บทที่ 45 ข้ายังมีคำถาม!
บทที่ 45 ข้ายังมีคำถาม!
“ศิษย์น้องเป่าเล่อ เหตุผลที่มีตัวอักขระนับพันตัวสำหรับใช้ในการรวมพลังปราณนั้น ก็เพราะว่า การจะใช้แต่ละอักขระนั้นต้องพิจารณาวัสดุที่นำมาใช้หลอมวัตถุเวท ซึ่งเมื่อพิจารณาความแตกต่างของแก่นวิญญาณและวัสดุที่นำมาใช้แล้ว จะเลือกใช้อักขระหลอมพลังปราณแค่รูปแบบเดียวไม่ได้ หากแต่ต้องปรับใช้ให้เหมาะสมกับ การหลอมแต่ละรูปแบบ”
หลังจากพูดจบ เฉาคุนก็ดูมีสง่าราศีขึ้นมาในทันทีเมื่อได้แสดงความสามารถ ด้านอักขราจารึกให้เป็นที่ประจักษ์ เขาสามารถอธิบายถึงแก่นสำคัญของคำถามได้อย่างดีเยี่ยม
การจะไต่เต้าขึ้นเป็นหัวหน้าศิษย์โถงอักขราจารึกนั้น เฉาคุนต้องหมั่นศึกษาเกี่ยวกับตัวอักขระจนเชี่ยวชาญนำหน้าศิษย์คนอื่นๆ แม้ว่าเขาจะเก่งกาจด้าน อักขราจารึกมากเพียงใด ก็ไม่ได้ช่วยให้เขาเป็นคนดีขึ้นมาเลยแม้แต่น้อย
แท้จริงแล้วเฉาคุนเป็นคนอารมณ์ร้อน แม้ว่าจะเรื่องน้อยนิดไม่สำคัญเขาก็ยังคงผูกใจเจ็บ ชายหนุ่มจึงเกลียดหวังเป่าเล่อที่ทำร้ายเขาและทำให้อับอายต่อหน้าศิษย์ทั้งสาขาเข้ากระดูกดำ
เมื่อโอกาสมาถึงเช่นนี้ จะปล่อยให้หลุดมือไปได้อย่างไร เขาตั้งใจจะเหยียบ หวังเป่าเล่อให้จมดินและทำให้เขาต้องอับอายต่อหน้าเจ้าสำนัก
“ข้าไม่แน่ใจว่าศิษย์น้องเป่าเล่อเข้าใจที่ข้าอธิบายไปหรือไม่ ถ้าถึงขนาดนี้เจ้ายังไม่เข้าใจ ข้าก็ไม่รู้จะทำเยี่ยงไรแล้ว ข้าขอแนะนำให้เจ้าศึกษาเรื่องอักขราจารึกให้ มากขึ้น อย่ามัวแต่ไปหลงมัวเมากับอำนาจหัวหน้าศิษย์ อย่ามัวแต่ทำตัวไร้สาระไปวันๆ แล้วก็อย่าได้ถามคำถามง่ายๆ เพื่อทำให้ตัวเองดูโง่เง่าต่อหน้าคนอื่นอีก ถ้าเจ้ายังมีข้อสงสัยอื่นใด อย่าได้ไปรบกวนถามท่านเจ้าสำนักเลย ข้าจะกรุณาอธิบายให้เจ้าเองก็ได้”
เฉาคุนกล่าวด้วยท่าทียโสโอหัง เมื่อเขาพูดจบก็หันกลับมาโค้งคำนับให้ท่าน เจ้าสำนักก่อนจะนั่งลง
หลินเทียนหาวมองเฉาคุนพร้อมกับยิ้มอย่างพอใจ หัวหน้าศิษย์จากสาขาวิชาอื่นๆ ก็ได้แต่มองหน้ากันแต่ก็ไม่ได้ปริปากอะไร ชายชรารู้ดีว่าหัวหน้าสาขาอาวุธเวทนั้นมีเรื่องบาดหมางใจกัน แต่เขาก็ไม่สามารถยื่นมือเข้าไปยุ่งกับปัญหาส่วนตัวของศิษย์ได้
“มีคำถามอื่นอีกไหม ถ้าไม่ข้าจะปล่อยพวกเจ้าให้กลับได้” ชายชราพูดจบก็ลุกยืนเก็บข้าวของเตรียมปิดการชุมนุม
“ท่านเจ้าสำนัก ข้ายังมีคำถามอีก!” หวังเป่าเล่อหายใจรัว นัยน์ตาของเขาลุกวาว
ถ้าเป็นวันอื่น หวังเป่าเล่อคงจะตอบโต้เฉาคุนกลับไปบ้างแล้ว แต่ตอนนี้ในหัวของเขาเต็มไปด้วยคำถามมากมายเกี่ยวกับอักขราจารึก คำตอบของเฉาคุนนั้นคลาย ข้อสงสัยให้เขากระจ่าง อะไรที่เกี่ยวกับตัวอักขระพลังปราณก็สามารถหาคำตอบได้ในทันที
“ศิษย์พี่เฉา เกี่ยวกับตัวอักขระเปล่าหมายเลข 31,495 ในพจนานุกรมนั้น เพราะเหตุใดจึงให้ผลที่แตกต่างกันเมื่อนำมาใช้สลักในช่วงเวลาและเดือนที่ต่างกัน แม้แต่ความชื้นในอากาศก็ส่งผลให้ผลลัพธ์ที่ได้แตกต่างกันไปด้วย!?”
ข้อสงสัยนี้ทำให้หวังเป่าเล่อใช้เวลามากในการคำนวณ แม้ว่าเขาจะสามารถคำนวณหาตัวอักขระได้ แต่เขาก็ไม่เข้าใจหลักเกณฑ์ของมันสักเท่าใด ในพจนานุกรมอักขราจารึกนั้นมีตัวอักขระเปล่าแสนไร้ประโยชน์อยู่หลายหมื่นตัว แต่กลับจำเป็นต่อการสลักอักขระทั้งสิ้น
“นั่นก็เพราะ…” เฉาคุนตะลึงกับคำถาม เขาคิดว่าคำถามแรกของเป่าเล่อนั้นเป็นเรื่องพื้นฐานง่ายๆ แต่คำถามที่สองนี้กลับทวีความยากขึ้นหลายเท่าตัว เมื่อพูดถึงเรื่องตัวอักขระเปล่า เฉาคุนก็ชักไม่มั่นใจขึ้นมา แต่ในท้ายที่สุดเขาก็เค้นหาคำตอบมาให้ชายหนุ่มได้หลังจากครุ่นคิดอยู่พักใหญ่
เมื่อเขาตอบคำถามเสร็จ หวังเป่าเล่อก็กระตือรือร้นถามคำถามใหม่ขึ้นทันที
“ศิษย์พี่เฉา ในหมายเหตุของตำราอักขราจารึก เคยบันทึกไว้ว่าตัวอักขระเต๋าหมายเลข 790,003 แฝงไว้ซึ่งแนวคิดเรื่องผู้สังเกตการณ์ ข้าสงสัยในจุดนี้…”
“ศิษย์พี่เฉา ตัวอักขระตั้งแต่หมายเลข 900,000 ถึง 910,000 นั้นมีการใช้อักขระหมอกซ้ำๆ ข้าไม่เข้าใจว่าทำไม ศิษย์พี่เฉาโปรดช่วยไขข้อกระจ่าง…”
“ศิษย์พี่เฉา เรื่องเคล็ดวิชายืมวิญญาณ…”
หวังเป่าเล่อยิงคำถามใส่เฉาคุนไม่หยุดยั้ง แต่ละคำถามนั้นทวีความยากขึ้นไปเรื่อยๆ หน้าผากเฉาคุนเต็มไปด้วยเม็ดเหงื่อ ตัวของเขาเปียกชุ่ม เขาสาปแช่งชายหนุ่มอยู่ในใจ
เขามั่นใจว่าหวังเป่าเล่อจงใจถามคำถามยากๆ ใส่เขา แต่เขาก็เป็นคนเสนอตัวเองไปตั้งแต่ต้น จะให้ถอยหนีตอนนี้ก็คงไม่ได้ เขาหายใจถี่ เริ่มลนลาน การที่เขาเป็นถึงหัวหน้าศิษย์โถงอักขราจารึกแต่กลับไม่สามารถตอบปัญหาเกี่ยวกับตัวอักขระได้ทำให้เขาวิตกจริต เขาเสียวสันหลังทุกครั้งที่เขาได้ยินเสียงเรียก ‘ศิษย์พี่เฉา’ ชายหนุ่มจ้องหวังเป่าเล่อตาเขียว
หลินเทียนหาวเริ่มย่นหน้าผาก มีหลายคำถามที่แม้แต่เขาเองก็ไม่สามารถตอบได้เช่นกัน หัวหน้าศิษย์คนอื่นตกอยู่ในความฉงนงงงวย ยิ่งเห็นภาพเฉาคุนปาดเหงื่อหลายต่อหลายครั้ง ยิ่งทำให้พวกเขาตื่นตะลึงไปกันใหญ่
แม้แต่เจ้าสำนักเองก็มองหวังเป่าเล่ออย่างพินิจพิเคราะห์ เมื่อเห็นเฉาคุน ไม่สามารถตอบคำถามได้ ชายชราก็ยิ้มขึ้นและเริ่มปริปากพูด
“หวังเป่าเล่อ สำหรับคำถามเกี่ยวกับเคล็ดวิชายืมวิญญาณของเจ้านั้น เจ้าเข้าใจผิดไปหลายประการ เคล็ดวิชายืมวิญญาณที่แท้จริงนั้นคือ การหยิบยืมพลังปราณจาก สรวงสวรรค์และผืนดิน แม้แต่วัตถุเวทหรือทุกอย่างในโลกหล้า ไม่ว่าจะเป็นภูผา สายน้ำ หรือสิ่งมีชีวิตน้อยใหญ่ เจ้าสามารถหยิบยืมพลังได้ทั้งหมด!”
เมื่อได้ยินคำตอบ เขารู้สึกราวกับว่ามีดอกไม้บานขึ้นในหัว ดอกไม้นั้นเปรียบเหมือนวิชาความรู้ที่มาเติมเต็มให้แก่เขา ข้อสงสัยมากมายเกี่ยวกับอักขราจารึกพลันกระจ่างขึ้นในทันตา
“ขอขอบพระคุณสำหรับการชี้แนะ ท่านเจ้าสำนัก ข้ายังมีคำถามอื่นอีก…”
หวังเป่าเล่อที่กำลังตื่นเต้นเริ่มถามคำถามหลายข้อแก่เจ้าสำนัก ในแรกเริ่ม ชายชราก็สามารถให้คำตอบได้ในทันที แต่เมื่อผ่านไป หน้าผากของเขาก็เริ่มผุดเม็ดเหงื่อขึ้นมาเช่นกัน
เฉาคุนยังคงตะลึงกับสิ่งที่เกิดขึ้น โชคดีที่ท่านเจ้าสำนักช่วยตอบคำถามของ หวังเป่าเล่อแทน มิเช่นนั้นเขาคงต้องอับอายเพราะไม่สามารถให้คำตอบได้ สำหรับคำถามหลายข้อที่ชายหนุ่มถามเจ้าสำนักนั้น บ้างเป็นเรื่องที่เขาไม่เคยศึกษามาก่อนเลยด้วยซ้ำ
คำถามของหวังเป่าเล่อเริ่มทวีความยากขึ้นเรื่อยๆ จากเรื่องพื้นฐานก็กลายเป็นเรื่องที่ต้องใช้ความเข้าใจที่ลึกซึ้ง นั่นก็เพราะเขาได้จดจำตัวอักขระด้วยวิธีคิดคำนวณที่แตกต่างจากผู้อื่น ชายหนุ่มเองก็ไม่ค่อยเข้าใจว่าเขาสามารถจดจำอักขระจำนวนมากมายภายในยี่สิบวันได้อย่างไร
ยิ่งเขาคิดคำนวณไปมากเข้า เขาก็พบว่าอุปสรรคแท้จริงที่ทำให้เขาไม่สามารถคิดคำนวณได้นั่นก็คือ การขาดความรู้ความเข้าใจพื้นฐานเกี่ยวกับอักขราจารึก ความรู้ความสามารถที่ได้จากหลักคำนวณนั้นช่วยให้เขาศึกษาไปได้ไวกว่าผู้อื่น
เมื่อมีโอกาสในวันนี้ จากความช่วยเหลือของเฉาคุนและเจ้าสำนัก หวังเป่าเล่อรู้สึกราวกับหุ่นยนต์ที่พอได้รับน้ำมันเครื่องก็ทำให้เคลื่อนไหวได้รวดเร็วขึ้น ยิ่งเขาคลายข้อสงสัยในหัวไปได้มากเท่าใด ความเร็วในการคิดคำนวณของเขาก็เพิ่มขึ้นเท่านั้น
“ขอบพระคุณท่านเจ้าสำนักเป็นอย่างยิ่ง ข้ายังมีคำถามอีก เมื่อตะกี้ท่านกล่าวว่าตัวอักขระแต่ละตัวนั้นทับซ้อนคาบเกี่ยวกัน ข้ารู้มาว่าการจะได้มาซึ่งอักขระว่องไวนั้น สามารถใช้อักขระลม หรือไม่ก็อักขระเคลื่อนไหวได้ แต่ก็มีหลากหลายวิธีเหลือเกิน วิธีใดจะทำให้ได้ผลที่ดีที่สุดหรือ”
เจ้าสำนักได้แต่ปาดเหงื่อให้กับข้อคำถามนี้ ชายชรามองหวังเป่าเล่อด้วยสายตาที่แฝงไปด้วยความกระวนกระวายใจ
เขาหัวเราะอย่างขมขื่นอยู่ภายในใจ ความกดดันช่างมากล้นเกินรับไหว ไม่ว่ามีคำถามใดจากศิษย์ เขาก็ต้องคลายสงสัยให้จงได้ เพียงแต่…คำถามของหวังเป่าเล่อนั้นทวีคูณความยากขึ้นหลายสิบเท่า แม้แต่ตัวเขาเองก็ไม่สามารถตอบคำถามข้อนี้ ที่ชายหนุ่มถามได้ ชายชรายกแหวนสื่อสารขึ้นมาและเรียกอาจารย์เคราแพะพร้อมกับอาจารย์คนอื่นๆ จากสาขาอาวุธเวทให้มารวมตัวกัน
ระหว่างที่คณะของอาจารย์เคราแพะกำลังเดินทางมา หัวหน้าศิษย์ทุกคนได้แต่ นั่งตื่นตะลึงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แม้ว่าภายในโถงศึกษาเจ้าสำนักจะห้ามมิให้ ส่งเสียงดัง แต่ก็ไม่สามารถห้ามเหล่าศิษย์ที่เริ่มถกเถียงกันถึงสิ่งที่เกิดขึ้นได้
“เจ้าหวังเป่าเล่อทำไมสงสัยอะไรมากมายขนาดนั้น”
“ถามเสียจนแม้แต่เจ้าสำนักก็ตอบไม่ได้ เจ้านั่นเป็นหัวหน้าศิษย์โถงศิลาวิญญาณหรือโถงอักขราจารึกกันแน่”
ท่ามกลางเสียงถกเถียงกันของผู้คนรอบตัว เฉาคุนสัมผัสได้ถึงแรงกดดันมหาศาลและรู้สึกได้ถึงภัยร้ายที่ย่างกรายเข้าใกล้ตัวขึ้นทุกที
ไม่นานอาจารย์เคราแพะและเหล่าอาจารย์จากสาขาวิขาอาวุธเวทก็มาถึง พวกเขาต่างมองหวังเป่าเล่อด้วยสีหน้าแปลกประหลาด พวกเขาทราบถึงสถานการณ์ที่เกิดขึ้นระหว่างเดินทางมา พวกเขานั่งลงก่อนจะเริ่มตอบข้อสงสัยของหวังเป่าเล่อ
เจ้าสำนักถอนหายใจด้วยความโล่งอกเมื่อได้รับการช่วยเหลือจากเหล่าคณาจารย์ทั้งหลาย เขากลับมามีทีท่าสงบนิ่งอีกครั้ง ก่อนจะยกยิ้มและมองไปรอบๆ ไม่ทันไรคำถามของหวังเป่าเล่อก็ยากขึ้นเรื่อยๆ จนทำให้อาจารย์เคราแพะและเหล่าอาจารย์ต้องนั่งถกกันเองอยู่นานกว่าจะสามารถให้คำตอบกับเขาได้
แม้จะจำตัวอักขระกว่าล้านตัวได้ การจะนำตัวอักขระเหล่านั้นมาจับคู่กันยิ่งเป็นเรื่องที่ยากขึ้นไปอีกขั้น ไม่มีใครที่จะสามารถพูดได้อย่างเต็มปากว่า ตนเองนั้นเชี่ยวชาญรูปแบบการผสมผสานอักขราจารึกทุกรูปแบบ
แต่หลักคำนวณของหวังเป่าเล่อนั้นช่วยให้เขาไม่ต้องจำตัวอักขระทั้งหมด ทำให้ลดทอนความยากลำบากไปได้มากโข คำถามของเขาจึงได้มุ่งเน้นไปยังแก่นสำคัญในทันที
เมื่อเหล่าอาจารย์นั่งถกกันจนหาคำตอบให้หวังเป่าเล่อได้ ชายหนุ่มก็ดีใจจนเนื้อเต้น ตบหน้าขาตัวเองไปหนึ่งฉาด
“ข้าเข้าใจแล้ว เป็นเช่นนี้นี่เอง ขอบคุณท่านเจ้าสำนัก! ขอบคุณท่านหัวหน้าสาขา! ขอบคุณท่านอาจารย์!”
“แต่ข้าก็ยังมีคำถามอยู่อีก…”
“การจะสร้างวัตถุเวทที่มีใบพัดได้ จะต้องใช้อักขระร้อนและอักขระเย็นเพื่อ สร้างแรงหมุน หากจะสลักทั้งสองอักขระนี้ลงบนศิลาวิญญาณ ย่อมต้องใช้ตัวอักขระพื้นฐานจำนวนมาก หลายตัวค่อนข้างคล้ายคลึงกัน ข้าจะลดทอนตัวอักขระพื้นฐานใดได้บ้าง เพื่อให้ศิลาวิญญาณยังสามารถใช้งานทั้งสองอักขระนี้ควบคู่กันไปได้” หวังเป่าเล่อตาเป็นประกาย เขาลืมไปแล้วว่ากำลังอยู่ในโถงศึกษาเจ้าสำนัก เขาสนเพียงแต่การทำความเข้าใจเรื่องอักขราจารึกให้มากขึ้นเพื่อเร่งความเร็วในการคำนวณให้ว่องไวยิ่งขึ้น!
เมื่อเขาถามเสร็จ ทั่วทั้งห้องที่ตกอยู่ภายใต้แรงกดดันก็สูดหายใจลึก ตาเบิกกว้าง สติหลุดลอย ยิ่งเหล่าอาจารย์ด้านอักขราจารึกแล้ว พวกเขานั้นไม่สามารถห้ามตัวเองไม่ให้ส่งเสียงโอดครวญออกมาได้
“นี่มันเทียบเท่าความรู้ด้านอักขราจารึกที่สอนกันในตำหนักอาวุธเวทที่ เกาะมหาปราชญ์ชั้นสูงแล้ว เจ้า…เจ้าศึกษาไปไกลถึงเพียงนั้นแล้วหรือ”
Comments for chapter "บทที่ 45 ข้ายังมีคำถาม!"
MANGA DISCUSSION
Madara Info
Madara stands as a beacon for those desiring to craft a captivating online comic and manga reading platform on WordPress
For custom work request, please send email to wpstylish(at)gmail(dot)com