ตอนที่ 580 ข้าคือผู้ตรวจการ
ตอนที่ 580 ข้าคือผู้ตรวจการ
ค่ายกลหายไปกะทันหัน จากนั้นเขาก็สัมผัสถึงความผันผวนจากการต่อสู้ นี่สามารถอธิบายได้เพียงสิ่งเดียว ค่ายกลเหล่านั้นถูกใครบางคนทำลาย
อวิ๋นโม่ไม่คิดอะไรทั้งสิ้น บังคับเรือลาดตระเวนหันกลับไปหาดาวฟู่จื่อ เมื่อเขาเข้าใกล้ดาวก็เก็บเรือลาดตระเวนและรีบพุ่งเข้าไป
ผู้ที่กำลังต่อสู้กันอย่างครึกโครม คือท่านปรมาจารย์เฒ่ากับสวินเชียน และจอมยุทธ์ระดับจ้าวดาราอีกสามคน ทั้งสามคนนี้ คนหนึ่งเป็นระดับจ้าวดาราชั้นต้น คนหนึ่งเป็นชั้นกลาง และคนหนึ่งเป็นชั้นสูง แม้ปรมาจารย์เฒ่าจะชักนำวิถีฟ้าของดาวฟู่จื่อมา แต่ก็ยากที่จะสกัดการโจมตีของอีกฝ่าย วิถีฟ้าของดาวฟู่จื่อเดิมทีก็เปราะบาง นี่ยังมาถูกโจมตีอย่างยับเยิน ปรมาจารย์เฒ่าและสวินเชียน ศิษย์คนโตของเขาบอบช้ำหนักเช่นกัน
“ฮ่าๆ พบดาวมีชีวิตดวงใหม่แล้ว หากรายงานต่อฝานหลีอวี้จู่ พวกเราจะต้องได้รางวัลอย่างงาม” จอมยุทธ์ทั้งสามหัวเราะเริงร่า
สีหน้าอวิ๋นโม่เคร่งขรึม เขาปราดมาถึงข้างกายท่านปรมาจารย์และสวินเชียนก่อนตรวจอาการบาดเจ็บของพวกเขา จากนั้นหยิบโอสถออกมาสองเม็ดให้พวกเขากินลงไป
“สหายน้อย ท่านรีบไปเถอะ ทั้งสามคนนี้มีพลังร้ายกาจมาก โดยเฉพาะคนผู้นั้น ข้าชักนำวิถีฟ้ามาทั้งหมดแล้วก็ยังไม่สามารถต้านเขาได้” ปรมาจารย์เฒ่าพูดด้วยสีหน้าเคร่งขรึม กระตุ้นให้อวิ๋นโม่รีบจากไป
อวิ๋นโม่กล่าว “วางใจเถอะ แค่หนูสามตัว ปรมาจารย์เฒ่าท่านไม่ต้องห่วง ปล่อยให้เป็นหน้าที่ข้าเถอะ”
หลังจากเห็นอวิ๋นโม่ สีหน้าของทั้งสามคนก็เปลี่ยนไป คนหนึ่งตวาด “เจ้าเป็นใคร ทำไมมาอยู่ที่นี่”
“ดาวมีชีวิตดวงใหม่นี้ ข้าจะจัดการเอง พวกเจ้าไปเสียเถอะ” อวิ๋นโม่พูดอย่างเย็นชา ในเมื่อปรมาจารย์เฒ่าและสวินเชียนไม่ได้เป็นอันตรายถึงชีวิต เขาก็จะไม่ลงมือกับคนทั้งสาม เพราะถึงอย่างไรการกระทำของพวกเขาก็ถือว่าอยู่ในขอบเขตกฎของอาณาจักรดาราใหญ่อู่ตู ไม่ได้ละเมิดข้อห้าม ตอนนี้อวิ๋นโม่เป็นผู้ตรวจการ เขาต้องทำตามกฎ
“ดูเหมือนว่าเจ้าจะไม่ใช่คนบนดาวมีชีวิตดวงนี้ แต่เป็นคนในอาณาจักรดาราใหญ่อู่ตูของข้า”
“เช่นนั้นก็รีบไสหัวไปจากที่นี่ซะ!”
“พวกเราทำงานให้ฝานหลีอวี้จู่ ทางที่ดีเจ้าไม่ควรหาเรื่อง”
สีหน้าอวิ๋นโม่ขรึมลง เขาหยิบยันต์ผู้ตรวจการออกมาพร้อมและแค่นเสียงเย็นชา “ข้าเป็นผู้ตรวจการของอาณาจักรดาราใหญ่อู่ตู เรื่องของดาวมีชีวิตดวงใหม่ ข้าจะจัดการเอง พวกเจ้าไสหัวไป!”
“ผู้ตรวจการอะไร ข้าไม่เคยได้ยินมาก่อน!”
“รู้ว่าพวกเรากำลังทำงานให้ฝานหลีอวี้จู่ แต่ยังกล้าที่จะต่อสู้กับพวกเรา เจ้ากำลังล่วงเกินฝานหลีอวี้จู่!”
“ยันต์ในมือของเด็กคนนี้ดูไม่ธรรมดา ระวังเอาไว้!”
“กลัวอะไร พวกเราลงมือพร้อมกัน พอแย่งยันต์นั่นมา มันก็กลายเป็นของพวกเราแล้วไม่ใช่หรือ”
จอมยุทธ์ทั้งสามหัวเราะอย่างไม่แยแส โจมตีอวิ๋นโม่พร้อมกัน
“สหายน้อยระวัง!”
“ท่านอวิ๋น ให้พวกเราช่วยท่าน!”
ปรมาจารย์ผู้เฒ่าและสวินเชียนรีบพุ่งเข้ามา ทั้งสองคนกระตุ้นวิถีฟ้าของดาวฟู่จื่อเพื่อช่วยอวิ๋นโม่
“ไม่จำเป็น”
อวิ๋นโม่โบกมือซ้าย ส่งสัญญาณว่าพวกเขาไม่จำเป็นต้องลงมือ ในเวลาเดียวกันมือขวาของเขาสะบัดไปข้างหน้าเบาๆ ฝ่ามือปราณยักษ์ก็ปรากฏและซัดใส่ร่างคนทั้งสามจนเสียงดังกึกก้อง
“เฮือก!” ทั้งสามคนกระอักเลือดและพลิกตลบอยู่ในจักรวาลหลายรอบจึงหยุด
ทั้งสามคนมองอวิ๋นโม่ด้วยความแตกตื่น คิดไม่ถึงว่าคนผู้นี้จะแข็งแกร่งมาก ปรมาจารย์เฒ่าและสวินเชียนก็ประหลาดใจเช่นกัน ก่อนหน้านี้ท่านผู้เฒ่ารู้สึกว่าตนไม่ใช่คู่ต่อสู้ของอวิ๋นโม่ แต่ไม่ได้คาดว่า ความต่างระหว่างกันจะมากมายขนาดนี้ แต่ในเมื่ออวิ๋นโม่แข็งแกร่งมาก เขาก็สบายใจกว่าเดิมเช่นกัน มีอวิ๋นโม่คุ้มครอง ดาวดวงนี้คงไม่ถูกทำลายแล้ว
“เจ้าเป็นใครกันแน่!”
“ถึงเจ้าจะแข็งแกร่ง แต่ก็ไม่ใช่คู่ต่อสู้ของฝานหลีอวี้จู่ ข้าแนะนำว่าทางที่ดีเจ้าอย่าได้ท้าทายฝานหลีอวี้จู่!” คนหนึ่งพูดอย่างลนลาน
“พวกเจ้าไม่รู้จักผู้ตรวจการ แต่อวี้จู่ของพวกเจ้ารู้ จงกลับไปรายงานอวี้จู่ของพวกเจ้าตามความจริง ดาวมีชีวิตใหม่นี้เรียกว่า ดาวฟู่จื่อ ผู้เฒ่าคนนี้จะเป็นเจ้าดาราของดาวนี้! รอให้ข้าไปที่ดาวหลักของอาณาจักรดาราน้อยกุยฟาง ข้าจะไปดำเนินการตามขั้นตอนทั้งหมดเอง” อวิ๋นโม่เอ่ยเรียบๆ
เมื่อได้ยินอวิ๋นโม่พูดเช่นนั้น ทั้งยังเอ่ยนามของฝานหลีอวี้จู่ตรงๆ ทั้งสามคนก็ชะงัก จอมยุทธ์ระดับจ้าวดาราชั้นสูงกล่าว “แต่ แต่ว่าหากคนพื้นเมืองอย่างพวกเขาคิดจะเป็นเจ้าดารา จะต้องมีจอมยุทธ์ระดับจ้าวดาราสามคน ตอนนี้พวกเขามีเพียงสองคนเท่านั้น โดยพื้นฐานแล้ว…”
ก่อนที่เขาจะพูดจบ อวิ๋นโม่หันหน้าไปมองดาวฟู่จื่อ แล้วคว้าจอมยุทธ์ระดับมโนสำนึกชั้นสูงสุดผู้หนึ่งมา
“คน คนผู้นี้เป็นแค่ระดับมโนสำนึกชั้นสูงสุด เขาไม่ใช่ระดับจ้าวดารา” จอมยุทธ์ระดับจ้าวดาราชั้นกลางพึมพำ
ผู้ฝึกยุทธ์ระดับมโนสำนึกชั้นสูงสุดที่ถูกอวิ๋นโม่เลือกมามองอวิ๋นโม่และจอมยุทธ์ทั้งสามที่อยู่ตรงหน้าด้วยความหวาดหวั่น บนดาวดวงนี้ นอกจากปรมาจารย์เฒ่าและสวินเชียนแล้ว เขาไม่กลัวใครอีก แต่ตอนนี้กลับถูกคนผู้หนึ่งจับมาอย่างง่ายดาย ความแตกต่างทางความสามารถอันกว้างใหญ่ทำให้เขาต้องตกตะลึง
เขาหันศีรษะมองไปรอบๆ หลังจากเห็นปรมาจารย์ผู้เฒ่าและสวินเชียนแล้วก็ตะโกนเสียงดังทันที “ท่านผู้เฒ่า ท่านสวิน ช่วยข้าด้วย ช่วยข้าด้วย!”
“ไม่ต้องตกใจ ท่านอวิ๋นไม่มีเจตนาร้าย” สวินเชียนปลอบโยน
เมื่อได้ยินคำพูดของสวินเชียน ชายคนนั้นแม้จะยังกลัวแต่ก็สงบลงมาก
จู่ๆ อวิ๋นโม่ก็หยิบโอสถเม็ดหนึ่งออกมาส่งให้ “กินเสีย”
“นี่…” เขาหันไปมองท่านปรมาจารย์ผู้เฒ่า หลังจากท่านผู้เฒ่าพยักหน้าก็กัดฟันหลับตาราวกับตัดใจตายแล้วกินโอสถลงไป
ในไม่ช้าชายคนนั้นก็เผยสีหน้าตื่นเต้น เพราะพบว่าพลังบ่มเพาะของตนเคลื่อนไหว เขาสัมผัสได้ถึงขอบเขตระดับจ้าวดารา รู้สึกว่าตัวเองสามารถเลื่อนขึ้นไปได้ในครั้งเดียว!
ฟิ้ว!
อวิ๋นโม่ส่งเขาลงไปยังพื้นที่ของดาวฟู่จื่อ เพื่อที่เมื่อเลื่อนระดับก็จะสัมผัสได้ถึงมรรคาเต๋าของดาวฟู่จื่อ และจะได้ไม่กลายเป็นจ้าวดาราแต่ในนาม ในเวลาเดียวกันเขายังโยนหินวิญญาณระดับสูงไว้รอบๆ ร่างของคนผู้นั้น เพื่อให้เขามีพลังปราณเพียงพอสำหรับดูดซับ
จากนั้นอวิ๋นโม่มองท่านผู้เฒ่าและยิ้ม “ปรมาจารย์เฒ่า ข้าว่าถ้าดาวฟู่จื่อมีจอมยุทธ์ที่ทรงพลังเพิ่มขึ้นอีกสักหน่อยคงจะช่วยท่านสร้างโลกที่ต้องการได้ไม่น้อย ไม่เช่นนั้นวิถีฟ้าของท่านคงจะอยู่แต่ในดาวเล็กๆ อย่างดาวฟู่จื่อเท่านั้น ไม่อาจเผยแพร่ไปสู่โลกภายนอก หากเป็นเช่นนั้น ความพยายามตลอดหลายปีที่ผ่านมาของท่านคงจะไม่ค่อยมีความหมายแล้ว”
ท่านผู้เฒ่าย่อมเข้าใจความหมายของอวิ๋นโม่ เขาคลี่ยิ้มทันทีก่อนคำนับแล้วเอ่ย “มีเหตุผล!”
อวิ๋นโม่พยักหน้า จากนั้นหยิบหินขนาดเท่ากำปั้นออกมา ทั้งสามคนเห็นแล้วสะดุ้ง หลุดอุทานว่า “หินดวงดาว!”
ตอนแรกก็นำโอสถออกมาเม็ดหนึ่ง ทำให้จอมยุทธ์ระดับมโนสำนึกชั้นสูงสุดคนหนึ่งมีโอกาสก้าวเข้าสู่ระดับจ้าวดาราได้อย่างง่ายดาย ตอนนี้ก็หยิบสิ่งของล้ำค่าอย่างหินดวงดาวออกมา คนตรงหน้าแท้จริงแล้วเป็นผู้สูงส่งคนใดกันแน่
สามคนนั้นมองไปทางหินดวงดาวด้วยสีหน้าละโมบ แต่ก็ไม่กล้าทำสิ่งใด อวิ๋นโม่แข็งแกร่งขนาดนี้ พวกเขากล้าหาเรื่องก็เท่ากับหาที่ตาย
อวิ๋นโม่หันไปทางดาวฟู่จื่อและฉับพลันนั้นก็ดีดหินดวงดาวไปที่ดาวฟู่จื่ออย่างรวดเร็ว หินดวงดาวกลายเป็นดาวตกดวงหนึ่ง ร่วงสู่ดาวฟู่จื่อ ทะลุผ่านชั้นดิน เจาะเข้าไปในส่วนลึกของใต้ดิน มันรวมเข้ากับหินดวงดาวอีกก้อนหนึ่งในแกนกลางของดาวที่ไม่มีผู้ใดมองเห็น
ก่อนหน้านี้อวิ๋นโม่พบว่ามรรคาเต๋าของดาวฟู่จื่อไม่สมบูรณ์ เพราะหินดวงดาวบนนั้นเกิดปัญหา จึงทำให้ไม่มีจอมยุทธ์ระดับจ้าวดารากำเนิดขึ้นมา ปรมาจารย์ผู้เฒ่าและสวินเชียนฝึกฝนด้วยวิธีเฉพาะจนเป็นระดับจ้าวดาราแล้ว ตอนนี้อวิ๋นโม่ก็ใช้หินดวงดาวของตนเองฟื้นฟูหินดวงดาวของดาวฟู่จื่อ ภายหน้าดาวดวงนี้จะต้องมีจอมยุทธ์ระดับจ้าวดาราปรากฏขึ้นแน่
สิ่งที่เขาทำก็เพื่อทำให้ดาวฟู่จื่อมีบรรยากาศที่เหมือนกับดาวดวงอื่น หวังว่าในภายหน้าปรมาจารย์เฒ่าจะสามารถทำให้ดาวดวงอื่นๆ ในจักรวาลเป็นเหมือนกับใต้หล้าของดาวฟู่จื่อ แม้เขาจะไม่เห็นด้วยกับอุดมการณ์ของปรมาจารย์เฒ่าสักเท่าไร แต่ก็ต้องยอมรับว่าเขาชื่นชอบโลกเช่นนั้นมากกว่า
ไม่นานจอมยุทธ์ผู้นั้นก็เลื่อนระดับได้สำเร็จ และเข้าสู่ระดับจ้าวดารา เขาตื่นเต้นมาก พร้อมเหาะขึ้นสู่จักรวาล คราวนี้เขาสามารถอยู่บนจักรวาลได้โดยไม่ต้องรับความช่วยเหลือจากอวิ๋นโม่แล้ว
“ข้าเลื่อนระดับได้แล้ว! ข้าฝ่าด่านมาได้แล้ว! ข้าก้าวเข้าสู่ระดับจ้าวดาราในตำนานแล้ว!” ชายคนนั้นตื่นเต้นมาก เขามาหาอวิ๋นโม่และคารวะแสดงความขอบคุณครั้งแล้วครั้งเล่า
อวิ๋นโม่มองไปที่คนทั้งสามตรงหน้าแล้วพูดว่า “กลับไปบอกฝานหลีว่ามีดาวมีชีวิตดวงใหม่และมีเจ้าดาราแล้ว ข้าจะเข้าไปดำเนินการตามขั้นตอนทีหลัง ไสหัวไปได้แล้ว!”
ทั้งสามลังเลครู่หนึ่ง ในที่สุดก็จากไป ช่วยไม่ได้ อวิ๋นโม่แข็งแกร่งมาก ต่อให้พวกเขาไม่ต้องการจากไป แต่อยู่ต่อจะทำอะไรได้ หาที่ตายหรือ
อวิ๋นโม่ไม่รีบจากไป เขาอธิบายสถานการณ์และกฎบางอย่างในอาณาจักรดาราใหญ่อู่ตูให้พวกปรมาจารย์เฒ่าฟัง
“ท่านอวิ๋น ถ้าหลังจากท่านไปแล้ว คนเหล่านั้นมาหาเรื่องอีก ควรทำอย่างไร พวกเขาดูเหมือนจะไม่เชื่อฐานะของท่าน” สวินเชียนค่อนข้างกังวล
“ไม่ต้องห่วง ข้ามีค่ายกลป้องกันอยู่ชุดหนึ่ง ขอมอบให้ดาวฟู่จื่อแล้วกัน” อวิ๋นโม่กล่าว เขาฆ่าเก่อเชียนจุ้ยและได้รับทรัพย์สินทั้งหมดมา ในสิ่งประดิษฐ์จัดเก็บวิญญาณของเก่อเชียนจุ้ยมีค่ายกลป้องกันระดับพรหมราช แม้จะเทียบไม่ได้กับดาวจวี้หมัว แต่ก็อ่อนแอกว่าไม่มาก
อวิ๋นโม่จัดวางค่ายกลบนดาว จากนั้นมอบป้ายและถ่ายทอดวิธีการควบคุมให้ปรมาจารย์ผู้เฒ่า หลังจากจบเรื่องนี้แล้ว เขาก็ขับเรือท่องดาราเหาะไปยังส่วนลึกของจักรวาล
ไม่ไกลจากดาวฟู่จื่อเท่าไร จอมยุทธ์ระดับจ้าวดาราทั้งสามสีหน้าบึ้งตึง คนหนึ่งกล่าว “อยู่ในอาณาจักรดาราน้อยกุยฟาง พวกเราไม่เคยเสียหายมากเช่นนี้มาก่อน!”
“ทำไมเราไม่กลับไป รอให้ชายคนนั้นจากไปแล้ว ก็ยึดดาวมา!”
“เจ้าโง่ เจ้าคิดว่าผู้ชายคนนั้นโง่หรือ! พวกเราย้อนกลับไป หากถูกเขาพบเข้า เจ้าคิดว่าเขาจะไว้ชีวิตพวกเราไหม ชายคนนี้เรียกตัวเองว่าผู้ตรวจการอะไรนั่น ดูท่าคงจะมีที่มาไม่ธรรมดา พวกเราควรรีบกลับไปรายงานต่อฝานหลีอวี้จู่ต่างหาก ฮึ ด้วยนิสัยของฝานหลีอวี้จู่ จะต้องฆ่าชายคนนี้อย่างแน่นอน!”
“ใช่ พวกเรารีบกลับกันเถอะ”
…………………………………………
Comments for chapter "ตอนที่ 580 ข้าคือผู้ตรวจการ"
MANGA DISCUSSION
Madara Info
Madara stands as a beacon for those desiring to craft a captivating online comic and manga reading platform on WordPress
For custom work request, please send email to wpstylish(at)gmail(dot)com