บทที่ 155 หยุดเดี๋ยวนี้!
บทที่ 155 หยุดเดี๋ยวนี้!
หวังเป่าเล่อไม่ได้รับรู้เลยว่าเกิดอะไรขึ้นบนอัฒจันทร์ภายนอกบ้าง
ในโลกหมอกมายา เขาได้กลายเป็นยักษ์ปักหลั่น ที่ทำให้ปฐพีต้องสั่นสะเทือนในทุกย่างก้าว ดวงตาของชายหนุ่มแสดงชัดเจนว่าไม่เชื่อในเรื่องเหนือธรรมชาติแบบนี้ เขาปล่อยหมัดไปยังใบหน้ามหึมาที่ลอยเด่นอยู่บนฟากฟ้า!
“สลายไปเสีย!”
พลังทำลายล้างของหมัดนั้นทำให้สวรรค์ปั่นป่วนและผืนดินสั่นสะเทือน หมัดนั้นรุนแรงจนสร้างพายุให้กำเนิดขึ้นด้วยแรงลมมหาศาล พายุนั้นพุ่งเข้าปะทะใบหน้าขนาดยักษ์ในชั่วอึดใจ
แรงสั่นสะเทือนทำให้ท้องฟ้าสั่นไหว ใบหน้านั้นก็สั่นเทาและปริเป็นรอยร้าวหลายรอย ก่อนแตกสลายลงทันทีราวกับทนแรงปะทะไม่ไหว
ทันทีที่ใบหน้านั้นสูญสลายไป สีหน้าของหวังเป่าเล่อก็เปลี่ยน เขาอยากหนีแต่ก็ไม่ทันเสียแล้ว ใบหน้าใหญ่ยักษ์นั้นแตกสลายกลายเป็นใบหน้าเล็กๆ จำนวนนับไม่ถ้วน ที่พุ่งตรงมาหาเขาด้วยความเร็วมากกว่าเดิม ทะเลใบหน้านั้นเข้าโอบล้อมแขนยักษ์ของหวังเป่าเล่อ แทรกซึมเข้าไปในกายเขา และบินวนรอบเส้นปราณของเขา!
ประหลาดเหลือเกิน!
หวังเป่าเล่อหายใจเข้าลึกเมื่อรู้สึกว่าร่างของตนเต็มไปด้วยพลังที่แผ่ซ่าน พลังแต่ละเส้นคือ หนึ่งในอารมณ์ทั้งเจ็ดและประสาทสัมผัสทั้งหกนั้น พวกมันพุ่งกระแทกกันไปมาอย่างไร้แบบแผน ราวกับต้องการระเบิดร่างเขาออกจากภายใน ให้กลายเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย
ข้าจะสู้อย่างไรได้ ที่แห่งอยู่ภายใต้อาณัติของหมอนั่น ไม่ว่าจะต่อต้านอย่างไร ข้าก็ไม่มีวันแข็งแกร่งกว่าเจ้าของไปได้ ถึงอย่างไรข้าก็จินตนาการชนะเจ้าเพี้ยนนี่ ไม่ได้แน่นอน…ต่อให้ข้าจินตนาการว่าตนเป็นผู้นำสหพันธรัฐก็ไม่น่ามีประโยชน์
ดวงตาของหวังเป่าเล่อใกล้จะระเบิดอยู่รอมร่อ เขาไม่ชินกับการต่อสู้โดยใช้ความคิดแบบนี้เลย เมื่อเห็นว่าเริ่มมีรอยปริร้าวเกิดขึ้นในร่างกายของตน ชายหนุ่ม ก็ตกใจจนเผลอจินตนาการว่าเมล็ดแห่งการดูดกลืนในกายของเขา ดูดซับเอารอยร้าวนั้นไว้ แต่ก็ฉุกคิดอะไรได้ในทันที
ไม่ใช่แล้ว…เหตุใดข้าจึงต้องใช้จินตนาการสู้กับหมอนั่นกันเล่า ข้าควรแข่งหลอมวัตถุเวทกับหมอนั่นต่างหาก การหลอมวัตถุเวทนั้นใช่ว่ามีเพียงจินตนาการจะ สำเร็จผลเสียเมื่อไร! กระบวนการจริงนั้นซับซ้อนกว่านั้นมาก หากหมอนั่นไม่ได้มีความรู้ลึก จินตนาการว่าสร้างวัตถุเวทไปก็เท่านั้น อย่างไรก็คงเป็นได้เพียงภาพมายา!
หวังเป่าเล่อตั้งใจไว้ว่าจะไม่มีวันใช้เมล็ดแห่งการดูดกลืนในตัวเขา หากไม่จำเป็นจริงๆ
ไอพลังที่วนอยู่ในกายข้านี้…ข้าจะใช้แทนพลังปราณในการหลอมศิลาวิญญาณ! ประกายตาของหวังเป่าเล่อดุดัน เขายกมือขวาขึ้นเพื่อสร้างศิลาวิญญาณในทันที ชายหนุ่มแบมือขวาออก เพ่งสมาธิไปที่อารมณ์ทั้งเจ็ดและประสาทสัมผัสทั้งหกที่ว่ายวนอยู่ในกายเขา
ในพริบตา ร่างของหวังเป่าเล่อก็สั่นเทา เสียงอุทานด้วยความตกใจของ ชายหัวโล้นดังก้องไปทั่วโลกมายา อารมณ์ทั้งเจ็ดและประสาทสัมผัสทั้งหกในกายของหวังเป่าเล่อถูกดูดไปที่มือขวาของหวังเป่าเล่อ และเริ่มรวมตัวกันเป็นก้อน!
ศิลาวิญญาณถือกำเนิดขึ้นในมือขวาของเขาอย่างรวดเร็ว ศิลาวิญญาณนี้อัดแน่นไปด้วยอารมณ์ทั้งเจ็ดและประสาทสัมผัสทั้งหก!
ศิลาวิญญาณนั้นทอแสงเรืองรองสว่างกว่าศิลาวิญญาณทุกก้อนที่เคยมีมา แสงนั้นสว่างเจิดจ้าเสียยิ่งกว่าศิลาวิญญาณรุ้งที่หวังเป่าเล่อหลอมได้เสียอีก ทันทีที่ เสร็จสมบูรณ์ ศิลานี้ก็ระเบิดแสงจ้าจนแม้แต่ไอหมอกหนาเองยังสลายหายไป ราวกับเกล็ดหิมะขาวที่ระเหยหายทันทีที่ต้องกับไอร้อน
“ความรู้คือพลัง! เจ้าหัวโล้น นี่แหละคือผลกรรมของการที่เจ้าหลอมวัตถุเวทไม่เป็น!”
หวังเป่าเล่อเองก็ประหลาดใจเช่นกันที่เห็นว่าวิธีนี้ได้ผล เขาหัวเราะร่าและใช้พลังทั้งหมดในการปลุกศิลาวิญญาณในมือ จนแสงเจิดจ้าระเบิดออกมาอีกครั้ง แสงนั้นสาดส่องไปทั่วโลกมายา หมอกหนาก็พลันเบาบางลง สั่นกระเพื่อมและค่อยๆ จางหาย
ชายหนุ่มตื่นเต้นมากกับผลลัพธ์ เขาก้าวเท้าไปข้างหน้า เมื่อเท้าของเขาสัมผัสลงบนพื้น รอยแตกร้าวก็ปรากฏขึ้นบนโลกไอหมอกราวกับกระจกที่กำลังจะปริแตก ดูเหมือนโลกแห่งหมอกนี้จะต้านทานแรงปะทะไม่ไหวและกำลังจะแตกสลายลง หวังเป่าเล่อมองผ่านรอยแตกออกไปเห็นลานประลองบนยอดเขาที่อยู่ภายนอก
เขาเห็นลู่จื่อหาววิ่งผ่านไปทางด้านหนึ่ง และอัฒจันทร์ที่ลอยเด่นอยู่บนฟากฟ้า ชายหัวโล้นและผู้คุ้มกันในชุดเกราะสีม่วงอยู่ห่างเขาออกไปราวสามเมตร ทั้งสองมี สีหน้าแตกต่างกัน
“มิติมายานี่น่าสนใจดีเหมือนกัน!” ดวงตาของหวังเป่าเล่อเป็นประกาย แสงเจิดจ้าจากศิลาวิญญาณที่สร้างจากอารมณ์ทั้งเจ็ดและประสาทสัมผัสทั้งหกระเบิดออก อีกครั้ง ร่างของชายหนุ่มพุ่งไปข้างหน้าพร้อมแสงส่องสว่าง หมายทำลายโลกมายานี้ให้สูญสิ้น โดยมุ่งโจมตีที่รอยร้าว!
บนลานประลองที่ยอดเขาในโลกแห่งความจริง ชายหนุ่มผมยาวในชุดเกราะม่วงมีสีหน้าตกใจ สายตามองหวังเป่าเล่อติดอยู่ในก้อนน้ำทรงกลมขนาดใหญ่
ก้อนน้ำนั้นห่อหุ้มตัวหวังเป่าเล่อจนมิด แม้ดูจากระยะไกลจะเหมือนก้อนอำพัน แต่เมื่อเข้าไปใกล้จะเห็นว่ามีรอยร้าวปรากฏอยู่บนพื้นผิว ช่างดูราวกับว่าแม้แต่ ก้อนอำพันนั้นก็ยังต้านพลังรุนแรงของหวังเป่าเล่อไม่ไหว และกำลังจะแหลกสลายลงในไม่ช้า!
ส่วนชายหัวโล้นนั้นมีสีหน้าบูดเบี้ยว เขามองไปที่ร่างของหวังเป่าเล่อที่ติดอยู่ในโลกมายา เลือดสดๆ ทะลักออกจากมุมปาก ดวงตาฉายชัดด้วยความไม่พอใจ
ความจริงแล้วชายหัวโล้นนี้ตั้งใจทำให้หวังเป่าเล่อหลงทาง เขารู้ดีว่าตนเอง ยังด้อยนักในความรู้ความสามารถด้านวัตถุเวท เป็นไปไม่ได้เลยที่เขาจะฝึกปรือตนเองให้กลายเป็นผู้เชี่ยวชาญในศาสตร์ ตั้งแต่การหลอมโอสถ อาวุธเวท และ วงแหวนปราณ แม้เขาจะหลอมหยดน้ำอาวุธมายานี้ขึ้นมาจากพรสวรรค์ของตนเอง และความช่วยเหลือของท่านอาจารย์ก็ตาม ด้วยเหตุนี้ชายหนุ่มจึงควบคุมอาวุธมายาได้ไม่สมบูรณ์เบ็ดเสร็จ
เขาจึงจงใจเผยข้อมูลผิดๆ กับหวังเป่าเล่อ เพื่อให้หวังเป่าเล่อติดกับ และพยายามใช้จินตนาการในการเอาชนะเขาอย่างเดียวเท่านั้น นี่เป็นทางเดียวที่เขาจะใช้อาวุธมายาได้อย่างมีประสิทธิภาพที่สุด
แต่ชายหัวโล้นไม่ได้คาดคิด ว่าหวังเป่าเล่อจะไขความจริงข้อนี้ออกเร็วถึงเพียงนี้ ดวงตาของเขาเรืองแสงวาบด้วยความหัวเสีย เมื่อหยดน้ำนั้นกำลังจะสูญสิ้นลง ชายหนุ่มก็ตัดสินใจได้ เขายกมือขวาขึ้นชี้ไปที่ก้อนหยดน้ำที่หวังเป่าเล่อติดอยู่!
“โลกแห่งอาวุธมายาของข้าแข็งแกร่งที่สุด จงประสานกันเสีย!”
ชายหนุ่มซ่อมแซมรอยแตกบนหยดน้ำจนสมานกลับเป็นหนึ่งเดียวอีกครั้ง รอยร้าวบนพื้นผิวกำลังปิดตัวลงอย่างมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า จนก้อนน้ำนั้นกลับมาเรียบลื่นใสอีกครั้ง ใบหน้ามากมายปรากฏขึ้นในโลกมายา ใบหน้าเหล่านั้นไม่ใช่ใบหน้าของหวังเป่าเล่ออีกต่อไปแล้ว หากแต่น่าเกลียดน่ากลัวกว่าเดิม!
หวังเป่าเล่อเห็นทุกอย่างที่เกิดขึ้นข้างนอกโลกมายาผ่านรอยแตก ขณะที่หยดน้ำกำลังสมานกันนั้น เขาก็ยกมือขวาขึ้นและหัวเราะเสียงเย็น “เปล่าประโยชน์!”
ประกายเย็นเยียนวาบผ่านดวงตาของชายหนุ่ม “การหลอมวัตถุเวทไม่ใช่แค่การสร้างศิลาวิญญาณเท่านั้นหรอกนะ แต่ยังมีอักขราจารึกและแก่นวิญญาณด้วย!”
เขายกมือขวาขึ้น อักขราจารึกมากมายนับไม่ถ้วนกระจายออกมาจากร่าง ก่อนแผ่ออกไปทั่วบริเวณ อักขราจารึกนั้นมากมายมหาศาลราวกับบดบังได้ทั้งภูเขาและมหาสมุทร
หากอยู่ในโลกภายนอกปกติ อักขราจารึกเหล่านี้ทั้งหมดคงได้เพียงอยู่ในสมองของหวังเป่าเล่อ แต่เนื่องจากโลกมายานี้กำเนิดจากจินตนาการ อักขราจารึกเหล่านี้จึงปรากฏออกมาเป็นรูปเป็นร่างจากจินตนาการของหวังเป่าเล่อ
อักขราจารึกเหล่านี้มีนับล้านตัว และเมื่อหวังเป่าเล่อผสมอักขระเข้าด้วยกัน จำนวนก็จะทวีมากขึ้นไปอีก ในบรรดาอักขระนี้มีอักขระขั้นสูงปะปนอยู่ด้วย ทะเลอักขระแผ่ปกคลุมทั้งโลกมนุษย์และสวรรค์ จนแทบจะกลืนกินโลกมายาเข้าไปทั้งใบ พายุถือกำเนิดขึ้นและกรรโชกไปทั่วโลกแห่งหมอก พัดพุ่งเข้าปะทะกับใบหน้าเหล่านั้น จนเกิดเป็นระเบิดดังกึกก้องต่อเนื่อง
“ข้าเคยลองนึกเล่นๆ ดู ว่าจะเกิดอะไรขึ้นหากข้าสลักอักขระทั้งหมดบนโลกนี้ เข้าไปในศิลาวิญญาณเพียงก้อนเดียว น่าเสียดายที่ความคิดนี้ไม่มีทางเกิดขึ้นได้ในโลกแห่งความจริง แต่ในโลกมายานี้…ในเมื่อเจ้าบอกข้าเองว่าไม่มีผู้ใดทำลายมันได้ เรามาลองดูกันดีกว่าว่าโลกมายาของเจ้า…จะต้านทานความฝันของข้าได้ไหม!”
ประกายประหลาดวาบขึ้นมาในแววตาของหวังเป่าเล่อ ชายหนุ่มเข้าใจแล้วว่าโลกแห่งจินตนาการนี้คือ โอกาสทองของเขา!
ในโลกใบนี้ เขาสามารถใช้ความรู้เกี่ยวกับวัตถุเวททั้งหมดที่ตนมี สร้างอะไรก็ได้ตามจินตนาการ เขาไม่จำเป็นต้องใช้วัตถุดิบในการหลอมและไม่มีวันล้มเหลว เขาตั้งใจจะใช้โอกาสทองนี้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด!
ชายหนุ่มตาเป็นประกาย เขาก้าวถอยไปข้างหลัง ไม่สนใจว่ารอยแตกที่เขาสร้างขึ้นก่อนหน้านี้จะเชื่อมตัวกันหรือไม่ เนื่องจากไม่ได้ต้องการจะออกจากโลกนี้อีกต่อไป
หวังเป่าเล่อหัวเราะดังกึกก้อง ก่อนยกมือขวาขึ้นและโบกไปทางอักขระที่อยู่รายล้อม เขาเริ่มสลักอักขระทั้งหมดลงบนศิลาวิญญาณอารมณ์ทั้งเจ็ดและประสาทสัมผัส ทั้งหก!
ภายในชั่วพริบตา อักขราจารึกมากมายปรากฏขึ้นบนศิลาวิญญาณก้อนนั้น อักขระเหล่านั้นเบียดอัดกันแน่น จนไม่เหลือที่ว่างแม้แต่นิดบนพื้นผิวศิลาวิญญาณ
“ยังไม่พอ ข้าต้องเดินหน้าต่อ!” หวังเป่าเล่อทึ้งผมตนเอง ขณะตั้งใจสลักต่ออย่างขะมักเขม้น อักขระบนศิลานั้นเริ่มทับกันไปมา
ขณะที่อักขระนั้นเริ่มซ้อนทับกันบรรทัดแล้วบรรทัดเล่า ลำแสงประหลาด ก็กระจายออกมาจากศิลาวิญญาณนั้น ลำแสงนั้นทวีความเข้มข้นขึ้นจนน่ากลัว!
บรรยากาศโดยรอบบิดเบี้ยว ม่านหมอกสั่นไหว ใบหน้าที่น่าเกลียดเหล่านั้นเริ่มล่าถอยไปด้านหลัง ใบหน้าเหล่านั้นแสดงสีหน้าหวาดกลัวอย่างชัดเจน และไม่กล้าเข้าใกล้เขา ราวกับหวังเป่าเล่อเป็นอันตรายที่มันไม่ควรยุ่งด้วย
“ยังไม่พอ พับผ่าสิ ศิลาวิญญาณจงใหญ่ขึ้นอีก!” หวังเป่าเล่อหายใจเหนื่อยหอบ ดูเหมือนเขาลืมไปหมดสิ้นแล้วว่าตนยังติดอยู่ในการต่อสู้นัดสำคัญ ในดวงตาของเขามีแต่อักขราจารึกเท่านั้น เขาโยนศิลาวิญญาณในมือขึ้นกลางอากาศ คว้ามันด้วยมือขวา และดูดเอาใบหน้าที่กำลังหวาดกลัวทั้งหมดนั้นเข้าหาตัว
เสียงหวีดร้องแหลมสูงดังประสานขึ้น ใบหน้าที่ดุร้ายเมื่อก่อนหน้า บัดนี้กำลังพยายามหลบหวังเป่าเล่อกันจ้าละหวั่น แต่หนีอย่างไรก็หนีไม่พ้น หวังเป่าเล่อดูดเอาใบหน้าทั้งหมดเข้ามาในตัว ก่อนส่งไปที่ศิลาวิญญาณที่อยู่ในมือ จนศิลานั้นขยายขนาดใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ ในเวลาเดียวกันนั้น เขาก็ควบคุมอักขราจารึกที่ลอยอยู่รอบตัวทั้งหมด เพื่อสลักมันลงไปบนศิลาวิญญาณนั้น
รังสีที่แผ่ออกมาจากศิลาวิญญาณอารมณ์ทั้งเจ็ดและประสาทสัมผัสทั้งหก น่ากลัวอย่างไม่เคยพบเคยเจอมาก่อน ก้อนศิลาวิญญาณเริ่มสั่นอย่างควบคุมไม่อยู่!
คนที่ดูอยู่ภายนอกคงไม่ทราบว่าเกิดอะไรขึ้น แต่ชายหัวโล้นบัดนี้มีสีหน้าบิดเบี้ยว เขาหายใจหอบด้วยความตกใจ ขณะกำลังครุ่นคิดว่าจะยกเลิกการประลองดีหรือไม่นั้น หวังเป่าเล่อก็เงยหน้าขึ้น
“ศิลาวิญญาณนี่เล็กเกินไป ไม่พอเอาเสียเลย ต่อให้ข้าเอาอักระทั้งหมดมาซ้อนทับกันก็ไม่พอ!” แววตาของหวังเป่าเล่อเด็ดขาด หลังจากที่มองไปรอบตัวเรียบร้อยแล้ว เขาก็มีสีหน้าประหลาด และยกมือขึ้นตบหน้าผากตนเอง
ข้านี่ช่างเขลานัก เหตุใดจึงคิดสลักอักขระลงบนศิลาวิญญาณได้ แทนที่จะสลักมันลงบนโลกใบนี้ทั้งใบ! ศิษย์ผู้ศึกษาอาวุธเวทจะหลอมอะไรขึ้นก็ได้ในโลกใบนี้มิใช่หรือ ถ้าเช่นนั้นข้าก็จะหลอมโลกใบนี้ให้กลายเป็นวัตถุเวทเสียให้รู้แล้วรู้รอดไป!
เมื่อคิดได้เช่นนี้ หวังเป่าเล่อก็ดีใจจนเนื้อเต้น เขาเงยหน้าขึ้นหัวเราะดังกึกก้องขึ้นไปทั่วฟ้า ชายหนุ่มวาดมือทั้งสองขึ้น ทันใดนั้น อักขราจารึกทั้งหมดในโลกมายานั้นก็พุ่งทะยานไปข้างหน้า มันไม่ได้ลอยอยู่กลางอากาศ หากแต่ผสานเข้าเป็นหนึ่งเดียวกับโลกมายา และเขาก็เริ่ม…สลักมัน!
ณ บัดนั้น ชายหัวโล้นที่อยู่ภายนอกตกตะลึงด้วยความคาดไม่ถึง เขาเริ่มรู้สึกได้ถึงลางร้ายที่โหมซัดเข้าใส่เหมือนคลื่นยักษ์ที่ถาโถม จนหัวใจแทบจะระเบิดอยู่ในอก ดวงตาเบิกโพลง
“หวังเป่าเล่อ หยุดเดี๋ยวนี้ ข้าไม่อยากเล่นแล้ว ไอ้ฉิบหาย…หยุดเดี๋ยวนี้!”
Comments for chapter "บทที่ 155 หยุดเดี๋ยวนี้!"
MANGA DISCUSSION
Madara Info
Madara stands as a beacon for those desiring to craft a captivating online comic and manga reading platform on WordPress
For custom work request, please send email to wpstylish(at)gmail(dot)com