บทที่ 154 อาวุธมายา เนรมิตได้ตามใจนึก
บทที่ 154 อาวุธมายา เนรมิตได้ตามใจนึก
ตั้งแต่เริ่มรับใช้กองทัพมานี่เป็นครั้งแรกที่โจวลู่ถูกตำหนิซึ่งๆ หน้า สีหน้าของนางเปลี่ยนด้วยความคาดไม่ถึง แม้อยากจะโต้กลับแต่ก็ไม่กล้าพอ โจวลู่จึงทำได้เพียงค้อมศีรษะรับฟังเท่านั้น ในใจปั่นป่วนด้วยความขุ่นเคืองและความรู้สึกไม่ชอบธรรมที่ทวีขึ้น
ท้ายที่สุดแล้วนางก็กระซิบออกมา “แต่ผู้ฝึกตนเฉกเช่นพวกข้าต้องวางตนอยู่ในความเที่ยงตรงและยุติธรรม ตามครรลองแห่งเต๋ามิใช่หรือเจ้าคะ”
“การวางตนในความเที่ยงตรงและยุติธรรมคือวิถีการใช้ชีวิต แต่การโจมตีคู่ต่อสู้เพื่อหมายเอาชนะนั้นเป็นอีกเรื่องหนึ่ง เจ้าคิดว่าสองสถานการณ์นี้เหมือนกันหรือไม่ และครรลองแห่งเต๋าเกี่ยวอะไรกับเรื่องนี้กัน เจ้าเข้าใจว่าจุดประสงค์ของการเป็น ผู้ฝึกตน คือการใช้ชีวิตตามครรลองแห่งเต๋าเพียงเท่านั้นหรือ!” แม่ทัพโจวมีสีหน้าเด็ดขาด ขณะมองมาที่โจวลู่
“จุดประสงค์ของการฝึกตนนั้นมีไว้เพื่อปกป้องตนเอง เพื่อการเอาตัวรอด และปลิดชีวิตศัตรู! หากเจ้ายังก้าวข้ามจุดนี้ไม่ได้ เจ้าก็ไม่มีทางวางตนตามวิถีของเต๋าได้เช่นกัน!” แม่ทัพโจวดูไม่อยากพูดอะไรมากนัก ท่านเลิกมองหน้าโจวลู่และหันไปสนใจสิ่งอื่นแทน
โจวลู่ตกใจเป็นอันมากกับสิ่งที่แม่ทัพโจวเอ่ย นี่เป็นครั้งแรกที่นางได้ยินคำกล่าวนั้น เนื่องจากที่ผ่านมาสำนักศึกษาเต๋ากวางขาวไม่เคยสอนหลักความจริงข้อนี้กับนาง ความแตกต่างจากหลักการที่เคยร่ำเรียนมา ทำให้แม่นางจับต้นชนปลายไม่ถูก โจวลู่ก้มหน้าลงครุ่นคิด
ในเวลาเดียวกันนั้น ทุกสายตาจับจ้องไปที่ลานประลองระหว่างชายหัวโล้น และหวังเป่าเล่อ แรงระเบิดที่ชายหนุ่มปล่อยออกมากลางอากาศ ส่งให้ร่างของ หวังเป่าเล่อล่าถอยไปข้างหลัง ระยะห่างระหว่างทั้งสองขยายกว้างขึ้น ชายหัวโล้นจ้องหวังเป่าเล่อ สูดหายใจเข้าลึกเพื่อบังคับตนให้สงบจิตสงบใจลง แสงสีทองสว่างวาบขึ้นลึกในดวงตา เขาวาดนิ้วชี้ขึ้นมาค้างไว้ตรงใบหน้าของตน และพูดด้วยน้ำเสียงสงบนิ่ง
“ท่านอาจารย์กล่าวว่าสาขาปรัชญาเต๋าแห่งสำนักศึกษาเต๋าศักดิ์สิทธิ์นั้น สามารถทำความเข้าใจสัจจะแห่งเต๋าที่มีอยู่มากมายทั้งในโลกมนุษย์และบนสวรรค์ จงเลือกหนึ่งหลักนั้น ยึดเหนี่ยวมันไว้ และสร้างโลกในแบบของตนขึ้น ข้า อู๋เฉิน นั้นช่างโง่เขลานัก ข้าทำได้เพียงแค่สร้างหยดน้ำขึ้นมาหนึ่งหยดเท่านั้น โปรดชี้ทางให้ข้าด้วยเถิด หวังเป่าเล่อ ศิษย์ร่วมสำนักแห่งเต๋า” ในวินาทีนั้นเอง เสียงของชายหัวโล้นก็เปลี่ยนไป มันอาบไปด้วยความดื้อรั้นจากเบื้องลึก
เขายกนิ้วสูงขึ้น ที่ปลายนิ้วของชายหนุ่ม มีหยดน้ำหยดหนึ่งปรากฏขึ้นจากอากาศธาตุว่างเปล่า
หยดน้ำหยดนั้นใสราวกับแก้วและสะท้อนกระจายแสงจากทุกทิศทาง มันส่องสว่าง สุกปลั่งจนทำให้ทุกสิ่งที่รายล้อมดูมืดมนลงไป ราวกับความสว่างใสทั้งหมดโดยรอบมารวมอยู่ภายในน้ำหยดนี้ แสงสว่างใสที่ปลายนิ้วของชายหนุ่ม กลายเป็นจุดสนใจของทุกคนในทันที!
สีหน้าของลู่จื่อหาวเปลี่ยนไปทันทีที่หยดน้ำนั้นอุบัติขึ้นกลางอากาศ ความรู้สึกถึงอันตรายใกล้ตัวทำให้เขาหายใจไม่ออกจนต้องถอยหลังไปหลายก้าว ราวกับต้องการหนีจากสถานที่แห่งนี้ไปให้ไกลเสีย
หยดน้ำนั้นดึงเขาเข้าไปจนทำให้รู้สึกต้านทานไม่ไหว จิตใจของเขาสั่นไหวเหมือนสายฟ้าฟาดทันทีที่มอง
“นั่นมันพลังเวทบ้าอะไรกัน หมอนั่นไม่ได้ใช้ยันต์ด้วยซ้ำ นี่คือพลังของผู้ที่เพิ่งบรรลุระดับแรกของลมหายใจเที่ยงแท้จริงหรือ ไหนว่ามาจากสาขาปรัชญาเต๋าไม่ใช่รึอย่างไร”
ขณะที่จิตใจของลู่จื่อหาวปั่นป่วน หวังเป่าเล่อก็หรี่ตาลง หยดน้ำที่ปลายนิ้วของอีกฝ่ายทำให้เขารู้สึกถึงอันตรายที่คืบเข้ามาใกล้เช่นกัน ราวกับว่าหยดน้ำส่องสว่างนี้ มีพลังยิ่งใหญ่ที่แม้แต่เขาก็ไม่เข้าใจ ถึงจะเป็นเพียงหยดสีเงินหยดเดียว แต่ประกายเงินสุกปลั่งนี้ กลับแผ่อำนาจรบกวนทุกสิ่งรอบข้างให้วุ่นวายสับสนไปหมด แม้แต่ในใจของเขาเองก็ไม่เว้น
หมอนี่มาจากสาขาปรัชญาเต๋า! หวังเป่าเล่อหายใจสะดุด ก่อนหน้านี้ภาพลักษณ์ของสาขาปรัชญาเต๋าในใจเขานั้นต่ำตมมาก แต่ทันทีที่เขาเห็นหยดน้ำสีเงินสุกสว่างหยดนี้ ทัศนคติที่เขามีต่อสาขาปรัชญาเต๋าก็ดีขึ้นเล็กน้อย
ถึงหมอนี่จะมาจากสาขาปรัชญาเต๋า แล้วอย่างไรเล่า ก่อนหน้านี้เขาก็ยังต้องหลบการโจมตีของข้า นั่นแปลว่า…หากข้าเข้าใกล้ได้อีกรอบ ข้าก็จะต่อยเขาปลิวได้!
หลังจากหายตื่นตะลึงกับหยดน้ำสุกปลั่งแล้ว ดวงตาของหวังเป่าเล่อก็สว่างวาบด้วยความกระตือรือร้นอีกครั้ง ลำแสงสีม่วงสว่างขึ้นลึกในดวงตาของชายหนุ่ม เขายกเท้าขึ้นเพื่อก้าวเข้าไปหาชายหัวโล้น พลางปล่อยไอจากพลังปราณทั้งหมดที่มี
พลังของหวังเป่าเล่อฉายชัดคมกริบราวกับดาบที่เพิ่งชักออกจากฝัก ย่างก้าวของเขาปล่อยพลังรุนแรงที่ทำให้ชายหัวโล้นรู้สึกได้ ชายหนุ่มผู้นั้นหรี่ตาลงและสะบัดมือขวา หยดน้ำหยดนั้นก็ลอยออกจากปลายนิ้วและพุ่งตรงมายังหวังเป่าเล่อทันที
“เจ้าจะไม่มีวันได้เข้าใกล้ข้าอีก”
ในเวลาเดียวกับที่ชายหัวโล้นเอ่ยประโยคนี้ออกมา สองเท้าของหวังเป่าเล่อก็กระแทกพื้นอย่างแรงพอดิบพอดี ร่างท้วมของชายหนุ่มพุ่งทะยานสูงขึ้นฟ้า เปลี่ยนทิศทางกลางอากาศ เขาต้องการเบี่ยงหลบหยดน้ำนั้นแต่ดูเหมือนจะไม่เป็นผล หยดน้ำนี้พิเศษกว่าทุกสิ่ง มันระเบิดออกเป็นม่านหมอกหนาที่แพร่กระจายไปในบรรยากาศด้วยความเร็วเหลือเชื่อ หมอกหนานี้ห่อหุ้มร่างของหวังเป่าเล่อเอาไว้ ในที่สุด
ทันทีที่ติดกับอยู่ในกำแพงหมอก สายตาของหวังเป่าเล่อก็พร่ามัว เมื่อเขากลับมามองเห็นเป็นปกติอีกครั้งก็ต้องหรี่ตาลงกับภาพประหลาดตรงหน้า ทุกสิ่งรอบกายเขาเปลี่ยนไป ลู่จื่อหาวและทางเดินสู่ยอดเขานั้นอันตรธานหายไปแล้ว
แม้แต่อัฒจันทร์ลอยฟ้าก็ไม่เหลือเค้าให้เห็น ทุกสิ่งทุกอย่างหายไปจนหมดสิ้น จนราวกับว่าในโลกนี้มีเพียงเขาและหมอกหนาไร้ที่สิ้นสุดเท่านั้น เขายืนอยู่กลาง ทะเลหมอกที่ดูไม่ต่างอะไรจากโลกมายา
“ภาพลวงตาอย่างนั้นหรือ” หวังเป่าเล่อหายใจถี่ ตื่นตัวด้วยความระแวดระวัง ทันใดนั้นทะเลหมอกรอบกายเขาก็กระเพื่อม ตามด้วยเสียงร้องโหยหวนประหลาดสะท้อนก้อง ใบหน้ามากมายพุ่งออกมาจากทะเลหมอกรอบกาย ใบหน้าทุกหน้านั้นคือตัวเขาเอง หวังเป่าเล่อ!
แต่ละใบหน้านั้นมีสีหน้าที่แตกต่างกันไป บ้างก็หัวเราะ บ้างก็ร้องไห้ บ้างก็แยกเขี้ยวด้วยความโกรธ บ้างก็ร้องตะโกนอย่างบ้าคลั่ง อับจนหนทาง มีบางใบหน้าที่แสดงสีหน้าละโมบด้วยซ้ำ ราวกับว่ากำลังพยายามแสดงอารมณ์ทั้งเจ็ดและประสาทสัมผัสทั้งหกของมนุษย์ออกมา ในรูปแบบของใบหน้าในทะเลหมอก ใบหน้าทั้งหมดนี้พุ่งเข้าใส่หวังเป่าเล่อ
สีหน้าของชายหนุ่มเปลี่ยนไปทันที เขาคว้ากระบี่เหาะเหินเยือกแข็งออกจากผนึกมือขวา ลูกประคำป้องกันตนระเบิดออกเพื่อกันตัวเขาจากภยันตรายนี้ แต่ก็ใช้ไม่ได้ผลกับในหน้าที่แสดงอารมณ์ทั้งเจ็ดและประสาทสัมผัสทั้งหกของมนุษย์ ใบหน้าเหล่านี้ทะลุผ่านเกราะป้องกันทั้งหมดเข้ามา ราวหมายกลืนกินเขาและฉีกให้เป็นชิ้นๆ ทำลายทั้งร่างกายและจิตใจของเขาให้ไม่เหลือซาก!
ทำไมข้ารู้สึกว่ามันเหมือน…ใบหน้าของพวกตระกูลคงกระพัน! หวังเป่าเล่อสีหน้าเปลี่ยนอีกรอบ ใบหน้าเหล่านี้ทำให้เขาย้อนนึกไปถึงประสบการณ์กลางยอดเขา เศษชิ้นส่วน
ขณะที่หวังเป่าเล่อกำลังว้าวุ่นใจอยู่นั้น เสียงของหลี่อู๋เฉินก็ดังกังวาลขึ้นในโลกหมอกมายา
“หวังเป่าเล่อ ศิษย์ร่วมสำนักแห่งเต๋า พวกเราเหล่าศิษย์สาขาปรัชญาเต๋า ศึกษาทำความเข้าใจสัจจะแห่งเต๋าที่มีอยู่มากมายทั้งบนโลกมนุษย์และสรวงสวรรค์ ข้าสร้างหยดน้ำหยดนี้ขึ้นมาจากด้ายโลหิตวิญญาณจากนอกโลก ที่ท่านอาจารย์มอบให้ข้า ด้ายโลหิตวิญญาณนี้ผ่านกระบวนการลงเวทอาคมของอาจารย์ข้ามาแล้ว สุดท้ายข้าก็หลอมมันสำเร็จ อาวุธมายา ที่เปลี่ยนสภาพได้อย่างไม่มีที่สิ้นสุด!
“ในโลกของอาวุธมายา…ทุกสิ่งที่เจ้าจินตนาการจะกลายเป็นความจริง! เจ้าจะมองสถานที่แห่งนี้เป็นจิตใจเบื้องลึกของเจ้าก็ย่อมได้ ต่อให้เจ้าจินตนาการว่าตนเองเป็นจอมยุทธ์ไร้เทียมทานเพื่อจะมาสู้กับข้า ก็ไม่ใช่ปัญหาแต่อย่างใด!
“แต่นี่เป็นโลกที่ข้าสร้างขึ้น เพราะฉะนั้นไม่ว่าจินตนาการเจ้าจะยอดเยี่ยมเพียงใด ก็จะไม่มีวันแข็งแกร่งกว่าข้าไปได้ ท่านอาจารย์เคยบอกว่าเจ้ามีความสามารถอัน แสนพิเศษ ในโลกมายานี้ข้าอยากรู้นักว่าเจ้าปรารถนาจะเป็นสิ่งใด เมื่อต้องเผชิญกับอารมณ์ทั้งเจ็ดและประสาทสัมผัสทั้งหกของตนเอง!”
สิ้นเสียงประกาศของหลี่อู๋เฉิน ใบหน้าทั้งหมดก็พุ่งเข้าโจมตีหวังเป่าเล่อด้วยเสียงกรีดร้องดังสนั่น ขณะที่ใบหน้าเหล่านั้นคืบเข้ามาใกล้ ดวงตาของหวังเป่าเล่อก็ ทอประกายเย็นเยียบวาบขึ้นมา เขาถอยหลังหนีในทันที
อาวุธมายา มันคืออะไรกัน
ต่อสู้กันโดยใช้จินตนาการเช่นนั้นหรือ แบบนั้นสู้กันได้ด้วยหรือ ถึงอย่างไรไอ้พวกสาขาปรัชญาเต๋าก็ประสาทอยู่ดีสินะ…
หวังเป่าเล่อเปี่ยมไปด้วยความคลางแคลงใจ แต่ก็ลองนึกจินตนาการภาพว่าตนเองเป็นยักษ์ปักหลั่นขึ้นมาบ้าง ทันทีที่ความคิดนั้นผุดขึ้นในใจ ร่างกายของเขาก็ขยายขนาดขึ้นใหญ่โตภายในพริบตา ในโลกหมอกมายานี้ ร่างของเขาใหญ่โตมโหฬาร ราวกับกำลังแบกสวรรค์และประคองโลกอยู่
ทำได้จริงเสียด้วย!
หวังเป่าเล่อรู้สึกว่าพลังที่ทำให้ทั้งสวรรค์และโลกมนุษย์ต้องสั่นสะเทือน กำลังเดือดพล่านอยู่ในกายเขา แต่ในตอนนั้นเอง โลกหมอกมายาก็ขยายขนาดขึ้นตามร่างของเขา ราวกับว่าโลกนี้รองรับได้ทุกจินตนาการที่เขาสร้างขึ้นมา!
ใบหน้าทั้งหมดทั้งมวลนั้นก็ขยายขึ้นและรวมกันเป็นหนึ่ง ในที่สุดใบหน้ามหึมานั้นก็ใหญ่โตพอที่จะบดบังท้องฟ้าไปเสียครึ่ง ก่อนจะมาหยุดลงอยู่ตรงหน้าเขา มวลพลังที่ใบหน้านั้นปล่อยออกมารุนแรงเสียยิ่งกว่ามวลพลังของหวังเป่าเล่อเสียด้วยซ้ำ
พลังของใบหน้ามหึมานั้น บดบังความแข็งแกร่งราวยักษ์ปักหลั่นของเขาให้หายไปในพริบตา!
ณ โลกภายนอก ดวงตาทุกคู่บนอัฒจันทร์ฝั่งกองทัพ เจ้าพนักงานสหพันธรัฐ และสำนักศึกษาเต๋าศักดิ์สิทธิ์ เบิกโพลงขึ้นด้วยความตื่นตะลึง หลายคนถึงกับลุกขึ้นยืน
“นั่นมัน…”
“อาวุธมายา คาถาเวทที่หลี่ซิงเหวิน อดีตผู้นำสหพันธรัฐคนก่อนคิดค้นขึ้นมาเอง ตอนที่ท่านกำลังศึกษาศาสตร์แห่งอาวุธเวทให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น! ครั้งหนึ่งท่านเคยกล่าว ไว้ว่า อาวุธมายาจะสร้างความเปลี่ยนแปลงอย่างใหญ่หลวงให้กับศาสตร์การหลอมวัตถุเวททั้งหมดในสหพันธรัฐ ท่านหวังว่าฟ้าดินจะให้การยอมรับ และพาให้ท่าน บรรลุระดับการฝึกตนขั้นต่อไป กลายเป็นผู้ฝึกตนขั้นจุติวิญญาณเพียงผู้เดียวของสหพันธรัฐ!”
“หลี่ซิงเหวินคืออัจฉริยะที่สวรรค์ส่งมา ท่านคือผู้หยั่งรู้ที่สุดในสหพันธรัฐ กระทั่งศิษย์เอกของท่านก็ยังมีพลังหยั่งรู้แบบเดียวกัน ถึงจะยังมีพลังปราณเพียงระดับ ลมหายใจเที่ยงแท้ แต่พ่อหนุ่มนี่ก็ยังใช้เวทนี้ได้!”
ภาพที่เหล่าผู้ชมบนอัฒจันทร์เห็นนั้น คือหลี่อู๋เฉินที่กำลังนั่งขัดสมาธิ ดวงตาปิดสนิท ริมฝีปากขยับร่ายมนตร์แผ่วเบา ที่ไม่มีผู้ใดได้ยิน
เบื้องหน้าของชายหนุ่มคือ ก้อนน้ำทรงกลมขนาดยักษ์ อยู่ห่างไปราวสามเมตร ก้อนน้ำทรงกลมนี้ขุ่นมัวราวกับภายในอัดแน่นไปด้วยหมอก ร่างของหวังเป่าเล่อที่มองเห็นไม่ชัดติดอยู่ในนั้น!
Comments for chapter "บทที่ 154 อาวุธมายา เนรมิตได้ตามใจนึก"
MANGA DISCUSSION
Madara Info
Madara stands as a beacon for those desiring to craft a captivating online comic and manga reading platform on WordPress
For custom work request, please send email to wpstylish(at)gmail(dot)com