บทที่ 46 ผู้ฝึกตน
บทที่ 46 ผู้ฝึกตน
เมื่อเห็นเหล่าอาจารย์ด้านอักขราจารึกร้องเสียงดังด้วยตื่นตะลึง หัวหน้าศิษย์ ทั้งห้องก็ได้แต่อ้าปากค้าง ภายในหัวมีแต่ความสับสน ตาหันมองไปที่หวังเป่าเล่อ ในทันควัน
“ความรู้ระดับเกาะมหาปราชญ์ขั้นสูงเลยหรือ”
“เป็นไปได้อย่างไรกัน หรือว่ามีใครบอกสอนเจ้านั่นมา แต่ก็ไม่น่าใช่ หรือว่า… เจ้านั้นจะพัฒนาความรู้จากบทเรียนพื้นฐานจากเกาะมหาปราชญ์ขั้นรองไปจนเทียบขั้นเกาะมหาปราชญ์ขั้นสูงแล้วงั้นหรือ”
“สวรรค์ทรงโปรด เจ้า…เจ้านี่มันเป็นใครกันแน่!”
จะเป็นหัวหน้าศิษย์ของสาขาวิชาได้นั้นต้องมีความรู้ความสามารถที่เหนือชั้นกว่าศิษย์ทั่วไป ทำให้เหล่าศิษย์ธรรมดามองหัวหน้าศิษย์เหล่านี้เหมือนดั่งปีศาจอำนาจ กล้าแกร่ง แต่หวังเป่าเล่อในวันนี้กลับเป็นยิ่งกว่าปีศาจ ในสายตาของปีศาจด้วยกันเองอีกต่างหาก!
หลินเทียนหาวสติไม่อยู่กับเนื้อกับตัว แต่คนที่เป็นกังวลใจที่สุดในฝูงชนตอนนี้ คือ เฉาคุน ความตึงเครียดที่เขาได้รับในตอนนี้นั้นมากกว่าใครทุกคนในห้องนี้ มากกว่าเจ้าสำนักและหัวหน้าสาขาอีก
หัวหน้าศิษย์โถงอักขราจารึกอย่างเขากลับไม่สามารถเข้าใจคำถามที่หวังเป่าเล่อถามได้เลยแม้แต่น้อย เป็นที่ประจักษ์แล้วว่าความสามารถด้านอักขราจารึกของ ชายหนุ่มนั้นเหนือชั้นมากกว่าเขาอีก หัวใจของเขาเต้นรัว ภาพเบื้องหน้าดูมัวมืด จากความกังวลที่อยู่ภายใน
ไม่จริง ข้าจะเกรงกลัวไปไม่ได้ เจ้าหวังเป่าเล่อเพิ่งจะขึ้นเป็นหัวหน้าศิษย์โถง ศิลาวิญญาณได้ไม่กี่เดือนเอง ความรู้ด้านอักขราจารึกของเจ้านั่นไม่มีทางจะเหนือชั้นไปกว่าข้าได้ ไม่มีทางเอื้อมแตะตำแหน่งข้าได้ ไม่มีวัน! เฉาคุนตาแดงก่ำ แม้ว่าเขาจะพูดปลอบใจตนเองเท่าใด ก็ไม่สามารถหยุดใจของเขาที่เต้นระรัวได้
หวังเป่าเล่อไม่สนใจเสียงพูดคุยกันรอบตัว เขาสนใจเรื่องการใฝ่หาความรู้เพียงเท่านั้น คำถามทั้งหลายที่เขาได้ถามไปนั้นเป็นข้อสงสัยที่หน้ากากนิลนั้นสร้างไว้
คำถามสุดท้ายที่เขาถามไปเป็นข้อสงสัยที่ติดอยู่ในใจมานาน ไม่ว่าจะพยายามคิดยังไงก็ไม่สามารถหาคำตอบได้ ทุกครั้งที่เขาต้องคิดคำนวณเรื่องนี้ เขาต้องใช้เวลานานมากกว่าจะได้คำตอบ และทุกครั้งคำตอบที่ได้ก็จะแตกต่างกันเสมอ เพราะเหตุนั้น ทุกครั้งที่หน้ากากให้โจทย์คำถามเรื่องนี้กับเขาทีไร เขาเป็นต้องโดนสายฟ้าฟาดลงทัณฑ์ทุกที
เขาโหยหาคำตอบจากเหล่าอาจารย์เป็นอย่างมาก ชายหนุ่มอยากได้ข้อสรุปเรื่องนี้ เสียที จะได้คิดคำนวณเรื่องนี้ได้อย่างถูกต้อง
แต่คำถามของเขานั้นต้องใช้ความรู้ด้านอักขราจารึกระดับสูง ดังนั้นเหล่าอาจารย์ในเกาะมหาปราชญ์ชั้นรองจึงไม่สามารถหาข้อสรุปที่ชัดเจนได้ในท่วงที แม้แต่ เจ้าสำนักเองก็ร่วมถกประเด็นนี้อย่างดุเดือดเพื่อหาคำตอบ
เจ้าสำนักเริ่มหนักใจ อาจารย์เคราแพะเองก็จนปัญญาจะหาคำตอบ แม้ว่าภายนอก เหล่าอาจารย์เหมือนจะถกประเด็นกันอย่างจริงจัง แต่แท้จริงแล้วพวกเขาต่างหัวเราะด้วยความขมขื่นใจอยู่ภายใน นี่มันคืออะไรกัน ความรู้สึกที่เหมือนกับ ขี่หลังเสือแล้วไม่สามารถลงได้นี้ทำให้พวกเขาเริ่มจะสติแตก ที่เลวร้ายที่สุดคือ เขาไม่สามารถหนีออกไปจากที่ตรงนี้ได้
หากพวกเขาหนีออกไป นั่นก็หมายความว่าเขาไม่สามารถตอบคำถามลูกศิษย์ของตนเองได้ ช่างน่าอับอายขายหน้ายิ่งนัก
เพราะเช่นนั้นเหล่าอาจารย์จึงได้แต่ร่วมใจกันเค้นเอาความรู้ทั้งหมดมาคิดหาคำตอบ เวลาผ่านไปพักใหญ่ พวกเขาจึงสามารถตอบคำถามของหวังเป่าเล่อได้ เมื่อชายหนุ่มได้รับคำตอบ เขาก็ตื่นเต้นเลือดสูบฉีดจนนึกอยากจะตีอกตนให้สงบใจลง นัยน์ตาของเขาลุกโชน เริ่มถามคำถามต่ออย่างกระตือรือร้น
เวลาผ่านล่วงเลย ตะวันลับฟ้า ราตรีมาเยือน
เจ้าสำนัก หัวหน้าสาขา และเหล่าอาจารย์เมื่อได้รับรู้ถึงความยากของคำถามที่เพิ่มมากขึ้นก็เริ่มตื่นตูมลนลาน ตอนนี้ทุกๆ คำถามของหวังเป่าเล่อนั้นล้วนต้องใช้ความรู้เรื่องอักขราจารึกระดับสูง ยิ่งคำถามหลังๆ นั้นถือว่ายากเกินความรู้เรื่อง อักขราจารึกขั้นสูงไปอีก ต่อยอดไปไกลถึงขั้นแยกส่วนตัวอักขระแล้ว ซึ่งถือได้ว่าเป็นขั้นสูงสุดของศาสตร์อักขราจารึกในสหพันธรัฐนี้เลยทีเดียว
ทุกคนมองไปทางเจ้าสำนักอย่างขุ่นเคืองใจ ชายชราเองก็อึดอัดใจกับสายตาที่จ้องมองมา เขาก็ไม่คาดคิดว่าเพียงเปิดโอกาสให้ศิษย์ถามคำถามในการชุมนุม ธรรมดาสามัญจะก่อให้เกิดสถานการณ์แปลกประหลาดขนาดนี้
เขาได้แต่ขุ่นเคืองในใจเมื่อถูกศิษย์เพียงหนึ่งคนไล่ต้อนจนหาคำตอบไม่ได้ ชายชรากัดฟัน ยกแหวนสื่อสารขึ้นมาส่งข้อความไปหาศิษย์พี่ของเขาที่อยู่ ตำหนักอาวุธเวทในเกาะมหาปราชญ์ชั้นสูง
ภายในสำนักศึกษาเต๋าศักดิ์สิทธิ์นั้นแบ่งออกเป็นเกาะมหาปราชญ์ชั้นรองและเกาะมหาปราชญ์ชั้นสูง การได้เลื่อนขั้นขึ้นไปเกาะมหาปราชญ์ชั้นสูงนั้นเป็นเรื่องที่ยิ่งใหญ่มาก เพราะคนคนนั้นจะไม่ได้ถือว่าเป็นคนธรรมดาอีกต่อไป หากแต่กลายเป็นผู้ฝึกตน
เมื่อสำเร็จวิชาจากสาขาวิชาอาวุธเวทที่เกาะมหาปราชญ์ชั้นรองแล้วจะได้ เลื่อนขึ้นไปฝึกวิชาต่อที่ตำหนักอาวุธเวทในเกาะมหาปราชญ์ชั้นสูง ซึ่งศิษย์พี่ของ เจ้าสำนักนั้นมีตำแหน่งสูงสุดในตำหนักอาวุธเวท มีเพียงยอดผู้ฝึกตนด้านอาวุธเวทเท่านั้นที่จะได้ครอบครองตำแหน่งนี้
เมื่อได้รับข้อความจากศิษย์น้อง ศิษย์พี่ผู้ฝึกตนที่นั่งขัดสมาธิอยู่ในตำหนักอาวุธเวทแห่งเกาะมหาปราชญ์ชั้นสูงก็อดสนใจไม่ได้ เมื่ออ่านคำถามที่ศิษย์น้องส่งมา ทางแหวนสื่อสาร แววตาของผู้ฝึกตนก็ฉายแววสนใจใคร่รู้
“น่าสนใจดี” เขาหัวเราะและลุกขึ้นเดิน ทันใดนั้นก็มีม่านหมอกปกคลุมที่เท้า ทั้งสองก่อนจะผันแปรกลายเป็นกระบี่เหาะเหิน เขาลุกขึ้นเหยียบกระบี่เริ่มบินออกจากเกาะมหาปราชญ์ชั้นสูง
ผู้ฝึกตนเฒ่าเหาะเหินอย่างรวดเร็วจนเห็นเป็นเส้นสายรุ้งตามหลัง เขาปรากฏตัวขึ้นที่ยอดเขาเจ้าสำนักบนเกาะมหาปราชญ์ชั้นรองในพริบตาราวแหวกอากาศมา ก็ไม่ปาน!
เขาพุ่งลงพื้นเสียงดังแผ่รัศมีกดดันไปทั่ว สัตว์น้อยใหญ่ที่อาศัยอยู่บนยอดเขา เจ้าสำนักพากันตัวสั่น แม้แต่เหล่าศิษย์ทั่วทั้งสำนักก็ตกตะลึงงันกันหมด
ผู้คนที่อยู่บนยอดเขาเจ้าสำนักนั้นสามารถสัมผัสได้ถึงรัศมีกดดันนี้ได้ดีกว่าใคร เมื่อเฒ่าผู้ฝึกตนปรากฏกายในห้อง เหล่าหัวหน้าศิษย์ต่างก็ร้องลั่นด้วยความตื่นตกใจ หลายคนตกใจจนสะดุ้งโหยงพร้อมกับมองอย่างไม่เชื่อสายตาตนเอง หวังเป่าเล่อ รีบหันมองตามก็พบกับภาพท่านผู้เฒ่าที่ปรากฏกายจากฟากฟ้า
รอบกายท่านผู้เฒ่านั้นส่องรัศมีศักดิ์สิทธิ์ เขาสวมชุดคลุมยาวสีขาว ใบหน้าดู อิ่มเอมเป็นสีชมพูระเรื่อ ทุกครั้งที่ได้สบตารู้สึกราวกับได้รับพร ที่เท้าของเขามี กระบี่เหาะเหินรองอยู่
ภาพตรงหน้าทำให้หวังเป่าเล่อหยุดหายใจ ผู้คนรอบข้างเริ่มหายใจถี่รัวด้วย ความตื่นเต้น
“ท่านผู้ฝึกตนนี่!” เจิ้งเหลียนและคนอื่นๆ พึมพำด้วยความตื่นตกใจ
หัวหน้าศิษย์ส่วนใหญ่ต่างตื่นเต้นกับภาพตรงหน้า ถึงแม้ตอนนี้โลกจะเข้าสู่ ยุคกำเนิดวิญญาณทำให้ผู้คนต่างฝึกพลังปราณกันทุกคน แต่ส่วนใหญ่แล้วก็ยังอยู่ในระดับการฝึกตนโบราณเพียงเท่านั้น มีเพียงคนที่สามารถก้าวข้ามระดับการฝึกตนโบราณ และสำเร็จการฝึกฝนจนก้าวข้าวไปสู่ระดับลมหายใจเที่ยงแท้เพียงเท่านั้นที่จะได้รับการขนานนามว่าเป็นผู้ฝึกตน
เป็นที่เห็นชัดประจักษ์ตาว่าระดับการฝึกตนของท่านผู้เฒ่านั้นสูงกว่าระดับ ลมหายใจเที่ยงแท้ไปอีก เพียงแค่ก้าวลงเหยียบผืนดินก็ปลดปล่อยรัศมีกดดันทำให้ จิตวิญญาณของทุกคนสั่นคลอน หากโดนจ้องมองเพียงชั่วครู่อาจทำให้ทุกคนสูญเสียจิตวิญญาณและสิ้นสติได้ก็ไม่ปาน
ยิ่งกระบี่เรืองแสงใต้เท้าของท่านผู้เฒ่านั้นก็ดูมีพลานุภาพมากล้น หากเขานำมาใช้ต่อสู้คงจะสร้างความพรั่นพรึงไปทั่วหล้า
“กระบี่เล่มนั้นต้องเป็นสมบัติเวทแน่นอน ไม่สิ อาจจะเป็นอาวุธเวทเลยด้วยซ้ำ!” เฉาคุนหายใจถี่ เขาอึ้งจนพูดอะไรไม่ออก
ระหว่างที่ทั้งห้องกำลังตกตะลึงอยู่ เจ้าสำนัก หัวหน้าสาขาและบรรดาคณาจารย์ก็ลุกขึ้นและเดินออกมาต้อนรับท่านผู้เฒ่าอย่างพร้อมเพรียง
“ขอคารวะ ท่านศิษย์พี่!” เจ้าสำนักกุมกำปั้นคำนับอย่างอ่อนน้อม
ท่านผู้เฒ่าหัวเราะเสียงดัง ออกก้าวเดินเข้าหา พลันกระบี่ที่เท้าก็หมุนเกลียว และหายไป แค่มองอยู่แต่ไกลก็ต้องตื่นตะลึงกับภาพที่เห็น ท่านผู้เฒ่าเดินไปข้างหน้าและจับประคองแขนเจ้าสำนักไว้
“ศิษย์น้อง เจ้าไม่ต้องทำถึงเพียงนี้ก็ได้ เจ้านี้ช่างดื้อดึงขึงขังไม่เปลี่ยนเลย พอเถิดพอ” ดูเหมือนท่านผู้เฒ่าและเจ้าสำนักจะสนิทชิดเชื้อกันมาก่อน ท่านผู้เฒ่าส่ายหัวก่อนจะพูดอะไรอีกนิดหน่อย จากนั้นเขาก็เดินเข้าไปนั่งที่หน้าโถงศึกษาพร้อมกับเจ้าสำนัก
หัวหน้าสาขาและบรรดาอาจารย์ต่างยืนรออยู่สองข้างท่านผู้ฝึกตน พลางมองจ้องด้วยสายตาเคารพเลื่อมใส
“การชุมนุมนี้ช่างเต็มไปด้วยตันกล้าพันธุ์ดี” หลังจากนั่งลง ท่านผู้เฒ่าก็หัวเราะออกมาพร้อมกับมองหัวหน้าศิษย์ทั้งหลายที่นั่งอยู่รอบห้อง แต่ละคนเมื่อได้สบตากับท่านผู้เฒ่าก็เชิดหน้าตั้งนั่งหลังตรงอย่างภาคภูมิในทันที
หวังเป่าเล่อเองก็ยืดอกขึ้นอย่างรวดเร็ว เขามองตาร้อนไปยังท่านผู้เฒ่า นึกอิจฉาระดับการฝึกตนรวมทั้งอาวุธเวทและตำแหน่งที่ท่านผู้เฒ่าครอบครอง การได้ไปยืนอยู่จุดเดียวกับท่านผู้เฒ่านั้นเป็นสิ่งที่ทั้งเขาและหัวหน้าศิษย์คนอื่นๆ ใฝ่ฝัน
“ไม่แย่ๆ พวกเจ้าดูตื่นตัวกันดี” ท่านผู้เฒ่าหัวเราะร่า เจ้าสำนักดูภาคภูมิใจ หลังจากทั้งสองคนพูดคุยกันอยู่ครู่หนึ่ง เจ้าสำนักก็ยกคำถามของหวังเป่าเล่อขึ้นมา
ท่านผู้เฒ่าลูบเครา ชำเลืองมองไปที่หวังเป่าเล่ออย่างพออกพอใจ
“ถูกต้อง เป็นเรื่องเกี่ยวเนื่องกับความรู้ด้านอักขราจารึกขั้นสูง เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ซับซ้อน เจ้าจะได้เรียนรู้เมื่อขึ้นไปสู่เกาะมหาปราชญ์ชั้นสูง แต่ข้าจะบอกกุญแจสำคัญให้กับเจ้า เป็นคำเพียงคำเดียว…ลดทอนเรียบง่าย!
“ทำได้โดยตัดทอนตัวอักขระที่ไม่จำเป็นออก ตัวอักขระที่นำมาใช้จริงนั้นคือ ตัวอักขระพื้นฐานที่สำคัญจำเป็น กระบวนการนี้ไม่สามารถบอกสอนต่อได้ เจ้าต้อง ร่ำเรียนฝึกฝนด้วยตนเอง ในตอนนี้ เมื่อใช้วิธีการลดทอนเรียบง่ายกับตัวอักขระ ร้อนและเย็นแล้ว จะเหลือตัวอักขระที่จำเป็นต้องใช้เพียง 97 รูปแบบเท่านั้น ซึ่งบรรดาอาจารย์ในสหพันธรัฐต่างใช้เวลาหลายปีพยายามลดทอนจำนวนอักขระลงให้ได้น้อยที่สุด”
“ข้าหวังว่าสักวันหนึ่งเจ้าจะสามารถลดทอนจำนวนนี้ให้เหลือ 96 ไม่ก็ 95 หรือถ้าน้อยไปกว่านั้นได้ก็ยิ่งดี!” เสียงของท่านผู้เฒ่าดังก้องไปทั่วทั้งห้อง หวังเป่าเล่อใจเต้นแรงเมื่อได้ฟังดังนั้น แม้ว่าเขาจะยังมีข้อสงสัยอยู่บ้าง แต่คำว่า ‘ลดทอนเรียบง่าย’ ก็ได้เปิดประตูบานใหม่ให้เขา หากเขาทำตามกระบวนการนี้ เขาจะสามารถคิดคำนวณได้เร็วขึ้นอีกเป็นแน่ ชายหนุ่มสูดหายใจเข้าและกุมกำปั้นแสดงความเคารพท่านผู้เฒ่า
“ขอขอบคุณท่านผู้ฝึกตน!”
บรรดาหัวหน้าศิษย์ต่างมองหวังเป่าเล่อด้วยความริษยา พวกเขารู้ได้ในทันทีว่าเฒ่าผู้ฝึกตนมาที่นี่เพียงเพื่อตอบคำถามของชายหนุ่มเพียงเท่านั้น!
เฉาคุนในตอนนี้ใจสั่นระรัว เขาไม่ได้อิจฉาชายหนุ่มอีกแล้ว หากแต่ตอนนี้ชิงชังจนเข้ากระดูกดำอีกทั้งยังหวาดกลัวอยู่ในใจ เขารู้สึกว่าตำแหน่งหัวหน้าศิษย์โถง อักขราจารึกของเขานั้นกำลังตกอยู่ในอันตราย!
“หวังเป่าเล่อ หากเจ้ายังมีคำถามอื่นใดอีก จงถามมา” เจ้าสำนักถอนหายใจด้วยความโล่งอกก่อนจะยกยิ้มและพูดกับชายหนุ่ม
“ถามมาได้ไม่ต้องเกรงใจ” ท่านผู้เฒ่ายิ้มและมองไปทางหวังเป่าเล่อ
ชายหนุ่มตระหนักดีว่าโอกาสแบบนี้ไม่ได้เกิดขึ้นง่ายๆ ดังนั้นเขาจึงประสานมือ กุมหมัดอีกครั้งก่อนจะถามคำถามทั้งหมดในหัวออกไปอย่างรวดเร็ว
“ในการหลอมรวมนั้น ใช้อักขระมากมายถึงห้าหมื่นตัว มีวิธีใดบ้างที่จะช่วยให้ข้าจำได้หมด”
“การตกผลึกอย่างไรเล่า หากจิตใจของเจ้าตกผลึกแล้ว เพียงแค่สังเกตมองก็สามารถจดจำได้ทันที”
“ข้าสังเกตเห็นตัวอักขระหลายล้านตัวจัดเก็บอยู่ในตัวอักขระเปล่าที่มีนับไม่ถ้วน ตัวอักขระเหล่านี้ดูมีพลังล้นเหลือ หากแต่ไม่สามารถจับคู่กับตัวอักขระอื่นได้…ราวกับว่า…มีความพิเศษเหนือตัวอื่น”
“ถูกต้อง ตัวอักขระเหล่านั้นมีพลังมากล้น ตัวอักขระพวกนั้นแท้จริงแล้วมี จุดกำเนิดมาจากตัวอักขระเพียงสิบสามตัว อักขระเต๋าศักดิ์สิทธิ์ทั้งสิบสามตัวนี้มีความพิเศษตรงที่ไม่ได้เป็นอักขระที่มีกำเนิดมาจากกระบี่สำริดบนดวงอาทิตย์ หากแต่เกิดจากสิบสามยอดปรมาจารย์แห่งสหพันธรัฐที่สร้างอักขระเหล่านี้ขึ้นมาคนละตัว!”
คำถามข้อนี้นั้นถือว่ายากสำหรับอาจารย์เคราแพะและอาจารย์คนอื่นๆ แต่สำหรับผู้ฝึกตนเฒ่าแล้วถือว่าง่ายมาก เขาไม่ต้องหยุดคิดหาคำตอบเลยแม้แต่น้อย
วาจาของท่านผู้เฒ่านั้นเต็มไปด้วยความศักดิ์สิทธิ์ นอกจากจะทำให้ผู้ฟังใจเต้น ระส่ำแล้ว ยังชี้ทางสว่างให้กับหวังเป่าเล่ออีกด้วย ทั้งสองผลัดถามตอบกันอยู่นานจนคนรอบห้องนั่งตัวแข็งเป็นหินไปกันหมด
คนทั่วทั้งห้องนั้น นั่งอยู่ราวกับเป็นเพียงแค่ตัวประกอบฉาก มีเพียงการถามตอบของหวังเป่าเล่อกับผู้ฝึกตนเฒ่าเท่านั้นที่กลายเป็นเป้าความสนใจ
ทักษะการคิดคำนวณของหวังเป่าเล่อนั้นพัฒนาขึ้นเรื่อยๆ ตลอดการถามตอบ เขาในตอนนี้สามารถคิดคำนวณหาคำตอบได้ทันทีที่เห็นโจทย์ปัญหา
ซึ่งสำหรับเขาแล้ว ทั้งหมดนั้นเกิดขึ้นเพราะโชคช่วยล้วนๆ!
Comments for chapter "บทที่ 46 ผู้ฝึกตน"
MANGA DISCUSSION
Madara Info
Madara stands as a beacon for those desiring to craft a captivating online comic and manga reading platform on WordPress
For custom work request, please send email to wpstylish(at)gmail(dot)com