ตอนที่ 726 ขึ้นเขา
ตอนที่ 726 ขึ้นเขา
แม้จะเพิ่งกลับมายังดินแดนศักดิ์สิทธิ์ได้ไม่นาน แต่อวิ๋นโม่มีพื้นฐานไม่น้อย จักรพรรดิสวรรค์หลิ่วหยวนสอนสิ่งต่างๆ แก่เขามากมาย หินก้อนนั้นเขาก็ได้รับความเข้าใจหลายอย่าง อีกทั้งก่อนหน้านี้ได้ศึกษาคัมภีร์มหาสุญญตา หากเขาได้รับโอกาสที่ดี การทะลวงไปยังระดับพรหมราชขั้นแปดชั้นฟ้าก็ไม่ใช่เรื่องยาก ยิ่งกว่านั้นยังไม่มีผลเสียในภายหลัง
“ว่ากันว่าศิษย์ที่มีความสามารถจำนวนมากของขุมกำลังชั้นนำต่างมุ่งหน้าไปยอดเขาทรงระฆัง ข้าหวังว่ามันจะมีสิ่งอัศจรรย์และไม่ทำให้ข้าผิดหวัง” อวิ๋นโม่พูดแล้วก็เร่งความเร็วตรงไปยังยอดเขา
หลังจากนั้นไม่นาน อวิ๋นโม่ก็มาถึงตีนเขาของยอดเขาทรงระฆัง ทันทีที่เขามาถึง ร่างของเขาก็หนักอึ้งและดิ่งลงสู่พื้นอย่างรวดเร็ว
ตูม!
อวิ๋นโม่ร่วงลงไป พื้นดินยุบเป็นหลุมขนาดใหญ่ เขารู้ทันทีว่ายอดเขาทรงระฆังนี้มีมรรคาเต๋าบางอย่างห้ามไม่ให้จอมยุทธ์เหาะเหิน เมื่อกระโดดออกจากหลุม อวิ๋นโม่ก็มาถึงเชิงเขา ชายหนุ่มเห็นว่ามีถนนหลายสายทอดยาวขึ้นไปบนภูเขา มีบันไดตรงราวกับพู่กัน ไล่จากเชิงเขาขึ้นไปยังยอดเขา เส้นทางอื่นๆ จะวกวนไปมา วนรอบภูเขารอบแล้วรอบเล่า เห็นได้ชัดว่าถ้าต้องการขึ้นไปที่ยอดเขา เส้นทางบันไดหินเป็นเส้นทางที่เร็วที่สุด บนยอดเขายังมีขั้นบันไดรอบภูเขาสิบขั้น เว้นระยะห่างไล่ลงมาจากยอดเขาทรงระฆังอย่างสม่ำเสมอ ตอนนี้มีผู้คนไม่น้อยนั่งอยู่บนนั้นเพื่อรับการรู้แจ้ง
ขณะที่อวิ๋นโม่คิดพลางเดินขึ้นไปบนยอดเขาผ่านบันไดที่ตรงเหมือนพู่กัน คำสนทนาของจอมยุทธ์สองคนที่อยู่ด้านข้างก็กระตุ้นความสนใจของเขา
“เจ้าอยากตายหรือถึงจะขึ้นไปทางบันไดหิน!” มีคนคว้าสหายของตนเอาไว้และร้องด้วยความตกใจ
“ทำไม? ขึ้นไปทางนี้ไม่ใช่ง่ายกว่าหรือ อีกอย่างข้าก็ได้ยินมาว่าหากขึ้นภูเขาด้วยเส้นทางสายนี้ การรู้แจ้งจะลึกซึ้งยิ่งขึ้น” ชายคนนั้นสงสัย
“เจ้าจะไปรู้อะไร ถนนเส้นนี้ดูเหมือนง่าย แต่ที่จริงมันเป็นเส้นทางที่ยากที่สุด หากขึ้นไปทางบันไดนี้ แน่นอนว่าการรู้แจ้งจะลึกซึ้งมากกว่า แต่ในขณะเดียวกันก็เดินยากมาก เจ้าต้องรู้ว่า หากคิดจะขึ้นเขาด้วยเส้นทางนี้จะต้องมีพรสวรรค์สูงส่งและความสามารถแข็งแกร่งจึงจะสำเร็จ ถ้าพรสวรรค์ต่ำเกินไปและความแข็งแกร่งไม่เพียงพอ เมื่อเดินไปจะได้รับบาดเจ็บและอาจถึงขั้นสิ้นชีวิต!”
“น่ากลัวขนาดนั้นเชียว!”
“ยังจะไม่ใช่ได้หรือ ก่อนหน้านี้มีคนอ่อนแอหลายคนเดินขึ้นไปบนเส้นทางนั้น ผลคือเท้าเพิ่งเหยียบบันไดหินก็กลายเป็นผุยผงไปแล้ว”
“ให้ตายเถอะ มีอาถรรพ์จริงๆ ดีที่เจ้าเตือนข้าก่อน ไม่เช่นนั้นข้าคงต้องทิ้งชีวิตไว้ที่นี่แล้ว”
“ไปกันเถอะ ขึ้นทางอื่น มีเพียงพวกอัจฉริยะเท่านั้นที่จะไปได้”
อวิ๋นโม่มองขั้นบันไดหินพลางอมยิ้ม ในเมื่อเส้นทางนี้จะได้รับการรู้แจ้งที่ลึกซึ้งยิ่งกว่า เขาย่อมเลือกทางนี้ ชายหนุ่มเดินไปทางบันไดหินโดยไม่ลังเล
“เดี๋ยวก่อน!” คนที่อธิบายให้สหายฟังพอเห็นอวิ๋นโม่กำลังจะไปตามถนนสายนี้ก็ตะโกนรั้งทันที
“สหายมีอะไรหรือ” อวิ๋นโม่ถาม
ชายคนนั้นส่ายหน้าก่อนกล่าว “คนที่ทำสิ่งใดโดยไม่รู้เรื่องอีกคน” เขาอธิบายอย่างอดทน “เจ้าไปทางนี้ไม่ได้”
“ทำไมหรือ”
สหายของชายคนนั้นอธิบาย “เจ้าไม่รู้หรือว่าทางนี้อันตราย ถ้าไม่ใช่ศิษย์อัจฉริยะของขุมกำลังชั้นนำ เมื่อเดินขึ้นไปอาจบาดเจ็บล้มตาย น่ากลัวมาก เจ้าควรมากับพวกเราและใช้เส้นทางที่ปลอดภัย”
“ใช่ ถึงแม้การรู้แจ้งหลังจากไปอีกทางจะเทียบกับทางนี้ไม่ได้ แต่ขอเพียงขึ้นไปได้สูงก็จะได้รับประโยชน์มากมาย ถ้าเจ้าไปตามทางนี้ เกิดได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตจะไม่คุ้มค่า”
อวิ๋นโม่ยิ้มน้อยๆ “ขอบคุณสำหรับคำชี้แนะ”
คนทั้งสองยิ้มออก “ไม่เป็นไร เพียงช่วยเหลือเล็กๆ น้อยๆ เท่านั้น เช่นนั้นสหายไปอีกทางกับพวกเราเถอะ”
อวิ๋นโม่ยิ้ม “ไม่เป็นไร ข้าจะไปทางนี้”
“หา…”
“สหาย เจ้าไม่เข้าใจสิ่งที่เราเพิ่งพูดหรือ ถ้าเจ้าขึ้นไปทางนั้น เจ้าจะตายหรือได้รับบาดเจ็บ!”
อวิ๋นโม่ส่ายหน้า “ไม่น่ามีปัญหามากหรอก ขึ้นไปทางนี้สามารถได้รับการรู้แจ้งที่ลึกซึ้งกว่า เดินทางนี้จึงจะคุ้มค่าที่สุด สหายทั้งสอง ขอบคุณสำหรับคำเตือน ข้าขอตัวก่อน”
“ทำไมเจ้าไม่ฟังกันบ้าง เส้นทางนี้ได้รับการรู้แจ้งที่ลึกซึ้งกว่าก็จริง แต่ต้องมีความสามารถจึงจะทำได้ คนทั่วไปหากขึ้นไปไม่บาดเจ็บก็ต้องล้มตาย!”
“สหายอย่าเสี่ยงเลย ไปทางธรรมดากับพวกเราเถอะ” ทั้งสองเกลี้ยกล่อม
รอยยิ้มของอวิ๋นโม่ไม่ลดลง คิดไม่ถึงว่าจะได้เจอกับคนดีเช่นนี้ แต่เขาไม่มีทางถอดใจจากเส้นทางนี้ เขาต้องการเสาะหาโอกาสอันล้ำค่าและทำให้ตนเองเลื่อนสู่ระดับพรหมราชขั้นแปดชั้นฟ้า อวิ๋นโม่ขอบคุณทั้งสองอีกครั้งก่อนเดินไปที่บันไดแห่งนั้น
“เฮ้อ คนผู้นี้จริงๆ เลย!”
“ช่างเถอะ นกตายเพราะอาหาร (人为财死,鸟为食亡 Rénwéi cái sǐ, niǎo wèi shí wáng คนตายเพราะทรัพย์ นกตายเพราะอาหาร) คนผู้นี้ถูกผลประโยชน์อันยิ่งใหญ่ของเส้นทางสายนี้บดบังดวงตา เขาจะไปตาย พวกเราก็ห้ามไม่ได้”
อวิ๋นโม่ได้ยินเสียงคนทั้งสอง แต่เขาไม่ได้อธิบาย ก้าวเท้าขึ้นบันไดไป
ตุบ!
อวิ๋นโม่เหยียบขั้นแรก ทันใดนั้นก็หยุดและปิดตารับรู้ แรงกดดันไม่เบากดทับลงบนร่าง เขากระตุ้นพลังปราณต้านแรงกดดันไว้
“ไม่น่าแปลกใจเลยที่หากคนธรรมดามาที่นี่ ไม่ตายก็ต้องบาดเจ็บคนที่อ่อนแอไม่สามารถรับแรงกดดันนี้ได้” อวิ๋นโม่เปรยกับตนเอง แรงกดดันเช่นนี้ไม่มีผลต่อเขา
“เดี๋ยวก่อน!” หลังจากนั้นครู่หนึ่งอวิ๋นโม่ก็ลืมตาโพลง ท่ามกลางความกดดันนี้เขารู้สึกถึงพลังของมรรคาเต๋าที่คุ้นเคย หลังจากขบคิดอย่างละเอียดก็นึกได้ เขาเคยได้รับการรู้แจ้งของมรรคาเต๋านี้จากในคัมภีร์มหาสุญญตา
“หรือว่า” ทันใดนั้นเขาก็ใช้พลังของมรรคาเต๋าที่ได้รับจากในคัมภีร์ พริบตานั้นแรงกดดันที่มีอยู่ก็สลายไป ทั้งยังรู้สึกว่าร่างกายเบาสบายขึ้น
“ที่แท้ก็เป็นแบบนี้เอง” อวิ๋นโม่เข้าใจแล้ว หากลูกศิษย์ของวังมหาสุญญตาเดินขึ้นไปบนเส้นทางนี้ย่อมสบายมาก ยอดเขานี้คงจะเป็นสถานที่สำหรับช่วยให้ลูกศิษย์ของวังมหาสุญญตาบรรลุคัมภีร์มหาสุญญตา ดูเหมือนว่าอวิ๋นโม่จะมาถูกที่แล้ว เห็นได้ชัดว่าสถานที่แห่งนี้ยิ่งสูงขึ้นไปเท่าไร พลังของมรรคาเต๋าที่สามารถบรรลุได้ก็ยิ่งลึกซึ้งมากขึ้นเท่านั้น อาศัยประโยชน์ที่ได้รับจากยอดเขานี้ หากเขาขึ้นไปถึงยอดเขาได้ อาจทะลวงไปยังระดับพรหมราชขั้นแปดชั้นฟ้าได้ในครั้งเดียว
แน่นอนว่าจะต้องขึ้นไปให้ถึงยอดสูงสุด อีกอย่างบนนั้นต้องไม่มีผู้อื่น
เห็นอวิ๋นโม่เหยียบขั้นแรกแล้วหยุด คนข้างหลังก็ส่ายหน้าเอ่ย “ข้าบอกแล้ว คนธรรมดาไม่สามารถใช้ทางนี้ ข้าว่าคนผู้นั้นจะต้องได้รับบาดเจ็บแล้ว ดูท่าทางเขาเหมือนไม่ยอมถอดใจ ยังคิดจะฝืนปีนขึ้นไป นี่ไม่ใช่ทางเลือกที่ฉลาดเลย หากพลาดขึ้นมาอาจต้องทิ้งชีวิตเอาไว้ที่นี่”
ขณะที่เขากำลังส่ายหน้า อีกคนหนึ่งก็ตะลึงตาค้างไปแล้ว
“เจ้าเป็นอะไรไป กลัวหรือ”
“ไม่ ไม่ใช่ ดูนั่น”
“ดูอะไร” ชายคนนั้นเงยหน้า จากนั้นก็เบิกตากว้าง แสดงสีหน้าเหมือนเห็นผี เห็นเด็กหนุ่มที่ตนเคยคิดว่าไม่สามารถก้าวต่อไปได้พลันก็เดินขึ้นไปบนบันไดหินอย่างเบาสบายราวกับเดินอยู่ในสวนดอกไม้ของตนเอง ครู่เดียวก็ขึ้นไปจนถึงขั้นบันไดรอบภูเขาชั้นแรก
“เป็นไปได้อย่างไร!” สมองทั้งสองยังคงไม่กระจ่าง เมื่อครู่คนผู้นี้ยังถูกแรงกดดันของบันไดหินขั้นแรกกดข่มจนต้านไม่ไหวอยู่เลยไม่ใช่หรือ ทำไมแค่พริบตาเดียวก็เปลี่ยนเป็นร้ายกาจขนาดนี้
“เจ้าเข้าใจอะไรผิดหรือไม่ หรือเส้นทางนี้ไม่ได้น่ากลัวอย่างที่เจ้าพูด ไม่เช่นนั้นคนที่ดูไม่มีอะไรโดดเด่นทำไมถึงเดินขึ้นไปได้ ดูจากท่าทางของเขา เหมือนไม่ได้รับผลกระทบใดๆ”
“นี่ ไม่รู้สิ มันไม่ควรจะเป็น…”
“ข้าจะลองดูบ้าง!” เห็นอวิ๋นโม่เดินขึ้นบันไดหินได้อย่างสบายๆ คนที่ก่อนหน้านี้คิดจะเดินไปก็ก้าวเท้าไปยังเส้นทางนั้น
ทันใดนั้นเสียงหนึ่งก็ดังขึ้นจากด้านหลังพวกเขา “อยากรีบไปตายนักหรือ”
“พูดอะไร!” ชายคนนั้นโมโห หันมาถลึงตาใส่คนพูดอย่างดุร้าย แต่หลังจากเห็นหน้าตาเจ้าของเสียง ไฟโทสะก็ดับมอดทันที “คุณชายมู่ ที่แท้เป็นท่าน”
“คุณชายมู่เป็นอัจฉริยะของขุมกำลังระดับสอง เชิญท่านก่อน”
“ฮ่าๆ ข้าไปทางนี้ไม่ได้” คุณชายมู่กล่าว
“ข้าว่าเส้นทางนี้ไม่ได้มีอะไร ท่านดูคนผู้นั้นสิ ขึ้นไปได้อย่างสบายไม่ใช่หรือ”
“เจ้าคิดว่านั่นเป็นจอมยุทธ์ธรรมดาคนหนึ่งหรือ” คุณชายมู่แค่นหัวเราะ
ชายทั้งสองตะลึงจากนั้น สีหน้าของพวกเขาเปลี่ยนไป “หรือว่าคนผู้นั้นจะมีที่มาไม่ธรรมดา”
“เขาคือโม่อวี่ โม่อวี่ของสำนักกระบี่หลิ่วหยวน!” คุณชายมู่กล่าว จากนั้นสาวเท้าก้าวขึ้นไปอีกทาง
“โม่อวี่?” ทั้งสองคิด นึกถึงข่าวลือล่าสุดของโม่อวี่ ไม่นานจอมยุทธ์ที่คิดจากก้าวขึ้นไปบนเส้นทางนั้นตามหลังอวิ๋นโม่ก็ตระหนกจนเหงื่อท่วมตัว
“สวรรค์ ที่แท้ก็เป็นโม่อวี่ที่เอาชนะลั่วเฉินเฟิง คนเช่นนี้ มิน่าเล่าถึงสามารถขึ้นไปได้อย่างสบายๆ น่าขำที่ข้าคิดว่าเขาเป็นเพียงคนธรรมดา ทั้งยังคิดจะตามเขาไปบนเส้นทางเดียวกัน ถ้าไม่ใช่เพราะคำเตือนของคุณชายมู่ เกรงว่าข้าคงจบสิ้นแล้ว!” คนผู้นั้นหวาดกลัวขึ้นมา คนอย่างโม่อวี่ย่อมสามารถเดินขึ้นไปบนเส้นทางนี้ เมื่อเทียบกันแล้วเขานับเป็นตัวอะไร โชคดีที่ยังไม่ได้ขึ้นไปและไม่ได้ทำพลาดครั้งใหญ่
เมื่อปีนขึ้นมาถึงขั้นบันไดรอบภูเขาชั้นแรก อวิ๋นโม่ก็เห็นว่าที่นี่มีคนกำลังรับการรู้แจ้งอยู่ไม่น้อย หลังจากมองมาที่เขา มีบางคนจดจำเขาได้และคำนับทักทาย อวิ๋นโม่คารวะตอบตามมารยาท เขามองสองข้างทางก็พบว่าบนขั้นบันไดมีเพิงพักอยู่มากมาย แบ่งแยกผู้ที่มาจากคนละทางออกจากกัน เห็นได้ชัดว่าผู้ที่ขึ้นมาจากทางอื่นไม่สามารถเข้ามารับการรู้แจ้งที่นี่
อวิ๋นโม่หลับตาทำความเข้าใจครู่หนึ่ง จากนั้นเดินขึ้นไปข้างบนต่อ มรรคาเต๋าที่สามารถรู้แจ้งที่นี่ไม่ได้ช่วยอะไรเขามากนัก ยิ่งกว่านั้นเขาศึกษาคัมภีร์มหาสุญญตาระดับจ้าวดาราและระดับพรหมราชมาแล้ว แม้จะเข้าใจไม่ลึกซึ้ง แต่ก็เข้าใจมรรคาเต๋าปลีกย่อยที่มีอยู่ในชั้นแรกได้อย่างง่ายดาย
เมื่อเห็นอวิ๋นโม่ยังจะเดินขึ้นไปข้างบน หลายคนก็อิจฉา ผู้ที่รับการรู้แจ้งอยู่ที่นี่คือคนที่ไม่สามารถเดินขึ้นไปยังชั้นต่อไปได้ อวิ๋นโม่ผ่านที่นี่ไปได้แสดงว่าเขารับมือกับแรงกดดันได้อย่างง่ายดาย
อวิ๋นโม่ยังคงเดินขึ้นไปข้างบน จากนั้นเดินผ่านขั้นบันไดรอบภูเขาหลายขั้นติดต่อกัน เกือบหนึ่งเค่อต่อมา ก็ไปถึงขั้นบันไดรอบภูเขาชั้นที่เจ็ด ทันทีที่ปีนขึ้นไปบนขั้นบันไดรอบภูเขาชั้นที่เจ็ด การมาของเขาก็ดึงดูดความสนใจของจอมยุทธ์ที่อยู่บนนั้น หนึ่งในนั้นเป็นสตรีระดับพรหมราชขั้นแปดชั้นฟ้าผู้หนึ่ง หลังจากนางเห็นเขาก็เผยสีหน้าเป็นอริ
หลังจากเห็นนาง อวิ๋นโม่ก็ตกตะลึง
นางลุกขึ้นเดินไปหาอวิ๋นโม่ ตะคอกว่า “ข้าเคยเห็นภาพเหมือนของเจ้า เจ้าคือโม่อวี่ที่เอาชนะพี่เฉินเฟิงใช่ไหม”
แววตาของนางเย็นชา เอ่ยกับเขาอย่างไม่เกรงใจ แต่อวิ๋นโม่ไม่ใส่ใจ ตัวเขาสั่นน้อยๆ ขณะถามด้วยความตื่นเต้น “เจ้ามีนามว่าอะไร”
หญิงสาวขมวดคิ้ว “ก็ได้ ข้าจะบอกชื่อของข้าให้เจ้ารู้ เจ้าจะได้ไม่ต้องสงสัยว่าตัวเองต้องแพ้ใคร ข้าชื่อลั่วชิงสุ่ย เจ้าชนะพี่ลั่วเฉินเฟิงและทำให้เขาหดหู่ทั้งวัน ข้าจะเอาชนะเจ้า พี่ลั่วเฉินเฟิงจะได้ดีใจ!”
อวิ๋นโม่ก้าวออกไปอย่างตื่นเต้นเข้าใกล้ลั่วชิงสุ่ย ดวงตาของเขาจดจ้องใบหน้าของนางตาไม่กะพริบ
ลั่วชิงสุ่ยถอยหลังไปหลายก้าว คิ้วเหยียดเป็นเส้นตรง ตะคอกถาม “เจ้าทำอะไร!”
รอบๆ มีคนที่รู้จักอวิ๋นโม่อยู่ไม่น้อย พอเห็นภาพนี้ก็แสดงท่าทางสนอกสนใจ
“โม่อวี่นี่น่าสนใจจริงๆ หรือว่าเขาคิดจะลวนลามศิษย์อัจฉริยะหญิงของสำนักเทพสวรรค์ลั่วเทียน”
………………………………………
Comments for chapter "ตอนที่ 726 ขึ้นเขา"
MANGA DISCUSSION
Madara Info
Madara stands as a beacon for those desiring to craft a captivating online comic and manga reading platform on WordPress
For custom work request, please send email to wpstylish(at)gmail(dot)com