บทที่ 148 ตัดเข้าโฆษณา
บทที่ 148 ตัดเข้าโฆษณา
ศิษย์รุ่นพี่จากตำหนักการยุทธ์ทั้งสองคนวิเคราะห์สถานการณ์ตรงหน้า และตัดสินใจปลุกทักษะเวทของตนเพื่อเข้าโจมตีหวังเป่าเล่อ ความสนใจของผู้ชมทั้งหมดพุ่งตรงมาที่หน้าจอของพวกเขาในทันที เนื่องจากเป็นจุดที่พลุระเบิด สีสันระยิบระยับอยู่
“เจ้าหนุ่มนั่นตั้งใจทำอะไรกันน่ะ ถึงปล่อยพลุออกมาแบบนั้น” บนอัฒจันทร์ฝั่งเจ้าพนักงานระดับสูงของสำนักศึกษาเต๋าศักดิ์สิทธิ์ บรรดาผู้อาวุโสจากตำหนักต่างๆ พากันมองภาพตรงหน้าด้วยดวงตาโตจากความสงสัย
แม้แต่รองประมุขสำนักและชายในชุดคลุมสีแดงเองยังไม่เข้าใจ ผู้อาวุโสจากตำหนักอาวุธเวทที่ชื่นชอบหวังเป่าเล่อยิ่งนัก ก็ทำได้แค่หัวเราะฝืดๆ ก่อนจะพยายามอธิบายว่าเกิดอะไรขึ้น
“ข้าว่า…คงเป็นไม้ตายอะไรของเขากระมัง”
ขณะที่เหล่าผู้ชมบนอัฒจันทร์มองหน้ากันไปมา แม่ทัพโจวที่อยู่บนอัฒจันทร์ฝั่งเหล่าทัพก็อึ้งไปเช่นกัน โจวลู่ที่นั่งอยู่ข้างๆ เขาก็ดูประหลาดใจไม่น้อย
ปฏิกิริยาตอบรับของสานุศิษย์ที่หน้าจอก็ไม่ต่างกัน บางคนเริ่มวิพากษ์วิจารณ์ว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่ ทุกคนจ้องไปที่หน้าจอของหวังเป่าเล่ออย่างไม่ยอมละสายตา
ภาพบนหน้าจอนั้นแสดงให้เห็นว่าหวังเป่าเล่อหน้าตาดูเหมือนตกที่นั่งลำบากอยู่เล็กน้อย คำพูดโน้มน้าวใจที่เขาใช้เมื่อครู่ไม่เป็นผล ศิษย์รุ่นพี่ทั้งสองยังคงพุ่งตรงมาทางเขาอย่างมั่นใจมากกว่าเดิม ทั้งสองไม่ได้หันกลับไปสนใจลู่จื่อหาว ที่พยายามขวางพวกเขา หรือกระบี่เหาะเหินเยือกแข็งที่พุ่งตรงมาเลยแม้แต่น้อย แม้จะได้รับบาดเจ็บจากอาวุธดังกล่าวมาบ้าง แต่ทั้งสองก็ดูไม่ยี่หระขณะที่ปลุกพลังเวทในกายตนเอง อีกครั้ง เพื่อพุ่งเข้าหาหวังเป่าเล่อในพริบตา
กระนั้น ทั้งสองก็ได้แต่สบถอยู่ในใจเมื่อพบว่าพลุที่หวังเป่าเล่อปล่อยออกมาเป็นแค่พลุธรรมดา หาใช่ท่าไม้ตายสุดอันตรายอย่างที่เข้าใจในตอนแรกไม่ ศิษย์พี่รู้สึก หัวเสียกว่าเดิมที่โดนกดดันให้แสดงฝีมือ เนื่องจากพลุของหวังเป่าเล่อทำให้พวกเขากลายเป็นจุดสนใจของคนนับหมื่น ไม่ว่าอย่างไรก็เสียหน้าไม่ได้เด็ดขาด
หากจะอธิบายสิ่งที่เกิดขึ้นภายในพริบตานี้ให้ละเอียด คงจะยาวนานมาก ศิษย์รุ่นพี่ผู้หนึ่งจากตำหนักการยุทธ์ตะโกนอย่างหัวเสีย ก่อนพุ่งหมัดตรงมาที่ ชายอ้วนเป้าหมาย
เพียงแค่กระบวนท่าของหมัดนั่นก็น่าประทับใจแล้ว แต่พลังของมันกลับมากจนดูเหมือนจะทำลายทุกสิ่งให้แหลกเป็นผุยผง
เมื่อเห็นเพื่อนตั้งใจขนาดนั้น ศิษย์รุ่นพี่อีกคนก็ปล่อยวิชาเต็มที่เช่นกัน เขาหยิบเอายันต์กระดาษทั้งหมดที่มีออกมาร่ายคาถาเวท เพื่อปล่อยลูกไฟและใบพัดมากมายเข้าใส่หวังเป่าเล่อ
“ทำไมพวกเจ้าทั้งสองไม่มีเหตุผลเอาเสียเลย” หวังเป่าเล่ออยากกระโดดหลบ แต่บริเวณนี้ไม่กว้างพอ เมื่อเห็นว่าเวลาของตนเหลือไม่มาก เนื่องจากพลุกำลัง จะสลายไป เขาก็หน้ายุ่งขึ้นทันที ก่อนหยิบเอาลูกประคำเกราะระฆังทองคำออกมาหลายลูก ปาไปที่เท้าของตน
“จงล่าถอยไปเดี๋ยวนี้!” หวังเป่าเล่อร้องสั่งด้วยเสียงต่ำ เมื่อลูกประคำกระทบ เข้ากับพื้น ก็พลันรวมกันเป็นหนึ่งเดียวพร้อมเสียงระเบิดกึกก้อง แสงสว่างสีทอง วาบขึ้นมากันหวังเป่าเล่อออกจากศิษย์รุ่นพี่ทั้งสอง
หวังเป่าเล่อตั้งใจจะกันทั้งสองคนนี้ออกไป เพื่อให้ลู่จื่อหาวได้แสดงฝีมือการใช้กระบี่เหาะเหินเยือกแข็งได้เต็มที่ เขาคาดการณ์ว่ากระบี่เหาะเหินเยือกแข็งนี้แหละจะกลายเป็นสินค้ายอดนิยมที่สุด จากบรรดาวัตถุเวททั้งหมดที่ตั้งใจนำมาขาย
หวังเป่าเล่อทำแม้กระทั่งคิดค้นสูตรการใช้วัตถุเวทมากมายร่วมกัน เพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับกระบี่เหาะเหินเยือกแข็งนี้
แต่สิ่งที่เกิดขึ้นตามมา ก็ทำให้หวังเป่าเล่อตกที่นั่งลำบากอีกครั้ง
เกราะระฆังทองคำของเขาเรืองแสงสว่างสีทอง เมื่อคาถาเวทและหมัดอันทรงพลังของรุ่นพี่จากตำหนักการยุทธ์ทั้งสองพุ่งเข้าปะทะเกราะนั้น เสียงระเบิดสะเทือนเลื่อนลั่นก็ดังขึ้น
เสียงนั้นสะท้อนไปทั่วบริเวณ จนทำให้รุ่นพี่ทั้งสองงุนงงทำอะไรไม่ถูก สีหน้าของพวกเขาเปลี่ยนในทันที
“นั่นมันอะไรกันน่ะ”
ศิษย์ทั้งสองเริ่มตื่นตระหนก พวกเขารู้สึกราวกับว่าตนเองพุ่งเข้าโจมตีภูเขาที่แข็งแกร่งไม่สะทกสะท้าน ที่น่าตกใจมากกว่านั้นคือแรงตีกลับจากเกราะที่รุนแรงอย่างคาดไม่ถึง จนสะท้อนเอาพลังโจมตีของพวกเขากลับมาปะทะใส่ตนเองจนหมด
หากแรงปะทะนั้นเพียงทำให้เกราะสั่นสะเทือน คงไม่ใช่เรื่องใหญ่นัก แต่พายุที่เกิดจากพลังปราณกลับก่อตัวขึ้นจากแรงสั่นนั้น และโหมกระหน่ำออกไปในทุกทิศทาง ทั้งสองคนไม่ใช่หัวกะทิของตำหนักแต่แรก แม้ว่าจะเป็นรุ่นพี่ แต่ระดับปราณของ พวกเขาก็อยู่ที่ระดับหนึ่งเท่านั้น ทั้งสองเห็นพายุปราณพัดมุ่งหน้ามาทางตน และกำลังจะเข้าปะทะในไม่ช้า
ศิษย์รุ่นพี่กรีดร้องด้วยความเจ็บปวด คนหนึ่งพยายามหนีด้วยความตกใจ แต่ทว่าอีกคนกลับไม่เร็วพอ ร่างของเขาถูกพายุพัดกรรโชกไปมาราวกับว่าวที่สายขาด ร่างกระแทกกระทั้นเข้ากับสายลมที่โกรธเกรี้ยวอย่างเต็มแรง ก่อนจะตกลงบนพื้น เลือดสดๆ ทะลักออกมาจากปาก รุ่นพี่คนนั้นมองหวังเป่าเล่อด้วยสายตาตระหนกตกใจ และรู้แล้วว่าตนได้เจอเข้ากับของจริงเป็นที่เรียบร้อย
หากไม่มีใครสนใจดูการต่อสู้นัดนี้อยู่ เขาคงไม่ใส่ใจมาก แต่นี่ทุกคนบนเกาะกำลังจับจ้องมาที่เขา รุ่นพี่คนนั้นตระหนักได้ว่า ตนเองจะตกอยู่ในสภาพน่าสมเพช มากกว่านี้ หากดึงดันจะสู้ต่อไป เขาจึงยอมแพ้ในที่สุด
ศิษย์อีกคนที่หลบได้ทันนั้นเป็นแค่ผู้ช่วย เมื่อเห็นว่าเพื่อนของตนยอมแพ้ เขาก็ทำอะไรไม่ได้นอกจากหัวเราะฝืนๆ ก่อนยอมทำตามแต่โดยดี เมื่อเขาหันไปมองเกราะ สีทองอร่ามตรงหน้าหวังเป่าเล่อ ดวงตาก็ฉายชัดด้วยความตกใจ
เหตุการณ์ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว จนลู่จื่อหาวที่ถือกระบี่เหาะเหินเยือกแข็ง อยู่นั้นพุ่งเข้ามาแก้สถานการณ์ไม่ทัน
เมื่อเขาเห็นคู่ต่อสู้ทั้งสองยอมแพ้แต่โดยดี ลู่จื่อหาวก็เดือดขึ้นมาอย่างเสียมิได้ ตาจ้องมาที่หวังเป่าเล่อด้วยสายตาโมโห
“หวังเป่าเล่อ เราตกลงกันแล้วมิใช่หรือ เจ้ายังบอกเองว่าจะไม่ทำอะไร จะปล่อยให้ข้าจัดการเอง! นี่มันการแข่งขันของข้านะ!”
“ข้าไม่ได้ทำอะไรเลย แต่พวกนี้จะเข้ามาโจมตีข้า ข้าก็ต้องป้องกันตัวสิ แค่ป้องกันตัว ก็ไม่ได้หรืออย่างไร” หวังเป่าเล่อตบเข้าที่หน้าผากตนเองอย่างหัวเสีย เพราะเขาไม่ได้ตั้งใจจะโจมตีจริงๆ แต่ตัวเขาเองก็ไม่ได้คาดคิดว่าคู่ต่อสู้จะอ่อนขนาดนี้ จริงอยู่ที่ลูกประคำนั้นทรงพลังพอสมควร และเขาเองก็เพิ่มอักขระกันกระแทกเข้าไปด้วย แรงปะทะจึงสร้างกระแสพายุพลังปราณขึ้นมาได้ แต่พายุนั่นก็ไม่ได้ทรงพลังอะไรขนาดที่หัวกะทิจากตำหนักการยุทธ์จะต่อกรไม่ได้
แต่ก็เห็นชัดอยู่ว่าคู่ต่อสู้ของพวกเขาทั้งสองนี่ไม่ใช่หัวกะทิ เป็นเพียงศิษย์สามัญทั่วไปเท่านั้น
เมื่อเห็นสิ่งที่เกิดขึ้นตรงหน้า หวังเป่าเล่อรู้ในทันทีว่าแผนการของตนล่มไม่เป็นท่าเสียแล้ว แต่ไหวพริบของเขาก็ไวเสียยิ่งกว่าใคร หวังเป่าเล่อรู้ดีว่าตอนนี้หลายคนกำลังสนใจพวกเขาอยู่ เขาจึงพยายามเป็นอย่างมากที่จะกู้ชีพโครงการของตนเองกลับมา ชายหนุ่มมองขึ้นไปบนฟ้าด้วยรอยยิ้มฝืนๆ
“ท่านผู้อาวุโส คณาจารย์ ศิษย์รุ่นพี่และรุ่นน้องที่เคารพรักของข้า เป็นอย่างไรกันบ้างขอรับ สบายดีไหม เอ่อ… ข้าชื่อ หวังเป่าเล่อนะขอรับ
“วันนี้ข้าจะมาแนะนำวัตถุเวทนี้ให้พวกท่านได้รับชม ที่ท่านเห็นอยู่นี้คือ เกราะระฆังทองคำ ใช่แล้ว ท่านไม่ได้หูเพี้ยนไปหรอก! มันคือ เกราะระฆังทองคำในตำนานของแท้แน่นอน!
“ทุกท่านคงได้เห็นแล้วว่าเจ้าเกราะระฆังทองคำนี่ทรงพลังขนาดไหน ที่ใจกลางของวัตถุเวทนี้คือ ศิลาวิญญาณรุ้ง ที่อัดแน่นด้วยอักขราจารึกมากกว่าสามหมื่นตัว ข้าสร้างมันกับมือด้วยทรายกาลดวงดาว และยังผ่านกระบวนการหลอมอย่างใจเย็นเป็นเวลาสี่สิบเก้าวันบนไฟอ่อน เพื่อให้ขึ้นรูปอย่างแข็งแกร่งยอดเยี่ยม!”
หวังเป่าเล่อกระแอมไอเพื่อเตรียมเสียง เขาพูดอย่างเป็นธรรมชาติขึ้น เมื่อบรรยายสรรพคุณของวัตถุเวท
แต่ในความเป็นจริงแล้ว เขาตัดสินใจทำแบบนั้นด้วยความเข้าตาจน เขาจะปล่อยให้โอกาสเรียกความสนใจจากฝูงชนนี้ผ่านไปเฉยๆ ไม่ได้ ในเมื่อทุกคนกำลังจับจ้องพวกเขาแล้ว ชายหนุ่มรู้สึกว่าตนเองต้องพูดอะไรสักอย่าง ในเมื่อเขาโฆษณาขายกระบี่เหาะเหินเยือกแข็งไม่ได้ ก็ขายลูกประคำมันแทนแล้วกัน
ทันทีที่เขาร่ายยาวออกมา ทุกคนบนอัฒจันทร์ก็พากันตกตะลึงไปตามๆ กัน โดยเฉพาะชายวัยกลางคนในชุดคลุมสีแดงที่ตัวแข็งทื่อด้วยความตกใจ
“เจ้าอ้วนนี่กำลังขายของ! ผิดกฎการประลองไหมเนี่ย”
ผู้อาวุโสท่านอื่นก็อึ้งค้างเช่นกัน มีแต่ผู้อาวุโสประจำตำหนักอาวุธเวทที่ชื่นชอบในตัวหวังเป่าเล่อเท่านั้นที่กระแอมในลำคอ
“คงไม่ผิดกฎหรอกข้าว่า การโฆษณาขายของนี่ไม่ได้ทำให้ผู้ท้าชิงคนอื่น เสียประโยชน์นี่ นี่อาจเป็นกลยุทธ์การต่อสู้แบบหนึ่งก็ได้นะ เห็นไหม ดูแค่นี้ก็รู้แล้วว่าเด็กคนนี้ฉลาด…”
คำแก้ตัวแทนหวังเป่าเล่อของท่าน ทำให้ผู้อาวุโสท่านอื่นและชายวัยกลางคนในชุดแดงทำสีหน้าประหลาด มองจากดวงอาทิตย์ปักกระบี่ยังรู้ ว่าผู้อาวุโสจากตำหนักอาวุธเวทให้ท้ายหวังเป่าเล่อเพียงใด จึงพยายามบ่ายเบี่ยงหาทางออกให้เขา แล้วยัง ไม่วายยกยอปอปั้นเขาไปในเวลาเดียวกัน คำแก้ตัวที่ว่าการโฆษณาขายของเป็น หนึ่งในกลยุทธ์การต่อสู้นี้ เรียกได้ว่า แซงโค้งไปไกลมาก
แม้แต่เหล่าทหารบนอัฒจันทร์ของกองทัพยังตกใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น โจวลู่นิ่งตะลึงงัน ในขณะที่ท่านแม่ทัพโจวระเบิดเสียงหัวเราะออกมา เขาจ้องไปที่หวังเป่าเล่อ ดวงตาเต็มไปด้วยความสนใจใคร่รู้ระคนความชื่นชมที่ฉายชัด
ในเวลาเดียวกันนั้น ผู้ชมที่ขอบจอบนเกาะมหาปราชญ์ชั้นรองก็เริ่มคุยกันเสียงดังลั่น ทุกคนงุนงงและอุทานออกมาด้วยความตกใจ
“หน้าด้านเป็นบ้า! ข้าก็เคยเห็นคนพยายามขายของมาบ้าง แต่ไม่มีใครขายได้โจ่งแจ้งเท่านี้เลย!”
“หมอนี่มันใจกล้าชะมัด! ข้าก็เคยคิดว่าจะทำเหมือนกัน แต่ดันไม่กล้าพอเสียนี่!”
“เจ้าหวังเป่าเล่อนี่… วันหนึ่งมันต้องดังแน่ๆ !”
เสียงวิพากษ์วิจารณ์ดังไปทั่วเกาะ ทุกคนจากตำหนักอาวุธเวทได้แต่สูดหายใจเข้าลึก การขายของแบบโต้งๆ ทำให้พวกเขาถึงกับไปไม่ถูก
แต่หวังเป่าเล่อยังบรรยายไม่จบ
“ข้าว่าทุกคนคงอยากได้แล้วใช่ไหมเล่า แต่วัตถุเวทระดับสองคุณภาพยอดเยี่ยมนี้ ไม่ได้มีคุณสมบัติเพียงเท่านี้นะขอรับ นอกจากจารึกอักขระต้านแรงปะทะอันล้ำเลิศ ด้วยการสร้างพายุปราณอย่างที่ทุกท่านเห็นเมื่อครู่นี้แล้ว พวกท่านคิดว่าลูกประคำนี่ยังมีไม้ตายอื่นอยู่อีกหรือไม่ ก็มีน่ะสิ! เอาล่ะ ดูให้ดีนะทุกคน!” หวังเป่าเล่อหายใจ เข้าลึก ก่อนยกมือขวาขึ้นชี้ไปยังเกราะสีทองที่ยังหลงเหลืออยู่
ทันใดนั้น เกราะสีทองก็บิดเรือนร่างอันแน่นหนาเข้าหากัน และระเบิดออกด้วยเสียงกึกก้องกัมปนาท ท่ามกลางสายตาของคนหลายหมื่น แรงระเบิดนี้ก่อให้เกิดคลื่นความกดอากาศที่กระจายไปทั่วทุกสารทิศ นี่ทำให้ศิษย์รุ่นพี่ทั้งสองจากตำหนัก การยุทธ์ ตกใจมากจนสูดหายใจเข้าลึก
สีหน้าของบรรดาเจ้าพนักงานระดับสูงของสำนักศึกษาเต๋าศักดิ์สิทธิ์ สหพันธรัฐ และกองทัพ ก็พลันจริงจังขึ้นในทันทีเช่นกัน สำหรับพวกเขา วัตถุเวทระดับสองชั้นเยี่ยมไม่ใช่อะไรมีค่าพอที่ต้องป่าวประกาศโพนทะนา แต่ลูกประคำนี้ถือว่าเป็น สินค้าชั้นดีในหมู่วัตถุเวทระดับเดียวทั้งหมด ที่แม้แต่พวกเขาเองยังต้องให้ความสนใจ!
เหล่าศิษย์ที่ดูอยู่ที่หน้าจอนั้นก็เงียบลงในอึดใจนั้น หลายคนกลั้นหายใจขณะมองด้วยความตกตะลึง ในขณะที่หลายคนก็รู้สึกอยากได้ขึ้นมาในทันที
หวังเป่าเล่อกวาดสายตามองไปยังเหล่าผู้ชมบนอัฒจันทร์บนฟ้า หลังจากที่เห็น สีหน้าตกตะลึงของทุกคน เขาก็เริ่มตื่นเต้นและเอ่ยปากพูดขึ้นมาอีกครั้ง
“นี่คือไม้ตายสุดท้ายของวัตถุเวทชิ้นนี้ ลองคิดดูดีๆ นะขอรับ เมื่อใช้เป็นเกราะป้องกันตัว เจ้าลูกประคำนี่ก็แข็งแกร่งจนคู่ต่อสู้ทำลายได้ยาก เมื่อจุดให้มันระเบิดออกในฉับพลัน ก็ช่างเหนือความคาดหมายเสียนี่กระไร คู่ต่อสู้ของท่านจะตกใจขนาดไหนกันนะ!
“วัตถุเวทที่ทั้งล้ำค่าและมีคุณประโยชน์หลากหลายนี้ ทรงพลังอย่างไม่น่าเชื่อเลยใช่ไหมล่ะ… ลู่จื่อหาว เจ้าคิดว่าเจ้าลูกประคำนี่ราคาเท่าไร”
หวังเป่าเล่อกระตือรือร้นสุดขีด ขณะส่งมุกต่อให้ลู่จื่อหาวชงกลับมา
Comments for chapter "บทที่ 148 ตัดเข้าโฆษณา"
MANGA DISCUSSION
Madara Info
Madara stands as a beacon for those desiring to craft a captivating online comic and manga reading platform on WordPress
For custom work request, please send email to wpstylish(at)gmail(dot)com