ตอนที่ 725 ฝึกฝนฝ่ามือพลิกสวรรค์
ตอนที่ 725 ฝึกฝนฝ่ามือพลิกสวรรค์
อวิ๋นโม่เองก็ประหลาดใจ จื่อซูดุร้ายมากจริงๆ ฆ่ากู่ชวนอย่างไม่ลังเลเลย ถ้าเป็นอวิ๋นโม่ เขาอาจลังเลเล็กน้อย เพราะถึงอย่างไรอีกฝ่ายก็เป็นศิษย์อัจฉริยะที่สำนักแสวงจักรพรรดิคาดหวัง ฆ่าเขาแล้วอาจทำให้สำนักกระบี่หลิ่วหยวนมีปัญหาหลายอย่าง หากตัวคนเดียวอวิ๋นโม่ย่อมไม่กลัว แต่เมื่อเข้าร่วมสำนักกระบี่หลิ่วหยวนแล้วย่อมต้องคิดเผื่อสำนัก
ถึงอย่างนั้นฆ่าแล้วก็ฆ่าไป ไม่จำเป็นต้องคิดมาก สำนักกระบี่หลิ่วหยวนเป็นขุมกำลังระดับจักรพรรดิ ย่อมไม่กลัวสำนักแสวงจักรพรรดิ นอกจากนี้โดยทั่วไป การต่อสู้ระหว่างศิษย์รุ่นใหม่ส่งผลต่อความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสองสำนักไม่มาก
หลังจากจื่อซูเล่นงานกู่ชวนตายไปก็กวาดตาไปรอบๆ ทำให้จอมยุทธ์ที่มุงดูหลบฉากทันที สตรีที่น่ากลัวเช่นนี้ พวกเขาไม่กล้ายั่วยุ ไม่เช่นนั้นอาจพบจุดจบเหมือนกู่ชวน แม้แต่ศิษย์อัจฉริยะของสำนักแสวงจักรพรรดิยังถูกฆ่า นับประสาอะไรกับพวกเขา
สุดท้ายจื่อซูก็มองมาทางอวิ๋นโม่ ยิ้มกว้างหน้าบานเป็นดอกไม้ “หึๆ เจ้าคือศิษย์น้องโม่อวี่ใช่ไหม หล่อเหลาเหมือนในภาพ!”
จื่อซูเก็บกระบี่ยักษ์และเหาะมาหาอวิ๋นโม่ นางกอดไหล่อวิ๋นโม่เหมือนสหายผู้ชาย จากนั้นเอื้อมมือมาบีบแก้มเขา อวิ๋นโม่พูดไม่ออก รีบหลบเลี่ยงและเอ่ยอย่างขัดเขิน “แค่กๆ ศิษย์พี่หญิงจื่อซู”
“เจ้าเด็กนี่ อายอะไรกัน ข้าเป็นศิษย์พี่หญิงของเจ้าไม่ใช่หรือ” จื่อซูถลึงตา เลิกคิ้ว ยิ้มอย่างมีความสุข “ข้าได้ยินเรื่องของเจ้ามาแล้ว คิดไม่ถึงว่าข้าออกจากสำนักเพียงช่วงหนึ่งก็มีศิษย์น้องที่ร้ายกาจคนหนึ่งเพิ่มมา ช่างน่ายินดี”
อวิ๋นโม่เคยได้ยินเรื่องนี้มาก่อน ศิษย์พี่หญิงคนนี้บุคลิกผ่าเผย องอาจกล้าหาญ พอได้พบตัวจริงถึงได้รู้ว่ายังเหนือกว่าข่าวลือ จู่ๆ จื่อซูก็ขมวดคิ้วถาม “ศิษย์น้องโม่อวี่ ทำไมเจ้าถึงได้รับบาดเจ็บ ใครทำร้ายเจ้า จะต้องไม่ใช่แมลงเน่าสองตัวนั้นแน่ ความสามารถของพวกมันยังเทียบเจ้าไม่ได้”
อวิ๋นโม่ลังเลเล็กน้อยก่อนตอบ “เป็นนักพรตน้อยจากสำนักมหาวิถีไท่เสวียน”
“ที่แท้ก็เป็นเจ้านั่น” จื่อซูแตะคางของเขา “นั่นสินะ สำนักมหาวิถีไท่เสวียนและสำนักแสวงจักรพรรดิมีความสัมพนธ์ใกล้ชิดกัน เจ้านั่นลงมือกับเจ้าก็เป็นเรื่องธรรมดา”
อวิ๋นโม่รีบออกปาก “ศิษย์พี่หญิงจื่อซูโปรดอย่าได้ยุ่งกับเรื่องนี้ ข้าจะจัดการเอง หากท่านลงมือ อาจมีผลกระทบต่อวิถีในดวงจิตของข้า”
แน่นอนว่าอวิ๋นโม่จงใจพูดเช่นนี้ ที่จริงแล้วเขาไม่อยากให้นางไปเสี่ยง แม้จื่อซูแข็งแกร่งมาก แต่ก็ยังด้อยกว่านักพรตน้อย เกรงว่าในหมู่ลูกศิษย์ระดับพรหมราชของสำนักกระบี่หลิ่วหยวน จะมีเพียงเจิ้งหมิงที่เขายังไม่เคยเจอเท่านั้นที่เทียบได้ เหตุผลที่เขาบอกจื่อซูว่าถูกใครทำร้ายเพราะไม่อยากให้นางแอบตรวจสอบและแอบแก้แค้นลับหลังตนเอง หากเป็นฝ่ายบอกออกมา ทั้งยังแสดงเจตนาว่าจะล้างแค้นด้วยตัวเอง เช่นนั้นนางก็จะไม่ไปเสี่ยงอันตราย
“เชอะ เจ้าเด็กร้ายกาจ ไม่อยากให้ศิษย์พี่หญิงไปหานักพรตน้อยใช่ไหม” จื่อซูมองค้อนอวิ๋นโม่ “เจ้าหนู บังอาจสงสัยในความแข็งแกร่งของศิษย์พี่หญิง”
อวิ๋นโม่ยิ้มอย่างเขินอาย คิดไม่ถึงว่าสตรีนางนี้จะรู้เท่าทันตน
“เอาล่ะ ข้าล้อเล่น นักพรตน้อยนั่นข้าเคยได้ยินชื่อเสียงมาก่อน เขาทรงพลังจริงๆ แม้ข้าจะมั่นใจแต่ก็รู้ว่าเมื่อเทียบกับเด็กคนนั้น โอกาสชนะมีไม่มาก แต่หากเด็กคนนั้นรังแกเจ้าอีกก็ให้เจิ้งหมิงจัดการ ถึงอย่างไรเจิ้งหมิงก็เป็นตัวประหลาดที่ไม่กลัวใครอยู่แล้ว”
“เจิ้งหมิง?” อวิ๋นโม่ชะงัก เขาเคยได้ยินชื่อสุดยอดอัจฉริยะระดับพรหมราชของสำนักกระบี่หลิ่วหยวนมาแล้ว ตอนนั้น เฉินเจ๋อก็แพ้ให้คนผู้นี้ ถึงได้ไปรักษาแผลใจที่แดนดาราชายขอบสามพันแห่ง ดูท่าคนผู้นี้ไม่ด้อยไปกว่านักพรตน้อย เขาหวังว่าจะมีโอกาสได้ประลองกับเจิ้งหมิง ดูว่าคนผู้นี้เป็นอัจฉริยะแบบใดกัน
“ศิษย์น้องโม่ ตอนนี้เจ้ามีแผนอย่างไร” จื่อซูถาม
อวิ๋นโม่กล่าว “ตอนนี้ข้าบาดเจ็บ ไม่เหมาะจะเสาะหาของล้ำค่าในวังมหาสุญญตา ข้าเตรียมจะออกไปจากที่นี่ รอให้หายดีแล้วค่อยกลับมา ศิษย์พี่หญิงจื่อซูรีบเข้าไปค้นหาของดีๆ ในวังเถอะ ไม่จำเป็นต้องห่วงข้า”
จื่อซูพยักหน้า “ก็จริง ด้วยความแข็งแกร่งของเจ้า นอกจากเจ้าตัวร้ายไม่กี่คนนั่นแล้วก็ไม่มีใครทำร้ายเจ้าได้ ถ้าอย่างนั้นข้าไปแล้ว เจ้าก็ระวังตัวด้วย”
“อืม ศิษย์พี่หญิงจื่อซู ลาก่อน” อวิ๋นโม่โบกมือมองจื่อซูจากไป จากนั้นเหาะออกไปจากวังมหาสุญญตา
ต่อมาไม่นานระหว่างทางเขาพบเห็นจอมยุทธ์จำนวนมาก บางคนยังเป็นแค่จอมยุทธ์ระดับมโนสำนึกที่มาชมดูความครึกครื้น แต่เขาไม่เห็นจอมยุทธ์ระดับอริยะและระดับควบคุมสรรพสิ่งเลย คาดว่าคงมีอะไรบางอย่างที่ทำให้จอมยุทธ์เหล่านั้นไม่สามารถเข้ามาในวังมหาสุญญตา
ชายหนุ่มไม่คิดมาก ออกจากวังแล้วเสาะหาสถานที่ลับตาแห่งหนึ่ง เมื่อมั่นใจว่าไม่มีใครตามมาก็เริ่มรักษาอาการบาดเจ็บ
แม้จะได้รับบาดเจ็บไม่น้อย แต่เขาได้รับสมุนไพรวิญญาณจากวังมหาสุญญตามามากมาย ไม่ช้าก็หลอมโอสถรักษาอาการบาดเจ็บออกมาเตาหนึ่ง หลังจากกินลงไป อาการบาดเจ็บของเขาก็หายดีเจ็ดแปดส่วน เขาไม่ได้รีบร้อนจากไป แต่ยังรักษาตัวต่อ ขณะเดียวกันก็นำคัมภีร์มหาสุญญตาออกมา
แน่นอนว่าเขากางเขตแดนไว้รอบๆ ป้องกันไม่ให้กลิ่นอายของคัมภีร์มหาสุญญตารั่วไหลออกไป เมื่อใช้ญาณหยั่งรู้กวาดผ่านคัมภีร์มหาสุญญตา อวิ๋นโม่ก็ถอนหายใจด้วยความโล่งใจ ส่วนที่ถูกนักพรตน้อยชิงไปเป็นเพียงระดับจ้าวดาราและระดับพรหมราช แม้ทั้งสองส่วนนี้จะสำคัญกับอวิ๋นโม่ในตอนนี้มาก แต่เขาเคยผ่านตามารอบหนึ่ง แม้จะเข้าใจไม่มากแต่ก็ได้ประโยชน์ไม่น้อย ดังนั้นแม้สูญเสียสองส่วนนี้ อวิ๋นโม่ก็ไม่เจ็บปวดมากนัก
ส่วนบทหลังของคัมภีร์มหาสุญญตา แม้ตอนนี้ยังไม่จำเป็นสำหรับเขา แต่ภายหน้าจะต้องมีประโยชน์แน่ ยิ่งกว่านั้นศาสตร์ลับของคัมภีร์มหาสุญญตายังอยู่ที่บทหลังด้วย!
คัมภีร์นี้แตกต่างจากวิชาทัณฑ์พันอัสนีที่แต่ละระดับมีศาสตร์ลับไม่ซ้ำกัน ศาสตร์ลับของคัมภีร์มหาสุญญตามีอยู่สามวิชา จอมยุทธ์ทุกระดับยุทธ์ต่างฝึกฝนได้ แต่ระดับยุทธ์ยิ่งสูง ความเข้าใจก็จะยิ่งลึกซึ้ง ตัวอย่างเช่นจอมยุทธ์ระดับพรหมราชเข้าใจได้เพียงอานุภาพระดับพรหมราช และไม่เข้าใจอานุภาพระดับอริยะ แน่นอนว่ายกเว้นจอมยุทธ์ระดับพรหมราชชั้นสูงสุดที่มีพรสวรรค์ยุทธ์สูงส่ง
เมื่อไม่มีระดับพรหมราช อวิ๋นโม่ก็ไม่สนใจวิชายุทธ์ เขาเป็นระดับพรหมราช ถึงจะศึกษาระดับอริยะ ระดับควบคุมสรรพสิ่ง และระดับจักรพรรดิเทพไปก็ไม่มีประโยชน์ต่อตนเอง สายตาของเขาจ้องไปที่ศาสตร์ลับและสนใจวิชาหนึ่งในนั้น
ฝ่ามือพลิกสวรรค์!
ในคัมภีร์มหาสุญญตามีวิชาศาสตร์ลับสามชนิด วิชาฝ่ามือพลิกสวรรค์นี้ดึงดูดใจเขาที่สุด ส่วนอีกสองวิชา หากคิดจะฝึกฝนต้องสิ้นเปลืองสมาธิและเวลาไม่น้อย ในขณะที่อวิ๋นโม่เข้าใจแก่นแท้ของวิชาฝ่ามืออยู่แล้ว เมื่อฝึกฝนฝ่ามือพลิกสวรรค์จึงเข้าใจได้โดยง่าย นอกจากนี้เขาที่เชี่ยวชาญแก่นแท้วิชาฝ่ามือ เมื่อฝึกฝนฝ่ามือพลิกสวรรค์ ยามที่ใช้ออกมาสมควรมีอานุภาพแข็งแกร่งกว่าศาสตร์ลับอีกสองอย่าง ดังนั้นเมื่อเทียบกันแล้ว การฝึกฝนศาสตร์ลับอีกสองอย่างจึงไม่คุ้มค่า
“ลองดู ถ้าต้องใช้เวลาฝึกฝนนานก็พักไว้ก่อน รอให้สำรวจวังมหาสุญญตาเรียบร้อยแล้วค่อยฝึกฝน” อวิ๋นโม่พูดกับตัวเอง จากนั้นเริ่มฝึกฝนตามที่อธิบายไว้
หลังจากนั้นสักพัก อวิ๋นโม่ก็ประหลาดใจ เขายื่นสองมือออกไปข้างหน้าอย่างเหลือเชื่อ
“ง่ายอย่างนี้เลยหรือ” ชายหนุ่มไม่อยากจะเชื่อ เพิ่งฝึกได้ไม่ถึงครึ่งชั่วยาม เขาก็ชำนาญฝ่ามือพลิกสวรรค์แล้ว แม้แต่ตัวเองยังรู้สึกว่าฝ่ามือพลิกสวรรค์ที่ฝึกสำเร็จน่าจะมีอานุภาพใกล้เคียงกับระดับอริยะ
“เป็นเรื่องจริงหรือ” อวิ๋นโม่พูดอย่างสงสัย ที่ผ่านมายามเขาฝึกฝน มีวิชาใดบ้างที่ไม่ต้องฝึกอย่างยากลำบาก สิ้นเปลืองทั้งเรี่ยวแรงและเวลา วิชาฝ่ามือพลิกสวรรค์ใช้เวลาไม่ถึงครึ่งชั่วยามก็ฝึกสำเร็จ นี่ทำให้เขารู้สึกยากจะเชื่อ อดสงสัยไม่ได้ว่าคัมภีร์มหาสุญญตาเป็นของจริงหรือไม่
“ลองดู!” อวิ๋นโม่พูดกับตนเอง เมื่อวาดมือทำมุทรา พลังปราณภายในร่างก็ทะลักทลาย จากนั้นซัดฝ่ามือออกไป พลังปราณแผ่ออกมาในพริบตา อักขระเต๋าไหลเวียน
เปรี้ยง!
ปราณฝ่ามือข้างหนึ่งทะยานออกไปถล่มยอดเขาที่อวิ๋นโม่อยู่ จากนั้นพุ่งขึ้นไปบนท้องฟ้าราวกับจะพลิกผืนฟ้าลงมา
เมื่อเห็นพลังของฝ่ามือนี้ อวิ๋นโม่ก็ตกตะลึง ไม่น่าแปลกใจที่มันถูกเรียกว่าฝ่ามือพลิกสวรรค์ หากศาสตร์ลับนี้ถูกใช้โดยจักรพรรดิสวรรค์มหาสุญญตา มันคงมีอานุภาพพลิกฟ้าคว่ำแผ่นดินได้จริงๆ ขณะเดียวกันอวิ๋นโม่ก็ชื่นชมอี๋อวี้หวางเช่นกัน อี๋อวี้หวางผู้นี้น่าจะไม่อ่อนแอไปกว่าจอมยุทธ์ระดับจักรพรรดิเทพ อวิ๋นโม่ได้รับวิชาแก่นแท้สามประการที่เขาทิ้งไว้จึงได้รับประโยชน์มากมาย การฝึกวิชาฝ่ามือก็ง่ายขึ้นมาก
ยิ่งกว่านั้นเมื่ออวิ๋นโม่ใช้ฝ่ามือพลิกสวรรค์พร้อมผสมผสานแก่นแท้วิชาฝ่ามือ มันมีพลังมากกว่ามังกรอัสนีคืนสมุทรเสียอีก
เมื่อได้เรียนรู้ฝ่ามือพลิกสวรรค์ อวิ๋นโม่ก็มีกระบวนท่าที่ทรงพลังเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งอย่าง นี่ไม่ได้หมายความว่าคัมภีร์มหาสุญญตาร้ายกาจกว่า วิชาที่เหมาะสมกับอวิ๋นโม่ที่สุดยังคงเป็นทัณฑ์พันอัสนี เพียงแต่มังกรอัสนีคืนสมุทรที่เขาใช้ออกไปยังห่างชั้นจากเทพจักรพรรดิทัณฑ์สวรรค์อีกไกล จักรพรรดิสวรรค์ที่ทรงพลังผู้นั้นมีเพียงไม่กี่คนที่สามารถเทียบได้
“ได้มาอีกหนึ่งวิชา อาการบาดเจ็บก็ดีขึ้น ถึงเวลากลับเข้าไปในวังมหาสุญญตาแล้ว” อวิ๋นโม่พึมพำ จากนั้นลุกขึ้นเหาะไปทางวังมหาสุญญตา
หลังจากอวิ๋นโม่จากไป ร่างสองร่างก็เข้ามาใกล้ คนหนึ่งถาม “คนผู้นั้นเป็นใคร ดูเหมือนว่าจะไม่เคยเห็นเขามาก่อน วิชาฝ่ามือเมื่อครู่ แม้แต่ข้าเห็นแล้วยังรู้สึกตกใจ ระดับอริยะทั่วไปไม่มีทางเป็นคู่ต่อสู้ของเขา ฝั่งตะวันออกมีคนเช่นนี้ปรากฏขึ้นตั้งแต่เมื่อใด”
อีกคนเงียบไปครู่หนึ่ง จากนั้นกล่าว “ข้าจำไม่ได้ว่าขุมกำลังไหนที่มีคนแบบนี้ แต่คนที่เพิ่งสร้างชื่อเสียงในช่วงนี้น่าจะมีสถานะที่สอดคล้องกัน”
“ใครกัน”
“โม่อวี่ สำนักกระบี่หลิ่วหยวน!”
“อะไรนะ! เขาหรือ ไม่น่าเชื่อ ได้ยินว่าเขาเป็นระดับพรหมราชขั้นสี่ชั้นฟ้าเท่านั้น”
“ฮ่าๆ ทำไมอัจฉริยะจึงถูกเรียกว่าอัจฉริยะ นั่นคือผู้ที่เจ้าและข้าไม่อาจหาเหตุผล นอกจากโม่อวี่แล้ว ข้าก็นึกไม่ออกว่ามีจอมยุทธ์ระดับพรหมราชคนใดที่พวกเราไม่รู้จัก ทั้งยังมีความสามารถแข็งแกร่งขนาดนี้”
“ถ้าเป็นเขา มันจะน่ากลัวเกินไปไหม”
…………………
หลังจากอวิ๋นโม่กลับเข้ามาในวังมหาสุญญตาอีกครั้งก็เห็นผู้คนจำนวนมากบินไปยังยอดเขาทรงระฆังในวังมหาสุญญตา
“ศิษย์พี่ เข้าไปรับการรู้แจ้งที่นั่นไม่เห็นจะคุ้มค่าเลย ข้าคิดว่าควรจะไปค้นหาของล้ำค่าก่อน จากนั้นค่อยไปรับการรู้แจ้งที่นั่นก็ยังไม่สาย”
ไม่ไกลกันนัก ศิษย์พี่ศิษย์น้องคู่หนึ่งกำลังถกเถียงกัน ศิษย์น้องหญิงอยากไปค้นหาของล้ำค่าที่อยู่ตามสถานที่ต่างๆ ส่วนศิษย์พี่คิดจะไปรับการรู้แจ้งบนยอดเขาทรงระฆัง
“ศิษย์น้องหญิง เจ้าคิดว่าด้วยความแข็งแกร่งระดับพรหมราชชั้นต้นของพวกเรา ไปล่าสมบัติแล้วจะปลอดภัยหรือ” ศิษย์พี่ถาม
ศิษย์น้องหญิงเงียบไป นี่เป็นเรื่องจริง ความแข็งแกร่งระดับพรหมราชชั้นต้นเมื่ออยู่ที่นี่ก็ไม่มีค่าอะไร หากได้รับสมบัติก็ไม่แน่ว่าจะเป็นวาสนา แต่อาจเป็นยันต์ผลาญชีวิต
เห็นศิษย์น้องลังเลคล้ายเปลี่ยนใจ ศิษย์พี่ผู้นั้นก็พูดต่อ “อีกอย่างหากไปตอนนี้จะได้รับการรู้แจ้ง ไม่แน่ว่าหากชักช้าอาจไม่ทันกาล เจ้ากับข้าฝึกฝนและแสวงหาสิ่งล้ำค่าเหล่านั้นเพื่ออะไร ไม่ใช่เพื่อยกระดับการบ่มเพาะหรอกหรือ การไปรับการรู้แจ้งที่นั่นก็เป็นวิธียกระดับการบ่มเพาะเช่นกัน อีกอย่างที่นั่นไม่ใช่สถานที่ธรรมดา เท่าที่ข้ารู้มาตอนนี้มีลูกศิษย์อัจฉริยะของเหล่าสุดยอดขุมกำลังจำนวนไม่น้อยเข้าไปที่นั่น แม้แต่พวกเขายังคิดว่ามันไม่ธรรมดา เราจะพลาดได้หรือ”
“เช่นนั้น… ถ้าอย่างนั้นเราไปรับการรู้แจ้งที่นั่นกันเถอะ” หญิงสาวชั่งน้ำหนักอยู่ครู่หนึ่ง ในที่สุดก็พยักหน้า
หลังจากนั้นศิษย์พี่ศิษย์น้องทั้งสองก็เหาะไปยังยอดเขา
อวิ๋นโม่มองไปที่ยอดเขาจากระยะไกล หลังจากใคร่ครวญอยู่ครู่หนึ่งก็เหาะไปทางนั้นเช่นกัน อันที่จริงความคิดของเขาคล้ายกับคนทั้งสองมาก แม้ในสายตาของคนอื่นความสามารถของเขาแข็งแกร่งมาก แต่หลังจากการต่อสู้ครั้งก่อน เขารู้ว่าระดับยุทธ์ของตนยังไม่เพียงพอ เมื่อเทียบกับยอดฝีมือระดับพรหมราชชั้นสูงสุดอย่างนักพรตน้อยก็ยังต่างกันมาก ต่อให้เจอของดีๆ ก็ไม่อาจแย่งมาครอบครอง
ความแข็งแกร่งของเขาในตอนนี้ หากเจอกับเซี่ยหมิงเต๋อเกรงว่าคงต้องต่อสู้อย่างเหน็ดเหนื่อย หากเจอกับนักพรตน้อยก็ต้องหลีกหนี หากสามารถได้รับประโยชน์จากยอดเขาทรงระฆังจนเลื่อนเป็นระดับพรหมราชขั้นแปดชั้นฟ้า ความมั่นใจของเขาก็จะเพิ่มขึ้น
………………………………………
Comments for chapter "ตอนที่ 725 ฝึกฝนฝ่ามือพลิกสวรรค์"
MANGA DISCUSSION
Madara Info
Madara stands as a beacon for those desiring to craft a captivating online comic and manga reading platform on WordPress
For custom work request, please send email to wpstylish(at)gmail(dot)com