บทที่ 117 สะกดไว้!
บทที่ 117 สะกดไว้!
ลมหมุนที่เคยพัดทั่วบริเวณและหมอกหวีดร้องราวเสียงอสูรหยุดนิ่งทันทีที่ หวังเป่าเล่อรับลูกประคำมาไว้ในมือ
จากนั้นก็เกิดเสียงกึกก้องราวกับอัสนีบาตดังขึ้นในห้วงอากาศ หมอกลอยหมุนวนกลับเหมือนโดนคลายมนตราจากผนึกที่เปิดออก เผยให้เห็นพื้นที่ว่างพ้นห้องรูปไข่แห่งนั้นไปอีกที!
พื้นที่กว้างขวางนั้นสามารถมองเห็นได้ชัดเจน หลังจากหมอกสลายหายไป
“นี่มัน…” หวังเป่าเล่อตัวสั่นพรั่นพรึงขณะกำลังลอยกลับออกไปด้วยแรงดึงของสนามแม่เหล็ก ภายในหัวถูกคลื่นความคิดถาโถมใส่ไม่หยุดยั้ง!
ชายหนุ่มเห็นกะโหลกขนาดมหึมาชิ้นหนึ่งลอยอยู่กลางพื้นที่ว่างไม่มีสิ้นสุดพ้นไปจากห้องรูปไข่ แม้ว่าเค้าโครงหน้าจะถูกปิดบังไว้ แต่ก็เห็นชัดเจนว่ามีหน้ากาก สีดำสนิทใส่ครอบไว้อยู่
ห้องรูปไข่นี้ก็เหมือนจะลอยอยู่กลางอากาศ เบื้องล่างห้องนั้นมีห้วงแห่งความว่างเปล่าแสนมืดมิด ในห้วงนั่นมีร่างขนาดใหญ่ตั้งอยู่!
เมื่อนำมาต่อกับส่วนหัว จะได้เป็นรูปปั้นขนาดใหญ่ยักษ์ ห้องรูปไข่ที่เห็นดูเหมือนจะเป็นฝ่ามือของรูปปั้นชิ้นนี้!
หน้ากากที่รูปปั้นสวมอยู่นั้นดูช่างคุ้นตาหวังเป่าเล่อ เป็นชิ้นเดียวกับของหญิงสาวที่เขาเห็นในภาพมายาบนเทือกเขาห้ายอดแน่นอน!
ภาพที่เห็นทำให้หวังเป่าเล่อรู้สึกสับสน เขาเริ่มปะติดปะต่อภาพเบื้องหน้าเข้าด้วยกันและพบว่านี่เป็นรูปปั้นของหญิงสาวผู้สูงส่งนางนั้น นางกำลังมองไปยัง หอกยาวสีน้ำเงินที่ลอยอยู่เหนือแท่นบูชาในมือขวา!
ชายหนุ่มใจเต้นรัว เขาเตรียมใจไว้ก่อนจะนำหน้ากากออกมาแล้ว อีกทั้งนี่ก็ไม่ใช่ครั้งแรกที่เขาได้พบกับหญิงสาวผู้นี้
ทันใดนั้น ขณะที่เขากำลังลอยออกไปด้วยแรงดึงจากพลังแม่เหล็ก หวังเป่าเล่อก็หรี่ตามองไปยังห้วงแห่งความว่างเปล่า เห็นใบหน้าคร่ำครวญปรากฏขึ้นเบื้องหลังรูปปั้น!
ใบหน้านั้นกว้างกว่าสามสิบเมตร มีเลือดไหลออกทางตาหูจมูกปาก ดวงตาเปล่งแสงสีม่วง มองดูแล้วไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นใบหน้าของชายหรือหญิง แต่สัมผัสได้ถึงความน่ากลัวสยดสยองที่แผ่ออกมา หวังเป่าเล่อรู้สึกราวกับว่าถูกโยนลงไปในนรกโลกันตร์
“นั่นมันอะไรกัน”
หวังเป่าเล่อสบถออกมาด้วยความตกใจ ชั่วพริบตาใบหน้ามากมายก็ปรากฏขึ้นในห้วงแห่งความว่างเปล่าเบื้องหลังรูปปั้นนั้น ใบหน้าเหล่านั้นมีลักษณะคล้ายคลึงกัน เพียงแต่แสดงอารมณ์แตกต่างกันไป บ้างก็ดูเศร้าโศก บ้างก็กำลังร้องไห้ บางส่วนหัวเราะเย้ยหยัน บางส่วนก็ดูโกรธแค้น
ใบหน้าเหล่านั้นต่างก็มีเลือดไหลออกมาและนัยน์ตาเปล่งแสงสีม่วงดูน่าขนลุกเช่นกัน ใบหน้าพวกนั้นยังปรากฏขึ้นไม่หยุดยั้ง ไม่นานทั่วทั้งห้วงแห่งความว่างเปล่า ก็เต็มไปด้วยใบหน้านับไม่ถ้วน
เหล่าใบหน้าอ้าปากกว้างร้องโหยหวน จากนั้นก็พุ่งทะลุรูปปั้นมุ่งหน้าตรงมาหาหวังเป่าเล่อ ภาพที่เห็นทำให้ชายหนุ่มรู้สึกราวกับศีรษะจะระเบิด มีเสียงอื้ออึงดังขึ้นในหัวไม่หยุด เขาได้แต่ภาวนาอย่างแรงกล้าให้สนามแม่เหล็กรีบพาเขาออกจาก ภัยอันตรายนี้เสียที
ในขณะที่ใบหน้าสยดสยองกำลังทะลุผ่านรูปปั้นมา ดวงตาของรูปปั้นไร้ชีวิต ก็เรืองแสงขึ้น เสียงเลือนรางแต่นุ่มละมุนของหญิงสาวก็ดังก้องขึ้นในห้วงอากาศ
“สะกดไว้!”
ทันทีที่เสียงดังก้องขึ้น ลำตัวของรูปปั้นก็เรืองแสงสีทอง จากนั้นก็มีประกายสายฟ้าสีทองพวยพุ่งออกมา ลำแสงเหล่านั้นกลายเป็นตาข่ายขนาดใหญ่หยุดยั้งไม่ให้ใบหน้าสยองผ่านไปได้
พริบตาที่ใบหน้าสยองสัมผัสตาข่าย เหล่าใบหน้าก็กรีดร้องอย่างทุกข์ทรมาน แม้ว่าจะดิ้นรนเท่าใดก็ไม่สามารถผ่านพ้นออกตาข่ายสายฟ้าไปได้ ตาข่ายดีดกลับ เหล่าใบหน้าถอยทัพในทันใด ค่อยๆ เลือนหายไปในห้วงแห่งความว่างเปล่า
ภาพเบื้องหน้าทำให้หวังเป่าเล่อใจเต้นแรง ร่างกายถูกดึงกลับไปที่ทางออก เขามองไปยังรูปปั้นที่กลับสู่สภาพเดิม ชายหนุ่มไม่สามารถสงบใจได้ แสงสีม่วงจากใบหน้าเหล่านั้นทำให้เขานึกถึงเหตุการณ์จู่โจมไม่คาดฝันก่อนหน้านี้ ใบหน้าเหล่านั้นทำให้เขารู้สึกตื่นกลัวเหมือนตอนพบกับลำแสงสีม่วงไม่มีผิด
หรือว่าจะเป็นพวกนั้น หวังเป่าเล่อตื่นกลัวขึ้นมา เขานึกขึ้นได้ว่ามีใบหน้าปรากฏขึ้นบนฟ้าตอนที่เขาอยู่บนเทือกเขาห้ายอดเช่นกัน
ยิ่งไปกว่านั้น ใบหน้านั้นยังมีลักษณะเหมือนกันอีกด้วย!
เกิดอะไรขึ้นกันแน่ ทำไมใบหน้าพวกนั้นถึงปรากฏขึ้นหลังจากข้าได้ลูกประคำน้ำเงินมาแล้ว หรือว่าลูกประคำนี้จะใช้สะกดพวกมันไว้อย่างนั้นหรือ
หวังเป่าเล่อคิดว่าศพทั้งห้าที่ลอยอยู่เหนือหอกยาวสีน้ำเงินก็น่าจะปกป้องลูกประคำอยู่เช่นกัน
เช่นนั้น…ที่ข้าเก็บลูกประคำกลับมาด้วย จะมีหายนะอะไรเกิดขึ้นไหมนะ
หวังเป่าเล่อเริ่มเป็นกังวล เขามองไปยังรูปปั้นอีกครั้ง ก่อนร่างจะถูกดึงออกไป ผ่านเส้นทางต่างๆ จนออกมาภายนอก
หากมองจากไกลๆ หวังเป่าเล่อในตอนนี้ดูเหมือนกับภูเขาขนาดย่อม ในมือมีถังใบใหญ่ มีหุ่นเชิดหอบข้าวของลอยตามมาอยู่ข้างถังใบนั้น ศพอีกสี่ตนลอยตามอยู่ไม่ไกล
หวังเป่าเล่อมองไปยังศพสี่ตนที่เขาจับโยนขึ้นใส่ถังอย่างยากลำบาก เขาหรี่ตามอง ก่อนหน้านี้เขาไม่ทันได้สนใจศพพวกนี้เท่าไหร่ เนื่องจากเขามัวแต่มุ่งสนใจหอกยาว สีน้ำเงินอยู่
เมื่อลองมองดูอย่างถี่ถ้วน เขาก็พบว่าบนลำตัวศพเหล่านี้มีอักขราจารึกสลักอยู่ และมีตราสีม่วงอยู่บริเวณระหว่างคิ้ว!
ตราพวกนี้ดูเหมือนใบหน้าหลากหลายอารมณ์ขนาดเล็กรวมๆ กันหลายแบบ!
ใบหน้าพวกนี้เหมือนกับใบหน้าที่รูปปั้นช่วยขับไล่ไปก่อนหน้านี้ไม่มีผิดเพี้ยน!
ความกลัวเข้าเกาะขั้วหัวใจชายหนุ่ม เขาโยนความคิดก่อนหน้านี้ทิ้งไป
หรือว่าเจ้าใบหน้าพวกนั้นจะไม่ได้ทำหน้าที่ปกป้อง แต่สะกดลูกประคำน้ำเงินนี่ไว้
หวังเป่าเล่อฉงนใจ เขาคิดว่ายังมีอะไรบางอย่างไม่ถูกต้อง ดวงตาฉายแสงวาบ ความคิดใหม่ผุดขึ้นในหัว
หรือว่าข้าจะคิดผิดไป ไม่ศพทั้งห้าก็หอกยาวสีน้ำเงินต่างหากที่พวกใบหน้าใช้เป็นเครื่องมือสะกดรูปปั้นไว้ พอข้าเอาลูกประคำออกมาได้ หมอกปริศนาก็หายไป เผยให้เห็นรูปปั้น พวกใบหน้าก็เลยคลุ้มคลั่ง พยายามแย่งลูกประคำกลับคืน แต่ไม่ทันการ รูปปั้นฟื้นพลังกลับมาช่วยขจัดพวกมันออกไปได้
หวังเป่าเล่อได้แต่คาดเดาเนื่องจากขาดข้อมูลช่วยวิเคราะห์ แต่ชายหนุ่มก็แน่ใจว่าศพที่เขานำกลับออกมาด้วยนั้นมีความเกี่ยวข้องกับลำแสงสีม่วงที่พยายามกลืนกินเขาเมื่อครั้งก่อนแน่นอน
ข้าต้องสืบให้รู้แน่ชัดว่าเหตุใดลำแสงสีม่วงนั่นพยายามจะกลืนกินข้า หรือว่าจะเป็นเพราะรากฐานวิญญาณเก้านิ้ว เสียงนั่นบอกว่า พบยอดฝีมือแล้ว หรือว่าผู้ที่ดูดกลืนรากฐานวิญญาณเก้านิ้วได้คือยอดฝีมืออย่างนั้นหรือ แต่พอข้าตื่นขึ้นมา เส้นปราณวิญญาณก็พุ่งเกินเก้าในสิบส่วน ขึ้นไปเต็มสิบส่วนเลยด้วยซ้ำ… หวังเป่าเล่อครุ่นคิดขณะที่ลอยออกจากยอดเขาเศษชิ้นส่วน
เหตุการณ์ต่างๆ ทำให้เขาตระหนักได้ว่าสถานที่แห่งนี้ช่างลึกลับซับซ้อนเกินจะหยั่งถึง เขาเพิ่งจะรู้ว่าห้องรูปไข่เมื่อครู่นี้เป็นเพียงพื้นที่รอบนอกของยอดเขา เศษชิ้นส่วนเท่านั้น ยังห่างไกลจากใจกลางอีกมากโข
ด้วยระดับการฝึกตนและความเร็วของเขา อีกทั้งยังมีเวลาที่จำกัด จึงเป็นไปไม่ได้เลย ที่เขาจะไปถึงใจกลางภูเขาได้ แค่รอบนอกก็เต็มไปด้วยความพิศวงแล้ว ลึกเข้าไป ข้างในจะมีอะไรซ่อนอยู่กัน
หวังเป่าเล่อหายใจลึก มองยอดเขาเศษชิ้นส่วนที่ค่อยๆ ไกลห่างระหว่างที่ร่างกายถูกดึงกลับออกไป เขารู้สึกยำเกรงขึ้นมาเต็มอก
ระหว่างที่ชายหนุ่มกำลังตื่นตะลึงกับความยิ่งใหญ่ของยอดเขาเศษชิ้นส่วนอยู่นั้น เหล่าศิษย์จากสี่ยอดสำนักศึกษาเต๋าที่กำลังเข้าออกภูเขาก็เห็นข้าวของที่หวังเป่าเล่อรวบรวมมาได้ ต่างพากันตื่นตะลึงจนนิ่งอึ้งไป
“นั่นศพหรือ!”
“สวรรค์ อะไรกัน ศพสวมอาภรณ์โบราณ นอกจากนั้นยังมีมากกว่าหนึ่งตนอีก!”
“สุดยอดเกินไปแล้ว! ถังใหญ่เต็มไปด้วยของ นอกจากนี้ยังมีหุ่นเชิดอุ้มของห้อยตามอีกหลายตัว!”
ระหว่างที่ทุกคนกำลังแตกตื่น พูดคุยกันเสียงดัง ไม่มีใครสังเกตเห็นศีรษะหนึ่งผลุบพ้นขอบยอดเขาเศษชิ้นส่วนออกมาอย่างเงียบเชียบด้วยดวงตาเบิกกว้าง เป็นร่างเงาสุดพรั่นพรึงตนเดียวกับที่หวังเป่าเล่อเห็นบนทางแยกก่อนหน้านี้
มันหันมองไปทางหวังเป่าเล่อ สีหน้าดุร้ายเริ่มกลายเป็นหวาดกลัว อีกทั้งยังเต็มไปด้วยความเคลือบแคลง ผ่านไปครู่ใหญ่ มันค่อยหายไปจากตรงนั้น
Comments for chapter "บทที่ 117 สะกดไว้!"
MANGA DISCUSSION
Madara Info
Madara stands as a beacon for those desiring to craft a captivating online comic and manga reading platform on WordPress
For custom work request, please send email to wpstylish(at)gmail(dot)com