ตอนที่ 728 ช่วยลั่วชิงสุ่ย
ตอนที่ 728 ช่วยลั่วชิงสุ่ย
พลังมหาศาลที่มารวมกันอยู่บนบนยอดเขาทรงระฆัง หากอาศัยการรู้แจ้งจากมหาวิถีเต๋าก็จะสามารถชักนำพลังนี้มาใช้ได้ ก่อนหน้านี้อวิ๋นโม่ไม่เคยสังเกตสิ่งนี้มาก่อน พลังทรงอานุภาพที่ลั่วชิงสุ่ยดึงดูดมาแทบจะเทียบได้กับการโจมตีเต็มกำลังของอวิ๋นโม่ หากเขาไม่ได้เข้าใจมหาวิถีเต๋าของที่นี่อย่างลึกซึ้งคงจะรับมือไม่ไหว อย่างน้อยก็คงจะมีสภาพน่าอับอาย
แต่เขาได้เรียนรู้คัมภีร์มหาสุญญตา แล้วจะแพ้ให้นางได้อย่างไร
เผชิญหน้ากับพลังที่น่ากลัวนี้ อวิ๋นโม่ก็เงยหน้าขึ้น เขาไม่คิดหลบมันเลย และไม่ได้ใช้ศาสตร์ลับเพื่อต้านมัน คนรอบๆ มองอวิ๋นโม่ด้วยความประหลาดใจ ไม่รู้ว่าเขาเป็นบ้าหรือไรถึงกล้าเผชิญหน้ากับพลังที่น่ากลัวขนาดนี้ หากยังไม่ต้านไว้คงต้องจบชีวิตแล้ว!
เห็นอวิ๋นโม่ไม่เคลื่อนไหวราวกับตกใจจนนิ่งไป นางก็ร้อนใจขึ้นมา หญิงสาวคิดว่าเขาคงถูกพลังที่แข็งแกร่งจนน่ากลัวนี้ทำให้ขวัญหนีดีฝ่อจนไม่อาจขยับ ในใจของนางเกิดความสับสนและสำนึกผิด หากเป็นเช่นนี้โม่อวี่อาจถึงตาย หากรู้แต่แรกนางจะดึงพลังมาเพียงส่วนเดียว ตอนนี้แม้แต่นางก็ไม่สามารถควบคุมพลังที่แข็งแกร่งทั้งหมดนี้ได้แล้ว
“รีบหลบเร็ว!” ลั่วชิงสุ่ยตะโกน แม้นางต้องการเอาชนะอวิ๋นโม่ และทำให้ลั่วเฉินเฟิงดีใจ แต่ก็ไม่ต้องการฆ่าอวิ๋นโม่
ขณะที่พลังนี้กำลังจะทุ่มใส่อวิ๋นโม่ เขาก็ยื่นมือออกไปโดยไม่เกรงกลัวและวาดอักขระเต๋าพิสดารในอากาศ พลังที่ถูกลั่วชิงสุ่ยชักนำมาสลายไปในชั่วพริบตา
“เป็นไปได้อย่างไร” ทุกคนตกตะลึง ดวงตาของพวกเขาเบิกกว้างอย่างไม่เชื่อสายตา
“เป็นไปไม่ได้! เขาทำได้อย่างไร”
“ข้าอยู่ที่นี่มาตั้งนานก็ยังทำไม่ได้ถึงเพียงนั้น ได้แต่ใช้วิธีเดียวกันควบคุมพลังที่อยู่รอบๆ โจมตีอีกฝ่ายกลับไป เขาคลี่คลายการโจมตีได้ง่ายมาก เขาทำได้อย่างไร หรือว่าเขาไม่ต้องรับการรู้แจ้งก็ชำนาญมหาวิถีเต๋าของที่นี่แล้ว หรือว่าสาเหตุที่มาถึงที่นี่ได้ในเวลาอันสั้นก็เพราะเขาบรรลุมหาวิถีเต๋าของที่นี่แล้ว”
“นี่… เป็นไปไม่ได้ใช่ไหม ทำไมถึงมีคนที่น่ากลัวเช่นนี้” เหล่าจอมยุทธ์ที่อยู่รอบๆ ไม่กล้าเชื่อ พวกเขาอยู่ที่นี่มานานก็ยังไม่บรรลุ อวิ๋นโม่เพิ่งจะเดินขึ้นมาได้ไม่นาน หากบอกว่าเชี่ยวชาญมหาวิถีเต๋าของที่นี่ก็เป็นเรื่องที่แทบจะเป็นไปไม่ได้ แต่ดูเหมือนว่านอกจากคำอธิบายนี้ก็ไม่มีคำอธิบายอื่นแล้ว
เมื่อเห็นอวิ๋นโม่สลายการโจมตีของลั่วชิงสุ่ยได้อย่างง่ายดาย ทุกคนก็ตกตะลึง ลั่วชิงสุ่ยถึงกับตกใจจนถอยไปหลายก้าว ความแข็งแกร่งที่อวิ๋นโม่แสดงออกมาราวกับเป็นปีศาจ! ไม่ใช่ทักษะที่คนทั่วไปจะทำได้เลย
ขณะที่อยู่ระดับพรหมราชขั้นสี่ชั้นฟ้าก็เอาชนะลั่วเฉินเฟิงที่เป็นระดับพรหมราชขั้นเจ็ดชั้นฟ้า ในเวลาสั้นๆ ไม่กี่เดือนก็เลื่อนขั้นสูงขึ้นสามชั้นฟ้าโดยไม่ทิ้งข้อบกพร่องใดๆ ไว้ วันนี้เพิ่งจะก้าวขึ้นมาบนขั้นบันไดรอบภูเขาชั้นที่เจ็ดก็ชำนาญมรรคาเต๋าของที่นี่แล้ว ทั้งหมดนี้เหมือนไม่ใช่เรื่องจริง เรื่องเช่นนี้ควรมีอยู่แค่ในตำนานเท่านั้น จะเป็นจริงได้อย่างไร
ความสามารถของตนเองด้อยกว่าอีกฝ่าย ความเข้าใจในมรรคาเต๋าก็สู้อีกฝ่ายไม่ได้ ในใจของลั่วชิงสุ่ยเกิดความรู้สึกอึดอั้นขึ้นมา ขณะเดียวกันก็เริ่มกลัว เมื่อครู่นางต้องการเอาชนะอวิ๋นโม่เพื่อแก้แค้นให้ลั่วเฉินเฟิง คิดไม่ถึงว่านางไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเขาเลย
“ดูให้ดี ข้าจะแสดงให้เจ้าดูเพียงครั้งเดียว!” ทันใดนั้นอวิ๋นโม่ใช้ญาณหยั่งรู้ถ่ายทอดเสียง เขายื่นมือออกไปคว้าความว่างเปล่า ทันใดนั้นอักขระเต๋านับไม่ถ้วนก็ทะยานออกมาชักนำพลังที่อยู่รอบๆ มรรคาเต๋าเหล่านั้นคือสิ่งที่นางยังไม่อาจเข้าใจ แต่ภายใต้การแสดงของเขา พวกมันก็เปลี่ยนเป็นสิ่งที่เข้าใจได้ง่ายขึ้นมา
จากนั้นมรรคาเต๋าก็ปรากฏมากขึ้นเรื่อยๆ นั่นเป็นสิ่งที่นางเคยเข้าใจมาแล้ว มรรคาเต๋าเหล่านี้ไหลมารวมกันและดึงดูดพลังที่น่ากลัวปริมาณมหาศาล เหนือกว่าพลังที่นางเคยขับเคลื่อนไม่รู้กี่เท่า
เวิ้ง!
พลังของมรรคาเต๋าดึงดูดพลังปริมาณมหาศาลที่อยู่รอบๆ ให้เคลื่อนไหวและพุ่งเข้าหานาง
“โม่อวี่บ้าไปแล้วหรือ” ผู้คนรอบๆ ตกตะลึงจนหน้าเปลี่ยนสี พลังที่น่ากลัวขนาดนั้น หากซัดใส่ลั่วชิงสุ่ยคงจะทำให้อัจฉริยะหญิงผู้นี้ต้องจบชีวิตแล้ว
“หยุดมือ!” เหล่าคนที่รู้สึกดีกับนางต่างตะโกนกร้าว ขณะเดียวกันก็กระตุ้นพลังปราณและมรรคาเต๋าโจมตีออกไป คิดจะหยุดยั้งอวิ๋นโม่
ลั่วชิงสุ่ยถูกพลังที่น่าสะพรึงกลัวทำเอาตกใจจนหน้าซีด ขยับร่างถอยหลังไม่หยุด อวิ๋นโม่เห็นก็ขมวดคิ้วน้อยๆ ดูเหมือนว่ายัยหนูนี่จะยังขาดความแข็งแกร่งทางด้านจิตใจอยู่บ้าง เขาตะโกน “อย่าถอย มองดูให้ชัดๆ!”
ฟิ้ว!
พลังงานอันน่าสะพรึงกลัวพุ่งไปถึงหน้าลั่วชิงสุ่ย ขณะที่ใกล้จะสัมผัสกับใบหน้าของนางก็หยุดลงกะทันหัน เสียงตะคอกเมื่อครู่ของอวิ๋นโม่คล้ายเป็นมนตราที่มีพลังมหาศาล ทำให้ลั่วชิงสุ่ยหยุดขยับและเงยหน้ามองทันที ทันใดนั้นมรรคาเต๋าที่ลึกซึ้งทั้งหมดก็ตีแผ่ต่อหน้านาง ชั่วพริบตาหญิงสาวก็เข้าใจมหาวิถีเต๋ามากมายที่ตนไม่เคยเข้าใจมาก่อน ก่อนหน้านี้มรรคาเต๋าที่นางสัมผัสและรับรู้ได้เป็นเหมือนกับการมองภูเขาผ่านสายหมอก ตอนนี้อวิ๋นโม่ทำให้หมอกกระจายออกไปและภูเขาปรากฏตรงหน้านางอย่างชัดเจน
ด้านหลัง เหล่าจอมยุทธ์ที่คิดจะเข้ามาช่วยเหลือลั่วชิงสุ่ยต่างใช้วิธีล้อมเว่ยช่วยจ้าว โจมตีอวิ๋นโม่เพื่อให้เขาล้มเลิกการโจมตีนาง สัมผัสได้ถึงพลังโจมตีที่มาถึงด้านหลัง อวิ๋นโม่ก็นำผนึกปฐมอัสนีนิลสุวรรณออกมาขว้างออกไป
ตูม!
พลังที่โจมตีอวิ๋นโม่ถูกทำลายไปทีละคน ทุกคนตกใจ คิดไม่ถึงว่าความแข็งแกร่งของพวกตนจะด้อยกว่าอวิ๋นโม่ อวิ๋นโม่เก็บผนึกปฐมอัสนีนิลสุวรรณกลับไป แต่ไม่ทำอะไรคนเหล่านี้ พวกเขาโจมตีตนก็เพราะเข้าใจผิดและต้องการช่วยเหลือลั่วชิงสุ่ยเท่านั้น
คนเหล่านั้นมองอวิ๋นโม่อย่างไม่เชื่อสายตา “คนผู้นี้จะมีพลังขนาดนี้ได้อย่างไร”
เมื่อครู่ตอนที่เห็นอวิ๋นโม่ พวกเขายังคิดว่าชายหนุ่มเป็นแค่ระดับพรหมราชขั้นสี่ชั้นฟ้าเท่านั้น ไม่มีทางเทียบกับพวกตนที่เหนือกว่ามากได้เลย แต่แล้วสิ่งที่อวิ๋นโม่แสดงออกมากลับเหนือความคาดหมายของพวกเขาครั้งแล้วครั้งเล่า ตอนแรกที่แสดงพลังระดับพรหมราชขั้นเจ็ดชั้นฟ้า พวกเขายังไม่กล้าเชื่อ จากนั้นเอาชนะลั่วชิงสุ่ย ทั้งยังกระจ่างในมรรคาเต๋าของที่นี่ ตอนนี้พวกเขาถึงได้เข้าใจว่า แม้ระดับยุทธ์ของพวกเขาจะสูงกว่า แต่ความสามารถยังเทียบอวิ๋นโม่ไม่ได้
เปรี๊ยะ!
พลังงานที่น่ากลัวขุมนั้นค่อยๆ สลายไป ส่วนลั่วชิงสุ่ยยังคงจมดิ่งอยู่ในการรู้แจ้งถึงมรรคาเต๋านั้น
ในช่วงเวลาสั้นๆ นี้ หากนางยังไม่สามารถเข้าใจ เช่นนั้นอวิ๋นโม่ก็ไม่จำเป็นต้องช่วยเหลือนางอีกแล้ว อีกอย่างคนที่เขาต้องการช่วยก็คือนางเท่านั้น ไม่ได้อยากมอบโอกาสนี้ให้ผู้อื่นแบบได้เปล่า อีกอย่างหากยังปล่อยให้เวลาผ่านไปอีกครู่หนึ่งอาจมีใครสังเกตความผิดปกติและดูออกว่าเขาไม่ได้ต่อสู้กับนาง อวิ๋นโม่จึงปล่อยให้พลังและมรรคาเต๋าขุมนั้นสลายไป
“ฟู่!”
“สุดท้ายเขาก็ยังไม่กล้าฆ่าเทพธิดาชิงสุ่ยไปจริงๆ” เหล่าคนที่กังวลแทนนางต่างถอนหายใจอย่างโล่งอก
พอจบเรื่องอวิ๋นโม่ก็ยกเท้าเดินขึ้นไปบนบันไดรอบภูเขาชั้นต่อไป ยามนี้คนที่อยู่รอบๆ ไม่มีใครกล้าเยาะหยันอะไรอีกแล้ว
หลังจากเหยียบขั้นบันไดหิน อวิ๋นโม่ก็หันกลับไปมองลั่วชิงสุ่ยก่อนเอ่ย “ลองคิดดูสิว่าข้าทำลายการโจมตีของเจ้าได้อย่างไร”
ลั่วชิงสุ่ยใช้ญาณหยั่งรู้ถ่ายทอดเสียงถามกลับไป “ทำไมถึงช่วยข้า”
อวิ๋นโม่ยิ้มโดยไม่อธิบาย
“ฮึ!” เมื่อเห็นอวิ๋นโม่ไม่พูด นางก็ทำสีหน้าขุ่นเคือง “อย่าคิดว่าช่วยข้าแล้วข้าจะต้องซาบซึ้ง เจ้าทำลายศักดิ์ศรีของพี่เฉินเฟิงในสวนท้อ ทำให้เขาไม่มีความสุข ข้าเกลียดเจ้า!”
อวิ๋นโม่ได้ยินก็ไม่พอใจ ก็เอ่ยอย่างไม่สบอารมณ์ “เจ้าลั่วเฉินเฟิงนั่นจะมีคุณสมบัติให้เจ้าเรียกว่าพี่ชายได้อย่างไร คนแบบนั้น ภายหน้าเจ้าควรอยู่ให้ห่างจากเขาสักหน่อย”
แม้ลั่วชิงสุ่ยมีความสามารถแข็งแกร่งแต่ก็ไร้เดียงสา ส่วนลั่วเฉินเฟิงแค่เห็นก็ดูออกว่าเป็นคนเจ้าเล่ห์ อวิ๋นโม่กลัวว่าหากนางใกล้ชิดลั่วเฉินเฟิงมากเกินไปจะต้องเสียเปรียบในภายหลัง
จากนั้นอวิ๋นโม่ก็หันหลังเดินขึ้นเขาไป
หลังจากได้ยินคำพูดของอวิ๋นโม่ นางก็กระทืบเท้าด้วยความโมโห คนผู้นี้คิดว่าตัวเองเป็นใคร อาศัยอะไรมาพูดกับนางด้วยท่าทีเหมือนเป็นผู้อาวุโส
นางกัดริมฝีปาก มองเงาหลังของเขาด้วยความโกรธเคือง ไม่พอใจอย่างยิ่ง แต่นี่ก็ทำให้นางเกิดความรู้สึกอยากรู้จักเขาขึ้นมา คนผู้นี้ที่จริงแล้วมีนิสัยเช่นไรกันแน่ ก่อนหน้านี้ตอนที่เห็นสภาพหลังพ่ายแพ้ของลั่วเฉินเฟิง นางคิดว่าอวิ๋นโม่เป็นตัวเลวร้าย เมื่อครู่ถึงได้ปฏิบัติต่อเขาเช่นนั้น แต่เจ้าตัวร้ายในสายตาของนาง ยามนางท้าทายอีกฝ่ายแล้วพ่ายแพ้ กลับไม่ซ้ำเติมนาง ทั้งยังช่วยให้นางได้รู้แจ้งในมรรคาเต๋าบนขั้นบันไดรอบภูเขา คนผู้นี้แปลกประหลาดจริงๆ!
“พี่เฉินเฟิงบอกว่าในโลกนี้มีคนไม่ดีมากมาย ที่เขาช่วยให้ข้าได้รับการรู้แจ้งคงไม่ได้วางแผนอะไรไว้ใช่ไหม” ลั่วชิงสุ่ยคิดเรื่องนี้ก็กลับมามองอวิ๋นโม่เป็นตัวร้ายอีกครั้ง “ข้าจะดูสิว่าเจ้าจะไปได้ไกลสักแค่ไหน! พี่ชายคนนั้นขึ้นไปถึงขั้นบันไดรอบภูเขาชั้นที่เก้าแล้ว จะต้องร้ายกาจกว่าเจ้าแน่!”
คิดเช่นนี้นางก็เดินตามอวิ๋นโม่ไปอย่างกระฟัดกระเฟียด มุ่งหน้าสู่บันไดชั้นที่แปด
“ทำไมเทพธิดาชิงสุ่ยถึงตามเขาไปแล้ว” มีคนถามอย่างสงสัย
อวิ๋นโม่สามารถขึ้นไปบันไดชั้นที่แปดได้ ทุกคนไม่สงสัย แต่ลั่วชิงสุ่ยไม่น่าจะทำได้ เพราะก่อนหน้านี้นางทำได้เพียงขึ้นมาอยู่ระหว่างบันไดรอบภูเขาชั้นที่เจ็ดและชั้นที่แปดเท่านั้น ยังห่างจากขั้นบันไดรอบภูเขาชั้นที่แปดอีกไกล จอมยุทธ์ที่อยู่ในชั้นที่เจ็ดนี้มีอยู่หลายคนที่เดินไปได้ไกลกว่านาง
ในไม่ช้าพวกเขาก็ต้องตาโต เพราะไม่เพียงอวิ๋นโม่ที่เดินขึ้นไปบนขั้นบันไดรอบภูเขาชั้นที่แปดได้อย่างราบรื่น แม้แต่ลั่วชิงสุ่ยก็ยังขึ้นไปบนชั้นที่แปดได้อย่างง่ายดาย
“นี่มันเรื่องอะไรกัน” ฝูงชนเบิกตากว้างอย่างงุนงง ลั่วชิงสุ่ยต่อสู้กับอวิ๋นโม่เพียงครู่เดียวก็เข้าใจมรรคาเต๋าทั้งหมดนี้แล้วหรือ
“อ้ายหยา หากรู้แต่แรก ข้าน่าจะสู้กับโม่อวี่สักรอบ!” มีบางคนคร่ำครวญ
มีคนเบ้ปาก “เหอะ ผู้อื่นคงจะรักบุปผาถนอมหยก ข้ากล้าพนันว่าหากเจ้าออกไปจะต้องถูกคนผู้นั้นฆ่าตาย!”
คนที่พูดเมื่อครู่ได้ยินแล้วก็หดคอทันที ด้วยความแข็งแกร่งของอวิ๋นโม่ คิดจะฆ่าเขานั้นไม่เปลืองแรงเลย
หลังจากอวิ๋นโม่ขึ้นไปที่ขั้นบันไดรอบภูเขาชั้นที่แปดแล้วก็เห็นลั่วชิงสุ่ยเดินตามขึ้นมาและมองเขาด้วยความโมโห อวิ๋นโม่รู้สึกขบขัน ลั่วชิงสุ่ยที่เป็นเช่นนี้ช่างน่ารักน่าเอ็นดู เขาไม่สนใจนางอีก หันหลังเงยหน้ามองออกไปก็เห็นว่าระหว่างขั้นบันไดรอบภูเขาชั้นที่แปดและเก้ามีคนผู้หนึ่งกำลังค่อยๆ มุ่งหน้าขึ้นไปและใกล้จะถึงชั้นที่เก้าแล้ว
ร่างนั้นดูคุ้นเคยมาก
“อั่ก!”
ขณะที่ชายคนนั้นพยายามขึ้นบันไดขั้นที่เก้า ทันใดนั้นก็กระอักเลือดกบปาก ร่างสั่นสะท้านและล้มลง
“ที่แท้ก็เป็นเขา” อวิ๋นโม่จำคนผู้นั้นได้ นั่นคือเซี่ยหมิงเต๋อแห่งตระกูลเซี่ย ก่อนหน้านั้นพวกเขาต่อสู้กันในสวนสมุนไพรของวังมหาสุญญตา ชายคนนั้นเป็นอัจฉริยะอันดับต้นๆ ของตระกูลเซี่ย เขาสามารถเข้าไปใกล้ขั้นบันไดรอบภูเขาชั้นที่เก้าได้แล้ว อันที่จริงอวิ๋นโม่เคยลองคำนวณดูว่าด้วยความแข็งแกร่งและการรู้แจ้งของเขาในตอนนี้ หากไม่ได้ศึกษาคัมภีร์มหาสุญญตามาก่อนก็คงสู้เซี่ยหมิงเต๋อไม่ได้
“จะต้องเอาต้นมหาโพธิ์มาให้ได้ เช่นนี้ การรู้แจ้งของข้าจึงจะไม่ด้อยกว่าผู้อื่น!” อวิ๋นโม่กำหมัดแน่น ตั้งมั่นกับตนเอง
ตอนนี้เขายังไม่กังวล การศึกษาคัมภีร์มหาสุญญตาทำให้เขามีข้อได้เปรียบเหนือผู้อื่น
“โอ้ คิดไม่ถึงว่าพี่เซี่ยจะล้มเหลวอีกแล้ว”
“แต่หากจะบอกว่าใครในพวกเรามีโอกาสขึ้นไปได้มากที่สุด เกรงว่าคงต้องเป็นพี่เซี่ยเท่านั้น”
คนที่อยู่บนบันไดชั้นที่แปดส่วนใหญ่เป็นจอมยุทธ์ระดับพรหมราชขั้นเก้าชั้นฟ้า อีกทั้งมีหลายคนที่เป็นยอดฝีมือระดับพรหมราชชั้นสูงสุด
“พี่ใหญ่!” เซี่ยอี้อยู่บนขั้นบันไดรอบภูเขาชั้นที่แปดเช่นกัน เขาพุ่งขึ้นไป มองเซี่ยหมิงเต๋อด้วยความเป็นห่วง
“ข้าไม่เป็นอะไร!” เซี่ยหมิงเต๋อโบกมือ และมองไปทางอวิ๋นโม่ แววตาของเขาดุร้ายขึ้นมา
………………………………………
Comments for chapter "ตอนที่ 728 ช่วยลั่วชิงสุ่ย"
MANGA DISCUSSION
Madara Info
Madara stands as a beacon for those desiring to craft a captivating online comic and manga reading platform on WordPress
For custom work request, please send email to wpstylish(at)gmail(dot)com