ตอนที่ 586 ฆ่าสัตว์อสูรกลืนดาว
ตอนที่ 586 ฆ่าสัตว์อสูรกลืนดาว
อวิ๋นโม่ไม่คัดค้านเช่นกัน ซือหม่าป๋อชงเป็นคนไม่เลว เขาจึงตามอีกฝ่ายไปดาวจิ้ว ชายหนุ่มถามอย่างสงสัย “ทำไมดาวดวงนี้ถึงถูกเรียกว่าดาวจิ้ว”
ซือหม่าป๋อชงมองดาวมีชีวิตแล้วถอนใจ “เพราะมันเคยเป็นดาวที่เจริญมาก แต่ตอนนี้ไม่เหลือความรุ่งเรืองนั้นแล้ว จึงค่อนข้างเปลี่ยวร้าง”
อวิ๋นโม่ยิ่งแปลกใจกว่าเดิม “ตามเหตุผลแล้วดาวดวงหนึ่งหากเจริญรุ่งเรืองก็ยากจะถดถอย เกิดอะไรขึ้นกับดาวจิ้วถึงได้เสื่อมถอยลงไป”
ซือหม่าป๋อชงส่ายหน้า “ไม่มีเหตุผลอะไร ก็เหมือนกับชีวิตคน ดาวมีชีวิตก็ไม่ต่างกัน นี่เป็นเรื่องธรรมดา คล้ายกับข้าที่เหมือนมีอนาคตไม่สิ้นสุด แต่ไม่แน่ว่าวันใดอาจต้องจากไป”
“ป๋อชงหวางยังคงเยาว์วัยหนุ่มแน่น ทำไมถึงไม่ค่อยมีชีวิตชีวา ทั้งยังดูหม่นหมองอยู่บ้าง” อวิ๋นโม่ถาม ชายคนนี้ได้รับความชื่นชมจากเหยียนพั่ว หากเป็นดั่งที่เหยียนพั่วว่า ในอนาคตเขาจะต้องมีความสำเร็จเหนือกว่าเหยียนพั่ว คนเช่นนี้ควรจะเปี่ยมกำลังวังชา จิตใจฮึกเหิมจึงจะถูก แต่กลับดูหม่นหมองกว่าคึกคัก ทำให้อวิ๋นโม่แปลกใจ
ซือหม่าป๋อชงยิ้มขื่น “หนุ่มแน่นเยาว์วัยที่ไหนกัน หากเทียบกับคนธรรมดา ข้าก็เป็นคนชราจนไม่รู้จะชราอย่างไรแล้ว”
“ก็จริงอยู่” อวิ๋นโม่ไม่ได้พูดถึงปัญหานี้อีก แต่ลงไปยังดาวจิ้วพร้อมซือหม่าป๋อชง
หลังจากมาถึง ซือหม่าป๋อชงก็พาอวิ๋นโม่ไปสัมผัสบรรยากาศและผู้คนของดาวจิ้ว จากนั้นอธิบายความเป็นมาของอาณาจักรดาราน้อยถงซานให้ฟังอย่างละเอียด คนผู้นี้ทำสิ่งใดล้วนมีขอบเขตความพอดี ไม่ว่าเรื่องใดก็ไม่ทำให้ผู้คนรู้สึกขุ่นข้องหมองใจ อวิ๋นโม่รู้สึกว่าไม่เลวเลย
หลายวันหลังจากนั้นพวกเขาก็ยังไม่ได้ข่าวคราวของสัตว์อสูรกลืนดาว อวิ๋นโม่รู้สึกอึดอัดอยู่บ้าง เขาไม่ได้มาที่นี่เพื่อฆ่าสัตว์อสูรเท่านั้น หลังจากทบทวนดูแล้วจึงตัดสินใจเริ่มตรวจสอบ
“ผู้ตรวจการมีเรื่องใดจะสอบถามข้าหรือ”
“มีเรื่องอยากสอบถามป๋อชงหวางอยู่จริงๆ ในจักรวาลนี้มีบางแห่งที่มีเส้นทางที่เหมือนค่ายกลเคลื่อนย้ายอยู่ ท่านน่าจะพอทราบบ้างกระมัง” อวิ๋นโม่ถาม
ซือหม่าป๋อชงพยักหน้า “พวกเราเรียกเส้นทางนี้ว่าเส้นทางอวกาศ ผู้ตรวจการคงอยากถามข้าเรื่องเส้นทางอวกาศในอาณาจักรดาราน้อยถงซานสินะ”
“ไม่ผิด!”
“ในอาณาจักรดาราน้อยถงซานมีเส้นทางอวกาศอยู่จริง แต่ไม่ได้เชื่อมไปยังสถานที่อื่นๆ เส้นทางทั้งหมดล้วนเป็นอยู่ในอาณาจักรดาราน้อยนี้ ดังนั้นสัตว์อสูรกลืนดาวจึงไม่สามารถใช้เส้นทางอวกาศเข้ามาที่นี่ได้”
“เจ้ารู้ที่มาของสัตว์อสูรกลืนดาวหรือไม่”
“อาณาจักรดาราใหญ่แต่ละแห่งไม่มีสัตว์อสูรกลืนดาว มันมีแต่ในแดนกันดารใหญ่เท่านั้น เรื่องนี้ทุกคนต่างรู้ดี ผู้ตรวจการไม่จำเป็นต้องประหลาดใจไป”
อวิ๋นโม่คิดแล้วก็เอ่ยปาก “เจ้าพาข้าไปดูเส้นทางเหล่านั้นได้หรือไม่”
“ไม่มีปัญหา” ซือหม่าป๋อชงพยักหน้า จากนั้นพาเขาเหาะออกจากดาวจิ้วไปสำรวจเส้นทาง
หลังจากตรวจสอบเส้นทางหลายแห่งติดต่อกัน อวิ๋นโม่ไม่พบเรื่องแปลกอะไร เหมือนที่ซือหม่าป๋อชงบอก สัตว์อสูรกลืนดาวไม่สามารถเข้ามาอาณาจักรดาราน้อยถงซานด้วยเส้นทางอวกาศ ผลลัพธ์นี้บอกได้เพียงว่าเรื่องนี้แปลกประหลาด
“ยังมีเส้นทางอื่นอีกหรือไม่” อวิ๋นโม่ถาม
“น่าจะมีมากกว่านี้ แต่ข้าไม่รู้ตำแหน่งที่แน่นอน หากท่านต้องการตรวจสอบให้ชัดเจนก็คงต้องไปสอบถามเหยียนพั่วอวี้จู่” ซือหม่าป๋อชงตอบ
“ตกลง ถ้าอย่างนั้น…”
“มีบางอย่างผิดปกติ!” ตอนนั้นเองสีหน้าของซือหม่าป๋อชงก็เปลี่ยนไป และหยิบของที่เหมือนลูกแก้วใสราวหยดน้ำออกมา มันกำลังส่องประกายระยิบระยับ อวิ๋นโม่รู้ว่านี่คืออุปกรณ์สื่อสารระหว่างจอมยุทธ์ระดับพรหมราชในอาณาจักรดาราน้อยถงซาน
“เป็นอย่างไร เจอสัตว์อสูรกลืนดาวหรือ” อวิ๋นโม่รีบถาม
ซือหม่าป๋อชงดูอยู่ครู่หนึ่งก็พยักหน้า “ใช่แล้ว มันปรากฏตัวไม่ไกลจากดาวบ้านเกิดของเฟยเย่หวาง แต่ดูเหมือนจะไม่ค่อยหิว เพียงตรวจสอบดาวแต่ละดวงโดยไม่ได้กลืนกิน”
อวิ๋นโม่รีบกล่าว “รีบไปกันเถอะ ถ้ามันเปิดฉากโจมตีจะเกิดการสูญเสียร้ายแรง”
ดาวมีชีวิตทุกดวงมีสิ่งมีชีวิตอยู่นับไม่ถ้วน ทรงคุณค่าสำคัญต่ออาณาจักรดาราใหญ่อู่ตูมาก ไม่อาจเสียไปแม้แต่ดวงเดียว อวิ๋นโม่นำเรือลาดตระเวนออกมา ให้ซือหม่าป๋อชงขึ้นไป จากนั้นขับไปยังทิศทางที่สัตว์อสูรอยู่ด้วยความรวดเร็ว ไม่นานก็มาถึงฟากจักรวาลที่มีสัตว์อสูรอยู่ ตอนนี้นอกจากเฟยเย่หวางที่พบสัตว์อสูรเป็นคนแรก ไป๋หลี่ฉยง เหยียนพั่วและแม่ทัพใต้บัญชาทั้งสองคนก็มาถึงแล้ว
ด้านหน้ามีสัตว์อสูรขนาดใหญ่ราวภูเขาตัวหนึ่งล่องลอยในจักรวาล และกำลังพินิจดาวมีชีวิตดวงหนึ่ง นี่คือดาวบ้านเกิดของต้วนฉี เห็นได้ชัดว่ามันสนใจดาวที่รุ่งเรืองดวงนี้ มันจ้องดาวตรงหน้าอย่างเหม่อลอยราวกับไม่เห็นพวกเหยียนพั่วที่อยู่ด้านข้าง
แม้สัตว์อสูรกลืนดาวจะมีขนาดใหญ่เท่าภูเขา แต่เมื่อเทียบกับดาวมีชีวิตดวงหนึ่งก็ยังมีขนาดเล็กจนน่าสงสาร ยากจะเชื่อว่ามันสามารถกลืนกินดาวมีชีวิตมากมายลงไป
สีหน้าต้วนฉีซีดเซียวเล็กน้อย ดาวบ้านเกิดถูกสัตว์อสูรหมายตา นางไม่อาจนิ่งเฉยได้ “ทุกท่าน พวกเราไม่อาจต่อสู้กับมันที่นี่ การต่อสู้ระดับนี้อาจทำให้ดาวบ้านเกิดของข้าถูกทำลาย”
อวิ๋นโม่ปลอบ “วางใจได้ ดาวมีชีวิตที่เจริญเช่นนี้เป็นสิ่งล้ำค่าของอาณาจักรดาราใหญ่อู่ตู พวกเราไม่มีทางต่อสู้ใกล้ๆ รอให้ทุกคนมากันครบ พวกเราค่อยหาทางล่อมันไปยังที่ห่างไกลจากดาวมีชีวิต”
“ขอบคุณท่านผู้ตรวจการ” ต้วนฉีขอบคุณทันที
ไม่กี่อึดใจต่อมา ซือหลานฮวาและหลิ่วปิงก็มาถึง “ไอ้หยา ดูเหมือนว่าพวกเราจะมาถึงช้าไปหน่อย ใต้เท้าผู้ตรวจการ ใต้เท้าเหยียนพั่ว อย่าได้ตำหนิข้าเลย เอ๋ ดูเหมือนข้าจะไม่ใช่คนสุดท้าย”
“เฮอะ เจ้าเถี่ยถัวถัวผู้นั้น ทั้งที่อยู่ไม่ไกลเท่าไร แต่จนบัดนี้ก็ยังมาไม่ถึง” ไป๋หลี่ฉยงกล่าวด้วยความไม่พอใจ
เหยียนพั่วขมวดคิ้วถาม “ทำไมอู่เจิ้นหวางถึงได้ช้านัก เขาไม่เคยเป็นแบบนี้ ที่ผ่านมาเขากระตือรือร้นมาตลอด”
อวิ๋นโม่ไม่ได้สนใจ ถึงอย่างไรช้าเร็วคนเหล่านี้ก็ต้องมาถึง เขาคอยจ้องสัตว์อสูรกลืนดาวอยู่ตลอด ป้องกันไม่ให้มันจู่โจมดาวมีชีวิตอย่างกะทันหัน สัตว์อสูรกลืนดาวมีร่างกายใหญ่โต รูปลักษณ์คล้ายจระเข้ แขนขาสี่ข้างเคลื่อนไหวอยู่ใต้ลำตัว เคลื่อนร่างไปข้างหน้าราวกับกำลังว่ายน้ำ
หลังจากรออยู่นาน เถี่ยถัวถัวก็โดยสารเรือท่องดารามาถึง เหยียนพั่วถามด้วยความไม่พอใจ “ทำไมเพิ่งมาเอาป่านนี้”
เถี่ยถัวถัวกระโดดลงจากเรือท่องดารา ชี้หน้าตนเองแล้วก็ชี้ไปที่เรือ “ดูไม่ออกหรือ เถี่ยถัวถัวเกือบจะมาไม่ได้แล้ว”
ทุกคนหันกลับมาและสังเกตเห็นว่าร่างของเขาไหม้เกรียมราวกับถูกไฟเผา เรือของเขาก็เช่นกัน มันชำรุดหนักและใกล้จะแตกสลายแล้ว
“ข้าโชคร้ายเกินไป เลือกเส้นทางผิด เกือบถูกดวงอาทิตย์ดูดเข้าไป โชคดีที่ข้าแข็งแกร่งพอจึงรีบหนีออกมาทัน” เถี่ยถัวถัวพูดเสียงสั่น
จากนั้นเขาก็มองไปรอบๆ พลางกล่าว “ดูเหมือนว่ามีอีกคนที่ยังไม่มา อู่เจิ้นหวางผู้นั้นอยู่ที่ไหน”
เหยียนพั่วขมวดคิ้วและมองไปยังทิศที่อู่เจิ้นหวางอยู่ แต่ไม่เห็นใคร
“โฮก!”
ทันใดนั้นสัตว์อสูรกลืนดาวก็คำรามใส่พวกเขาอย่างเกรี้ยวกราดราวกับคำเตือน จากนั้นเหวี่ยงแขนวาดขา กระดิกหัวส่ายหาง ก่อนเหาะหนีไปไกล เมื่อได้ยินเสียงคำราม พวกต้วนฉีและหลิ่วปิงต่างก็หน้าถอดสี
“บัดซบ มันเลื่อนระดับแล้วจริงๆ ตอนนี้เทียบได้กับยอดฝีมือระดับพรหมราชขั้นเจ็ดชั้นฟ้าแล้ว!” เถี่ยถัวถัวกล่าวด้วยความตกใจ
“แล้วไง เจ้าไม่กลัวไม่ใช่หรือ” ไป๋หลี่ฉยงแค่นหัวเราะ
“กลัว? ทำไมต้องกลัว ผู้ตรวจการอยู่ที่นี่ เขาต้องมีวิธีจัดการมันอยู่แล้ว ข้าไม่จำเป็นต้องกลัว” เถี่ยถัวถัวกล่าว
อวิ๋นโม่มองไปยังทิศทางที่เกาอู่อยู่พร้อมพูดเสียงทุ้ม “ช่างเถอะ ไม่ต้องรออู่เจิ้นหวางแล้ว สัตว์อสูรกลืนดาวออกห่างจากดาวมีชีวิต เป็นโอกาสดีของเรา หากไม่ลงมือตอนนี้ รอให้มันไปถึงดาวมีชีวิตดวงต่อไปก็ยากจะคาดการณ์ความเคลื่อนไหวของมันแล้ว”
“ดี!” เหยียนพั่วพยักหน้า
ทุกคนขึ้นเรือท่องดาราไล่ตามสัตว์อสูร อวิ๋นโม่ตะโกนเสียงดัง “ข้ากับจอมยุทธ์พรหมราชชั้นกลางสี่คนจะโจมตีด้านหน้า ส่วนคนอื่นๆ ให้ล้อมอยู่รอบนอก อย่าเข้าใกล้มันเด็ดขาด!”
สัตว์อสูรกลืนดาวตัวนี้มีความแข็งแกร่งเทียบเท่าจอมยุทธ์ระดับพรหมราชชั้นสูง หากคนที่เป็นระดับพรหมราชชั้นต้นเข้าใกล้อาจอันตรายถึงชีวิต
“ฮ่าๆ ดี ข้าจะไปทดสอบความแข็งแกร่งของมันก่อน!” เถี่ยถัวถัวหัวเราะและขับเรือท่องดาราเข้าหามันอย่างรวดเร็ว
“กลับมา!” อวิ๋นโม่สีหน้าเปลี่ยนไป รีบตะโกนลั่น
แต่เถี่ยถัวถัวพุ่งไปถึงข้างกายสัตว์อสูรแล้ว เขากำลังยกกระบองเขี้ยวหมาป่าทุบมัน คิดไม่ถึงว่าพอมันเห็นทุกคนล้อมเข้ามาก็โมโหโกรธา สะบัดหางใส่เถี่ยถัวถัว
เปรี๊ยะ!
เรือท่องดาราสภาพผุพังของเถี่ยถัวถัว พอถูกสัตว์อสูรตวัดหางฟาดก็แตกกระจายทันที เขาไม่ทันฟาดกระบองก็ถูกมันตวัดหางใส่จนกระเด็นออกไปแล้ว
“สัตว์อสูรกลืนดาวตัวนี้มีพลังมากเกินไป อย่าต่อสู้ประชิดตัวกับมัน!” เถี่ยถัวถัวเลือดกบปากส่งเสียงอึกอัก
หลังจากนั้นก็ถือกระบองไว้ แต่ไม่กล้าเข้าใกล้มันอีก อวิ๋นโม่พูดไม่ออก ผู้ชายคนนี้สมองมีปัญหาหรือไร ไม่รู้จริงๆ ว่าเขาฝึกถึงระดับพรหมราชขั้นห้าชั้นฟ้าได้อย่างไร
“ก่อนที่สัตว์อสูรกลืนดาวจะอาละวาด เราต้องทุ่มกำลังฆ่ามันอย่างรวดเร็ว!” เหยียนพั่วกล่าว
ทุกคนพยักหน้า กระบวนท่าเมื่อครู่ของมันทำให้รู้แล้วว่ามันน่ากลัวขนาดไหน ดังนั้นไม่มีใครกล้าประมาท
“ลงมือ!”
เหยียนพั่วใช้ศาสตร์ลับอานุภาพเทียมฟ้าซัดใส่สัตว์อสูร ไป๋หลี่ฉยงถือไม้บรรทัดฟ้า ยิงลำแสงศักดิ์สิทธิ์หลายร้อยสาย อานุภาพไม่ธรรมดาเช่นกัน พอเถี่ยถัวถัวโบกพลองเขี้ยวหมาป่า พลังปราณก็เคลื่อนไหว ปรากฏเป็นปราณกระบองเขี้ยวหมาป่าขนาดใหญ่ฟาดใส่สัตว์อสูรกลืนดาว ซือหลานฮวาดีดนิ้วออกไป ปรากฏหยดน้ำหลายร้อยหยดพุ่งใส่สัตว์อสูร ครั้งนี้เป็นน้ำกร่อนกระดูกของจริงแล้ว
อวิ๋นโม่ใช้อาณาจักรอัสนีล้อมสัตว์อสูรกลืนดาวเอาไว้ จากนั้นเรียกผนึกปฐมอัสนีนิลสุวรรณออกมาทุ่มใส่มัน อีกห้าคนที่อยู่รอบๆ ต่างแสดงฝีมือของตน ใช้กระบวนท่าที่แข็งแกร่งที่สุดโจมตีสัตว์อสูร
ดวงตาของอวิ๋นโม่เป็นประกาย กวาดผ่านคนอาณาจักรดาราน้อยถงซานแต่ละคน
“โฮก!”
พวกมนุษย์ที่เหมือนมดเหล่านี้กล้าเป็นฝ่ายโจมตีมันก่อน สัตว์อสูรโมโหมาก มันคำรามเสียงดังจนสะเทือนไปถึงดวงดาวรอบๆ มันอ้าปากพ่นอักขระเต๋าออกมา ทำลายการโจมตีของพวกมนุษย์ได้อย่างง่ายดาย
“แย่แล้ว พวกเราประเมินความแข็งแกร่งของมันต่ำเกินไป ต่อให้พวกเราร่วมมือกันก็ไม่อาจฆ่ามัน!” เหยียนพั่วหน้าเปลี่ยนสี เมื่อครู่เขาเพิ่งใช้ศาสตร์ลับที่แข็งแกร่งที่สุดของตน แต่สัตว์อสูรตัวนี้กลับทำลายได้อย่างง่ายดาย
ทั้งหมดถอยหลังหลบการโจมตีของสัตว์อสูรอย่างรวดเร็ว เพียงกระบวนท่าเดียวก็ทำเอาพวกเขาไม่อาจรับมือ หลังจากโจมตีไปครั้งเดียว ทุกคนก็ได้รับบาดเจ็บเสียแล้ว อาการบาดเจ็บแต่ละคนหนักเบาไม่เท่ากัน หากไม่ใช่เพราะจอมยุทธ์ระดับพรหมราชชั้นต้นอยู่ไกลออกไป เมื่อครู่นี้คงต้องไปเดินบนถนนสู่ยมโลกแล้ว
สัตว์อสูรกลืนดาวมองทุกคนด้วยความโกรธและพุ่งเข้าหาเหยียนพั่ว คิดเล่นงานเขาเป็นคนแรก
วูบ!
เหยียนพั่วรีบถอย ไม่กล้าปะทะกับมันตรงๆ เขาหันไปตะโกนถามอย่างร้อนรน “ท่านผู้ตรวจการบอกว่ามีวิธีฆ่ามันไม่ใช่หรือ รีบฆ่ามันเถอะ ไม่เช่นนั้นพวกเราจะต้องตกอยู่ในอันตราย”
อวิ๋นโม่หันไปตะโกนบอกทุกคน “อดทนไว้ก่อน ข้ามีวิธีฆ่ามันอยู่ แต่ต้องรอโอกาส ตอนนี้ต้องทนรับการโจมตีของมันไปก่อน รอให้โอกาสที่เหมาะสมมาถึง!”
ทุกคนกัดฟันพุ่งเข้าไปอีกครั้ง ช่วยกันต้านการโจมตีของสัตว์อสูร
ความแข็งแกร่งของพวกเขาต่างจากสัตว์อสูรกลืนดาวมากเกินไป ไม่อาจเทียบกับความแข็งแกร่งระดับพรหมราชชั้นสูงได้เลย จึงได้รับบาดเจ็บไม่เบาในเวลาอันรวดเร็ว พวกเถี่ยถัวถัวคิดจะถอยแล้ว พวกเขาไม่คิดจะเอาชีวิตมาทิ้งไว้ที่นี่
“ผู้ตรวจการ” เหยียนพั่วตะโกน
อวิ๋นโม่มองคนโดยรอบด้วยสีหน้าเรียบเฉย สุดท้ายก็ถอนหายใจก่อนนำยันต์ใบนั้นออกมา เขาทำมุทรา ปากก็ท่องคาถากำกับ สำแดงฤทธานุภาพของยันต์
ฟิ้ว!
ลำแสงกระบี่สายหนึ่งทะยานออกมาแทงแผ่นหลังของสัตว์อสูรกลืนดาวและตัดมันเป็นสองส่วนในทันที เมื่อเห็นภาพนี้แล้ว ทั้งหมดก็ทั้งตกใจและโล่งใจในเวลาเดียวกัน
จากนั้นไม่นานพวกเหยียนพั่วก็มองอวิ๋นโม่ด้วยสายตาไม่พอใจ เถี่ยถัวถัวปากไวใจตรง กล่าวออกมาทันที “ใต้เท้าผู้ตรวจการ ท่านคิดจะเอาชีวิตพวกเรามาล้อเล่นหรือ ท่านมียันต์ใบนั้นอยู่ชัดๆ ทำไมไม่รีบเอาออกมา นี่มันอันตรายมาก หากพลาดขึ้นมา พวกข้าอาจตายกันได้! ทำเช่นนี้ช่างไม่สมกับที่เป็นผู้ตรวจการเลย!”
คนอื่นๆ ถึงไม่พูดออกมาแต่ก็เห็นได้ชัดว่าไม่พอใจเช่นกัน พวกเขาไม่ใช่คนโง่ รู้ว่าการใช้ยันต์ไม่จำเป็นต้องรอโอกาสใดๆ ทุกคนมองอวิ๋นโม่ เห็นได้ชัดว่าต้องการคำอธิบาย
………………………………………
Comments for chapter "ตอนที่ 586 ฆ่าสัตว์อสูรกลืนดาว"
MANGA DISCUSSION
Madara Info
Madara stands as a beacon for those desiring to craft a captivating online comic and manga reading platform on WordPress
For custom work request, please send email to wpstylish(at)gmail(dot)com