บทที่ 116 ของปลอมหรอกรึ
บทที่ 116 ของปลอมหรอกรึ
ตอนแรกหวังเป่าเล่อก็พยายามจะเป็นมิตรด้วย แต่พอรู้ว่าเจ้าพวกนี้นอกจากจะตั้งใจจู่โจมเขาให้หมดสติแล้ว ยังคิดจะจับเขาแก้ผ้าเผยหุ่นผอมเพรียวต่อ หน้าธารกำนัลอีก ช่างเป็นเรื่องเกินจะทนไหว ชายหนุ่มจะให้เรื่องนี้เกิดขึ้นไม่ได้เป็นอันขาด
ยิ่งคิด หวังเป่าเล่อก็ยิ่งโกรธเกรี้ยวยิ่งขึ้น ชายหนุ่มหันกลับและทะยานตัวออกไปอย่างรวดเร็ว ทันใดนั้น เสียงร้องโหยหวนก็ดังขึ้น ชายหนุ่มพุ่งเข้าจู่โจมทุกคนที่อยู่ ตรงนั้นจนหมดสติ เสียดายที่สองคนก่อนหน้าดันหนีไปได้ด้วยสนามแม่เหล็กเขาจับพวกคนที่หมดสติมัดไว้กับหุ่นเชิดรอให้กลับออกไปด้วยแรงดึงจากสนามแม่เหล็ก
หวังเป่าเล่อปัดฝุ่นออกจากมือและชุดของเขา พลางมองไปทางเหล่าคนหมดสติที่มีหุ่นเชิดกอดรัดอยู่อย่างเบิกบานใจ พวกนั้นค่อยๆ ลอยออกไปด้วยแรงดึงทีละคน
ข้าช่างมีเมตตาเสียจริง สละหุ่นเชิดของตัวเองช่วยดูแลเหล่าคนหมดสติให้กลับออกไปโดยสวัสดิภาพ
หวังเป่าเล่อแสนสุขใจ ก้มเก็บของที่คนอื่นๆ รวบรวมมาใส่ในถังใบใหญ่ของตน แต่ข้าวของก็มากมายเสียเหลือเกิน พื้นที่ก็ดันมีไม่พอเก็บ ชายหนุ่มจึงนำหุ่นเชิดที่เหลือออกมา จากนั้นก็เอาข้าวของผูกไว้กับตัวหุ่น พอเห็นผลงานของตน เขาก็พึงพอใจเป็นอย่างมาก
แปลกจริง ทำไมข้ายังไม่โดนดึงออกไปอีกนะ หวังเป่าเล่อมองหอกยาวสีน้ำเงินที่ลอยอยู่บนแท่นบูชา นัยน์ตาลุกโชติช่วง หวังเป่าเล่อคอยย้ำเตือนตัวเองว่าลำพังแค่ระดับฝึกตนของเขาคงยังไม่เพียงพอที่จะเอาชีวิตรอดในสถานที่แสนอันตรายแห่งนี้ แต่ชายหนุ่มก็ยังเชื่อมั่นในโชคของตน ก้าวเดินต่อไปหยุดอยู่ข้างๆ คูน้ำรอบ วงแหวนปราณ
เขาไม่กล้าเดินเข้าไปใกล้มากไปกว่านี้ จึงก้มมองคูน้ำกว้างเมตรครึ่งที่ตนยืนอยู่ ตั้งมั่นยกมือขวาขึ้น พลันเมล็ดดูดกลืนในกายก็ระเบิดออก ปลดปล่อยพลังสูบไปทางหอกน้ำเงินบนแท่นบูชา มุ่งหวังจะดึงมันเข้ามาหาตัว
พลังสูบที่ชายหนุ่มปล่อยออกมาทำให้หินมากมายในวงแหวนปราณลอยขึ้นฟ้า สัญลักษณ์บนแท่นบูชากะพริบแสงขึ้นหลายที แต่หอกน้ำเงินบนแท่นและศพอีกสี่ร่างที่ลอยอยู่เบื้องบนกลับไม่ไหวติงแต่อย่างใด
ดูเหมือนว่าพลังสูบจะส่งผลกับสิ่งของภายในวงแหวนปราณ แต่ก็ไม่สามารถ ดึงหอกน้ำเงินออกมาได้ หวังเป่าเล่อเคืองใจขึ้นมาเล็กน้อย เขาเบิกตาโต ร้องคำรามเสียงดัง เมล็ดดูดกลืนในกายปล่อยพลังเต็มพิกัด พลังสูบมีพลังเพิ่มขึ้นทวีคูณ ทันใดนั้น ก็เกิดเสียงดังขึ้น ราวกับมีพายุเกิดขึ้นในวงแหวนปราณ เหล่าซากปรักหักพังถูกดูดไปทางชายหนุ่ม ศพสี่ตนที่นั่งขัดสมาธิอยู่เบื้องบนแท่นบูชาก็เริ่มเคลื่อนไปทางหวังเป่าเล่อเล็กน้อย
ปัญหาก็คือ…แม้ว่าหวังเป่าเล่อจะปลดปล่อยพลังเต็มที่จนหน้าขึ้นสี หอกยาวสีน้ำเงินกลับไม่สั่นไหวเลยแม้แต่น้อย
“บ้าจริง!” ชายหนุ่มเริ่มหงุดหงิด เขาอยากลุยคูน้ำเข้าไปปล่อยพลังดึงหอกใกล้ๆ แต่ก็ห้ามใจไว้ หวังเป่าเล่อมองคูน้ำเบื้องหน้า จากนั้นก็นำหุ่นเชิดออกมา ควบคุมให้มันเดินไปทางเส้นวงแหวนปราณ หุ่นเชิดกำลังจะก้าวเข้าไปภายในคูน้ำวงแหวนปราณ
ทันใดนั้นก็มีแสงจ้าพวยพุ่งออกมาจากคูน้ำรอบวงแหวนปราณ แสงจ้าพุ่งเข้าใส่หุ่นเชิดอย่างจังจนเกิดเป็นเสียงดัง
หุ่นเชิดโดยทำลายสลายหายไปในพริบตา หวังเป่าเล่อเสียวสันหลังวาบและถอนหายใจยาวออกมา
“อันตรายจริง!” ชายหนุ่มใจเต้นแรง พลันแววตาก็แปรเปลี่ยน นึกเสียดายขึ้นมาถ้าจะยอมแพ้ หลังจากครุ่นคิดและมองไปรอบๆ อยู่พักหนึ่ง เขาก็นั่งขัดสมาธิลงเมื่อแน่ใจแล้วว่าไม่มีใครอื่นอยู่อีก
ผ่านไปห้านาที สนามแม่เหล็กเริ่มก่อตัวขึ้นรอบๆ หวังเป่าเล่อ แรงดึงผลักหมุนเวียนรอบตัว หวังเป่าเล่อหยิบหน้ากากลึกลับออกมาโดยไม่ลังเลใจ
“ข้ายอมเสี่ยง!”
ทันทีที่หยิบหน้ากากออกมา ก็เกิดเสียงดังขึ้นหลายระลอกท่ามกลางหมอกที่ ปกคลุมทั่วพื้นที่ ราวกับคลื่นปั่นป่วนกำลังโถมใส่พื้นโลก!
เมื่อชายหนุ่มหยิบหน้ากากมาไว้ในมือ หมอกทั่วพื้นที่ก็เริ่มปั่นป่วน หมุนวนไปมาราวกับมีอสูรร้ายกำลังเห่าหอนและตะเกียกตะกายอยู่ภายใน
เสียงดังก้องไปทั่วจนผืนดินสั่นสะเทือน เกิดรอยร้าวขึ้นในคูน้ำวงแหวนปราณ หินน้อยใหญ่ตกลงไปในรอยร้าว ราวกับผืนดินกำลังจะทลายออก
ส่งผลกระทบมากทีเดียว!
หวังเป่าเล่อยืนอย่างไม่มั่นคง หายใจไม่ทั่วท้อง ถอยหนีด้วยใจที่เต้นรัว เขาตั้งใจหยิบหน้ากากออกมาเพื่อดูว่าจะเกิดการเปลี่ยนแปลงอะไรขึ้น เผื่อว่าเขาจะสามารถใช้ให้เป็นประโยชน์ได้
เมื่อเห็นผลกระทบสุดแปลกประหลาดที่เกิดขึ้น เขาก็รู้สึกผิดขึ้นมาเล็กน้อย แต่เมื่อคิดถึงหอกยาวสีน้ำเงินแล้ว แววตาเขาก็เปี่ยมไปด้วยความมุ่งมั่นที่มากขึ้นกว่าตอนแรกอีก
อยากร่ำรวยก็ต้องยอมเสี่ยง ถ้าอันตรายเกินไป ข้าจะหยุดต้านพลังสนามแม่เหล็กและให้มันดึงข้าหนีออกไป!
คิดได้ดังนั้น ชายหนุ่มก็ปล่อยหุ่นเชิดกว่าสี่สิบตัวที่เหลืออยู่ออกมา จากนั้นจึงควบคุมเหล่าหุ่นเชิดให้มุ่งไปข้างหน้า
แสงจ้ายังคงพวยพุ่งออกมาจากคูน้ำวงแหวนปราณ แต่ครั้งนี้ต่างออกไปเพราะมีหมอกปั่นป่วนอยู่รอบข้าง พื้นดินสั่นสะเทือนทำให้แสงจ้าเคลื่อนออกไปเล็กน้อย แม้ว่าหุ่นเกือบสี่สิบตัวจะโดนทำลายไปหมด ยังมีหุ่นอีกสองตัวที่ฝ่าม่านแสงเข้าไปในวงแหวนปราณได้สำเร็จ
เมื่อหุ่นเชิดเข้าไปในวงแหวนปราณ หวังเป่าเล่อก็พุ่งตัวตามไปอย่างรวดเร็วโดยมีพลังจากกระแสวิญญาณคอยช่วยค้ำจุน เขาตามหุ่นเชิดสองตัวนั้นไปติดๆ จนสามารถเข้ามาในวงแหวนปราณได้เช่นกัน!
เมื่อเท้าแตะพื้น หัวใจชายหนุ่มก็เต้นถี่รัว รู้สึกตื่นเต้นเกินกว่าจะอยู่เฉย
เข้ามาได้แล้ว!
หวังเป่าเล่อมองแท่นบูชารูปร่างคล้ายบันไดเบื้องหน้าด้วยความสุขใจ นัยน์ตา ลุกเป็นไฟโชติช่วง เมล็ดดูดกลืนภายในกายระเบิดออก ปลดปล่อยแรงดึงดูดอีกครั้ง ศพสี่ตนเคลื่อนตัวมาทางชายหนุ่มใกล้ยิ่งขึ้น แต่หอกยาวสีน้ำเงินกลับยังนิ่งไม่ไหวติง!
ชายหนุ่มขมวดคิ้ว ประเมินระยะห่างตรงหน้า ก่อนจะกัดฟันเตรียมเคลื่อนไหวอีกครั้ง เขาคุมหุ่นเชิดสองตัวข้างกายให้เคลื่อนไปข้างหน้าเป็นการทดสอบ
หลังจากมั่นใจว่าปลอดภัยดี หวังเป่าเล่อก็เดินตามหุ่นไปใกล้แท่นบูชา เมื่อเห็นสัญลักษณ์และตัวอักขระมากมายบนบันไดแท่นบูชากำลังกะพริบแสง ชายหนุ่มก็ ไม่กล้าเคลื่อนตัวเข้าไปใกล้กว่านี้อีก เหตุเพราะหุ่นเชิดตัวหนึ่งของเขาโดนทำลายด้วยแสงนั่นตอนที่เขาพยายามคุมหุ่นให้ขึ้นไปบนแท่น หวังเป่าเล่อเริ่มกังวลใจหนัก
เข้าใกล้กว่านี้ไม่ได้แล้ว
หวังเป่าเล่อส่งหุ่นเชิดตัวสุดท้ายลอยขึ้นไปบนฟ้า ยังไม่ทันจะได้กะพริบตา หุ่นก็พังทลายเมื่อพุ่งขึ้นไปสูงประมาณห้าสิบฟุต
ใบหน้าของชายหนุ่มเหยเก แรงดึงจากสนามแม่เหล็กทวีพลังขึ้น เขารู้ทันทีว่าเหลือเวลาอีกไม่มากแล้ว หวังเป่าเล่อเงยหน้ามองหอกยาวสีน้ำเงินบนแท่น จากนั้นก็เพ่งตามองพร้อมกับย่อตัวลง
ไม่ช้า หวังเป่าเล่อก็กระทืบเท้าลงพื้นพร้อมกับร้องคำราม ปลดปล่อยพลังทั้งหมดที่เหลืออยู่ในกาย ร่างของเขาพุ่งขึ้นไปบนฟ้า ระหว่างที่คุมพลังอยู่นั้น ชายหนุ่มก็ชักเอากระบี่เหาะเหินออกมาเหยียบ ทรงตัวลอยสูงอยู่จากพื้นสิบห้าเมตร
ผู้ใช้ปราณระดับการฝึกตนโบราณนั้นไม่สามารถยืนบนอากาศได้ แต่ผู้ฝึกตนระดับลมหายใจเที่ยงแท้นั้นสามารถใช้วัตถุเวทช่วยทรงตัวบนอากาศได้ครู่หนึ่ง หวังเป่าเล่อเหยียบกระบี่เหาะเหินทรงตัวลอยอยู่เหนือพื้น เขาหยุดชั่วครู่ ก่อนเมล็ดดูดกลืนในกายจะปะทุออกเต็มขั้น ปล่อยพลังสูบไปยังหอกยาวสีน้ำเงิน
“จงมาหาข้า!”
ศพสี่ตนพุ่งเข้าหาชายหนุ่มจากแรงดึงดูดที่เขาปล่อยออกมา หอกยาวสีน้ำเงินสั่นไหวเล็กน้อย แต่ก็ไม่ได้โดนพลังสูบของเขานำพาไปแต่อย่างใด ทว่ามันกลับเริ่มบิดเบี้ยว ก่อนที่จะเริ่มจางหายไป!
เกิดอะไรขึ้น หวังเป่าเล่อตกใจ หอกยาวเบื้องหน้าเลือนรางหายไปต่อหน้าต่อตา หอกนั้นหายไปอย่างรวดเร็วราวกับถูกเคลื่อนย้ายไปที่อื่น
เหมือนกับหอกยาวสีน้ำเงินเป็นเพียงแค่ภาพมายา พอโดนแพลังสูบฉุดเข้าหา ก็เริ่มสั่นคลอนและหายไป
เป็นแค่ภาพลวงตาหรือ หวังเป่าเล่อขยี้ตามอง หลังจากมองอย่างถี่ถ้วน เขาก็ตกตะลึงงันไป
บ้าจริง! ข้าลงแรงไปตั้งมาก แต่กลับเป็นแค่ภาพมายา เอาหอกปลอมมาวางหลอกคน เจ้าจะต้องได้รับผลกรรมแน่! หวังเป่าเล่อโกรธจนตัวสั่น
เมื่อเขากลับลงถึงพื้น ก็พบกับลูกประคำสีน้ำเงินวางอยู่แทนที่หอกยาวที่หายไป ลูกประคำนั้นลอยไปทางชายหนุ่มในทันที!
หวังเป่าเล่อหรี่ตามอง เมื่อลูกประคำลอยมาถึงมือ ก็เกิดแรงปะทะมหาศาลจนเขาต้องเซไปข้างหลัง แรงดึงจากสนามแม่เหล็กเริ่มทวีพลังขึ้น ดึงชายหนุ่มกลับไปยังทางออกถ้ำ
ต่อให้เป็นลูกประคำ ข้าก็จะขอรับไว้! หวังเป่าเล่อฉงนใจ เมื่อเห็นตนเริ่มโดนแรงสนามแม่เหล็กดึงร่างถอยไป ชายหนุ่มก็ปลดปล่อยพลังเมล็ดดูดกลืนในกาย ดึงศพทั้งสี่ลอยตามเขาออกไปด้วย
ได้ของมาเพียบ! ชายหนุ่มรู้สึกชื่นใจ ตอนที่ร่างกายโดนดึงออกไปเหนือคูน้ำ วงแหวนปราณ เขาอดตื่นกลัวขึ้นมาไม่ได้ แต่ก็ผ่านออกไปได้อย่างปลอดภัย ไม่รู้ว่าเป็นเพราะลูกประคำหรือศพกันแน่ที่ปกป้องเขาไว้
ชายหนุ่มถอนหายใจด้วยความโล่งอก ปลดปล่อยพลังสูบจากเมล็ดดูดกลืนอีกครั้ง เพื่อสูบเอาถังใบใหญ่ที่เขารวบรวมของไว้ในนั้นกลับไปด้วย
ทันใดนั้น เรื่องไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น!
Comments for chapter "บทที่ 116 ของปลอมหรอกรึ"
MANGA DISCUSSION
Madara Info
Madara stands as a beacon for those desiring to craft a captivating online comic and manga reading platform on WordPress
For custom work request, please send email to wpstylish(at)gmail(dot)com