ตอนที่ 821 เผชิญหน้ากับวิกฤต
ตอนที่ 821 เผชิญหน้ากับวิกฤต
ค่ายกลนี้แม้ซับซ้อน อวิ๋นโม่ยากจะเข้าใจทั้งหมด แต่ด้วยระดับความสามารถด้านค่ายกลของเขาก็เข้าใจได้มากพอสมควร นับว่าเพียงพอแล้ว ชายหนุ่มกำหนดตำแหน่งก่อนเรียกผนึกปฐมอัสนีนิลสุวรรณออกมาทุบเป้าหมาย ทันใดนั้นทั้งค่ายกลก็สะเทือนอย่างแรง ค่ายกลนี้แข็งแกร่งจริงๆ แม้แต่พลังของอวิ๋นโม่ก็ทำลายมันไม่ได้
ปรมาจารย์ค่ายกลตัวเล็กผอมโซคนนั้นเห็นแล้วหัวเราะ “เจ้าหนู ค่ายกลของข้าไม่ใช่ค่ายกลธรรมดา คิดอาศัยพลังของเจ้าทำลายมันก็ไม่ต่างจากเพ้อฝัน! หากเจ้าอยากทำลายค่ายกลที่ข้าวางไว้ เจ้าต้องมีความสามารถด้านค่ายกลสูงกว่าข้า แต่นั่นเป็นไปไม่ได้แน่”
แม้อวิ๋นโม่ไม่สามารถทำลายค่ายกลได้ในทันที แต่พลังแข็งแกร่งที่เขาแสดงออกมาก็ทำให้จอมยุทธ์รอบข้างตกใจจนหน้าซีด เหล่าจอมยุทธ์ที่ไม่รู้เรื่องตอนนี้เข้าใจแล้วว่าทำไมคนอื่นๆ ถึงหวาดหวั่นต่ออวิ๋นโม่ อานุภาพนี้ไม่ใช่สิ่งที่พวกเขาจะต้านทานได้ หากพวกเขาโจมตีอวิ๋นโม่คงตายแน่ ตอนนี้คนอื่นในค่ายกลเข้าใจแผนการของเกาเหอแล้ว เกาเหอไม่แยแสชีวิตของพวกเขา แค่ต้องการใช้พวกเขาลดทอนพลังของอีกฝ่ายเท่านั้น!
อวิ๋นโม่ใช้ผนึกปฐมอัสนีนิลสุวรรณโจมตีค่ายกล ไม่มีเจตนาทำลายมัน เพียงต้องการทำให้ค่ายกลสั่นคลอนและเกิดช่องโหว่ ขณะค่ายกลสั่นสะเทือนรุนแรง อวิ๋นโม่ก็ทำมุทรา ใช้วิชาฝ่ามือไร้ร่องรอยคว้าฐานค่ายกลจุดหนึ่ง
ฉัวะ!
พลังมหาศาลของวิชาฝ่ามือไร้ร่องรอยทำลายฐานค่ายกลแตกเป็นชิ้นๆ วิชาฝ่ามือไร้ร่องรอยเป็นที่พึ่งที่สำคัญที่สุด ทำให้อวิ๋นโม่ไม่กลัวค่ายกล เผชิญหน้ากับค่ายกลที่แข็งแกร่งนี้ เขาไม่เคยคิดทำลายมันด้วยกำลังเลย ฐานค่ายกลถูกทำลายไปหนึ่งแห่ง ฐานที่เหลือยังสนับสนุนการทำงานของค่ายกลได้ แต่ไม่มีกำลังเท่าเดิม อวิ๋นโม่กระตุ้นผนึกปฐมอัสนีนิลสุวรรณทำลายค่ายกลนี้ได้อย่างง่ายดาย
ครืน โครม!
จอมยุทธ์ที่ติดอยู่ในค่ายกลต่างเหาะหนีอย่างรวดเร็ว ไม่มีแก่ใจชมดูความครึกครื้นอีก เกาเหอนั้นคาดเดาอะไรไม่ได้เลย ถ้าเขายังไม่ยอมปล่อยคน ผู้บริสุทธิ์อย่างพวกตนคงแย่
“ข้าบอกตั้งแต่แรกแล้ว ค่ายกลนี้ขังเขาไม่ได้” ชื่อกู่มองปรมาจารย์ค่ายกลด้วยสีหน้าเย้ยหยัน วันนั้นที่ภูเขาไฟ อวิ๋นโม่ยังร่วมมือกับคนชุดดำทำลายค่ายกลระดับอริยะที่น่ากลัวมากได้ ค่ายกลที่ไม่คู่ควรพูดถึงเช่นนี้จะกักขังเจ้านั่นได้อย่างไร
อวิ๋นโม่ทำลายค่ายกลได้แล้วไม่ได้หนีไปทันที แต่กระตุ้นทักษะวิญญาณ ใช้วิชามายาเนตรปีศาจระดับสาม ดับวิญญาณ!
เปรี้ยง!
เสียงประหลาดดังขึ้น จอมยุทธ์รอบๆ ที่มีพลังอ่อนแอต่างยกมือกุมศีรษะร้องโหยหวน เครื่องรางโล่วิญญาณที่ทำจากหยกวิญญาณบนหน้าผากของเกาเหอสั่นสะเทือน ปรากฏรอยร้าวเล็กๆ บนโล่ เห็นชัดว่าเมื่อครู่โล่นี้ต้านการโจมตีของดับวิญญาณเอาไว้
แม้โจมตีไม่สำเร็จ อวิ๋นโม่ก็รีบใช้มรรคาเต๋ากำเนิดสายฟ้าถอยไป เกาเหอแข็งแกร่งมาก ทำให้อวิ๋นโม่รู้สึกถึงภัยคุกคามใหญ่หลวง คู่ต่อสู้วางแผนกับพวกชื่อกู่มาแล้ว ซ้ำยังรู้จักฝีมือของเขา เตรียมตัวรับมือล่วงหน้า ไม่เช่นนั้นหากโดนดับวิญญาณของอวิ๋นโม่ ต่อให้เป็นเกาเหอก็ต้านไม่ได้ น่าเสียดายที่ดับวิญญาณไม่ได้ผล อวิ๋นโม่ได้แต่ล่าถอย
สองแม่ทัพของเกาเหอขวางทางถอยของอวิ๋นโม่ พวกเขาต่อสู้กันหลายกระบวนท่า แม่ทัพทั้งสองต่างถอยออกไป แววตาแตกตื่น พอได้ประมือกันพวกเขาจึงเข้าใจความแข็งแกร่งของอวิ๋นโม่ แต่แม้ทั้งสองไม่ใช่คู่ต่อสู้ก็สามารถขัดขวางเขาได้ชั่วคราว บนหน้าผากของทั้งสองยังมีอาวุธวิญญาณแขวนอยู่ ป้องกันการโจมตีด้วยทักษะวิญญาณของอวิ๋นโม่
อวิ๋นโม่ละทิ้งการต่อสู้กับสองแม่ทัพของเกาเหอ หันกลับมามองเกาเหอด้วยสีหน้าเคร่งเครียด ชื่อกู่และหม่าจิ้นยืนขนาบข้างอวิ๋นโม่อยู่ทั้งสองด้าน ส่วนเกาเหอและแม่ทัพอีกสองคนขวางหน้าหลังของอวิ๋นโม่ไว้ บรรยากาศน่าสะพรึงแผ่ออกมาจากตัวเกาเหอ แม้แต่ชื่อกู่และหม่าจิ้นก็ไม่อาจเทียบได้ คนผู้นี้เป็นภัยคุกคามที่อันตรายต่ออวิ๋นโม่อย่างยิ่ง
เกาเหอสีหน้าบึ้งตึงถึงขีดสุด “คิดไม่ถึงเลย ในใต้หล้าจะมีทักษะวิญญาณที่น่ากลัวเช่นนี้ หากไม่รู้ล่วงหน้าข้าคงต้องบาดเจ็บสาหัส”
ทักษะวิญญาณที่ความน่ากลัวของอวิ๋นโม่ ชื่อกู่บอกเกาเหออยู่ก่อนแล้ว วันที่อยู่บนภูเขาไฟ เขาเห็นความร้ายกาจของดับวิญญาณ จอมยุทธ์ระดับอริยะขั้นสี่ชั้นฟ้าของสำนักเทพสวรรค์ลั่วเทียนต่างถูกอวิ๋นโม่ใช้ศาสตร์ลับดับวิญญาณฆ่าตาย ดังนั้นพวกเขาจึงระวังอยู่ก่อน
อวิ๋นโม่ไม่สนใจเกาเหอ กวาดตามองไปรอบๆ ในที่สุดสายตาก็หยุดที่แม่ทัพข้างกายอันดับสามของเกาเหอ ในห้าคนนี้ คนผู้นี้อ่อนแอที่สุด หากอวิ๋นโม่ต้องการหนี ชายคนนี้คือทางออกที่ดีที่สุด เขาไม่โง่เง่าไปสู้กับคนเหล่านี้ พลังของเกาเหอแข็งแกร่งมาก อยู่ต่อเท่ากับหาที่ตาย
ฟิ้ว!
อวิ๋นโม่ใช้มรรคาเต๋ากำเนิดสายฟ้า พุ่งไปหาแม่ทัพอันดับสามของเกาเหออย่างรวดเร็ว แต่ขณะที่เขาเคลื่อนไหว เกาเหอก็เคลื่อนไหวเช่นกัน เขาเป็นจอมยุทธ์ระดับอริยะขั้นสองชั้นฟ้า และไม่ใช่จอมยุทธ์ธรรมดา เชี่ยวชาญการทะลวงมิติ ดังนั้นเมื่ออวิ๋นโม่เคลื่อนไหวเขาก็ใช้ท่าทะลวงมิติไล่ตามอวิ๋นโม่อย่างรวดเร็ว
ความเร็วของเกาเหอถึงขีดสุด แม้อวิ๋นโม่ใช้วิชามรรคาเต๋ากำเนิดสายฟ้าซึ่งเร็วกว่าเกาเหอ แต่ในระยะสั้นๆ ก็ไม่ได้เปรียบอะไร อีกทั้งความสามารถในการทะลวงมิติของเกาเหอ เมื่อรวมกับพลังอันแข็งแกร่งก็ลดช่องว่างของความเร็วนี้ได้มาก
ตูมๆ!
อวิ๋นโม่ไม่กล้าประมาท ถูกบังคับให้ต่อสู้กับเกาเหอ ทันทีที่เริ่มต่อสู้ ชายหนุ่มก็รู้ว่าตนไม่ใช่คู่ต่อสู้ของชายผู้นี้ เกาเหอเป็นอัจฉริยะที่ยอดเยี่ยม หลังจากก้าวเข้าสู่ระดับอริยะขั้นสองชั้นฟ้า พลังของเขาก็แข็งแกร่งอย่างน่ากลัว ซึ่งจอมยุทธ์ระดับพรหมราชธรรมดาไม่อาจเทียบได้
พลังลมปราณอันมหาศาลพลุ่งพล่าน อวิ๋นโม่ถูกแรงกดดันอันมหาศาลบีบให้ถอยหลังอย่างต่อเนื่อง เลือดไหลออกมาจากมุมปากเล็กน้อย อวิ๋นโม่สีหน้าหนักอึ้ง ความแข็งแกร่งของเกาเหออยู่เหนือความคาดหมายของเขา ทำให้เขาหนักใจ นอกจากเกาเหอแล้ว ยังมีคนที่พลังไม่อ่อนด้อยอีกสี่คนคอยจ้องเขม็งอยู่ หากพลาดพลั้ง วันนี้เขาอาจต้องตายที่นี่จริงๆ
วูบ!
อวิ๋นโม่เรียกผนึกปฐมอัสนีนิลสุวรรณออกมา ทุ่มใส่เกาเหอสุดแรง เกาเหอสีหน้าเรียบเฉย นำเจดีย์สมบัติออกมาต้านการโจมตีของผนึกปฐมอัสนีนิลสุวรรณ
ตึง!
ผนึกปฐมอัสนีนิลสุวรรณสั่นสะท้าน อวิ๋นโม่ใจหายวูบ เกาเหอไม่ธรรมดาจริงๆ นี่เป็นครั้งแรกที่อวิ๋นโม่พบอาวุธวิญญาณที่ร้ายกาจเช่นนี้ แม้แต่ผนึกปฐมอัสนีนิลสุวรรณยังต้านรับไม่ไหว ผนึกปฐมอัสนีนิลสุวรรณที่มีจิตวิญญาณเลือนรางๆ สะท้อนคลื่น บ่งบอกว่าเจ็บปวดรุนแรง แต่ขณะเดียวกันก็แสดงออกว่าไม่ว่าจะเจ็บปวดเพียงใด มันก็พร้อมจะสู้ต่อ
อวิ๋นโม่ไม่ต้องการให้ผนึกปฐมอัสนีนิลสุวรรณบอบช้ำ จึงเก็บมันกลับเข้าไปในตันเถียน พลางเร่งเร้าพลังปราณทั้งหมด ซัดฝ่ามือออกไป นี่ไม่ใช่การโจมตีธรรมดา แต่เป็นศาสตร์ลับของฝ่ามือพลิกสวรรค์ เผชิญหน้ากับผู้แข็งแกร่งอย่างเกาเหอ การใช้วิชาธรรมดาเท่ากับหาที่ตาย ต้องทุ่มเทเต็มที่เท่านั้น
เกาเหอกระตุ้นเจดีย์สมบัติ ต้านฝ่ามือพลิกสวรรค์ของอวิ๋นโม่ไว้ แม้เจดีย์จะสั่นตลอดเวลา แต่ก็ไม่ได้รับความเสียหาย เกาเหอใช้ท่าทะลวงมิติเข้าใกล้อวิ๋นโม่อย่างรวดเร็ว เขาพูดเสียงเย็นชา “เจ้าไม่ธรรมดาจริงๆ น่าเสียดายที่ระดับของเจ้าต่ำเกินไป ไม่เช่นนั้นข้าอาจทำอะไรเจ้าไม่ได้ สำหรับคนอันตรายอย่างเจ้า ต้องรีบกำจัดโดยเร็วที่สุด! ผนึกปฐมอัสนีนิลสุวรรณ รวมถึงหินเบญจธาตุชั้นเลิศและสมบัติอื่นๆ ของเจ้า ข้าจะยึดมาทั้งหมด”
ได้ยินคำของเกาเหอ ชื่อกู่และหม่าจิ้นก็ร้อนใจขึ้นมาทันที ชื่อกู่พูดเสียงขึงขัง “ท่านอริยะเกาเหอ ก่อนหน้านี้พวกเราตกลงกันแล้ว ท่านรับผนึกปฐมอัสนีนิลสุวรรณไป ส่วนพวกเราได้ศิลากำเนิดวารีชั้นเลิศ หากบนตัวเขามีสมบัติอื่นอีก ก็เป็นของท่านทั้งหมด ท่านคงไม่คิดโม่แป้งเสร็จก็ฆ่าลา ยึดสมบัติทั้งหมดเอาไว้เพียงผู้เดียวใช่ไหม”
เกาเหอมองชื่อกู่และหม่าจิ้นแวบหนึ่งโดยไม่พูดอะไร จากนั้นทุ่มพลังโจมตีอวิ๋นโม่เต็มที่
ตูมตาม
หลังจากสู้กันอย่างดุเดือด อวิ๋นโม่ก็ตกใจ เกาเหอแข็งแกร่งเกินไป ตอนนี้อวิ๋นโม่เป็นเพียงระดับพรหมราชขั้นเก้าชั้นฟ้า ยังไม่ถึงชั้นสูงสุดก็ไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเกาเหอ หากไม่ใช่เพราะอวิ๋นโม่มีมรรคาเต๋ากำเนิดสายฟ้า ตอนนี้คงถูกเกาเหอกำราบไปแล้ว ระดับของเขาต่ำกว่าเกาเหอมากไป เสียเปรียบเกินไป หากอวิ๋นโม่ถึงระดับพรหมราชชั้นสูงสุดก็จะไม่เกรงกลัวเขาเลย
จะอยู่นานไม่ได้ หากยังสู้ต่อ เขาเสียเปรียบแน่ อวิ๋นโม่ปล่อยพลังออกมาอย่างบ้าคลั่ง ไม่กล้าออมมือแม้แต่น้อย นำทั้งฝ่ามือพลิกสวรรค์ มังกรอัสนีคืนสมุทร และเก้าผนึกเซียนต้องห้ามมาใช้จนหมด อีกทั้งใช้มรรคาเต๋ากำเนิดสายฟ้าอย่างเต็มที่ หวังสบจังหวะที่เหมาะหลบหนีจากที่นี่
ทว่าชื่อกู่และหม่าจิ้น รวมถึงคนอื่นๆ มองแผนการของเขาออกถึง พวกเขากลัวความเร็วของอวิ๋นโม่มาก จึงเข้าร่วมการต่อสู้ด้วย เกาเหอไม่ได้วางท่าเป็นวีระบุรุษใดๆ ถือสาที่คนอื่นมาร่วมวง อวิ๋นโม่จึงต้องแบกรับแรงกดดันมากขึ้น ไปอีก จนตกอยู่ในภาวะวิกฤต
แม้ศาสตร์ลับของอวิ๋นโม่ทรงพลัง กระทั่งชื่อกู่ก็ไม่สามารถรับการโจมตีตรงๆ แต่เกาเหอกลับเป็นฝ่ายเข้ามารับการโจมตีส่วนใหญ่ของอวิ๋นโม่ไว้ ทำให้อีกสี่คนถูกกดดันน้อยลงมาก
เก้าผนึกเซียนต้องห้ามถูกนำออกมาใช้ แม้แต่เกาเหอก็ยังเกรง แต่เก้าผนึกเซียนต้องห้ามไม่ใช่ทักษะที่เอาไว้ต่อสู้จริงๆ แม้มันจะทรงพลัง แต่ก็ยากที่จะคุกคามศัตรู มีเพียงแม่ทัพอันดับสามของเกาเหอเท่านั้นที่ถูกอวิ๋นโม่ผนึก ส่วนคนอื่นๆ ก็หลบได้
อวิ๋นโม่ถูกโจมตีจากหลายทิศทาง กระอักเลือดอยู่ตลอดเวลา และได้รับบาดเจ็บไม่น้อย
“คนผู้นี้แข็งแกร่งจริงๆ ท่ามกลางการโจมตีจากจอมยุทธ์ที่ทรงพลังหลายคน ก็ยังทนได้นานขนาดนี้!” คนที่สังเกตการณ์อยู่ไกลๆ เมื่อเห็นเหตุการณ์นี้ ก็รู้สึกตะลึง
“น่าเสียดาย สุดท้ายเขาก็ไม่ใช่คู่ต่อสู้ของพวกนี้ ดูจากสถานการณ์ ไม่นานเขาก็จะแพ้แล้ว”
“ใช่ คนแบบนี้ไม่ธรรมดาจริงๆ น่าเสียดายที่ต้องแพ้อยู่ที่นี่” หลายคนส่ายหน้าทอดถอนใจ
ในสนามรบ อวิ๋นโม่ระเบิดพลังออกมา ผลักศัตรูถอยไป เขากำหมัดและถอนหายใจ “ดูเหมือนครั้งนี้เลี่ยงไม่ได้แล้ว”
ชายหนุ่มหยิบโอสถเม็ดหนึ่งออกมา เตรียมกลืนลงไป ทันใดนั้น เสียงพิณก็ดังขึ้น ผู้คนต่างตกตะลึง ไม่เข้าใจ ทำไมที่นี่ถึงมีเสียงพิณ แต่เมื่อหันมองไปรอบๆ ก็ไม่สามารถหาที่มาของเสียงได้
“แย่แล้ว!” เกาเหอสีหน้าเปลี่ยน รีบทำมุทราสร้างพลังป้องกันหลายชั้น หวังต้านทานเสียงพิณนั้น แต่เสียงพิณนั้นกลับเหมือนเสียงปีศาจ ทะลุผ่านทุกอย่าง เข้าโจมตีจิตวิญญาณของพวกเขาโดยตรง
เกาเหอ ชื่อกู่ และคนอื่นๆ ต่างทรงตัวไม่อยู่ สีหน้าเต็มไปด้วยความเจ็บปวด มีเพียงอวิ๋นโม่กระทบกระเทือนเล็กน้อย พอส่งเสียงบางอย่างจากปากของเขาก็ไม่ได้รับผลกระทบจากเสียงพิณอีก
“คุณชายโม่ รีบหนี เสียงพิณของข้ารบกวนพวกมันได้ไม่นาน!” เสียงคุ้นเคยดังมาจากมุมมืด
อวิ๋นโม่ไม่กล้าชักช้า รีบใช้มรรคาเต๋ากำเนิดสายฟ้าหนีไปอย่างรวดเร็ว เมื่อเกาเหอเห็น สีหน้าเปลี่ยนเป็นเคร่งเครียด ไม่นานเสียงพิณไม่อาจรบกวนเขาได้อีกต่อไป เขารีบใช้พลังเคลื่อนย้ายผ่านมิติไล่ตามอวิ๋นโม่ไป แต่ชายหนุ่มหนีไปไกลแล้ว ระยะห่างระหว่างทั้งสองกว้างมากขึ้น อวิ๋นโม่เร็วกว่าเกาเหอมาก เกาเหอไล่ตามอวิ๋นโม่ไม่ทัน
ข้างหน้าประตูค่ายกลบานหนึ่งเปิดออก อวิ๋นโม่ตามร่างงามหนึ่ง มุดเข้าไปในประตูค่ายกลนั้น หายลับไปในพริบตา
“บัดซบ! อวิ๋นโม่หนีไปจนได้” สีหน้าของเกาเหอเคียดแค้นอย่างที่สุด เขาต่อยหมัดออกไปอย่างแรง ภูเขาหลายลูกที่อยู่ใกล้ๆ แตกเป็นเสี่ยงๆ
ชื่อกู่และหม่าจิ้นสีหน้าเคร่งเครียด “มีคนมาช่วยมัน ใครกัน”
เกาเหอตะโกนลั่น “เมิ่งฉี เจ้าต้องมีคำอธิบายให้ข้า!”
“เมิ่งฉี เป็นเขาหรือ” ชื่อกู่และหม่าจิ้นหน้าเปลี่ยนสีพร้อมกัน ดวงตาเต็มไปความหวาดหวั่น
………………………………………