บทที่ 118 มีจดหมายแนบมาด้วยขอรับ
บทที่ 118 มีจดหมายแนบมาด้วยขอรับ
หวังเป่าเล่อแบกถังใบใหญ่ลอยผ่านหมู่บ้านลมปราณวิญญาณไปราวกับ ภูเขาขนาดย่อม เขาน้ำหนักลดลงไปมากทีเดียว อาจจะเพราะว่าต้องแบกของมากมายเหล่านี้ แม้แต่สนามแม่เหล็กยังต้องปล่อยแรงดึงมากกว่าคนอื่นเป็นเท่าตัว
ชายหนุ่มปล่อยวางอารมณ์มากมายที่ประดังประเดเข้ามาเมื่อตอนอยู่ในยอดเขาเศษชิ้นส่วน หันมาตื่นเต้นดีใจกับข้าวของที่รวบรวมมาได้แทน
ข้าทำสำเร็จ!
เขามองถังใบใหญ่ หุ่นเชิดที่รายล้อมกาย และศพสี่ตนที่ลอยตามมา นัยน์ตาของเขาเต็มไปด้วยความตื่นตาตื่นใจ
พอข้าออกไป ทุกคนจะต้องตะลึงกับผลงานของข้า จะได้รู้ว่าข้านั้นเก่งเพียงใด!
คิดได้ดังนั้น ชายหนุ่มก็หัวเราะขึ้นเสียงดัง
หากแต่ในความเป็นจริงตอนนี้ ด้านนอกหมู่บ้านลมปราณวิญญาณ คนของสี่ยอดสำนักศึกษาเต๋า รวมไปถึงเหล่าผู้ฝึกตนที่ติดตามมาต่างพากันตื่นตะลึงอยู่ก่อนแล้ว ฝ่ายเจ้าสำนักทั้งสี่ พวกเขาถึงกับวางเดิมพันกันไว้ด้วยซ้ำ เวลาล่วงผ่านไป เทียบเคียงกับปีก่อนๆ พวกเขาคาดว่าน่าจะใกล้ถึงเวลาที่เหล่าศิษย์จะกลับออกมากันแล้ว ยิ่งเวลาใกล้มากขึ้นเท่าใด พวกเขาก็ยิ่งตื่นตัว มองจ้องไปยังปากทางเข้าอย่างจดจ่อ
ตอนแรกพวกเขาเป็นกังวลกันจากแสงที่เกิดขึ้นบริเวณยอดเขาเศษชิ้นส่วนในหมู่บ้านลมปราณวิญญาณ แต่พอแจ้งไปทางสำนักศึกษาเต๋าในควบคุมของตน และได้กำลังเสริมมาเพิ่ม ความกังวลที่มีก็เริ่มผ่อนปรนลงไปบ้าง
ไม่นาน ศิษย์กลุ่มแรกจากแต่ละสำนักศึกษาเต๋าที่บรรลุระดับลมหายใจเที่ยงแท้แล้ว ก็เริ่มโดนพาตัวออกมาด้วยแรงดึงของสนามแม่เหล็กทีละคน ศิษย์ส่วนใหญ่ในกลุ่มนี้บรรลุระดับลมหายใจเที่ยงแท้ด้วยรากฐานวิญญาณห้านิ้วหรือต่ำกว่านั้น แม้จะมีของติดมือกลับมาบ้าง แต่ก็ไม่ค่อยน่าประทับใจเท่าใดนัก
ถึงกระนั้น พวกเขาก็ได้ก้าวเป็นผู้ฝึกตนระดับลมหายใจเที่ยงแท้ หลังจากพวกเขากลับออกมา ผู้คนจากแต่ละสำนักก็ได้เข้าไปดูว่าศิษย์ของตนมีอาการบาดเจ็บใดๆ หรือไม่ จากนั้นก็ตรวจของที่นำกลับมาได้ ก่อนจะกล่าวชมและแสดงความยินดี
ในขณะเดียวกัน เจ้าสำนักและเหล่ายอดฝีมือจากแต่ละสำนักก็ได้ทราบข่าวเรื่องการกลายสภาพของยอดเขาเศษชิ้นส่วน และความเปลี่ยนแปลงต่างๆ ที่เกิดขึ้นหลังจากนั้น พวกเขาต่างถอนหายใจด้วยความโล่งอกเมื่อได้ทราบว่าไม่ได้มี เหตุร้ายแรงใดๆ เกิดขึ้นภายในยอดเขา
นอกจากนั้น เหล่าศิษย์ก็ได้รายงานถึงเหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นในหมู่บ้านลมปราณวิญญาณ เจ้าสำนักทั้งสี่ต่างปีติยินดีเมื่อได้ทราบว่าเจ้าเยี่ยเหมิงและหลี่อี้ได้รากฐานวิญญาณแปดนิ้วมาครอบครอง พวกเขาเริ่มคาดเดาจำนวนศิษย์จากสำนักของตนที่สามารถครองรากฐานวิญญาณแปดนิ้วได้
ติดที่ศิษย์กลุ่มนี้ไม่ค่อยจะเข้าใจเหตุการณ์ต่างๆ ได้ดีเท่าใดนัก ทำให้ข้อมูลที่พวกเขารายงานมาไม่ค่อยจะครบถ้วน
แต่ทุกคนล้วนกล่าวถึงหวังเป่าเล่อ สร้างความตื่นตะลึงให้ฝูงชนและเจ้าสำนักจากสี่ยอดสำนักศึกษาเต๋าได้ไม่น้อย
“ท่านเจ้าสำนัก เจ้าหวังเป่าเล่อมันกระทำล้ำเส้น! ใช้กลวิธีใดไม่รู้ทำให้รากฐานวิญญาณนับพันต้องชะตากับมัน กลายร่างเป็นมันไปเสียหมด พวกเจ้าก็เห็นเหมือนกันใช่หรือไม่ ในนั้นมีหวังเป่าเล่อเดินว่อนอยู่ทั่วทุกที่!”
“เจ้านั่นมันเป็นตัวซวย! รากฐานวิญญาณที่ได้พบมันต่างกลายร่างเป็นมันไปกันหมด! ข้าเกือบจะได้ครองรากฐานวิญญาณเจ็ดนิ้วแล้วเชียว!”
“เจ้านั่นโดนรากฐานวิญญาณนับพันไล่ตาม พาทั้งมิติเวทปั่นป่วนไปกันหมด!”
ทุกคนต่างงงงวยเมื่อได้ยินที่เหล่าศิษย์เล่าด้วยน้ำเสียงโกรธแค้นเกลียดชัง เจ้าสำนักจากสามสำนักเต๋าศึกษาก็หันมามองชายชราในทันใด
“ไม่ใช่ความผิดของเจ้าหนุ่มที่รากฐานวิญญาณจะต้องชะตาด้วย” เจ้าสำนักแห่งสำนักศึกษาเต๋าศักดิ์สิทธิ์พูดพลางยกมือกำขึ้นปิดปากและกระแอมสองสามที เขาเองก็ตกใจไม่น้อยเมื่อได้ทราบข่าว ชายชราทราบดีว่าหวังเป่าเล่อต้องก่อเรื่องขึ้นแน่ แต่ก็ไม่ได้คิดว่าจะก่อเรื่องใหญ่ถึงเพียงนี้
ได้ยินดังนั้น เจ้าสำนักอีกสามคนก็ได้แต่นิ่งเงียบ แม้ว่าเหตุการณ์นี้จะดูผิดปกติ แต่หวังเป่าเล่อก็ไม่ใช่ศิษย์ในสำนักตน คงจะไม่เหมาะนักถ้าจะว่ากล่าวอะไรออกไป
ศิษย์กลุ่มสอง กลุ่มสาม และกลุ่มที่เหลือก็เริ่มทยอยตามออกมา ข้าวของที่รวบรวมมาได้มีจำนวนมากขึ้น พอเห็นว่ามีโอสถและพันธุ์พืชมากมายติดมาด้วย ก็เกิดเสียงฮือฮาดังขึ้นไปทั่ว
“นั่นมันโอสถ!”
“สวรรค์ เขานำพันธุ์พืชกลับออกมาได้ด้วย เป็นพืชที่ออกผลได้อีกต่างหาก!”
พอเห็นฝูงชนต่างอลหม่านกับภาพที่เห็น เจ้าสำนักจากสำนักศึกษาเต๋ากวางขาว ก็หัวเราะออกมาอย่างสำราญใจ เขามองเย้ยหยันไปทางเจ้าสำนักอีกสามคนที่มี ท่าทีอ้ำอึ้ง
“เป็นอย่างไร ศิษย์จากสำนักศึกษาเต๋ากวางขาวทำได้ไม่เลวเลย พวกท่านว่าไหม”
ชายชราไม่ได้พูดอะไรออกไป เจ้าสำนักอีกสองคนต่างมีท่าทีถมึงทึงขึ้น พยายามไม่มองไปทางเจ้าสำนักศึกษาเต๋ากวางขาวที่กำลังลำพองใจ ในหัวพวกเขา เต็มไปด้วยความคิด โอสถนั้นเป็นของหายากมาก ยิ่งพันธุ์พืชแล้ว ยิ่งหายากขึ้นไปอีก
แม้ว่าจำนวนสมบัติที่เหล่าศิษย์รวบรวมมาได้จะไม่ใช่เป้าหมายหลักของการเดิมพัน แต่ก็เป็นเป้าหมายหลักในการเปิดมิติเวทนี้ขึ้น ซึ่งจะส่งผลต่อการแบ่งสันปันส่วนสมบัติต่างๆ ของพันธมิตรสี่ยอดสำนักศึกษาเต๋า
ไม่นาน สองเจ้าสำนักจากสำนักศึกษาเต๋าธารสวรรค์และสำนักศึกษาเต๋ากวางขาวสาขาย่อยก็สงบสติอารมณ์ได้ แม้ว่าศิษย์ของตนจะไม่ได้นำพืชกลับมา แต่ก็ยังมีโอสถอยู่บ้าง อีกทั้งจำนวนที่เหล่าศิษย์ของตนรวบรวมมาได้ก็เยอะกว่า เรียกรอยยิ้มกลับมาให้สองเจ้าสำนักได้ดีทีเดียว
ชายชราเป็นผู้เดียวที่ยังคงหม่นหมองใจ สมบัติต่างๆ ที่ศิษย์สำนักศึกษา เต๋าศักดิ์สิทธิ์รวบรวมมาได้นั้นถือว่าน้อยมาก
น้ำเต้าที่จั่วอี้ฟานนำกลับมาได้ทำให้ชายชราใจชื้นขึ้นบ้าง แต่เขาก็ยังคงหงุดหงิดใจ กับผลงานที่น่าผิดหวังของเหล่าศิษย์ของตน
เห็นดังนั้น จั่วอี้ฟานก็กลืนเรื่องศพที่ตั้งใจจะนำมารายงานลงคอ เขาไม่รู้ว่าสุดท้ายแล้วใครกันที่จะได้ศพไปครอบครอง จึงไม่กล้าบอกออกไปก่อน
“ท่านลู่ ท่านไม่ต้องกระวนกระวายไป ศิษย์มากความสามารถกว่าพวกที่อยู่ตรงนี้ยังไม่ทันได้กลับมา อย่าเพิ่งสูญเสียความมั่นใจไปเลย” เจ้าสำนักจากสำนักศึกษา เต๋ากวางขาวกล่าวพร้อมกับตบบ่าชายชรา เจ้าสำนักอีกสองคนก็เข้ามาร่วมวง เหน็บแนมด้วยเช่นกัน
พอได้ฟังคำ ‘ปลอบใจ’ จากทั้งสามคน ชายชราก็ได้แต่ส่งเสียงต่ำในลำคอ เขาขุ่นเคืองใจแต่ก็ทำอะไรไม่ได้
จากนั้นไม่นาน ความหม่นหมองในใจก็พลันหายไป การกลับมาของเจ้าเยี่ยเหมิงทำให้ทุกคนตกตะลึงพรึงเพริด
“ซากศพ!”
“สวรรค์ช่วย นั่นซากศพจริงๆด้วย!”
ทุกคนต่างส่งเสียงดังอลหม่าน นอกจากเจ้าสำนักจากสี่ยอดสำนักศึกษาเต๋า จะตะลึงงันแล้ว สี่ยอดฝีมือชั้นรองประจำตัวเจ้าสำนักทั้งสี่ก็ต่างตกตะลึงเช่นกัน พวกเขาก้าวเข้าไปมองใกล้ๆ ศพที่เคยค้นพบมาก่อนในอดีตต่างอยู่ในสภาพ เสียหายหนัก ศพสภาพดีแบบนี้ถือว่าหายากกว่าพืชพันธุ์เสียอีก
ชายชรามองเย้ยไปทางสามเจ้าสำนักอย่างเบิกบานใจ เหล่าเจ้าสำนักต่างมีสีหน้ากระอักกระอ่วนใจ เห็นดังนั้นชายชราก็เอ่ยขึ้น
“เป็นอย่างไร ศิษย์จากสำนักศึกษาเต๋าศักดิ์สิทธิ์ทำได้ไม่เลวทีเดียว พวกเจ้าว่าไหม แค่ศพตนเดียวก็เหนือกว่าข้าวของทั้งหมดที่สำนักเต๋ากวางขาวรวบรวมไว้ได้แล้ว แต่อย่าเพิ่งหมดกำลังใจกันไป ศิษย์มากความสามารถต่างยังกลับมาไม่ถึง มั่นใจใน ตัวศิษย์เข้าไว้”
ชายชราพูดพลางมองไปยังเจ้าเยี่ยเหมิงอย่างภาคภูมิใจก่อนจะเอ่ยชมนาง พอเห็นว่านางได้รับบาดเจ็บ ก็รีบหยิบโอสถให้ด้วยความเป็นห่วง
“ท่านเจ้าสำนัก ข้านำศพออกมาได้เพราะความช่วยเหลือจากจั่วอี้ฟานและเฉินหมิงอวี่ แต่ที่ขาดไม่ได้เลยคือหวังเป่าเล่อ ข้าคงไม่สามารถนำศพออกมาได้ถ้าไม่มีเขา” เจ้าเยี่ยเหมิงกล่าวหลังจากรับโอสถมา
“หวังเป่าเล่ออย่างนั้นหรือ” เหล่าเจ้าสำนักได้ยินชื่อของชายหนุ่มเป็นครั้งที่สอง พวกเขาต่างเริ่มสนใจ ในขณะที่เจ้าสำนักศึกษาเต๋ากวางขาวบ่นพึมพำขึ้นเสียงเบา
“ท่านลู่ ศิษย์มากความสามารถที่สุดของสำนักศึกษาเต๋ากวางขาวยังไม่มาถึง อีกไม่ช้าคงกลับมา ข้ามั่นใจว่าพวกนั้นจะต้องไม่ทำให้ข้าผิดหวัง!”
“ใช่ ท่านลู่ อย่าเพิ่งด่วนสรุปไป”
“ท่านลู่ เจ้า…”
เจ้าสำนักอีกสามคนมองศพอย่างอิจฉาก่อนจะเอ่ยขึ้นทีละคน ยังไม่ทันพูดจบประโยค เสียงฮือฮาก็ดังขึ้นจากบริเวณทางเข้าหมู่บ้านลมปราณวิญญาณ
ร่างสานุศิษย์มากมายลอยกลับมาถึงทีละคน บางคนก็ยังมีสติหลงเหลืออยู่บ้าง แต่ที่เหลือนั้นสลบเหมือด หากแค่หมดสติเฉยๆ คงไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร แต่พวกเขานั้นกลับรายล้อมไปด้วยหุ่นเชิด!
ถ้าถูกรายล้อมด้วยหุ่นเชิดในสภาพปกติคงจะไม่เป็นเรื่องน่าร้อนใจแต่อย่างใด แต่หุ่นเชิดทั้งสามนั้นกลับมีท่าทีสัปดนเกินจะมอง นอกจากนั้นยังทำหน้าตาวิตถารพร้อมกับส่งเสียงประหลาดกวนใจ
ท่วงท่าและเสียงครางของหุ่นนั้นทำให้ทุกคนตะลึงงันไป ราวกับโลกใหม่ที่ไม่เคยเห็นได้เปิดออกตรงหน้า
“อู๋เฟินนี่!”
“สวรรค์ นั่นอู๋เฟินจากสำนักศึกษาเต๋าธารสวรรค์ เขาเป็นดาวรุ่งของสำนักเลยมิใช่หรือ เพิ่งจะได้รากฐานวิญญาณแปดนิ้วมาเองแท้ๆ!”
“เกิดอะไรขึ้นกับเขากัน”
จั่วอี้ฟานเบิกตามอง เขาและเฉินหมิงอวี่ที่กลับมาก่อนได้แต่สูดหายใจลึกด้วยความตื่นตกใจ แม้แต่เจ้าเยี่ยเหมิงที่มีท่าทีนิ่งสงบมาโดยตลอดยังตะลึงงันไปอีกคน
ทั้งสามมองหน้ากันด้วยสีหน้าหลากอารมณ์ ดวงตาฉายแววเคลือบแคลงใจ
เจ้าสำนักจากสี่ยอดสำนักศึกษาเต๋าต่างตกใจกับภาพที่เห็น เจ้าสำนักศึกษา เต๋าธารสวรรค์มองภาพตรงหน้าจนตาถลนออกมา
ยังไม่ทันจะได้ทำอะไร ศิษย์บางส่วนก็กลับออกมาเพิ่ม บางคนก็หมดสติเช่นเดียวกัน พอจะเข้าไปใกล้ เสียงครางรำคาญหูก็ดังขึ้น ส่งผลให้ทุกคนตื่นตะลึงจนบรรยายความรู้สึกออกไปไม่ได้ พอหันมองดีๆ ก็เห็นชายชายหนุ่มหน้าดำนอน หมดสติอยู่ รอบตัวรายล้อมไปด้วยหุ่นเชิด
“นี่มันมากเกินไปแล้ว!”
“พวกเขาโดนปล้นสมบัติอย่างนั้นหรือ ถ้าแค่โดนปล้นก็พอจะเข้าใจได้ แต่ทำไมเจ้าโจรร้ายต้องทำถึงเพียงนี้ด้วย”
สองเจ้าสำนักจากสำนักศึกษาเต๋าธารศักดิ์สิทธิ์และสำนักศึกษาเต๋ากวางขาวสาขาย่อยต่างโกรธเดือดดาล พวกเขาอยากทำลายหุ่นเชิดเหล่านั้นทิ้งเสีย แต่พอเอื้อมมือเข้าไปแตะ หุ่นเชิดก็ส่งสัญญาณเตือนว่าจะระเบิดทำลายตนทิ้งขึ้นทันที สองเจ้าสำนักชะงักไปในทันใด
ชายชราพยายามทำเมินเฉยไม่สนใจ เขานิ่งเงียบในขณะที่เจ้าสำนักศึกษาเต๋ากวางขาวสาขาย่อยที่ยืนอยู่ข้างๆ เดาะลิ้นขึ้น
“เหอะ เจ้าผู้นี้ดูท่าจะคิดสร้างสรรค์ดีไม่เบา ฝีมือในการหลอมหุ่นก็ไม่ได้แย่” พอจบประโยค เสียงรำคาญหูก็ดังขึ้นอีกครั้ง หลี่อี้ในสภาพไร้สติก็ปรากฏขึ้นท่ามกลางสายตาของฝูงชน
เจ้าสำนักศึกษาเต๋ากวางขาวสาขาย่อยตะลึงงันไป สำหรับเขาแล้ว หลี่อี้ถือเป็นศิษย์ฝีมือดีที่สุดในหมู่ศิษย์รุ่นใหม่ของสำนักศึกษาเต๋ากวางขาวสาขาย่อย เขาจ้องมองตาแข็งพร้อมกับคำรามขึ้นด้วยความโกรธ “ใคร! ใครเป็นคนทำ”
สามเจ้าสำนักเริ่มคำรามด้วยความเกรี้ยวกราด เหล่าศิษย์ก็สังเกตเห็นบางอย่างบนตัวชายชายหนุ่มหน้าดำ
“ท่านเจ้าสำนัก คือ…ตรงนี้มีจดหมายแนบมาด้วยขอรับ…”
Comments for chapter "บทที่ 118 มีจดหมายแนบมาด้วยขอรับ"
MANGA DISCUSSION
Madara Info
Madara stands as a beacon for those desiring to craft a captivating online comic and manga reading platform on WordPress
For custom work request, please send email to wpstylish(at)gmail(dot)com