ตอนที่ 588 ถูกลอบสังหาร
ตอนที่ 588 ถูกลอบสังหาร
อวิ๋นโม่กลับไปยังสถานที่ที่เกาอู่ถูกฆ่า และพบว่าพวกเหยียนพั่วจากไปแล้ว เขาตรวจรอบๆ อีกครั้งก็ไม่พบเบาะแสที่เป็นประโยชน์ จึงนั่งเรือลาดตระเวนไปยังดาวหลักของอาณาจักรดาราน้อยถงซาน
“ผู้ตรวจการ มีเบาะแสบ้างหรือไม่” เหยียนพั่วเห็นอวิ๋นโม่ก็เข้ามาทักอย่างรวดเร็ว
อวิ๋นโม่ส่ายหน้าก่อนพูด “ไม่มีเบาะแสที่เป็นประโยชน์ พวกท่านนึกเรื่องผิดปกติออกบ้างไหม”
“ไม่มีเลย พวกเราไม่พบอะไรผิดปกติ ก่อนหน้านี้ตอนที่เขาอยู่กับพวกเราก็ไม่ได้ทำอะไรที่ดูแปลกไป”
อวิ๋นโม่หยิบเศษวัสดุสองชิ้นออกมาพร้อมถาม “ก่อนหน้านี้อู่เจิ้นหวางซื้อวัสดุทั้งสองนี้มาจำนวนมากหรือไม่ ท่านเป็นอวี้จู่ของอาณาจักรดาราน้อยถงซาน สมควรตรวจสอบเรื่องเล็กๆ เช่นนี้ได้”
“นี่มัน… หยกม่วงพลิ้วและมรกตทองแดง ทำไมการตายของอู่เจิ้นหวางถึงเกี่ยวข้องกับวัสดุสองอย่างนี้” เหยียนพั่วถามด้วยความประหลาดใจ
“ยังไม่รู้ ตอนนี้ข้ายังไม่ได้ข้อสรุป ท่านอย่าเพิ่งถามอะไรมาก ช่วยข้าตรวจสอบก็พอ”
เหยียนพั่วส่ายหน้า “ไม่ต้องตรวจสอบ อู่เจิ้นหวางไม่ได้ซื้อนทั้งสองนี้ในปริมาณมากแน่นอน”
“หือ ท่านรู้ได้อย่างไร” อวิ๋นโม่ถามอย่างสงสัย
“ผู้ตรวจการอย่าได้เห็นว่าเขามีวิชาค่ายกลสูงส่งแล้วจะต้องมีเงินทอง ที่จริงเขายากจนมาก เขาหมกมุ่นอยู่กับค่ายกล มักจะซื้อสิ่งของที่เกี่ยวข้องกับค่ายกลอยู่เสมอ อย่างเช่นวัตถุดิบและสิ่งสืบทอดวิชาค่ายกลต่างๆ ทุกครั้งที่เขาได้เงินมาก็จะทุ่มลงไปกับพวกมัน เขาเคยซื้อหยกม่วงพลิ้วและมรกตทองแดงก็จริง แต่ปริมาณไม่มาก วัสดุทั้งสองนี้มีค่ามากเกินไปและต้องใช้หินวิญญาณจำนวนมาก ขณะเดียวกันยังต้องซื้อสิ่งอื่นๆ ไม่มีทางสามารถซื้อวัสดุทั้งสองชนิดนี้ในปริมาณมาก
“ไม่ใช่เกาอู่?” อวิ๋นโม่ขมวดคิ้วแน่น เช่นนี้ไม่เท่ากับว่าเบาะแสขาดหายหรือ คิดดูแล้วก็ถามต่อ “เช่นนั้นท่านรู้หรือไม่ว่าใครมีความเป็นไปได้ที่จะซื้อวัสดุทั้งสองชนิดในปริมาณมาก”
“ผู้ตรวจการ วัสดุทั้งสองนี้เกี่ยวข้องกับการตายของอู่เจิ้นหวางจริงหรือ”
สีหน้าของอวิ๋นโม่เปลี่ยนเป็นเย็นชา “เหยียนพั่วอวี้จู่ ท่านไม่คิดว่าตัวเองถามมากเกินไปหรือ ท่านแค่ตอบคำถามของข้าก็พอ เรื่องอื่นไม่จำเป็นต้องถามให้มาก”
“ได้ๆ!” หลังจากปรายตามองอีกฝ่ายแวบหนึ่ง อวิ๋นโม่ก็กล่าวต่อ “ไม่ต้องห่วง เมื่อรู้ความจริง ข้าจะบอกท่านทันที”
“ถ้าอย่างนั้นก็ต้องรบกวนท่านแล้ว อู่เจิ้นหวางมีผลงานยิ่งใหญ่ในอาณาจักรดาราใหญ่อู่ตู อย่าให้เขาต้องตายเปล่า” เหยียนพั่วกล่าว “ข้าคิดไม่ออกจริงๆ ว่าใครที่สามารถซื้อวัสดุสองอย่างนี้ได้ในปริมาณมาก แต่หยกม่วงพลิ้วและมรกตทองแดงเป็นวัสดุที่มีค่ามาก และผลิตในอาณาจักรดาราใหญ่อู่ตูได้ไม่มาก แหล่งผลิตเดียวที่มีอยู่คืออาณาจักรดาราน้อยค่วงหยวน (เหมืองแร่) ที่อยู่ไม่ไกลจากอาณาจักรดาราน้อยถงซาน อาณาจักรดาราน้อยค่วงหยวนเป็นแหล่งผลิตแร่ชนิดต่างๆ วัสดุทั้งสองชนิดนี้ส่วนมากก็ผลิตที่นั่น หากต้องการซื้อจำนวนมาก จะไปรวบรวมมาจากอาณาจักรอื่นๆ ก็ไม่น่าจะเป็นไปได้ ดังนั้นหากผู้ตรวจการต้องการตรวจสอบ ไปที่นั่นจะต้องไม่พลาดแน่!”
“อาณาจักรดาราน้อยค่วงหยวน” อวิ๋นโม่เอ่ยเสียงเบาและไม่พูดอะไรอีก หันกายออกจากดาวหลักของอาณาจักรดาราน้อยถงซาน และขับเรือลาดตระเวนไปยังอาณาจักรดาราน้อยค่วงหยวน
เหยียนพั่วเงยหน้ามองท้องฟ้าพลางเอ่ยเสียงแผ่ว “ผู้ตรวจการเอ๋ยผู้ตรวจการ เจ้าจะสืบหาความจริงออกมาได้หรือไม่”
แม่ทัพขวาที่อยู่ข้างกายเอ่ยถาม “เหยียนพั่วอวี้จู่ พวกเราต้องไปตรวจสอบหน่อยไหม ให้ใต้เท้าผู้ตรวจการไปเพียงลำพังจะดีหรือ”
เหยียนพั่วโบกมือกล่าว “พวกเราไม่เข้าใจสถานการณ์สักเท่าไร ไม่ต้องไปวุ่นวายแล้ว เขาปราดเปรื่องกว่าเจ้าและข้า พวกเราต้องเชื่อในความสามารถของเขา”
“ขอรับ!”
อวิ๋นโม่ยืนอยู่บนดาดฟ้าเรือลาดตระเวน ครุ่นคิดเรื่องทั้งหมดนี้อย่างละเอียด แต่ไม่สามารถแยกแยะข้อเท็จจริง “ช่างเถอะ ไม่จำเป็นต้องคิดแล้ว ข้อมูลน้อยเกินไป รอให้ไปถึงที่นั่น และตรวจสอบที่มาที่ไปของวัสดุเหล่านี้ คงจะมีเบาะแสปรากฏขึ้นมา”
เมื่อเขามองไปข้างหน้า ม่านตาก็หดเล็กลง รีบเก็บเรือท่องดารา ทุ่มพลังขับเคลื่อนพลังปราณต่อยออกไปด้านหน้า
ตูม!
ลำแสงสายนั้นถูกเขาทำลาย อวิ๋นโม่เพ่งมองไปก็เห็นเงาร่างชุดดำร่างหนึ่งยืนอยู่เบื้องหน้า ใบหน้าของอีกฝ่ายมีหมอกดำรายล้อม ทำให้เห็นรูปลักษณ์ของเขาไม่ชัดเจน แม้แต่ญาณหยั่งรู้ก็ยังไม่อาจมองผ่านหมอกดำนี้ไป
“อ้อ วัตถุดิบสองชิ้นนี้เกี่ยวข้องกับอาณาจักรดาราน้อยค่วงหยวนจริงๆ ด้วย ในที่สุดเจ้าก็นั่งไม่ติดแล้วใช่ไหม” อวิ๋นโม่หัวเราะ “ออกมาก็ดี ขอแค่จับเจ้าได้ เรื่องทั้งหมดก็จะกระจ่างแล้ว”
ชายคนนั้นจ้องอวิ๋นโม่ ทันใดนั้นก็ได้ยินเสียงหัวเราะบาดหู น้ำเสียงเหมือนโลหะเสียดสีกันดังขึ้น “ผู้ตรวจการช่างมีความสามารถจริงๆ อาจจะทำลายเรื่องดีงามของข้า ข้าจึงปล่อยเจ้าไปไม่ได้ หากจะโทษก็ต้องโทษที่ตัวเองฉลาดเกินไป”
“งั้นหรือ ไม่รู้ว่าเจ้าจะมีความสามารถเช่นนั้นหรือไม่!” อวิ๋นโม่แค่นเสียงเย็นชา ในอาณาจักรดาราน้อยถงซานมีแต่เหยียนพั่วที่ทำให้เขากังวล แต่ความกังวลก็ไม่ได้หมายความว่าหวาดกลัว ดังนั้นเขาจึงไม่แยแสคนตรงหน้าเลยสักนิด
แต่พริบตาต่อมาสีหน้าของเขาก็เปลี่ยนไปอย่างรุนแรง หลุดปากอุทาน “วิชาเทาเที่ยกลืนฟ้า เจ้ามีวิชานี้ได้อย่างไร!”
ทันทีที่ชายคนนั้นอ้าปาก อวิ๋นโม่ก็สัมผัสได้ว่าห้วงอวกาศโดยรอบบีบรัดเขาด้วยพลังมหาศาลอย่างไม่น่าเชื่อ ทั้งยังมีพลังสายหนึ่งดึงดูดอวิ๋นโม่เข้าไปในปากของชายผู้นั้นจนเขาหนังตากระตุก
วิชาเทาเที่ยกลืนฟ้า เกิดจากจักรพรรดิเทพผู้แข็งแกร่งมากองค์หนึ่งสร้างวิชายุทธ์ที่แข็งแกร่งเลียนแบบเทาเที่ย มีอานุภาพน่าพรั่นพรึง หากเทียบกับวิชาทัณฑ์พันอัสนีเกรงว่าคงเป็นรอง เพียงเล็กน้อยเท่านั้น ประกอบกับการผสานระหว่างวิชายุทธ์และจอมยุทธ์ไม่ได้อยู่ในระดับเดียวกัน จอมยุทธที่ฝึกวิชานี้ไม่แน่ว่าจะ ด้อยกว่าเขา ถึงอีกฝ่ายปิดบังระดับยุทธ์ของตนไว้ แต่อย่างไรก็ต้องเป็นระดับพรหมราช อวิ๋นโม่ที่เป็นระดับจ้าวดาราไม่แน่ว่าจะเอาชนะเขาได้
เมื่ออยู่หน้าความเป็นความตาย เขาก็ไม่มีเวลาให้คิดอีก ไม่ว่าฝ่ายตรงข้ามแข็งแกร่งกว่าตนเองหรือไม่ เขาก็จะตายไม่ได้ ชายหนุ่มใช้ญาณหยั่งรู้แสดงภวังค์นิรันดร์โจมตีอีกฝ่าย
พริบตานั้นร่างของชายชุดดำก็สะท้านและชะงักไปทันที พลังน่าสะพรึงกลัวที่รายล้อมอยู่รอบตัวอวิ๋นโม่พลันหายไป เขาดีใจมาก คิดไม่ถึงว่ามายาเนตรปีศาจจะได้ผล นี่ทำให้เขาผ่อนลมหายใจเฮือกใหญ่ หากมันมีผลต่ออีกฝ่ายก็หมายความว่าระดับยุทธ์ของคนผู้นี้ไม่เกินระดับพรหมราชขั้นห้าชั้นฟ้า เช่นนี้เขาก็ไม่จำเป็นต้องกลัวศัตรูมากเกินไป
เวิ้ง!
เขานำผนึกปฐมอัสนีนิลสุวรรณออกมาเขวี้ขว้างใส่ฝ่ายตรงข้าม คิดไม่ถึงว่าจู่ๆ เท้าของอีกฝ่ายจะขยับและถอยไปได้อย่างรวดเร็ว จากนั้นนำเครื่องรางวิญญาณชิ้นหนึ่งออกมาสกัดอยู่เบื้องหน้า
“คิดไม่ถึงว่าใต้เท้าผู้ตรวจการจะมีทักษะวิญญาณที่ร้ายกาจขนาดนี้ แค่จอมยุทธ์ระดับจ้าวดาราคนหนึ่งกลับแข็งแกร่งเช่นนี้ แม้แต่ข้ายังอิจฉาท่านเลย”
อวิ๋นโม่ถือผนึกปฐมอัสนีนิลสุวรรณเอาไว้ สาวเท้าไปข้างหน้าทีละก้าว “เจ้ากล้ามาลอบสังหารข้า แสดงว่ามีความมั่นใจมากพอ ทำไมถึงไม่เปิดเผยโฉมหน้า ให้ข้าได้เห็นว่าเจ้าเป็นใครกันแน่”
“ฮ่าๆ แม้ข้าจะมั่นใจ แต่ก็ไม่อวดดี จริงสิ เมื่อครู่วิชา เทาเที่ยกลืนฟ้าที่เจ้าพูดถึงคืออะไรกันแน่” ชายคนนั้นถาม
อวิ๋นโม่ชะงัก “วิชายุทธ์ที่เจ้าฝึกไม่ใช่เทาเที่ยกลืนฟ้า?”
ชายคนนั้นส่ายหน้าก่อนเอ่ย “ที่ข้าฝึกฝนคือวิชากลืนสิ้น ไม่ใช่วิชาที่เจ้าพูดถึง เทาเที่ยกลืนฟ้าทรงพลังมากหรือ”
“วิชากลืนสิ้น? ฮ่าๆๆ ที่แท้ก็ไม่ใช่เทาเที่ยกลืนฟ้า หากเป็นวิชานั้น ด้วยวรยุทธ์ระดับพรหมราชของเจ้า ข้าคงไม่มีทางใช้มายาเนตรปีศาจได้แล้ว ดูท่าวิชาที่เจ้าฝึกก็แค่วิชาขยะที่เลียนแบบเทาเที่ยกลืนฟ้ามาเท่านั้น เช่นนี้ข้าก็ไม่ต้องกังวลแล้ว” อวิ๋นโม่ยิ้มกว้าง
คนผู้นั้นตาลุกโพลง “วิชาที่เจ้าพูดถึงร้ายกาจมากหรือ ต้องไปหามาจากที่ใด”
“ฮ่าๆ อย่างเจ้าไม่มีทางได้รับมัน” อวิ๋นโม่แค่นหัวเราะ วิชายุทธ์ระดับนั้นอยู่ในมือของขุมกำลังใหญ่ในพื้นที่แห่งนั้น จอมยุทธ์ระดับพรหมราชของแดนดาราชายขอบสามพันแห่งผู้หนึ่งก็คิดฝันว่าจะได้มาหรือ น่าขำ! “ในเมื่อเจ้าไม่ยอมเผยโฉมหน้า ข้าจะจับเจ้าด้วยตัวเอง!”
อวิ๋นโม่ใช้มรรคาเต๋ากำเนิดสายฟ้าก้าวเข้าหาคนผู้นั้นด้วยสีหน้าเย็นชา ใช้ผนึกปฐมอัสนีนิลสุวรรณในมือต่างก้อนอิฐขว้างใส่ศีรษะของคนผู้นั้น
ฟิ้ว!
คิดไม่ถึงว่าด้านหลังของคนผู้นั้นจะปรากฏปีกคู่หนึ่ง แค่สะบัดเบาๆ ก็ทำให้ความเร็วเทียบเท่าเขา
“นี่มันอาวุธวิญญาณอะไร” รูม่านตาของอวิ๋นโม่หดลง อาวุธวิญญาณที่มีรูปลักษณ์เหมือนปีกของอีกฝ่ายน่าทึ่งมาก มีความเร็วเทียบได้กับท่าเท้าของเขา
คนผู้นั้นกลับตะลึงยิ่งกว่า “คิดไม่ถึงว่าจะมีคนที่มีความเร็วเทียบได้กับปีกของข้า ผู้ตรวจการ ท่านเก่งมากจริงๆ! ข้าว่าไม่ควรฆ่าท่านในทันที ของดีๆ บนตัวท่านช่างทำให้คนอิจฉา ทักษะวิญญาณ ศาสตร์ลับ และวิชายุทธ์ของท่าน รวมทั้งก้อนอิฐในมือ ข้าต้องการทั้งหมด!”
อวิ๋นโม่อยากอ้าปากด่า แต่จู่ๆ ก็คิดได้ว่าตนเองใช้ผนึกปฐมอัสนีนิลสุวรรณได้ไม่ต่างอะไรกับอิฐก้อนหนึ่งจริงๆ จึงไม่กล้าพูดอีก แต่พุ่งเข้าไปพร้อมกับมัน
ผัวะๆๆ!
ตึงๆๆ!
พวกเขาทั้งสองต่อสู้กันอย่างอึกทึกครึกโครม ลำแสงต่างๆ กระจายออกไปทุกทิศทาง ดาวที่อยู่รอบๆ ตกอยู่ในความเสี่ยง มีดาวถูกโจมตีและแตกเป็นเสี่ยงๆ ตลอดเวลา โชคดีที่ไม่มีดาวมีชีวิตอยู่รอบๆ ไม่เช่นนั้นคงนับว่าเป็นภัยพิบัติ
อวิ๋นโม่ใช้อาณาจักรอัสนี ลดความเร็วของอีกฝ่ายได้มาก หลังจากมีวิธีป้องกัน อานุภาพการโจมตีด้วยศาสตร์ลับของคนผู้นั้นก็คุกคามเขาได้ไม่มาก ทำให้อวิ๋นโม่ค่อยๆ พลิกเป็นฝ่ายได้เปรียบ
ฟิ้วๆๆ!
อวิ๋นโม่วาดภาพในอากาศอย่างรวดเร็ว ใช้เก้าผนึกเซียนต้องห้ามระดับหก เขาไม่สามารถวาดระดับเจ็ดออกมาได้ในทันที แต่ถ้าเป็นระดับหกก็พอไหว
คนผู้นั้นถูกผนึกในทันที อวิ๋นโม่ถือก้อน… ถือผนึกปฐมอัสนีนิลสุวรรณทุบศีรษะของชายคนนั้น แต่พอปีกด้านหลังของเขาขยับ อักขระศักดิ์สิทธิ์มากมายก็ทะยานออกมา เก้าผนึกเซียนต้องห้ามระดับหกไม่สามารถกักขังมันได้! ยิ่งกว่านั้นเมื่อคนผู้นี้กระพือปีก ลำแสงนับพันก็ปลดปล่อยออกมา สลายอาณาจักรอัสนีทิ้งไป จากนั้นก็บินผละไปไกลอย่างรวดเร็ว
“ผู้ตรวจการ นับว่าท่านร้ายกาจ! แต่ถ้าศาสตร์ลับของข้าเลื่อนระดับได้เมื่อไร ระดับจ้าวดาราอย่างท่านก็สู้ข้าไม่ได้แล้ว! ให้เวลาเจ้ามีชีวิตต่อไปอีกสักพักเถอะ!”
“อย่าคิดหนี!” อวิ๋นโม่ตะโกน ใช้มรรคาเต๋ากำเนิดสายฟ้าไล่ตามไป
คนหนึ่งวิ่งหนีไปข้างหน้า อีกหนึ่งไล่ตามหลัง ข้ามผ่านพื้นที่ขนาดกว้างใหญ่อย่างรวดเร็ว อวิ๋นโม่มองไปรอบๆ และพบว่าที่นี่ดูคุ้นตามาก ดวงดาวที่แตกสลายและลมปราณที่หลงเหลืออยู่ล้วนคุ้นเคย
“ใช่แล้ว ที่นี่อยู่ไม่ไกลจากจุดที่เกาอู่สิ้นชีพ” ชายหนุ่มจำที่นี่ได้
“หือ” จู่ๆ อวิ๋นโม่ก็ขมวดคิ้ว เหาะไปข้างหน้าอีกระยะหนึ่งก็พบว่า ชายคนนั้นหายตัวไปแล้ว อวิ๋นโม่เห็นอย่างชัดเจน คนผู้นั้นไม่ได้ซ่อนตัวอยู่บนดาวดวงใดดวงหนึ่ง และเป็นไปไม่ได้ที่จะมีความเร็วเหนือเขาจนสลัดการติดตามของเขาได้ อีกฝ่ายแค่หายตัวไปเสียเฉยๆ
เช่นนั้นก็มีคำอธิบายเพียงข้อเดียว อีกฝ่ายหายไปในเส้นทางอวกาศ
เขาตรวจสอบจักรวาลอย่างละเอียด ในที่สุดก็พบตำแหน่งของเส้นทาง จากนั้นตามไปอย่างไม่ลังเล รอบด้านมีแสงกะพริบไหววูบ แสงต่างๆ พุ่งผ่านไปด้านหลัง ครู่ต่อมาเขาก็มาถึงจักรวาลแปลกตาแห่งหนึ่ง
หลังออกมาจากเส้นทางอวกาศ เขาก็รีบมองไปรอบๆ และพบว่าคนผู้นั้นหายไปแล้ว เขาขัดเคืองอยู่บ้าง เกือบจะได้รู้ความจริงแล้ว คิดไม่ถึงว่าจะพลาดโอกาสไปเพราะเส้นทางอวกาศ
“ที่นี่คือที่ไหน” อวิ๋นโม่หยิบแผนที่ดาวออกมาดูอย่างละเอียด หลังจากนั้นครู่หนึ่งก็รู้ว่ามันคือที่ไหน
ที่นี่ยังคงอยู่ในพื้นที่ของอาณาจักรดาราน้อยถงซาน จากข้อมูลที่เคยได้รับ ข้างหน้าคือดาวมีชีวิตของเถี่ยถัวถัว
“หรือว่า?” อวิ๋นโม่ขมวดคิ้วน้อยๆ แต่มันอาจเป็นแค่เรื่องบังเอิญ เขาเคยถูกใส่ร้ายมาแล้วหลายครั้ง ไม่มีทางเชื่อว่าเกาอู่ถูกเถี่ยถัวถัวฆ่าเพราะเรื่องเพียงเท่านี้
แต่ในเมื่อมาถึงที่นี่แล้วก็ควรไปสอบถามเถี่ยถัวถัวสักหน่อย
………………………………………
Comments for chapter "ตอนที่ 588 ถูกลอบสังหาร"
MANGA DISCUSSION
Madara Info
Madara stands as a beacon for those desiring to craft a captivating online comic and manga reading platform on WordPress
For custom work request, please send email to wpstylish(at)gmail(dot)com