ตอนที่ 731 ปีนต่อไป
ตอนที่ 731 ปีนต่อไป
เซี่ยหมิงเต๋อรวบรวมพลังรอบๆ ไม่ทัน ถูกระเบิดซัดอย่างจัง ทุกคนได้ยินเสียงระเบิดชัดเจน เสียงร้องโหยหวนดังขึ้น
จอมยุทธ์ที่อยู่รอบๆ ต่างสะท้าน ครั้งนี้เซี่ยหมิงเต๋อไม่ทันได้ชักนำพลังมาปะทะกับอวิ๋นโม่ก็ถูกเล่นงานแล้ว แค่คิดก็รู้สึกน่ากลัวมาก เมื่อถูกพลังที่น่าสะพรึงกลัวเช่นนี้เล่นงาน ต่อให้เป็นเซี่ยหมิงเต๋อก็คงไม่ไหวกระมัง
ผ่านไปครู่หนึ่ง ความผันผวนบริเวณนั้นก็จางไปจนเห็นสภาพที่แท้จริง หลังจากทุกคนเห็นสภาพยับเยินของเซี่ยหมิงเต๋อก็สูดลมหายใจอย่างเหน็บหนาว เซี่ยหมิงเต๋อเสื้อผ้าขาดวิ่น ไม่ว่าที่ใดก็มีบาดแผล เส้นผมยุ่งเหยิง คุกเข่าข้างหนึ่งกับพื้น ลมหายใจแผ่วเบา เห็นชัดว่าบาดเจ็บหนัก
“พี่ใหญ่!” เซี่ยอี้ร้องอย่างเจ็บช้ำ พี่ใหญ่ที่เขาเห็นว่าไร้เทียมทานกลับแพ้ไอ้หนูระดับพรหมราชขั้นเจ็ดชั้นฟ้าคนหนึ่ง ทำให้เขาปวดใจยิ่ง
เซี่ยอี้ไปหาเซี่ยหมิงเต๋อ นำโอสถรักษาบาดแผลเม็ดหนึ่งออกมาให้พี่ชายกิน อันที่จริงอาการของเซี่ยอี้ก็ไม่ได้ดีไปกว่าเซี่ยหมิงเต๋อ ไม่เช่นนั้นเมื่อครู่เมื่อเห็นว่าเซี่ยหมิงเต๋อตกอยู่ในอันตราย เขาจะไม่ช่วยเหลือได้อย่างไร
อวิ๋นโม่ย่างกรายทีละก้าวก่อนส่ายหน้า “ก่อนหน้านี้ข้าก็บอกแล้วว่าไม่อยากมีเรื่องกับพวกเจ้า ทำไมพวกเจ้าต้องหาเรื่องให้ตัวเองเดือดร้อนจนต้องตกอยู่ในสภาพนี้ นี่ไม่เกี่ยวอะไรกับข้าเลย”
เซี่ยอี้มองอวิ๋นโม่พร้อมตะโกนอย่างไม่พอใจ “โม่อวี่ เจ้าอย่าได้ใจไป! ข้าไม่เชื่อว่าเจ้ากล้าฆ่าพวกเรา!”
เซี่ยหมิงเต๋อกัดฟันไม่พูด เห็นชัดว่าเขาไม่สามารถยอมรับความจริงว่าตัวเองแพ้แล้ว
อวิ๋นโม่พยักหน้า “ข้าไม่ฆ่าพวกเจ้าจริงๆ…”
เซี่ยอี้ได้ยินก็แค่นหัวเราะ เกิดความมั่นใจอีกครั้ง เมื่อครู่เขาหวาดกลัวอยู่บ้าง ตอนนี้เงยหน้าขึ้นได้แล้ว
อวิ๋นโม่กล่าวต่อ “เพราะฆ่าแมลงสกปรกอย่างพวกเจ้า ไม่เพียงเปื้อนมือ แต่ยังไม่คุ้มค่า”
“เจ้า!” เซี่ยอี้อับอายยิ่ง ที่ผ่านมาไม่มีใครกล้าพูดกับพวกเขาเช่นนี้ หากใครกล้า เขาคงซัดฝ่ามือใส่มันไปแล้ว แต่ตอนนี้เขาไม่กล้าลงมือกับอวิ๋นโม่อีก
“เจ้าจะเอาอย่างไร” เซี่ยหมิงเต๋อได้สติแล้วกัดฟันถาม
อวิ๋นโม่ยักไหล่ “เดิมทีระหว่างพวกเราไม่มีความแค้น เป็นพวกเจ้าหาเรื่องใส่ตัวถึงได้มีจุดจบเช่นตอนนี้ เจ้าท้าทายข้า ใช้ท่าทีจองหองยั่วยุข้าครั้งแล้วครั้งเล่า เช่นนั้นก็ต้องจ่ายค่าตอบแทน”
คิดดูแล้วอวิ๋นโม่ก็เอ่ย “เอาแบบนี้แล้วกัน พวกเจ้าเอาสมุนไพรวิญญาณที่ได้รับในสวนสมุนไพรทั้งหมดออกมา จ่ายเป็นค่าชดเชยที่หาเรื่องข้า”
“ฝันไปเถอะ!” เซี่ยอี้สบถ พวกเขาเคียดแค้นที่อวิ๋นโม่เก็บสมุนไพรวิญญาณส่วนใหญ่ไป ทั้งยังต้องการได้ส่วนนั้นคืน แล้วจะยอมมอบสมุนไพรที่ตนเองเก็บมาได้อย่างไร
เซี่ยหมิงเต๋อยังกล่าวอีก “เจ้าก็รู้ว่านี่เป็นไปไม่ได้”
อวิ๋นโม่แค่นหัวเราะ “เจ้าคิดว่าข้าปรึกษาเจ้าอยู่หรือ หากพวกเจ้าไม่ให้ก็ง่ายมาก ข้าเข้าไปเอาเอง แต่ถึงตอนนั้นสิ่งที่พวกเจ้าสูญเสียเกรงว่าคงไม่ใช่แค่สมุนไพรเหล่านั้นแล้ว”
“เจ้า!” เซี่ยอี้อับอายมาก แต่เขากลัวจริงๆ ตอนนี้พวกเขาแพ้แล้ว เสี่ยงจะถูกสังหารได้ทุกเมื่อ คนผู้นี้อาจทำเรื่องเช่นนั้นขึ้นมาจริงๆ
เห็นทั้งสองคนไม่เคลื่อนไหว อวิ๋นโม่ก็ยิ้มเย็นชาและก้าวออกไป “ในเมื่อเจ้าไม่ยอมมอบออกมา เช่นนั้นข้าก็ต้องไปเอามาเอง”
“รอก่อน!” เซี่ยหมิงเต๋อตะโกน สีหน้าแปรเปลี่ยนไปมา ไม่นานก็กัดฟันพูด “พวกเราให้!”
“พี่ใหญ่!” เห็นได้ชัดว่าเซี่ยอี้ไม่เห็นด้วย แม้สมุนไพรวิญญาณที่พวกเขาเก็บมาได้จะมีจำนวนน้อยกว่ามาก แต่พวกมันก็มีคุณค่าไม่อาจประเมิน จะยอมยกให้ผู้อื่นได้อย่างไร
“มีทางเลือกอื่นอีกหรือ” เซี่ยหมิงเต๋อมองน้องชายด้วยสีหน้าเรียบเฉย “ในเมื่อแพ้ก็ต้องยอมรับ!”
ในที่สุดเซี่ยอี้และเซี่ยหมิงเต๋อก็หยิบสมุนไพรวิญญาณที่พวกเขาเก็บในสวนสมุนไพรทั้งหมดออกมา อวิ๋นโม่รับมาเก็บลงในโลกใบน้อยอย่างไม่เกรงใจ จำนวนสมุนไพรที่ทั้งสองคนเก็บได้ในวันนั้นมีอยู่เท่าไร เขาพอจะประมาณได้ จำนวนที่นำออกมาไม่ขาดไปมากนัก แม้จะเก็บซ่อนไว้บ้างก็พอจะปล่อยผ่านไปได้
“คนแซ่โม่ อย่าได้ใจไป สักวันหนึ่งเจ้าจะต้องชดใช้!” เซี่ยอี้พูดอย่างแค้นเคือง
“ไม่เคยเห็นคนที่แพ้แล้วยังโอหังขนาดนี้มาก่อน” อวิ๋นโม่พูด ทันใดนั้นก็ใช้มรรคาเต๋ากำเนิดสายฟ้ามาถึงตรงหน้าเซี่ยหมิงเต๋อและเซี่ยอี้ “ในเมื่อเป็นเช่นนี้ ก่อนถึงตอนนั้นข้าจะให้เจ้าจ่ายแพงกว่าเดิม!”
ตูม!
อั้ก!
หลังเสียงอึกอักสองครั้ง อัจฉริยะตระกูลเซี่ยทั้งสองคนก็ถูกอวิ๋นโม่เตะลงไปจากขั้นบันไดรอบภูเขาชั้นที่แปด
“เฮือก!” ทุกคนรู้ดีว่าบนสถานที่แห่งนี้เหาะไม่ได้ พี่น้องตระกูลเซี่ยบาดเจ็บแล้วยังร่วงลงไป เกรงว่าคงไม่ดีนัก แววตาที่พวกเขามองอวิ๋นโม่เปลี่ยนเป็นยำเกรง ชายที่มีนามว่าโม่อวี่น่ากลัวมากจริงๆ ไม่ใช่คนที่พวกเขาจะล่วงเกินได้
บนชั้นที่เจ็ด จู่ๆ ก็มีเสียงร้องสองเสียง ทำเอาผู้คนที่กำลังรับการรู้แจ้งตกใจจนกระโดดตัวลอย
“ใครกัน!” ทุกคนเงยหน้ามองด้วยความโกรธ จากนั้นก็พบว่าพี่น้องตระกูลเซี่ยร่วงลงมาจากอากาศเลือดท่วมตัว
“เฮอะ…”
“เซี่ยอี้กับเซี่ยหมิงเต๋อ? พวกเขาร่วงลงมาจากข้างบนได้อย่างไร หรือการรู้แจ้งด้านบนจะมีอันตรายบางอย่าง” เห็นสภาพน่าสังเวชของทั้งสอง จอมยุทธ์ที่อยู่รอบๆ ต่างก็รู้สึกหนาวไปทั้งร่าง นี่มันน่าอนาถเกินไปแล้ว
มีคนเดินเข้ามาช้าๆ “เจ้าสองคนไม่เป็นไรใช่ไหม พวกเจ้า… กำลังฝึกอะไรอยู่หรือ”
เซี่ยหมิงเต๋อเป็นยอดอัจฉริยะ พลังยุทธ์ระดับพรหมราชชั้นสูงสุด พวกเขาไม่คิดว่าสองคนนี้จะถูกทุบตี จึงเข้าใจว่าทั้งสองคนจะต้องฝึกฝนสิ่งใดที่พิเศษมากๆ
เซี่ยอี้ได้ยินก็ตวาดอย่างโกรธเกรี้ยว “ไปให้พ้น!”
ฝึกฝน? ฝึกกับมารดาเจ้าน่ะสิ มารดามันเถอะ เจ้ามาฝึกบ้างไหม
คนที่เข้ามาถามถอยออกไปด้วยความไม่พอใจ ทั้งที่เขาถามดีๆ ทำไมต้องด่ากันด้วย ความแข็งแกร่งของเขาในตอนนี้เทียบกับสองพี่น้องไม่ได้ แต่เป็นเพราะระดับยุทธ์ต่ำ พวกเขาเองเป็นอัจฉริยะอันดับต้นๆ ของขุมกำลังหนึ่ง มีความภาคภูมิใจในตนเอง ถูกด่าเช่นนี้ก็ไม่พอใจ คนที่เหลือไม่มีใครสนใจทั้งสองอีก ต่างหลับตารับการรู้แจ้งต่อไป
บนบันไดของชั้นที่แปด อวิ๋นโม่หาสถานที่แห่งหนึ่งเริ่มปิดตารับการรู้แจ้ง แม้เขาศึกษาคัมภีร์มหาสุญญตาแต่ไม่ได้เข้าใจมรรคาเต๋าของที่นี่ในทันที เขานั่งลงและเริ่มรับการรู้แจ้งมรรคาเต๋า
ลั่วชิงสุ่ยที่อยู่ข้างๆ เผยสีหน้าซับซ้อน เดิมทีนางคิดจะเอาชนะอวิ๋นโม่เพื่อระบายโทสะให้ลั่วเฉินเฟิง คิดไม่ถึงว่าอีกฝ่ายจะแข็งแกร่งถึงขนาดนี้ ตอนนี้ลองคิดดูแล้ว ความคิดก่อนหน้านี้ของนางดูเป็นเด็กทารกและไร้สาระมาก เวลานี้นางไม่คิดว่าอวิ๋นโม่ชี้แนะนางเพราะมีแผนการอะไรอีก อวิ๋นโม่แข็งแกร่ง หากต้องการเล่นงานนางจะมัวอ้อมค้อมให้ลำบากไปทำไม
แต่อย่างไรนางก็ยังรู้สึกไม่พอใจ ความรู้สึกนี้อธิบายได้ไม่ชัดเจน ได้แต่ยู่ปากและนั่งขัดสมาธิเริ่มการรู้แจ้ง
“ต่อให้เจ้าร้ายกาจเพียงไหนก็ไม่สามารถเทียบได้กับพี่ชายผู้นั้น!” ลั่วชิงสุ่ยคิดเช่นนี้แล้วก็เงยหน้ามองขั้นบันไดรอบภูเขาชั้นที่เก้า
หนึ่งชั่วยามต่อมา บนชั้นที่เจ็ด เซี่ยหมิงเต๋อและเซี่ยอี้ค่อยๆ ลุกขึ้นได้ อาการบาดเจ็บของพวกเขาไม่ส่งผลกระทบต่อการเคลื่อนไหวมากนัก หากคิดจะรักษาให้หายต้องใช้เวลาสักระยะหนึ่ง
“พี่ใหญ่ คิดว่าเจ้านั่นจะปีนขึ้นบันไดชั้นที่เก้าได้หรือไม่” เซี่ยอี้กัดฟันถาม แน่นอนว่าเขาไม่อยากเห็นอวิ๋นโม่ขึ้นไป
เซี่ยหมิงเต๋อเอ่ยเสียงต่ำ “จากการสังเกตของข้า เขาน่าจะฝืนขึ้นไปได้ หากเขาได้รับการรู้แจ้งบนชั้นที่แปดสักระยะก็น่าจะไม่มีปัญหา แม้จะไม่อยากเห็น แต่มันคงเป็นเช่นนั้น”
สีหน้าของเซี่ยอี้ย่ำแย่ถึงขีดสุด “เป็นไปได้ไหมว่าเจ้านั่นมีโอกาสปีนไปถึงชั้นบนสุด”
ทันใดนั้นเซี่ยหมิงเต๋อก็หัวเราะ “หากข้าเดาไม่ผิด วาสนาที่อยู่บนนั้นจะต้องเป็นสิ่งสุดยอด! และโอกาสแบบนี้มักเป็นของคนเพียงคนเดียว”
“ท่านหมายความว่า?” ดวงตาของเซี่ยอี้สว่างวาบ
“ไม่ผิด คนที่อยู่บนขั้นบันไดรอบภูเขาชั้นที่เก้าจะต้องไม่ยอมให้มันสมหวัง!” เซี่ยหมิงเต๋อแค่นหัวเราะ
เซี่ยอี้หัวเราะอย่างชั่วร้าย “ลั่วเชียนเฮิ่น ยอดฝีมือระดับพรหมราชชั้นสูงสุด ความแข็งแกร่งของเขาไม่ด้อยไปกว่าพี่ใหญ่ แม้จะเป็นที่รู้จักในฐานะอัจฉริยะอันดับสองในหมู่ศิษย์ระดับพรหมราชของสำนักเทพสวรรค์ลั่วเทียน แต่การรู้แจ้งของเขาเหนือกว่าคนอื่นมาก!”
เซี่ยหมิงเต๋อสีหน้าเปลี่ยนไป ที่จริงเขารู้ว่าน้องชายพูดเช่นนี้เพื่อไว้หน้าเขา ลั่วเชียนเฮิ่นแม้ถูกเรียกว่าอันดับสองแต่ความสามารถไม่มีทางด้อยไปกว่าตน!
เรื่องเหล่านี้ล้วนไม่ใช่สิ่งสำคัญ ถึงอีกฝ่ายแข็งแกร่งกว่าตน แต่เมื่ออยู่ที่นี่ก็ไม่มีประโยชน์ ประเด็นคือคนผู้นั้นมีความสามารถในการรู้แจ้งสูงที่สุด เรียกว่าทั่วทั้งดินแดนศักดิ์สิทธิ์มีเพียงไม่กี่คนที่เทียบกับเขาได้ ความสามารถของคนผู้นั้นแม้แต่จักรพรรดิสวรรค์ลั่วเทียนยังเอ่ยชมด้วยตนเอง
บนภูเขาทรงระฆังลูกนี้ การรู้แจ้งเป็นสิ่งสำคัญที่สุด ลั่วเชียนเฮิ่นเป็นคนเดียวที่ปีนไปถึงชั้นที่เก้า เขาอยู่บนบันไดชั้นที่แปดครึ่งชั่วยามเท่านั้นก็รู้แจ้งมรรคาเต๋าทั้งหมดแล้ว ความสามารถในการรู้แจ้งของเขาน่ากลัวมาก ไม่ธรรมดาเลย
ลั่วเชียนเฮิ่นปีนขึ้นมาบนขั้นบันไดรอบภูเขาชั้นที่เก้านานแล้ว เซี่ยหมิงเต๋อเดาว่าคนผู้นั้นอาจปีนไปถึงชั้นบนสุดได้ในไม่ช้า ความแข็งแกร่งของลั่วเชียนเฮิ่นน่าจะไม่มีใครที่อยู่ในระดับพรหมราชในที่นี้เทียบได้ โม่อวี่ขึ้นไปบนบันไดชั้นที่เก้าก็ต้องแย่งชิงโอกาสกับลั่วเชียนเฮิ่น แล้วลั่วเชียนเฮิ่นจะยอมให้โม่อวี่สมหวังได้อย่างไร
ระหว่างทั้งสองมีความเป็นไปได้สูงมากว่าจะเกิดการต่อสู้กัน และเห็นได้ชัดว่าโม่อวี่ไม่ใช่คู่ต่อสู้ของลั่วเชียนเฮิ่น
ต่อให้เดาผิด คนทั้งสองไม่ต่อสู้กันเพื่อโอกาสที่ไม่รู้ว่ามีอยู่จริงหรือไม่ แต่จากความเข้าใจของตนที่มีต่อลั่วเชียนเฮิ่น ถึงจะเป็นเช่นนั้นลั่วเชียนเฮิ่นก็คงจะลงมืออยู่ดี เพราะโม่อวี่ทำให้ลั่วเฉินเฟิงได้รับความอับอายในงานพบปะแลกเปลี่ยนของเหล่าอัจฉริยะ ลั่วเฉินเฟิงไม่เพียงเป็นศิษย์ของสำนักเทพสวรรค์ลั่วเทียนเท่านั้น แต่ยังเป็นลูกหลานของจักรพรรดิสวรรค์ลั่วเทียนอีกด้วย ลั่วเชียนเฮิ่นเจออวิ๋นโม่จะมีเหตุผลใดที่ไม่โจมตี
“ไป ไปดูกัน” เซี่ยหมิงเต๋อกล่าว เตรียมตัวขึ้นไปบนขั้นบันไดรอบภูเขาชั้นที่แปดอีกครั้ง
“พี่ใหญ่ รออีกหน่อยได้ไหม เผื่อเจ้านั่นยังไม่ไป…” เซี่ยอี้เหลือบมองขั้นบันไดรอบภูเขาชั้นที่แปด เห็นได้ชัดว่าเขากลัวอวิ๋นโม่
“กลัวอะไร!” เซี่ยหมิงเต๋อปรายตามองน้องชายไม่เอาถ่าน “อีกเดี๋ยวถ้าเห็นมัน พวกเราก็รอสักครู่ค่อยขึ้นไป เฮอะๆ ถ้ามันอยู่ที่นั่นก็ยิ่งดี เพราะนั่นแสดงว่า การแจ้งของมันไม่ดีเท่าลั่วเชียนเฮิ่น! เช่นนี้มันจะต้องตกเป็นรองลั่วเชียนเฮิ่นแน่!”
ดวงตาของเซี่ยอี้สว่างขึ้นมา พี่ใหญ่พูดมีเหตุผล หากโม่อวี่พลาดท่ายามต่อสู้กับลั่วเชียนเฮิ่นจนได้รับบาดเจ็บหนัก บางทีพวกเขาอาจมีโอกาสชิงสิ่งที่เสียไปคืนมา!
ในเวลานี้อวิ๋นโม่ยังคงอยู่ตรงขั้นบันไดรอบภูเขาชั้นที่แปด ที่จริงเขาใช้เวลาเพียงหนึ่งเค่อก็เข้าใจมรรคาเต๋าของที่นี่แล้ว แต่เหตุผลที่รั้งอยู่ที่นี่ให้นานขึ้นก็เพื่อวิเคราะห์หลักมรรคาเต๋าเหล่านี้อย่างต่อเนื่อง และให้ตัวเองได้ทบทวนเนื้อหาคัมภีร์มหาสุญญตาระดับจ้าวดาราและระดับพรหมราชเพิ่มเติม ในช่วงเวลานี้เขาได้รับประโยชน์ไม่น้อยเช่นกัน
อวิ๋นโม่ลุกขึ้นเตรียมไปยังชั้นที่เก้า ลั่วชิงสุ่ยได้ยินเสียงความเคลื่อนไหวก็ลืมตางดงามขึ้นทันที เห็นเงาหลังของอวิ๋นโม่ นางก็พึมพำ “ได้ยินผู้อื่นพูดว่าพี่เชียนเฮิ่นใช้เวลาเพียงครึ่งชั่วยามก็เข้าใจมรรคาเต๋าของที่นี่หมดแล้ว แต่โม่อวี่ใช้เวลาหนึ่งชั่วยาม นานเป็นสองเท่า เขาคงไม่ใช่คู่ต่อสู้ของพี่เชียนเฮิ่นสินะ”
………………………………………
Comments for chapter "ตอนที่ 731 ปีนต่อไป"
MANGA DISCUSSION
Madara Info
Madara stands as a beacon for those desiring to craft a captivating online comic and manga reading platform on WordPress
For custom work request, please send email to wpstylish(at)gmail(dot)com