขกศีรษะคำนับอวิ๋นโม่ “ชิวเหลียงขอบคุณพี่อวิ๋นที่ช่วยพี่สาวของข้า!”
ชิวหงหงคุกเข่าตรงหน้าอวิ๋นโม่ “ขอบคุณพี่อวิ๋นที่ช่วยชีวิตข้า จากนี้ไปข้ายินดีเป็นทาสเป็นบ่าว ติดตามรับใช้พี่อวิ๋นไปชั่วชีวิต”
อวิ๋นโม่เอื้อมมือไปพยุงพวกเขาลุกขึ้นช้าๆ “ข้าช่วยเจ้า เพราะมีเหตุผลของข้า พวกเจ้าไม่จำเป็นต้องทำเช่นนี้”
ฉับพลันนั้นดวงตาชิวหงหงก็แดงก่ำ น้ำตาสีใสหยดลงมา “ท่านพ่อและท่านแม่ก็เป็นโรคนี้เช่นกัน ถ้าก่อนหน้านี้พวกเขาได้พบพี่อวิ๋นจะดีแค่ไหน!”
ชิวเหลียงกล่าว “พี่อวิ๋น ถ้าท่านมีเรื่องใดก็สั่งมาได้เลย ชิวเหลียงจะไม่บิดพลิ้วเด็ดขาด”
“ข้าไม่ต้องการให้เจ้าทำอะไรให้ข้า แต่ข้าต้องการทำข้อตกลงกับเจ้าจริงๆ เจ้าเต็มใจไหม” อวิ๋นโม่ถามปนยิ้ม
“เต็มใจ!” ชิวเหลียงพยักหน้าหนักแน่น
“เอาล่ะ ต่อไปข้าจะหาอาหารมาให้พวกเจ้า เจ้าติดตามข้าและเรียนรู้บางอย่าง” อวิ๋นโม่กล่าว
“ข้าจะเชื่อฟังท่าน!”
หลังจากนั้นอวิ๋นโม่ก็พาชิวเหลียงเดินทางเข้าไปในภูเขา
“อันที่จริง นอกจากนกและผลไม้ป่าแล้ว หญ้าบางชนิดในภูเขาและป่านี้ก็สามารถกินได้ ต่อไปเจ้าไม่ต้องกินอาหารอื่นๆ ให้กินหญ้าเหล่านี้”
“ขอรับ!” ชิวเหลียงไม่ถามอะไร อวิ๋นโม่ช่วยพี่สาวของเขาไว้ ไม่ต้องพูดถึงการกินหญ้า ถึงสั่งให้กินดิน เขาก็จะไม่อิดออด
หลังจากนั้นชิวเหลียงก็ต้องประหลาดใจที่พบว่าหญ้าที่พี่อวิ๋นให้เขากินนั้นไม่ธรรมดา แม้รสชาติไม่อร่อย แต่ก็สามารถทำให้เขาอิ่มท้อง ซ้ำยังเพิ่มความแข็งแกร่งของเขาได้! แม้เขาจะกินแต่หญ้าทุกวัน แต่ความแข็งแกร่งของเขาก็ค่อยๆ เพิ่มขึ้น ร่างกายของเขาแข็งแกร่งขึ้นเรื่อยๆ
สิ่งที่อวิ๋นโม่ให้เขากินไม่ใช่หญ้าธรรมดา แต่เป็นสมุนไพรวิญญาณที่สามารถบ่มเพาะร่างกายของเขา นอกจากสอนให้ชิวเหลียงรู้จักสมุนไพรวิญญาณที่ใช้บ่มเพาะร่างกาย ยังให้เขาฝึกฝนหมัดมวยด้วยตัวเอง และไตร่ตรองเองว่าจะเพิ่มพลังให้หมัดของตนอย่างไร
พรสวรรค์ของชิวเหลียงในด้านนี้ดีมากจนอวิ๋นโม่รู้สึกเหลือเชื่อ เด็กชายใคร่ครวญด้วยตัวเองและสร้างวิชาหมัดที่สามารถต่อสู้กับจอมยุทธ์ระดับเปลี่ยนชีพจรชั้นสูงสุดขึ้นมาชุดหนึ่ง
ไม่กี่เดือนต่อมา ความแข็งแกร่งของชิวเหลียงก็เทียบได้กับผู้ฝึกยุทธ์ระดับก่อจิตชั้นต้น
วันนี้อวิ๋นโม่อนุญาตให้เขาล่าสัตว์และกินเนื้อ หลังจากจับเหยื่อได้ พวกเขาก็พบกลุ่มคนที่แย่งกระต่ายของชิวเหลียงในวันนั้น
………………………………………
Comments for chapter "ตอนที่ 577 ชิวเหลียง"
MANGA DISCUSSION
Madara Info
Madara stands as a beacon for those desiring to craft a captivating online comic and manga reading platform on WordPress
For custom work request, please send email to wpstylish(at)gmail(dot)com