ตอนที่ 840 กลับสำนักกระบี่หลิ่วหยวน
ตอนที่ 840 กลับสำนักกระบี่หลิ่วหยวน
หลังจากมาถึงจวนของหลี่อวิ้น อวิ๋นโม่ก็ปิดประตูรักษาตัว หลายวันต่อมาบาดแผลบนร่างกายค่อยหายดี เขาออกจากห้องและนั่งอยู่ในลานบ้าน ชมทิวทัศน์รอบๆ ที่พักของหลี่อวิ้นไม่ใช่เรือนพักธรรมดา ที่นี่เต็มไปด้วยดอกไม้และพืชพรรณ เห็นได้ชัดว่าเป็นที่อยู่ของสตรี
รู้ว่าอวิ๋นโม่หายดี หลี่อวิ้นก็รีบมาหาด้วยความดีใจ อวิ๋นโม่ลุกขึ้น โค้งคำนับ “ขอบคุณเทพธิดาหลี่อวิ้นที่ช่วยชีวิต ทำให้ข้าผ่านวิกฤตมาได้”
หลี่อวิ้นส่ายศีรษะ “คุณชายโม่ เพื่อช่วยข้า ท่านจึงตกลงไปในบ่อมรณะ สิ่งที่ข้าทำนับเป็นอะไรได้ จริงสิ คุณชายโม่ ท่านเรียกข้าอาฉินก็ได้”
“เทพธิดาฉิน” อวิ๋นโม่ประสานมือคารวะ ก่อนหน้านี้เขาได้ยินเมิ่งฉีเรียกหลี่อวิ้นว่าอาฉิน นี่น่าจะมีที่มาบางอย่าง แต่เขาไม่มีทางเรียกนางว่าอาฉิน ประการแรกไม่เหมาะกับความสัมพันธ์ระหว่างเขากับนาง และหากเมิ่งฉีรู้เรื่องนี้อาจจะมาหาเรื่องสู้ตายกับเขา
จู่ๆ หลี่อวิ้นก็ถามอย่างกะทันหัน “คุณชายโม่ ตอนอยู่ในเหมือง ทำไมท่านถึงช่วยข้า ท่านก็รู้ว่ามันอันตรายมาก”
อวิ๋นโม่ยิ้ม “ก่อนหน้านี้เกาเหอวางแผนเล่นงานข้า ตอนนั้นก็อันตรายมาก ไม่ใช่ว่าเทพธิดาฉินก็เสี่ยงชีวิตช่วยข้าหรือ ในเมื่อท่านมีอันตราย ข้าก็ต้องช่วย มิเช่นนั้นข้าโม่อวี่จะไม่กลายเป็นคนอกตัญญูหรือ”
“แต่…” หลี่อวิ้นกัดริมฝีปากอย่างลังเล แต่สุดท้ายก็พูด “แต่ท่านก็รู้ว่าตอนนั้นข้าช่วยท่านเพราะอะไร!”
อวิ๋นโม่ยิ้มน้อยๆ ไม่พูดอะไร บางเรื่องเขาคิดว่าไม่พูดออกไปจะดีกว่า แต่หลี่อวิ้นคิดต่างกัน “ท่านก็รู้ว่าตอนนั้นข้าช่วยท่านเพื่อเอาหินเบญจธาตุชั้นเลิศจากท่าน ท่านรู้ใช่ไหม ไม่เช่นนั้นหลังจากนั้นท่านคงไม่ขอแยกทาง”
อวิ๋นโม่เงียบไป ชายหนุ่มเดาว่านางช่วยเขาเพราะต้องการหินเบญจธาตุชั้นเลิศจากเขา ตอนนั้นนางเสนอให้เขาร่วมมือกับเมิ่งฉี ต่อสู้กับเกาเหอ ไม่นานหลี่อวิ้นก็หาเมิ่งฉีเจอ เมิ่งฉีทำให้อวิ๋นโม่รู้สึกถึงอันตรายและปฏิกิริยาของเมิ่งฉีในตอนนั้นทำให้อวิ๋นโม่เกิดความสงสัย เขาจึงแยกทางกับนาง ต่อมาเมิ่งฉีร่วมมือกับเกาเหอ และการที่เมิ่งฉีช่วยเขาเพราะหลี่อวิ้นก็เป็นการยืนยันการคาดเดาของเขา
“แต่ละเรื่องต้องแยกแยะ ตอนนั้นท่านช่วยข้าได้มากจริงๆ ทำให้ข้าพ้นอันตราย ดังนั้นข้าต้องช่วยท่าน อีกทั้งสุดท้ายท่านก็ไม่ได้ทำร้ายข้าไม่ใช่หรือ” อวิ๋นโม่กล่าวด้วยรอยยิ้ม
หลี่อวิ้นอ้าปาก แต่สุดท้ายก็ไม่ได้พูดอะไร ที่จริงนางอยากบอกว่าตอนนั้นนางกลัวพลังของเขาจึงไม่ลงมือ
“พอเถอะ เรื่องพวกนั้นอย่าพูดถึงอีกเลย ข้าไม่เคยคิดจะพูดถึงมันอยู่แล้ว แบบนี้ไม่ดีหรือ” อวิ๋นโม่พูดยิ้มๆ ตอนนี้หลี่อวิ้นช่วยเขาอย่างจริงใจแล้วไม่ใช่หรือ บางเรื่องไม่ต้องพูดชัดก็ดีกว่าเอ่ยออกมา
หลี่อวิ้นเผยรอยยิ้มราวกับสายลมแห่งฤดูใบไม้ผลิพัดผ่านลานบ้าน “คุณชายโม่ ให้ข้าดีดพิณให้ท่านฟังสักเพลงนะ”
“ดี” อวิ๋นโม่ตอบพร้อมรอยยิ้ม “ได้ฟังเทพธิดาฉินดีดพิณเพียงผู้เดียว คนอื่นๆ ต้องอิจฉาข้าแทบตายแน่”
หลี่อวิ้นมองอวิ๋นโม่ ดวงตางดงามกะพริบวูบ “หากคุณชายโม่ต้องการ หลี่อวิ้นยินดีดีดพิณให้ท่านฟังเสมอ”
หลังจากนั้นเสียงดนตรีอันไพเราะดังขึ้นในลานบ้าน เสียงพิณนี้แตกต่างจากเสียงดนตรีทั่วไป มีการผสานมหาวิถีที่พิสดารต่างๆ ให้ความรู้สึกไพเราะต่างจากเสียงดนตรีทั่วไป ผู้คนในใต้หล้าต่างชื่นชมทิพยสังคีต ไม่เพียงเสียงอันไพเราะ แต่ยังเพราะมีการผสมผสานพลังมหาวิถีต่างๆ ทำให้ทั้งกายและใจเกิดปีติ
เพลงพิณล่องลอย สายลมแห่งฤดูใบไม้ผลิพัดผ่านไปทั่วสวน
อวิ๋นโม่ปรบมือชมเชย “ฝีมือการดีดพิณของเทพธิดาฉินยอดเยี่ยมจริงๆ ข้าว่าในใต้หล้านี้คงไม่มีใครเทียบได้แล้ว”
คำพูดของเขาไม่ใช่คำประจบเอาใจ ฝีมือดีดพิณของหลี่อวิ้นไม่ธรรมดาจริงๆ การได้ฟังเพลงพิณนี้ทำให้เขาผ่อนคลายมาก ความตึงเครียดที่หลงเหลือจากการต่อสู้ก่อนหน้านี้ถูกปลดปล่อยออกไป
หลี่อวิ้นกอดพิณ วางคางบนฝ่ามือขาวราวหิมะ “คุณชายโม่ ท่านมีคู่บำเพ็ญหรือยัง”
ได้ยินคำถามของนาง แววตาของอวิ๋นโม่ก็หมองลง เขาเองก็ไม่รู้ว่าหญิงสาวที่ตนใส่ใจนั้นอยู่ที่ใด หลี่อวิ้นเห็นดังนั้นแววตาก็หม่นหมองเช่นกัน นางยิ้ม “ดูเหมือนมีแล้วสินะ ข้าว่านางต้องงามมากแน่ๆ”
อวิ๋นโม่ส่ายศีรษะ “นางไม่ใช่คู่บำเพ็ญของข้า ความสัมพันธ์ระหว่างข้ากับนาง… ค่อนข้างซับซ้อน”
หลี่อวิ้นยิ้มสดใส “ความจริงข้าไม่ใส่ใจหรอก”
“ไม่ใส่ใจอะไร” อวิ๋นโม่งง
“เอาเป็นว่าข้าไม่ใส่ใจจริงๆ” หลี่อวิ้นกล่าวปนยิ้ม
อวิ๋นโม่ลุกขึ้นโค้งคำนับหลี่อวิ้น “เทพธิดาฉิน โม่อวี่หายหน้าไปหลายปีแล้ว ข้างนอกต่างลือว่าข้าเสียชีวิต คิดว่าได้เวลาที่จะกลับไปอธิบายให้คนที่ห่วงใยข้าเข้าใจ ข้าไม่อาจปล่อยให้พวกเขาเสียใจต่อไป”
หลี่อวิ้นมองอวิ๋นโม่ ในแววตามีความเสียดายไม่อยากจากลา แต่นางก็ไม่ได้รั้งเขาไว้ เดินไปส่งอวิ๋นโม่ออกจากจวนด้วยตนเอง
อวิ๋นโม่ไม่ได้กลับสำนักกระบี่หลิ่วหยวนทันที แต่ไปยังหุบเขาบงกชพิสุทธิ์ ได้ยินข่าวว่าเขาเสียชีวิตไปแล้ว เมิ่งเอ๋อร์คงเสียใจมาก
อวิ๋นโม่โดยสารค่ายกลเคลื่อนย้าย ไม่นานก็ถึงหุบเขาบงกชพิสุทธิ์ ทว่าคนเฝ้าประตูหุบเขากลับขวางเขาไว้นอกประตู หญิงสาวนางหนึ่งตะโกนกร้าว “เจ้าคนบังอาจ หลังจากคุณชายโม่เสียชีวิตมีคนแอบอ้างเป็นเขามากมาย แต่ทุกคนจบลงอย่างน่าอนาถ เจ้ากล้ามาหลอกลวงถึงหุบเขาบงกชพิสุทธิ์ ไม่รู้หรือว่าคุณชายโม่มีน้องสาวเป็นธิดาศักดิ์สิทธิ์ของหุบเขา ถ้านางรู้ว่าเจ้าแอบอ้างเป็นคุณชายโม่ เจ้าจะต้องรับเคราะห์!”
“ฮึ ต่อให้เจ้าแปลงโฉมจนคล้ายคุณชายโม่ แต่ในฐานะน้องสาวของเขา ธิดาศักดิ์สิทธิ์ของเรามองปราดเดียวก็แยกแยะได้ในทันที! ดังนั้นเจ้ารีบไปซะ!”
อวิ๋นโม่ได้แต่ปลง รู้ว่าช่วงนี้มีคนแอบอ้างเป็นเขาเพื่อหาผลประโยชน์มากมาย กระทั่งตัวเขามาที่หุบเขาเองยังถูกคิดว่าเป็นนักต้มตุ๋น เขาหยิบผนึกปฐมอัสนีนิลสุวรรณออกมา “ข้าคือโม่อวี่ มาเยี่ยมเมิ่งเอ๋อร์ ไม่ใช่นักต้มตุ๋น เทพธิดาทั้งสองโปรดให้ข้าเข้าไปเถอะ”
หญิงสาวสองนางเห็นผนึกปฐมอัสนีนิลสุวรรณก็ตกใจ สิ่งอื่นอาจปลอมกันได้ แต่ของวิเศษอย่างผนึกปฐมอัสนีนิลสุวรรณไม่ใช่สิ่งที่จะปลอมกันได้ง่ายๆ พวกนางมองออกว่านั่นคือผนึกปฐมอัสนีนิลสุวรรณของจริง “ท่านเป็นคุณชายโม่จริงหรือ”
“จริงแท้แน่นอน!” อวิ๋นโม่ยิ้ม
ทั้งสองนางพินิจเขาอยู่ครู่หนึ่งก่อนเก็บความตกใจ พาอวิ๋นโม่เข้าไปในหุบเขาบงกชพิสุทธิ์ ขณะที่คนหนึ่งรีบวิ่งไปแจ้งข่าวกับคนอื่น
“คุณชายโม่ไม่ได้เสียชีวิตจริงๆ หรือ”
ข่าวการมาที่หุบเขาบงกชพิสุทธิ์ของอวิ๋นโม่ทำให้ทั้งหุบเขาสะเทือน แม้แต่ประมุขหุบเขาก็ออกมา อวิ๋นโม่คือสายสัมพันธ์ระหว่างสำนักกระบี่หลิ่วหยวนและหุบเขาบงกชพิสุทธิ์ พรสวรรค์ของเขาก็ไม่ธรรมดา สำหรับหุบเขาบงกชพิสุทธิ์แล้วชายหนุ่มมีความสำคัญมาก ตอนที่ได้ยินว่าเขาตาย ประมุขหุบเขาเป็นทุกข์อยู่นาน บัดนี้เมื่อได้ยินว่าอวิ๋นโม่ยังมีชีวิตอยู่ จะไม่ให้ตื่นเต้นได้อย่างไร
นอกจากนี้เมื่อคิดว่าอวิ๋นโม่ตกลงไปในบ่อมรณะแล้วยังรอดออกมาได้ พวกนางก็ยิ่งตื่นเต้น นี่แสดงว่าพรสวรรค์และพลังของอวิ๋นโม่ไม่ธรรมดา ในอนาคตเขาต้องประสบความสำเร็จอย่างสูงแน่ สำหรับหุบเขาบงกชพิสุทธิ์แล้วนี่คือข่าวดีมาก!
ไม่นานเมิ่งเอ๋อร์ก็รีบวิ่งมา ประมุขหุบเขาบงกชพิสุทธิ์และคนอื่นๆ ตามมาด้วย เมื่อเห็นว่าเป็นเขาจริงๆ เมิ่งเอ๋อร์ก็พุ่งเข้ามากอดและร้องไห้อย่างไม่สนใจสิ่งใดทั้งสิ้น
ตอนได้ข่าวว่าอวิ๋นโม่ตาย นางตกใจมาก ร้องไห้อยู่หลายวัน คิดกระทั่งอยากไปเหมืองเบญจธาตุในทันทีเพื่อตามหาเขา แต่หุบเขาบงกชพิสุทธิ์ไม่ยอมให้นางเสี่ยง และไม่ว่าใครก็ไม่สามารถช่วยเขาออกมาจากบ่อมรณะ ดังนั้นหลายปีมานี้เมิ่งเอ๋อร์ทั้งเศร้าโศกและเจ็บปวด นางไม่เชื่อว่าอวิ๋นโม่ตายแล้ว แต่ก็กลัวมากเช่นกัน ตอนนี้เมื่อเห็นว่าเขายังมีชีวิตอยู่ นางถึงได้ผ่อนคลายจริงๆ
“พี่ใหญ่ ท่านไม่เป็นอะไรจริงๆ ดีเหลือเกิน ข้ารู้ท่านต้องไม่เป็นไร” เมิ่งเอ๋อร์กอดอวิ๋นโม่แน่นไม่ยอมปล่อย ราวกับถ้านางปล่อยมือ เขาจะหายไป
อวิ๋นโม่ลูบหัวน้องสาวพลางกล่าวเสียงเบา “เด็กโง่ พี่ใหญ่จะเกิดเรื่องได้อย่างไร คนที่จะเอาชีวิตพี่ได้ยังไม่เกิดเลย เอาล่ะ มีคนมองตั้งเยอะ ยังทำเหมือนตอนเด็กๆ อีก รีบเช็ดน้ำตาซะ”
เขาปลดแขนของเมิ่งเอ๋อร์ออกแล้วเช็ดน้ำตาให้นาง ปวดใจอยู่บ้าง หลายปีมานี้ผ่านมานางคงเป็นทุกข์มาก
“อวิ๋น… คุณชายโม่” มีเตี๋ยที่อยู่ข้างๆ มองอวิ๋นโม่ด้วยรอยยิ้ม เห็นสหายที่มาจากแดนดาราชายขอบสามพันแห่งด้วยกันปลอดภัย นางก็ดีใจมากเช่นกัน
อวิ๋นโม่พักอยู่ที่หุบเขาบงกชพิสุทธิ์หลายวันและมอบหินเบญจธาตุทั้งห้าก้อนให้น้องสาว จากนั้นโดยสารค่ายกลเคลื่อนย้ายกลับไปยังสำนักกระบี่หลิ่วหยวน ส่วนฟู่กุ้ยเหริน เขาส่งข่าวไปบอกว่าปลอดภัยดี
หลังจากกลับมาถึงสำนักกระบี่หลิ่วหยวน ผู้คนในสำนักต่างตื่นเต้นดีใจ ราวกับมีเทศกาลเฉลิมฉลอง โดยเฉพาะปั้นเฟิงที่จัดงานเลี้ยงใหญ่เพื่อฉลองการกลับมาของอวิ๋นโม่ เขาทำลายประวัติศาสตร์ด้วยการรอดชีวิตกลับมาจากบ่อมรณะ ทำให้สำนักกระบี่หลิ่วหยวนมีชื่อเสียงยิ่งขึ้น
ในงานเลี้ยงอวิ๋นโม่กลับไม่รู้สึกมีความสุข หลังจบงานเลี้ยงเขาเริ่มนำของขวัญขออภัยไปเยี่ยมครอบครัวของศิษย์สำนักกระบี่หลิ่วหยวนบางคนที่เขาตรวจสอบแล้วว่าศิษย์เหล่านั้นตายเพราะตน
อวิ๋นโม่ไม่ได้ปิดบัง เขาชี้แจงสาเหตุการตายของคนเหล่านี้ให้ครอบครัวและสหายของพวกเขาทราบ
สถานที่แรกที่อวิ๋นโม่ไปคือบ้านของศิษย์คนหนึ่งในปั้นเฟิง บิดามารดาของศิษย์คนนี้เป็นเพียงจอมยุทธ์ระดับก่อจิตเท่านั้น ในบ้านมีอัจฉริยะที่สามารถไปถึงระดับพรหมราชและมีโอกาสเป็นระดับอริยะ พวกเขาดีใจมาก แต่การตายของลูกชายเหมือนฟ้าผ่ากลางวันแสกๆ สำหรับพวกเขา ที่จริงอายุขัยของลูกชายยาวนานกว่าพวกเขามาก พวกเขาน่าจะตายอย่างเป็นสุข ไม่คิดว่าสุดท้ายต้องให้คนผมขาวส่งคนผมดำ การตายของบุตรชายทำให้พวกเขาเสียใจมากแค่ไหนเป็นที่คาดได้
เปรี้ยง!
ชายชราผมหงอกตบหน้าอวิ๋นโม่ไปหนึ่งทีอย่างทนไม่ไหว หากอวิ๋นโม่ไม่ล่วงเกินเกาเหอ ลูกชายของพวกเขาก็อาจจะไม่ตาย สองสามีภรรรยาคิดเห็นเหมือนกัน พวกเขากอดคอกันร้องไห้ ในใจรู้ดีว่าทุกอย่างไม่มีทางกลับมาเหมือนเดิม
อวิ๋นโม่ไม่ได้ต่อต้าน ซ้ำยังเก็บงำพลังทั้งหมด กลัวจะทำให้ชายชราบาดเจ็บ อีกฝ่ายเป็นเพียงจอมยุทธ์ระดับก่อจิต ถ้าอวิ๋นโม่ไม่ทำเช่นนี้ ชายชราอาจเป็นอันตรายถึงชีวิต
ครู่ต่อมาชายชรากล่าวเสียงสะอื้น “เด็กเอ๋ย ขอโทษด้วย ที่จริงพวกเราเข้าใจ นี่ไม่ใช่ความผิดของเจ้า”
แม้พวกเขามีระดับพลังต่ำ แต่ก็รู้ว่านี่เป็นธรรมดาของโลก ไม่มีอะไรต้องอธิบายมากมาย ทุกคนล้วนเหมือนกัน ไม่ระวังเพียงนิดก็อาจต้องจบชีวิต
เกาเหอแค้นสำนักกระบี่หลิ่วหยวนเพราะอวิ๋นโม่ จนพาลทำร้ายศิษย์คนอื่นๆ ที่จริงแล้วไม่เกี่ยวอะไรกับอวิ๋นโม่มากนัก เขาสามารถเพิกเฉยครอบครัวเหล่านี้ เพราะพวกเขาทำอะไรอวิ๋นโม่ไม่ได้ แต่ที่เขาทำเช่นนี้ เพราะถ้าไม่ทำคงไม่สบายใจ อาจจะชดเชยอะไรไม่ได้ แต่นี่เป็นสิ่งเดียวที่เขาคิดว่าจะทำได้
สุดท้ายอวิ๋นโม่เสนอยืดอายุขัยให้ผู้เฒ่าทั้งสองคน แต่พวกเขาปฏิเสธ บอกว่าอยากแก่โดยเร็วจะได้พบลูกของตนเร็วๆ อวิ๋นโม่ไม่บังคับและเคารพการตัดสินใจของพวกเขา
หลังจากนั้น อวิ๋นโม่ก็ไปเยี่ยมบ้านศิษย์คนอื่นๆ บางคนด่าอวิ๋นโม่และไล่เขาทันที บางคนให้อภัยอวิ๋นโม่ บอกว่าไม่ใช่ความผิดของเขา บางคนมีสีหน้าเศร้าโศกและไม่พูดอะไรเลย บางคนยิ้มแย้มแจ่มใสและรับของขวัญขอโทษจากอวิ๋นโม่ด้วยความตื่นเต้น
หลังจากทำสิ่งเหล่านี้เสร็จ อวิ๋นโม่ก็วางทุกอย่างลง เขาทำสิ่งเหล่านี้ไม่ใช่เพื่อให้ใครเห็น แต่เพื่อใจของตน แต่เขาจะไม่ปล่อยให้สิ่งเหล่านี้ผูกมัดตนเอง แม้มีบางคนคิดว่าอวิ๋นโม่เป็นคนทำให้ญาติของพวกเขาตายและไม่ให้อภัย แต่อวิ๋นโม่ไม่สนใจ ใต้หล้านี้มีเรื่องราวมากมายที่ไม่สามารถแยกแยะถูกผิดได้
จากนั้นชายหนุ่มปิดประตูฝึกตน เริ่มศึกษาความรู้ที่ตนสั่งสมจากศาสตร์ลับต่างๆ ของทัณฑ์พันอัสนีมาตลอดหลายปี หลายเดือนต่อมาก็จับจุดสำคัญได้และเข้าใจมันอย่างลึกซึ้ง ตอนนี้เขาเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง สิ่งที่สั่งสมมาหลังจากกินโอสถรู้แจ้งลงไปเริ่มเกิดผลแล้ว
“จากนี้ไป คนในระดับเดียวกันยังจะมีใครต่อสู้กับข้าในอีก” อวิ๋นโม่เกิดความฮึกเหิม เขายืนอยู่บนยอดเขาปั้นเฟิง มองดูโลกเบื้องล่าง ในใจเกิดความรู้สึกไร้เทียมทานขึ้นมา
หากย้อนกลับไปได้ เขาสามารถสังหารทุกคนที่รุมโจมตีเขาโดยไม่ต้องให้เมิ่งฉีลงมือ!
“ควรไปหาสมุนไพรสำหรับหลอมโอสถสุญญตาแล้ว” อวิ๋นโม่พูดกับตัวเอง
โอสถสุญญตาช่วยให้จอมยุทธ์ระดับพรหมราชทะลวงระดับพรหมราชเข้าสู่ระดับอริยะได้ อวิ๋นโม่รวบรวมยาสมุนไพรส่วนใหญ่ไว้แล้ว จึงต้องไปหาสมุนไพรที่เหลือ โดยเฉพาะสมุนไพรหลัก
“ดูเหมือนในหุบเขาหมอกพิษจะมีสมุนไพรที่ข้าต้องการ” จากข้อมูลที่ได้รับมาก่อนหน้านี้ ในหุบเขาน่าจะมีสมุนไพรหลักที่เขาต้องการ แต่ก่อนไป ก็คิดจะไปดูที่ร้านขายยาข้างนอกก่อนว่าหาซื้อได้หรือไม่ เขามีหินวิญญาณจำนวนมาก หากซื้อได้ก็ไม่จำเป็นต้องยุ่งยากขนาดนั้น
แต่ทว่าเขายังไม่ทันออกจากสำนักก็เกิดเหตุการณ์พลิกผันที่น่าตกใจยิ่ง ทำลายแผนของเขาอย่างสิ้นเชิง
………………………………………