บทที่ 70 ฝ่าฝืนกฎสำนักง่ายดายได้อย่างไร
- Home
- All Mangas
- A World Worth Protecting
- บทที่ 70 ฝ่าฝืนกฎสำนักง่ายดายได้อย่างไร
บทที่ 70 ฝ่าฝืนกฎสำนักง่ายดายได้อย่างไร
ท้องฟ้าเปลี่ยนจากสีฟ้าเป็นดำสนิท ดุจผืนผ้าใบไร้ขอบแต้มด้วยดวงดาวนับไม่ถ้วนปกคลุมโลกทั้งใบ
ใต้ท้องฟ้าพร่างดาว เรือบินแล่นฉิวผ่านไป แสงไฟอ่อนๆ ส่องออกมาจาก เกราะคุ้มกันทำให้ยานทั้งลำดูกะพริบเหมือนว่ากำลังสั่นอยู่
บัดนี้นอกจากหวังเป่าเล่อกับชายชุดดำที่เขาจับตัวมาแล้ว ยังมีคนอื่นอยู่บนยานด้วย ทุกคนเป็นผู้โดยสารที่เดินทางร่วมเที่ยวบินเดียวกับหวังเป่าเล่อก่อนหน้านี้
ผู้โดยสารบนเรือบินเส้นทางนครศักดิ์สิทธิ์ลำก่อนเดินทางต่อกันไม่ได้ เพราะโดนบุกยึดกลางอากาศจนชะงักงัน ทั้งยังสูญเสียทุกช่องทางการติดต่อ หวังเป่าเล่อจึงต้องกลับไปรับพวกเขามาขึ้นเรือบินที่ใช้การได้ต่อไป
ทุกคนบนเรือบินต่างประทับใจกับการกลับมาอย่างเด็ดเดี่ยวกล้าหาญของ หวังเป่าเล่อ พวกเขารู้ว่าคนที่ถูกหมายหัวโดยยอดฝีมือขั้นบำรุงชีพจรจำนวนมากขนาดนั้นย่อมไม่ใช่คนธรรมดาแน่ ยิ่งไปกว่านั้น คนที่กล้าหาญดีดตัวเองออกจาก เรือบินไปตามลำพังเพื่อหลบหนีการไล่ล่า แต่ยังรอดกลับมาได้ ย่อมต้องมีกลิ่นตัวอบอวลไปด้วยคาวเลือดจากการต่อสู้
กลิ่นคาวเลือดลอยออกมาจากตัวหวังเป่าเล่อ และชายวัยกลางคนชุดดำสภาพใกล้ตายที่เขาจับมา ทำให้ทุกคนบนยานนั่งตัวเกร็ง พวกเขามองหวังเป่าเล่อแล้วทั้ง นึกเคารพจากใจจริง ทั้งหวาดกลัวไม่กล้าตั้งคำถาม และไม่กล้าทำสิ่งใดยั่วโมโหเขาไม่ว่าจะทางใด
หวังเป่าเล่อไม่ได้สนใจปฏิกิริยาของทุกคนสักนิดเดียว ในขณะนี้ เขาสวมเสื้อคลุมหัวหน้าศิษย์สำนักศึกษาเต๋าศักดิ์สิทธิ์ซึ่งอาบด้วยเลือด นั่งอยู่ในห้องแยกบนเรือบิน มองจ้องไปทางป่าฝนบ่อเมฆนอกหน้าต่างเขม็งอยู่นานจนลืมเลือนเวลา
สองวันผ่านไปแล้ว แต่ฉากการสังหารและภาพที่เขาเห็นจากเทือกเขาห้ายอดยังตามหลอกหลอนอยู่ราวกับความฝัน
“หน้ากากของนาง กับกระบี่ในมือนาง” หวังเป่าเล่อพึมพำพลางมองท้องฟ้า ยามราตรีอันดำสนิท
นั่นใช่กระบี่จักรวาลสำริดที่ปักทะลวงดวงตะวันอยู่หรือเปล่า แต่ขนาดไม่ค่อยเหมือนกันเท่าไรนัก…หวังเป่าเล่อถอนหายใจยาวๆ แล้วเก็บข้อสงสัยไว้ในใจ พลันนึกถึงการไล่ล่าที่ตนเป็นผู้รอดชีวิตจากศัตรูทั้งสิบแต่เพียงลำพัง ดวงตาของเขาฉายแววเย็นยะเยือก
หลินเทียนหาว! หวังเป่าเล่อหรี่ตาพลางคิด เหตุการณ์ทั้งหมดทำให้เขาระแวงและห่วงถึงความปลอดภัยของครอบครัว ในโลกแห่งความเป็นจริง ตอนเขาออกมาจาก ป่าฝนบ่อเมฆตั้งแต่สองวันก่อน เขาติดต่อหาบุพการีทันที พอทั้งสองยืนยันว่าปลอดภัยดีเขาค่อยถอนหายใจโล่งอก แต่หลังจากนั้นเขากลับยิ่งเศร้าซึม
ขนาดมีตำแหน่งเป็นหัวหน้าศิษย์หนึ่งเดียวของสาขาอาวุธเวท ข้ายังตกเป็นเป้าสังหาร ถ้าพวกมันเปลี่ยนไปหมายหัวครอบครัวข้าแทน…หวังเป่าเล่อตัวสั่นเทิ้มกับ ความคิดนั้น เขากำหมัดแน่น
ข้ามั่นใจประมาณร้อยละเจ็ดสิบว่านี่คนบงการเบื้องหลังคือ หลินเทียนหาว!
บิดาของเขาเป็นบุคคลมีชื่อเสียง สิ่งแรกที่ข้าต้องคิดให้ออกคือบิดาของอีกฝ่าย คือใครกันแน่
ฐานันดรศักดิ์ของบิดาเขาจะต้องไม่ธรรมดา ไม่อย่างนั้นแล้วรองเจ้าสำนักคงไม่ยอมกลืนศักดิ์ศรีเอาตัวเข้าไปเกี่ยวกับบุตรชายของคนๆ นั้น ดูแล้วคงล้างแค้นทันทีเลยไม่ได้
หวังเป่าเล่อหลับตา ครุ่นคิดกังวลว่าตนจะแก้ปัญหานี้ให้เร็วที่สุดได้อย่างไร จากรากฐานที่มีอยู่ตอนนี้
เวลาล่วงเลยผ่านไป หลายวันต่อมา เรือบินไม่พบอันตรายแต่อย่างใด ถ้ามีสัตว์ ดุร้ายโจมตี เกราะคุ้มกันจะช่วยรับมือปัญหาได้ ผู้โดยสารบนยานต่างเคารพนับถือ หวังเป่าเล่ออย่างสูง ท่าทีหวั่นเกรงในหมู่พวกเขาเริ่มคลายลงเมื่อเทียบกับวันแรกๆ
ในที่สุด เรือบินที่หวังเป่าเล่อกุมบังเหียนอยู่นั้น ก็ไม่ได้เดินทางไปยังนครศักดิ์สิทธิ์ แต่กลับจอดลงตรงสำนักศึกษาเต๋าศักดิ์สิทธิ์แห่งเกาะมหาปราชญ์ชั้นรองแทน
ผู้โดยสารคนอื่นไม่คัดค้านว่าจะจอดตรงไหน พวกเขารีบมุ่งหน้ากลับไปยัง นครศักดิ์สิทธิ์ทันที หลังประสานมือคำนับอำลาหวังเป่าเล่อแล้ว
เมื่อกล่าวอำลากับผู้โดยสารเรียบร้อย หวังเป่าเล่อก็หันไปมองสำนักศึกษา เต๋าศักดิ์สิทธิ์อันแสนคุ้นเคย เขาสูดลมหายใจเข้า แล้วมุ่งหน้าตรงไปยังยอดเขา เจ้าสำนักพร้อมกันกับชายวัยกลางคนชุดดำที่จับตัวมาได้
ในบริเวณสำนักมีศิษย์อยู่น้อยนิดเพราะภาคเรียนใหม่ยังไม่เริ่ม แต่หวังเป่าเล่อมีชื่อเสียงโด่งดังในเกาะมหาปราชญ์ชั้นรอง ศิษย์จำนวนเพียงหยิบมือต่างจำหวังเป่าเล่อกันได้ในทันที และเมื่อเห็นเขาในสภาพอาภรณ์เปื้อนเลือด พวกเขาต่างตกใจและจ้องด้วยสายตาไม่อยากเชื่อ
“นั่น…หวังเป่าเล่อรึ”
“เกิดอะไรขึ้นน่ะ เขาเลือดท่วมทั้งตัว แถมยังดูบาดเจ็บตั้งหลายจุด!”
ทุกคนตกใจตามกันไปหมด ส่วนหวังเป่าเล่อยังคงไม่แสดงออกสีหน้าใดๆ เขาไม่ได้จงใจสวมอาภรณ์อาบเลือด เพียงแต่เขาไม่มีอาภรณ์อื่นมาเปลี่ยนเท่านั้นเอง ตอนนี้เขาลากชายวัยกลางคนชุดดำหน้าตาซีดเซียวไปตามทาง จนถึงยอดเขา เจ้าสำนัก ก่อนที่ศิษย์คนอื่นจะทันได้แพร่ข่าวว่าเขากลับมาแล้ว
บรรดาข้ารับใช้ในยอดเขาเจ้าสำนักมองกันสีหน้าฉงน หวังเป่าเล่อยืนอยู่หน้าโถงใหญ่แล้วประสานมือคำนับ เริ่มพูดเสียงดังลั่น
“ศิษย์หวังเป่าเล่อ ได้กลับมาจากอันตรายแทบสิ้นชีพ ขอเข้าพบเจ้าสำนัก!”
เสียงเขาดังก้องไปทั้งโถงใหญ่ เจ้าสำนักซึ่งกำลังนั่งทำสมาธิอยู่ตรงส่วนหน้าของโถง ลืมตาโพลงทันทีที่หวังเป่าเล่อพูดขึ้น สายตาเจ้าสำนักฉายแววมั่นเมื่อได้ยิน หวังเป่าเล่อชัดถ้อยทุกคำ เขายกมือขวาขึ้นแล้วสะบัดอย่างใส่แรง
บานประตูโถงหลักค่อยๆ ขยับเปิดในทันที เมื่อประตูอ้าออก แสงอาทิตย์ส่องผ่าน กระทบบนร่างอาบเลือดของหวังเป่าเล่อ สะท้อนสู่ดวงตาเจ้าสำนัก
สีหน้าเจ้าสำนักเปลี่ยนไปทันทีที่เห็นหวังเป่าเล่อ เขารีบลุกขึ้นยืน
“เกิดอะไรขึ้น!”
หวังเป่าเล่อยืนอยู่นอกโถงใหญ่ มองกลับมายังเจ้าสำนัก ครู่ต่อมาเขาก็หลับตาลง เมื่อลืมตาขึ้นอีกครั้ง เขาก้าวเข้าไปข้างในโถงใหญ่ เหวี่ยงร่างของชายวัยกลางคนชุดดำลงกับพื้น ก่อนจะหยิบเอาแหวนสื่อสารออกมา แล้วเปิดข้อความที่สำนักเต๋าศักดิ์สิทธิ์ส่งมาแจ้งข่าวให้เขารีบเดินทางกลับโดยไว
เมื่อได้ยินข้อความที่หวังเป่าเล่อบันทึกไว้ในแหวนสื่อสาร สีหน้าเจ้าสำนักแปรเปลี่ยนเป็นนิ่งขรึม เขามองไปยังชายที่หวังเป่าเล่อโยนลงกับพื้น แล้วก้าวตรงเข้าไปหาชายชุดดำ
“ข้า…” ชายวัยกลางคนชุดดำตัวสั่นเทิ้ม เขาอยากร้องขอให้ยกโทษให้ แต่ยังไม่ทันได้เอ่ยอะไร เจ้าสำนักก็ชักสีหน้ามืดหม่นด้วยความโกรธอันคุกรุ่น ก่อนฟาดฝ่ามือลงตรงจุดปราณหนึ่งของชายผู้นั้น
เจ้าสำนักไม่ได้ฆ่าชายผู้นั้น เพียงแต่ใช้วิชาซึ่งหวังเป่าเล่อไม่เข้าใจ ทะลวงเข้าไปในความคิดของชายชุดดำ แหวนเจ้าสำนักส่องแสงเจิดจ้า เปลี่ยนรูปร่างกลายเป็นเข็มทิ่มเข้าใส่ตำแหน่งฝังเข็มบนตัวชายวัยกลางคนชุดดำ ร่างของเขากระตุกสั่น อิทธิฤทธิ์สมบัติเวทของเจ้าสำนักล่วงล้ำเข้าค้นหาความทรงจำของชายชุดดำทันที
หวังเป่าเล่อสูดหายใจพลางมองภาพตรงหน้า เพียงจับจ้องอย่างเงียบงัน ไม่เอ่ยอะไรทั้งสิ้น
ไม่นานนัก เจ้าสำนักก็ถอนฝ่ามือกับเข็มออก ชายชุดดำสั่นระริกแล้วล้มลงทันใด ฟองขาวท่วมปาก ร่างเขาชักกระตุกไม่หยุด
สภาพเขาน่าเวทนาน่าเศร้านัก แต่ทั้งหมดล้วนไร้ความหมายในสายตาเจ้าสำนัก ในเวลา ณ ขณะนี้ เจ้าสำนักศึกษาเต๋าศักดิ์สิทธิ์แห่งเกาะมหาปราชญ์ชั้นรองพยายามฝืนข่มอารมณ์ตนไว้ หากแต่แววพิโรธที่ปรากฏชัดในดวงตานั้นมากเกินทน
“ข้าจะหาคำตอบสำหรับทุกสิ่งที่เกิดขึ้นให้แก่เจ้า!” เจ้าสำนักกล่าว
“ขอบพระคุณขอรับ ท่านเจ้าสำนัก!” นับเป็นประโยคที่สองที่หวังเป่าเล่อเอ่ยมาจนถึงตอนนี้ หลังจากนั้น เขาประสานมือคำนับแล้วกลับออกไป
หลังจากชายหนุ่มออกไปแล้ว สีหน้าเจ้าสำนักยังคงหม่นหมอง เขาถอนหายใจเฮือกใหญ่ออกมายาวๆ
“ตรวจสอบหาความจริงของเรื่องนี้!” เขาเอ่ยบัญชา
พริบตาที่กล่าวออกไป มีเสียงแหบชราดังมาจากด้านหลังเขา
“ขอรับท่านเจ้าสำนัก!”
หวังเป่าเล่อกลับมายังถ้ำที่พัก และไม่ได้ออกไปไหนอีกเลย เขาเฝ้ารอฟังบทสรุปของเรื่องในคราวนี้ ชายหนุ่มรู้ดีว่าสถานภาพของตนยิ่งใหญ่เพียงใด เขาคาดเดาได้ว่า นี่ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ สำหรับสำนักศึกษาเต๋าศักดิ์สิทธิ์ ชายหนุ่มยังเห็นภาพภูมิหลังของหลินเทียนหาวชัดเจนมากขึ้น แม้จะไม่ทราบรายละเอียดแน่ชัด แต่ภูมิหลังของอีกฝ่ายก็เกินกว่าที่เขาจะรับมือด้วย
สองวันเวียนมาและผ่านไป เจ้าสำนักยืนอยู่บนยอดเขาเจ้าสำนัก มองยังจันทร์ส่องสว่างกลางฟ้าราตรี สดับฟังเสียงแหบพร่าซึ่งดังอยู่ด้านหลัง
“เจ้าสำนัก ข้าตรวจสอบเรื่องคราวนี้โดยละเอียดแล้ว ข้าเดินทางไปที่ป่าฝนบ่อเมฆ หลังจากหาสถานที่เกิดเหตุและตรวจสอบศพที่พบ สรุปความได้ว่ามีผู้เกี่ยวข้อง ยี่สิบเจ็ดคน ทุกคนถูกเกณฑ์มาให้ปลอมตัวเป็นโจรสลัดอากาศ ในกลุ่มมียอดฝีมือ ขั้นบำรุงชีพจรสองคน และผู้ฝึกตนที่เข้าใกล้ระดับลมหายใจเที่ยงแท้หนึ่งคน! ส่วนเรือบินที่หนีไปได้นั้นหาพบ แต่น่าเศร้านัก เพราะตัวยานถูกทำลายไปแล้ว”
เจ้าสำนักทราบทั้งหมดนี้จากความทรงจำของชายชุดดำแล้ว แต่เขาก็ยังใจหายเมื่อได้ยินคำยืนยันดังกล่าว เขาหันไปมองบุคคลที่อยู่ด้านหลัง
“หวังเป่าเล่อรับมือคู่ต่อสู้ทั้งหมดด้วยตัวเองคนเดียวรึ”
“ดูจะเป็นเช่นนั้นขอรับ เขาอยู่ตัวคนเดียว ข้าสอบปากคำผู้โดยสารบนเรือบินลำนั้น และตรวจสอบสภาพศพทั้งหมดแล้ว ส่วนใหญ่ล้วนตายจากการจู่โจมเพียงครั้งเดียว ที่เหลืออีกหลายคนถูกสังหารด้วยวัตถุเวท มีร่องรอยเศษวัตถุเวทเหลืออยู่ไม่น้อย ส่วนเรือบินถูกสิ่งมีชีวิตที่บินได้ทำลาย ซึ่งไม่ใช่เรื่องแปลกสำหรับป่าฝนบ่อเมฆ จากรายละเอียดทั้งหมด คาดว่าการต่อสู้ที่เกิดขึ้นทั้งอันตรายและชั่วช้านัก”
เสียงแหบแห้งที่พูดอยู่ข้างเจ้าสำนักมีน้ำเสียงไม่อยากเชื่อ “หวังเป่าเล่อคงจะใช้ความรู้อาวุธเวททั้งหมดที่เขาเรียนจากสำนักศึกษาเต๋าศักดิ์สิทธิ์อย่างเต็มกำลัง เขาอาจจะใช้กระบวนท่าลับบางอย่าง แต่จะอย่างไร ทุกอย่างล้วนเกิดขึ้นจริง ผู้บงการแผนนี้คือ หลินเทียนหาวและผู้ติดตามของเขา เฉาคุนกับเจียงหลินอาจจะเป็นผู้ยุยงและเสนอความคิดนี้!”
ได้ยินดังนั้น เจ้าสำนักเอ่ยขึ้น “ความลับ…คนทุกคนล้วนมีความลับ ซึ่งไม่ใช่ เรื่องใหญ่แต่อย่างใด แต่หลินเทียนหาว…ช่างกล้าดีนัก! บังอาจท้าทายกฎระเบียบของสี่ยอดสำนักศึกษาเช่นนี้!”
ว่าแล้ว ชายชราก็รีบกลับหลังหัน มุ่งหน้าตรงไปยังเกาะมหาปราชญ์ชั้นสูงทันที
เรื่องทั้งหมดที่เกี่ยวพันระหว่างหลินเทียนหาวกับกฎของสำนักศึกษาเต๋าศักดิ์สิทธิ์นั้น จำเป็นต้องรายงานกับสำนักศึกษาเต๋าศักดิ์สิทธิ์แห่งเกาะมหาปราชญ์ชั้นสูง
แต่นับจากแรกเริ่มมาจนถึงตอนนี้ ไม่มีใครพูดถึงยุงยักษ์เลยสักราย ยิ่งกว่านั้นในความทรงจำของทุกคน รวมถึงจากการสอบปากคำชายชุดดำผู้นั้น กลับไม่มีใครทราบเรื่องชายหนุ่มปากยื่น คางเหมือนมนุษย์วานรผู้ปรากฏกายในหมอกดำเลยสักคน ประหนึ่งว่าทั้งสองสิ่งนั้นไม่เคยมีอยู่มาก่อน และโดนลบไปไม่เหลือร่องรอยด้วยวิธีการไม่ธรรมดา
เวลาผ่านไปเพียงพริบตา อีกสองวันผ่านมาและผ่านไป เหลือเพียงไม่กี่วันก่อนสำนักศึกษาจะเปิดภาคเรียนอีกครั้ง ในที่สุด หวังเป่าเล่อก็ได้รับทราบเรื่องการสอบสวนและวิธีรับมือกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจากเจ้าสำนักโดยตรง
หลังได้ทราบความคืบหน้าและบทสรุปของเหตุนี้ หวังเป่าเล่อก็พลันตะลึงงันไปแม้ตนจะมีข้อสันนิษฐานไว้ก่อนแล้ว
“เหตุใดจึงฝ่าฝืนกฎสำนักกันอย่างง่ายดายเช่นนี้ เจ้าไม่ควรต้องกังวลต่อความปลอดภัยของเจ้าและครอบครัวเจ้า สำนักศึกษาเต๋าศักดิ์สิทธิ์รับรองเรื่องนั้นได้ ต่อให้เป็นเสนาบดีแล้วอย่างไร ถ้าใครคิดจะก่อปัญหาอีก…” ชายชรายื่นคำขาดดังนี้ตอนมารายงานความคืบหน้ากับชายหนุ่ม
หวังเป่าเล่อหายใจระรัว แววตาแน่วแน่ยิ่งมุ่งมั่นกว่าแต่ก่อน คำตัดสินจาก สำนักศึกษาเต๋าศักดิ์สิทธิ์ทำให้เขาไว้วางใจ
บิดาของเจ้าเป็นเสนาบดีอย่างนั้นรึ ไม่เห็นสำคัญ หลินเทียนหาว เฉาคุน เจียงหลิน ข้า โคตรบิดาของพวกเจ้า จะสยบพวกเจ้าไว้ในเงื้อมมือข้าเอง! หวังเป่าเล่อหัวเราะเต็มเสียงขึ้นไปยังท้องฟ้าพร้อมลุกยืนขึ้น เขาเปิดใช้แหวนสื่อสารเพื่อส่งข้อความไปหาหลิวต้าวปิน เรียกศิษย์ฝ่ายวินัยในปกครองของตนให้กลับมายังสำนักศึกษา เต๋าศักดิ์สิทธิ์ก่อนกำหนดทันที
Comments for chapter "บทที่ 70 ฝ่าฝืนกฎสำนักง่ายดายได้อย่างไร"
MANGA DISCUSSION
Madara Info
Madara stands as a beacon for those desiring to craft a captivating online comic and manga reading platform on WordPress
For custom work request, please send email to wpstylish(at)gmail(dot)com