ตอนที่ 727 ลูกหลานของเจียงเสี่ยวซู่
- Home
- All Mangas
- กำเนิดใหม่ ปรมาจารย์เทพโอสถ
- ตอนที่ 727 ลูกหลานของเจียงเสี่ยวซู่
ตอนที่ 727 ลูกหลานของเจียงเสี่ยวซู่
“เหมือน เหมือนเหลือเกิน!” อวิ๋นโม่พึมพำ ในใจตื่นเต้นมาก
เมื่อได้ยินชื่อของนางและรู้สึกถึงพลังแห่งสายเลือดที่ไหลเวียนอยู่ในร่าง อวิ๋นโม่ก็รู้ว่านางต้องเป็นลูกหลานของลั่วเทียน สิ่งนี้ทำให้เขามั่นใจว่านางจะต้องเป็นลูกหลานของคนผู้นั้น!
เจียงเสี่ยวซู่ภรรยาคนแรกของลั่วเทียน สตรีที่อวิ๋นโม่เห็นเป็นเหมือนบุตรสาว เจียงเสี่ยวซู่เป็นเด็กกำพร้า หลังจากแต่งงานกับลั่วเทียน นางก็ถืออวิ๋นโม่เป็นบิดาบุญธรรม เมื่อเทียบกับความรู้สึกของลั่วเทียน ความกตัญญูที่เจียงเสี่ยวซู่มีต่ออวิ๋นโม่นั้นเป็นความจริงใจ อวิ๋นโม่คิดอยู่เสมอว่าการที่ลั่วเทียนได้แต่งงานกับเจียงเสี่ยวซู่เป็นวาสนาอันยิ่งใหญ่
หลังจากเจียงเสี่ยวซู่ให้กำเนิดบุตรได้ไม่นานก็จากไปโดยไม่ได้ร่ำลา ไม่รู้เพราะเหตุใดคนถึงได้หายสาบสูญ นอกจากเรื่องของอวี่เอ๋อร์ การหายตัวไปของเจียงเสี่ยวซู่เป็นเรื่องค้างคาใจที่สุดในชีวิตของเขา เมื่อนึกย้อนกลับไปอย่างละเอียด อวิ๋นโม่รู้สึกว่าการที่เจียงเสี่ยวซู่จากไปโดยไม่ลาอาจจะเกี่ยวข้องกับลั่วเทียน
อวิ๋นโม่มองลั่วชิงสุ่ยและถามอย่างใจจดใจจ่อ “ชิงสุ่ย เจ้าเป็นลูกหลานของจักรพรรดิสวรรค์ลั่วเทียนกับใคร”
ผู้คนโดยรอบได้ยินคำพูดของอวิ๋นโม่ก็มีสีหน้าพิกล ไม่เข้าใจว่าทำไมเขาถึงถามเช่นนี้ ลั่วชิงสุ่ยได้ยินก็ขุ่นเคือง “ใครอนุญาตให้เจ้าเรียกข้าว่าชิงสุ่ย! เจ้าควรเรียกชื่อเต็มของข้า ส่วนคำถามของเจ้า ข้าไม่จำเป็นต้องตอบ!”
เมื่อรู้สึกถึงท่าทีเป็นอริของลั่วชิงสุ่ยและสายตาประหลาดใจของผู้คนรอบข้าง อวิ๋นโม่ก็ชะงัก จากนั้นล้มเลิกความตั้งใจที่จะถามต่อ คำพูดมากมายถูกกลืนหายไป การถามเรื่องนี้อาจเปิดเผยตัวตนของเขา ลั่วชิงสุ่ยเป็นลูกหลานของลั่วเทียน ทั้งยังเหมือนกับเจียงเสี่ยวซู่มากขนาดนี้ เป็นไปได้สูงที่นางจะเป็นลูกหลานของเจียงเสี่ยวซู่
หากอวิ๋นโม่ต้องการสอบถามเรื่องของเจียงเสี่ยวซู่ เขาสามารถใช้วิธีอื่น เช่น หอมติสวรรค์ เมื่อคิดได้เช่นนี้ อวิ๋นโม่ก็ไม่พูดมาก ก้าวเท้าขึ้นไปบนขั้นบันไดรอบภูเขาชั้นถัดไป
“หยุดนะ” ลั่วชิงสุ่ยปราดเข้าขวางอวิ๋นโม่ “ข้าต้องการให้เจ้าสู้กับข้า!”
อวิ๋นโม่ส่ายหน้า “ข้าไม่สู้กับเจ้า”
“เฮอะ เจ้าไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธ หากไม่สู้กับข้าก็อย่าฝันว่าจะได้ไปต่อ” ลั่วชิงสุ่ยตวาดอย่างเย็นชา “อีกอย่างเจ้าคิดว่าตัวเองจะสามารถขึ้นไปได้อีกจริงหรือ บนบันไดรอบภูเขาแต่ละชั้น หากไม่ใช่ยอดอัจฉริยะก็ไม่สามารถขึ้นไป ได้แต่รับการรู้แจ้งอยู่ที่นี่ รอจนรู้แจ้งอย่างลึกซึ้งจึงจะไปต่อได้ เจ้าคิดจะขึ้นไปยังขั้นบันไดรอบภูเขาชั้นถัดไปก็เป็นไปไม่ได้! นอกเสียจากว่าระดับยุทธ์ของเจ้าจะถึงระดับพรหมราชขั้นเก้าชั้นฟ้าแล้ว!”
“ฮ่าๆ เทพธิดาชิงสุ่ยพูดถูก แม้โม่อวี่มีทักษะบางอย่าง แต่ระดับยุทธ์ต่ำเกินไป เป็นไปไม่ได้ที่จะขึ้นไปบนขั้นบันไดรอบภูเขาชั้นถัดไป หากต้องการปีนขึ้นไปก็ต้องรับการรู้แจ้งอยู่ที่นี่เช่นเดียวกับเราจึงจะไปต่อได้”
“อัจฉริยะ มักดื้อรั้น ชอบลองดีอยู่เสมอ กระทั่งพบว่าทำไม่ได้แล้วจริงๆ จึงค่อยยอมถอดใจ โม่อวี่เอาชนะลั่วเฉินเฟิงด้วยระดับพรหมราชขั้นสี่ชั้นฟ้า นับเป็นเรื่องที่น่าตะลึง หากเขาคิดจะฝ่าฟันต่อก็เข้าใจได้”
“เชอะ เอาชนะลั่วเฉินเฟิงได้แล้วจะทำไม พวกเราที่อยู่ที่นี่มีใครที่อ่อนแอกว่าลั่วเฉินเฟิงบ้าง หากลั่วเฉินเฟิงมาที่นี่เกรงว่าแม้แต่ขั้นบันไดรอบภูเขาชั้นแรกก็ยังขึ้นมาไม่ไหว โม่อวี่สามารถมาถึงที่นี่ก็ต้องถือว่าโชคดีมาก หากคิดจะป่ายปีนต่อไป บอกได้ว่าเป็นเพียงความฝันเท่านั้น”
อวิ๋นโม่หันกลับไปและพบว่าพลังปราณของจอมยุทธ์ที่อยู่ด้านหลังมีพลังกล้าแข็งกว่าลั่วเฉินเฟิง แม้แต่เฉียวเริ่นซานที่เพิ่งก้าวสู่ระดับพรหมราชขั้นแปดชั้นฟ้าก็อาจเทียบคนเหล่านี้ไม่ได้ มิน่าเล่า เมื่อครู่พวกเขาถึงกล่าวเช่นนั้น
มาถึงที่นี่จะปีนขึ้นไปได้สูงแค่ไหนไม่ได้เกี่ยวข้องกับการรู้แจ้งเท่านั้น แต่ยังสัมพันธ์กับพรสวรรค์และความสามารถด้วย อัจฉริยะที่ได้รับการฝึกฝนโดยขุมกำลังหลักเหล่านี้ การรู้แจ้งแทบจะไม่ต่างกัน ดังนั้นจุดแยกแยะความแตกต่างก็คือความสามารถของแต่ละบุคคล พวกเขาคิดว่าเป็นไปไม่ได้ที่อวิ๋นโม่จะก้าวข้ามพวกตนและขึ้นไปยังขั้นบันไดรอบภูเขาชั้นถัดไป
อวิ๋นโม่มองลั่วชิงสุ่ย จู่ๆ ก็ฉุกใจจึงถาม “เจ้าขึ้นไปยังขั้นบันไดรอบถัดไปไม่ได้หรือ”
แม้ลั่วชิงสุ่ยเป็นลูกหลานของลั่วเทียน แต่นางอาจจะเป็นลูกหลานของเจียงเสี่ยวซู่ อวิ๋นโม่รู้สึกดีกับนาง เมื่อได้พบนางที่นี่โดยบังเอิญและเห็นว่านางไม่สามารถขึ้นสู่ระดับถัดไปเพื่อการรู้แจ้งที่สูงยิ่งขึ้น อวิ๋นโม่จึงคิดจะช่วยนางสักครั้ง
“ฮึ่ม! จอมยุทธ์ระดับพรหมราชขั้นแปดชั้นฟ้า หากไม่ใช่ผู้ที่มีการรู้แจ้งโดดเด่นก็ยากที่จะขึ้นไปยังขั้นบันไดรอบภูเขาชั้นถัดไป ข้าเองก็ไม่แตกต่าง เจ้าอย่าคิดว่าเจ้าจะทำได้ มาสู้กับข้าสักตั้งก่อนค่อยพูดเรื่องอื่นเถอะ ไม่ต้องห่วง ขอเพียงเจ้าสู้กับข้าสักรอบ ไม่ว่าแพ้หรือชนะ ข้าก็จะอนุญาตให้เจ้าได้รับการรู้แจ้งต่อ”
อวิ๋นโม่ย่อมไม่จำเป็นต้องรับการรู้แจ้งที่นี่เพราะเขาศึกษาคัมภีร์มหาสุญญตาที่เกี่ยวข้องกับที่นี่ไปแล้ว สำหรับเขามันง่ายดายมาก เมื่อครู่ตอนที่ก้าวขึ้นมา แค่สัมผัสเพียงครู่เดียวก็ได้รับมรรคาเต๋าของที่นี่แล้ว แต่เขาก็เต็มใจที่จะสู้กับลั่วชิงสุ่ยสักครั้ง เพราะสามารถอาศัยการต่อสู้นี้ช่วยให้นางสัมผัสได้ถึงการรู้แจ้งในมรรคาเต๋าและก้าวขึ้นสู่ขั้นบันไดรอบภูเขาชั้นถัดไป
“ตกลง ข้าจะสู้กับเจ้าสักรอบ” อวิ๋นโม่พยักหน้า
เมื่อได้ยินอวิ๋นโม่รับปาก ดวงตางดงามของนางก็ทอประกายประหลาด นางเรียกลั่วเฉินเฟิงว่าพี่ชาย แสดงว่ามีความสัมพันธ์อันดีกับเขาเป็นพิเศษ เห็นลั่วเฉินเฟิงแพ้ให้อวิ๋นโม่แล้ว วันทั้งวันเอาแต่เศร้าซึม นางก็พลอยไม่มีความสุขไปด้วย จึงอยากจะเอาชนะโม่อวี่ ล้างแค้นให้ลั่วเฉินเฟิง คิดไม่ถึงว่าวันนี้จะสมปรารถนา
“หากพี่เฉินเฟิงรู้ว่าโม่อวี่แพ้แล้วจะต้องมีความสุขมาก!” ลั่วชิงสุ่ยคิดอย่างมีความสุข แววตาที่มองอวิ๋นโม่เปี่ยมไปด้วยความกระหายการต่อสู้
เห็นอวิ๋นโม่จะต่อสู้กับลั่วชิงสุ่ย ผู้คนรอบด้านก็เริ่มสนใจ ทั้งหมดถอยออกไปด้านข้าง เว้นพื้นที่ให้พวกเขาทั้งสองได้ต่อสู้ การรู้แจ้งไม่ใช่เรื่องง่าย ไม่เช่นนั้นพวกเขาก็คงขึ้นไปยังขั้นบันไดรอบภูเขาชั้นถัดไปแล้ว กว่าจะมีความสามารถในการขึ้นลงขั้นบันไดรอบภูเขาแต่ละชั้น ไม่รู้ว่าจะต้องใช้เวลานานแค่ไหน พอเห็นคนจะสู้กันจึงหยุดสัมผัสการรู้แจ้งแล้วหันมาชมการต่อสู้ด้วยความสนใจ
“เจ้าว่าการต่อสู้ระหว่างโม่อวี่และเทพธิดาชิงสุ่ยใครจะชนะ” มีคนถาม
“ยังจะต้องให้พูดอีกหรือ ย่อมเป็นเทพธิดาชิงสุ่ยอยู่แล้ว โม่อวี่เป็นแค่ระดับพรหมราชขั้นสี่ชั้นฟ้าเท่านั้น จะเป็นคู่ต่อสู้ของนางได้อย่างไร ข้าเคยเห็นตอนที่เขาประลองกับลั่วเฉินเฟิง เขาแข็งแกร่งกว่าลั่วเฉินเฟิงเล็กน้อย ไม่มีทางเป็นคู่ต่อสู้ของนางได้เลย”
“ข้าว่าโม่อวี่คนนี้ไม่มีทางชนะ ความแข็งแกร่งของเทพธิดาชิงสุ่ยเหนือกว่าลั่วเฉินเฟิงด้วยซ้ำ ต่อให้หลายเดือนนี้เขาจะก้าวหน้าอยู่บ้างก็ไม่มีทางเป็นคู่ต่อสู้ของนาง” ผู้คนรอบๆ ผลัดกันพูด แต่ไม่มีใครมองอวิ๋นโม่ในแง่ดีเลย ลั่วชิงสุ่ยเป็นเทพธิดาแห่งสำนักเทพสวรรค์ลั่วเทียน พรสวรรค์ยุทธ์และความแข็งแกร่งของนางเป็นระดับสุดยอด ในบรรดาจอมยุทธ์ที่อยู่ที่นี่ ความแข็งแกร่งจัดอยู่ในแนวหน้า ดังนั้นพวกเขาจึงเชื่อมั่นในตัวนางมากกว่า
เห็นได้ชัดว่าคนเหล่านี้ไม่รู้เรื่องการต่อสู้ระหว่างอวิ๋นโม่และนักพรตน้อย หากพวกเขารู้ เกรงว่าพวกเขาจะไม่คิดเช่นนั้น แม้อวิ๋นโม่พ่ายแพ้ในการต่อสู้ครั้งนั้น แต่ความแข็งแกร่งที่เขาแสดงออกสูงกว่าอัจฉริยะทั่วไป
ชิ้ง!
ลั่วชิงสุ่ยกดึงกระบี่วิญญาณออกมา ฟันไปทางอวิ๋นโม่ ท่าร่างของนางคล่องแคล่วว่องไว อีกทั้งกระบวนท่าแหลมคมไม่ธรรมดา
เผชิญหน้ากับการโจมตีของลั่วชิงสุ่ย อวิ๋นโม่ผ่อนคลายมาก แม้พลังกระบี่ของนางจะดี แต่ก็ยังไม่สามารถคุกคามเขา เขาไม่จำเป็นต้องเอาจริงด้วยซ้ำ กระบวนท่าที่นางใช้ไม่ใช่วิชาสืบทอดจากลั่วเทียน ดังนั้นพลังโจมตียิ่งห่างไกล
ติงๆ!
อวิ๋นโม่เหยียดฝ่ามือออกไปโดยไม่ใช้ศาสตร์ลับใดๆ เขาไม่ได้ใช้แก่นแท้ของวิชาฝ่ามือ แต่ใช้ความแข็งแกร่งของร่างกายรับการโจมตีของนางทั้งอย่างนี้ ฝ่ามือของเขาตบลงบนตัวกระบี่ เกิดเสียงโลหะกระทบกัน พลังมหาศาลทำให้กระบี่เล่มนั้นสั่นสะท้านไม่หยุด ส่วนลั่วชิงสุ่ยก็สั่นไปทั้งแขนจนรู้สึกชา
“ร่างของเจ้าร้ายกาจมากจริงๆ!” ลั่วเฉินเฟิงแพ้ให้กับอวิ๋นโม่ นางย่อมตรวจสอบข้อมูลของเขามาแล้ว รู้ว่าร่างกายของอวิ๋นโม่แข็งแกร่งมาก การโจมตีของนางถูกกล้ามเนื้อของเขารับได้โดยตรง แต่นางไม่แปลกใจ
“ใช้วิชามายาวารีเถอะ ไม่จำเป็นต้องใช้วิธีง่ายๆ เหล่านี้เพื่อหยั่งเชิงข้า” อวิ๋นโม่กล่าวพร้อมกวักมือให้ลั่วชิงสุ่ยเบาๆ
ลั่วชิงสุ่ยแค่นเสียง “ตามที่เจ้าต้องการ!”
วิ้ง!
มายาวารีหยดหนึ่งปรากฏ มันมีขนาดใหญ่กว่ามายาวารีของลั่วเฉินเฟิง ลั่วชิงสุ่ยชำนาญวิชานี้มากกว่าลั่วเฉินเฟิง ภายใต้การกระตุ้นของนาง มวลน้ำขนาดใหญ่ของมายาวารีเปลี่ยนเป็นกระบี่บินขนาดเล็กที่มีลมปราณทรงพลังในทันทีและโจมตีไปยังอวิ๋นโม่
เวิ้ง!!!
อวิ๋นโม่กระตุ้นลมปราณภายในร่าง พลังปราณยิ่งใหญ่ทะลักออกมา ระดับยุทธ์ที่แท้จริงของเขาก็เปิดเผยเช่นกัน ระดับพรหมราชขั้นเจ็ดชั้นฟ้า ทำให้จอมยุทธ์รอบๆ ประหลาดใจ สีหน้าของลั่วชิงสุ่ยก็เปลี่ยนไปเล็กน้อย ในเวลาไม่กี่เดือนก็เลื่อนไปสามขั้นชั้นฟ้า ความเร็วในการบ่มเพาะของอวิ๋นโม่นั้นเร็วมากจนน่าเหลือเชื่อ
กระบี่วิญญาณที่สร้างจากมายาวารีได้รับผลกระทบจากอารมณ์ของลั่วชิงสุ่ยจึงสะท้านน้อยๆ แต่มันก็นิ่งได้ในวินาทีถัดมา และโจมตีอวิ๋นโม่อย่างบ้าคลั่ง
เมื่อเผชิญหน้ากับการโจมตีของลั่วชิงสุ่ย อวิ๋นโม่ไม่ได้ใช้ศาสตร์ลับ แต่เหยียบย่างลงไปบนความว่างเปล่า กระตุ้นพลังปราณใช้สามวิชาแก่นแท้ออกมา
“เขาเลื่อนไปยังระดับพรหมราชขั้นเจ็ดชั้นฟ้าโดยไม่มีข้อบกพร่อง ความแข็งแกร่งของเขาเติบโตได้อย่างรวดเร็วจนเหลือเชื่อ!”
“เผชิญหน้ากับเทพธิดาชิงสุ่ย เขายังคงผ่อนคลาย ความแข็งแกร่งของเขาสูงถึงระดับไหนกัน”
คนรอบๆ ต่างตกใจ ไม่กล้าประมาทอวิ๋นโม่อีกและถือว่าเขาเป็นสหายในระดับเดียวกัน อวิ๋นโม่ใช้ระดับพรหมราชขั้นสี่ชั้นฟ้าเอาชนะลั่วเฉินเฟิงที่เป็นระดับพรหมราชขั้นเจ็ดชั้นฟ้า ตอนนี้เขามาถึงระดับพรหมราชขั้นเจ็ดชั้นฟ้าแล้ว ชายหนุ่มจะมีพลังมากขนาดไหน
จอมยุทธ์รอบๆ กลั้นหายใจเฝ้าดูการต่อสู้ระหว่างทั้งสองด้วยความสนใจยิ่ง สำหรับพวกเขาการได้เห็นการต่อสู้ของจอมยุทธ์คนอื่นๆ นั้นเป็นประโยชน์มาก
“ไม่เลว!” อวิ๋นโม่พยักหน้าเบาๆ ลั่วชิงสุ่ยไม่เพียงเหนือกว่าลั่วเฉินเฟิงหนึ่งขั้นชั้นฟ้า การใช้พลังปราณควบคุมมายาวารีของนางยังสูงส่งกว่าลั่วเฉินเฟิงมาก หากพวกเขาอยู่ในระดับยุทธ์เดียวกัน อวิ๋นโม่มั่นใจว่าลั่วเฉินเฟิงจะไม่ใช่คู่ต่อสู้ของนางแน่นอน
อวิ๋นโม่มีความสุขที่ได้เห็นว่าลูกหลานของเจียงเสี่ยวซู่มีความโดดเด่นเหนือกว่า เพราะเขาถือว่าเจียงเสี่ยวซู่เป็นบุตรสาว ลูกหลานของนางก็เป็นเหมือนลูกหลานของเขา
ลั่วชิงสุ่ยได้ยินคำชมของอวิ๋นโม่กลับรู้สึกโมโห เดิมทีนางคิดว่าตนสามารถบดขยี้โม่อวี่และแก้แค้นให้พี่เฉินเฟิงได้อย่างง่ายดาย คิดไม่ถึงว่าฝ่ายตรงข้ามจะแข็งแกร่งขึ้นมาก นางตวาดเสียงดัง มุทราในมือพลันเปลี่ยนไป ใช้ศาสตร์ลับที่แข็งแกร่งยิ่งกว่าในการโจมตี
แต่อวิ๋นโม่มองความสามารถของนางออกแล้ว และตัดสินใจยุติการต่อสู้เพียงเท่านี้ หากเขายังเป็นระดับพรหมราชขั้นสี่ชั้นฟ้า ปะทะกับนางคงจะเป็นไปอย่างยากลำบาก แต่เขาที่เป็นขั้นเจ็ดชั้นฟ้าคิดจะเอาชนะนางก็ไม่ใช่เรื่องยากแล้ว
“เก้าผนึกเซียนต้องห้าม!”
อวิ๋นโม่ตะโกนในใจ เหยียดนิ้วออกไปวาดภาพกลางอากาศด้วยความรวดเร็ว จอมยุทธ์ในที่นั้นแทบจะมองตามความเคลื่อนไหวไม่ทัน อวิ๋นโม่สร้างเก้าผนึกเซียนต้องห้ามระดับเจ็ดขึ้นมาในชั่วพริบตา
“วิชาผนึก!” ลั่วชิงสุ่ยหน้าเปลี่ยนสี นางรู้สถานการณ์การต่อสู้ระหว่างอวิ๋นโม่และลั่วเฉินเฟิง ตระหนักถึงความร้ายกาจของวิชาผนึก วิชานี้แทบจะเป็นดาวข่มของมายาวารี นางจึงเปลี่ยนมุทราทันที พยายามหลบหลีกเก้าผนึกเซียนต้องห้าม
ถึงอย่างนั้นการเคลื่อไหวของนางก็ยังช้ากว่าอวิ๋นโม่ไปก้าวหนึ่ง กระบี่วิญญาณที่สร้างจากมายาวารีทั้งหมดถูกเขาผนึกเอาไว้
“ยัยหนู ให้ข้า…”
“อย่าด่วนดีใจไป! แม้เจ้าจะร้ายกาจ หากอยู่ภายนอกข้าอาจจะแพ้ แต่น่าเสียดายที่เป็นที่นี่ ข้าจึงชนะเจ้า! เพราะเจ้าไม่เข้าใจการรู้แจ้งของที่นี่ การควบคุมมรรคาเต๋าที่นี่เทียบกับข้าไม่ได้!”
ทันใดนั้นลั่วชิงสุ่ยก็เอื้อมมือคว้าออกไป พลังยิ่งใหญ่ที่อยู่รอบๆ รวมตัวกันกดทับอวิ๋นโม่
เมื่อสัมผัสได้ถึงความแข็งแกร่งของพลังนั้น อวิ๋นโม่ก็ขมวดคิ้วน้อยๆ มรรคาเต๋าสามารถใช้แบบนี้ได้ด้วยหรือ
………………………………………
Comments for chapter "ตอนที่ 727 ลูกหลานของเจียงเสี่ยวซู่"
MANGA DISCUSSION
Madara Info
Madara stands as a beacon for those desiring to craft a captivating online comic and manga reading platform on WordPress
For custom work request, please send email to wpstylish(at)gmail(dot)com