บทที่ 1269 เอ้อร์หนิวตื่นเต้นยินดี!
บทที่ 1269 เอ้อร์หนิวตื่นเต้นยินดี!
ในค่ายกลที่ทำจากเศษหญ้าวงแหวน สวี่ชิงยืนอยู่ตรงนั้น
ตอนนี้เขาพร้อมเคลื่อนย้ายแล้ว หญ้าวงแหวนจากราชาเซียนถูกเขาถือไว้ในมือ กลิ่นอายเจ้าหนูทองล้อมตัวเขา
ขอเพียงขับเคลื่อนความคิดก็เคลื่อนย้ายจากไป
ในสถานการณ์เช่นนี้ เขาเงยหน้าจ้องมองม่านนภาสีเลือด
เขากำลังรอคำตอบ
ไม่นานเสียงเปี่ยมประสบการณ์แฝงความสับสนยากสังเกตเห็นดังก้องโลกใบเล็กแห่งนี้
“ข้าก็ไม่รู้…”
“หลายปีก่อนข้าสิ้นชีพครั้งหนึ่ง เมื่อข้ากลับมาอีกครั้ง ในความทรงจำข้ามีอดีตของเทพเจ้า ทั้งมีความทรงจำขาดตอนของผู้บำเพ็ญคนหนึ่ง”
“ความทรงจำ 2 ช่วงนี้ร้อยถักเข้าด้วยกัน ทำให้ข้าสับสนหลายครั้ง”
“ยามสับสนเคยมีเสียงหนึ่งดังก้องในใจข้าช่วง 2 ความทรงจำปะทะกันเป็นครั้งคราว”
“เสียงนั้นบอกข้าว่าเขาทิ้งร่องรอยไว้ในความทรงจำข้า สักวันเขาจะอาศัยร่องรอยนี้ทำเรื่องหนึ่ง”
“ดังนั้นเขาบอกข้าว่าอย่ายึดติดว่าตัวเองเป็นใคร เดินตามทางต่อไป วันหนึ่งย่อมเจอผู้บำเพ็ญซึ่งทำให้ร่องรอยในความทรงจำข้าตอบสนอง”
“เมื่อเจ้าเข้าแดนลับ ข้าสัมผัสได้ว่าร่องรอยตอบสนอง ข้ารู้ว่า…คนที่เฝ้ารอมาแล้ว”
“ส่วนคำถามที่เจ้าถามข้า ข้าไม่อาจตอบแน่ชัด ข้าอาจเป็นเทพ ทั้งอาจเป็น…ผู้บำเพ็ญ”
“ข้าไม่มีหลักฐานมาพิสูจน์สิ่งที่ข้าพูด ดังนั้น…เชื่อหรือไม่ขึ้นอยู่กับเจ้า”
“ข้าไม่ปิดบังเจ้า วิชาลับกลืนกินเทพแท้เจินอี้ที่ข้าถ่ายทอดให้เจ้า ทำให้เกิดคลื่นสะเทือนนอกแดนลับ เสี่ยงว่าจะถูกโลกภายนอกรับรู้”
“แต่วิชาลับเป็นของจริง การดูดซับก็เป็นเรื่องจริง”
สวี่ชิงได้ยินแล้วก้มมองค่ายกลใต้ฝ่าเท้า ไม่กี่อึดใจค่อยกล่าวเรียบๆ
ครู่ต่อมาบนม่านนภามีสายฟ้าฟาดหลายสายฉับพลัน อัสนีบาตเหล่านี้ตัดสลับกัน ก่อตัวเป็นแผ่นหยก หล่นลงตรงหน้าสวี่ชิง
สวี่ชิงกวาดจิตเทพ วิชาลับชื่อเคล็ดโลกันตร์ทมิฬหลอมเทพถาโถมเข้าไปในใจสวี่ชิงทันที
ยามหยั่งรู้วิชาลับนี้ นัยน์ตาสวี่ชิงหดรัด 2 คำแรกของชื่อวิชาลับนี้ทำให้ในใจเขาปั่นป่วน
“วิชาลับนี้มาจากความทรงจำเลือนรางของข้าที่เป็นผู้บำเพ็ญ มีเพียงผู้ครองกลิ่นอายวิญญาณเซียนถึงใช้ได้”
เสียงเทพปฐพีองค์นั้นดังก้องฟ้าดิน
สวี่ชิงพลันเอ่ยปาก “ในความทรงจำเลือนรางของผู้บำเพ็ญ มีนามของเขาหรือไม่”
“…”
เทพปฐพีไม่เอ่ยวาจา สักพักค่อยกล่าวเสียงเบา “ไม่มี”
สวี่ชิงเงียบไป เคล็ดโลกันตร์ทมิฬหลอมเทพในใจก่อตัวเป็นประทับอักขระหนาแน่น เขากวาดจิตเทพวิเคราะห์ทีละอัน สุดท้ายนัยน์ตามีแสงเงินวาบผ่าน
ครู่ต่อมาห้วงอากาศด้านหลังเขาปั่นป่วน ตัวอ่อนเซียนมหึมาราวค้ำฟ้าเผยตัวกลางฟ้าดิน
อักขระที่วิวัฒน์ออกมาจากเคล็ดโลกันตร์ทมิฬหลอมเทพทยอยเปลี่ยนเป็นสีเงิน เวียนวนรอบตัวอ่อนเซียนมหึมา สุดท้ายค่อยควบรวมตรงมือขวาของตัวอ่อนเซียน
เอื้อมมือคว้าผืนฟ้าในโลกใบนี้!
เพียงพริบตาเวิ้งฟ้าแตกละเอียด ถูกมือใหญ่ข้างนี้ทะลวงเป็นโพรง ก่อนเหยียดออกไป
ขณะเดียวกันแดนลับในโลกภายนอกฟ้าดินกำลังห้ำหั่น
เทือกเขากำลังปะทุ ต้นไม้แห้งเหี่ยวทะยานฟ้า ม่านนภามีฝนโลหิตกระหน่ำ ก้อนเนื้อสีดำมหึมาสั่นสะเทือนรุนแรง
ตอนนี้ร่มเห็ดหลินจือทั้งหมดเปล่งแสงสีเงินชั่วพริบตา
รัศมีแสงปกคลุมแดนลับทันที ยามแต้มแต่งทั่วทิศยังก่อตัวเป็นมือยักษ์สีเงินมหึมาข้างหนึ่ง
นั่นคือมือตัวอ่อนเซียนของสวี่ชิงที่เหยียดออกไป!
เอื้อมผ่านอากาศคว้าก้อนเนื้อสีดำบนม่านนภา!
อักขระสีเงินทั้งหมดพรั่งพรูออกมาจากมือยักษ์ทันที ก่อตัวเป็นกระแสน้ำหลากสีเงิน มุ่งตรงไปทางก้อนเนื้อสีดำ ปกคลุมสรรพสิ่งยามองค์ท่านห้ำหั่นกับเทพปฐพี
ทั้ง…ดูดซับอย่างบ้าคลั่ง!
เพียงพริบตาแก่นตั้งต้นชวนประหวั่นราวคลื่นสมุทรคลั่ง โดนอักขระสีเงินเหล่านั้นดูดซับกลับเข้าตัวอ่อนเซียนอีกครั้ง ขณะเดียวกันร่างกายสวี่ชิงพลันหลอมแก่นตั้งต้นที่ดูดซับมาอย่างรวดเร็ว
ทำให้แก่นตั้งต้นซึ่งถูกดูดมาเหล่านี้เปลี่ยนเป็นกลิ่นอายวิญญาณเซียน หล่อเลี้ยงตัวอ่อนเซียน!
พลังบำเพ็ญของเขายกระดับ ก้าวสู่ระดับกึ่งเซียนช่วงปลายอย่างต่อเนื่อง…
ก้อนเนื้อสีดำบนเวิ้งฟ้าสั่นสะเทือนสักพักก่อนถึงขีดจำกัด อานุภาพกดดันของเทพแท้ระเบิดอย่างรุนแรงเป็นระลอก ตามมาด้วยเสียงเทพสะท้านฟ้า “บังอาจ!”
เสียงกระหึ่มทั่วทิศ ทำให้ฟ้าดินบนแดนลับเกิดรอยแยกเล็กละเอียดนับไม่ถ้วน ขณะเดียวกันก้อนเนื้อพลันเกิดช่องโหว่ นัยน์ตาสีทองปรากฏ!
องค์ท่านไม่มีความรู้สึก ดังนั้นถ้าเปลี่ยนเป็นผู้บำเพ็ญหรือผู้สำเร็จเทพภายหลัง ความเดือดดาลซึ่งตอนนี้ควรล้นฟ้า แต่องค์ท่านกลับนิ่งเฉย
ทว่าไม่มีความรู้สึก ไม่ได้หมายความว่าพิจารณาไม่เป็น องค์ท่านจึงรู้ดีว่าขณะที่ตนกลืนกินเทพปฐพี การดูดซับจากสวี่ชิงเท่ากับชิงรากฐานขององค์ท่าน ช่วงชิงอนาคต ทั้งชิงความเป็นตายขององค์ท่าน
ในสถานการณ์ปกติองค์ท่านรู้ว่าด้วยพลังของผู้บำเพ็ญระดับกึ่งเซียน ไม่อาจแย่งชิงกับตนได้
ต้นเหตุของทุกอย่าง…นอกจากวิชาลับช่วงชิงที่อีกฝ่ายสำแดงแล้ว สิ่งสำคัญยิ่งคือ…
ศัตรูแข็งแกร่งขององค์ท่าน เทพปฐพีที่กำลังดิ้นรนขัดขืน ใช้โอกาสสุดท้ายระเบิดพลังทั้งหมด
ความจริงก็เป็นเช่นนั้น ชั่วพริบตายามสวี่ชิงซึมซับ เทือกเขาทั้งหมดบนพื้นดินกลายเป็นมีดคมกริบคล้ายกระดูกสันหลังมากมายทะลวงฟ้า แทงม่านนภาท่ามกลางเสียงอึกทึกสนั่นหู
ต้นไม้แห้งเหี่ยวเหล่านั้นเผาตัวเองโดยไม่สนอะไร เสริมกำลังให้มือยักษ์สีเงินของสวี่ชิง ใช้แสงทองข่มพลังอำนาจเทพ ทำให้มือยักษ์สีเงินดำเนินการราบรื่น
ในช่วงวิกฤติก้อนเนื้อบนม่านฟ้าพลันสั่นคลอน เลือดเนื้อรอบนอกแตกละเอียดชั่วพริบตา เผาตัวเอง ระเบิดเป็นพลังชวนประหวั่น
อาศัยสิ่งนี้สลายการดูดซับของสวี่ชิง!
ต่อให้มีเทพปฐพีขัดขวาง คลี่คลายกว่าครึ่ง แต่ผลกระทบจากการระเบิดยังน่าพรั่นพรึง เมื่อสัมผัสกับมือตัวอ่อนเซียน มือข้างนั้นพลันแตกเป็นเสี่ยง
พังทลาย
แก่นตั้งต้นของเทพแท้กระจัดกระจาย
สวี่ชิงในโลกใบเล็ก ตัวอ่อนเซียนมหึมา ทั้งหมดติดร่างแห แตกสลายดังกระหึ่ม
ในค่ายกลสวี่ชิงกระอักเลือดสีเงิน นั่นคือแก่นตั้งต้นเทพแท้ซึ่งหลอมไม่ทัน เนื่องจากเมื่อครู่สวี่ชิงดูดซับมากเกินไป
ขณะเดียวกันพลังบำเพ็ญซึ่งกำลังเพิ่มขึ้นของเขาถูกขัดจังหวะ ถึงขั้นทำให้เกิดพลังสะท้อนกลับ
แต่สวี่ชิงเป็นพวกเหี้ยมโหด นัยน์ตาเขาฉายแววเยียบเย็น ไม่รอเลือดพวกนั้นร่วงหล่นก็เปลี่ยนเป็นหมอกโลหิตทันที ถูกเขาดูดซับเข้าร่างกายอีกครั้ง
จากนั้นทั้งตัวมีเส้นเลือดปูดโปน พลังตัวอ่อนเซียนกู่ก้องอีกครั้ง ควบรวมเงื้อมือยักษ์ขึ้นอีกครา เหยียดออกไปด้วยท่าทางเหี้ยมเกรียม!
ในโลกภายนอกมือยักษ์สีเงินพลันปรากฏ กระแสอักขระสีเงินปกคลุมก้อนเนื้อสีดำอีกครั้ง เริ่มทำการดูดซับ!
ทั้งการดูดซับครั้งนี้ยังต่างจากก่อนหน้า
ด้านความเร็วกับแรงเหนือกว่ามาก
นั่นเป็นเพราะครั้งนี้…สวี่ชิงไม่ได้หลอม!
โดยปกติขั้นตอนนี้ต้องดูดซับพร้อมหลอม ทำให้กลายเป็นกลิ่นอายวิญญาณเซียนเพื่อหล่อเลี้ยง นี่คือวงจรอันสมบูรณ์
แต่หลังจากเจอเรื่องเมื่อครู่ สวี่ชิงรู้ดีว่าความเร็วในการหลอมของตนเทียบการดูดกลืนไม่ได้อยู่มาก
ความล่าช้าของกระบวนการส่งผลต่อความเร็วการดูดซับทั้งหมด
แต่ตอนนี้นัยน์ตาสวี่ชิงฉายแววเยียบเย็น ทิ้งขั้นตอนการหลอม ใช้ตัวเองเป็นภาชนะ ดูดซับเพียงอย่างเดียว
การทำเช่นนี้มีข้อบกพร่องบางอย่าง
ข้อ 1 คือสวี่ชิงรับได้จำกัด
ถึงอย่างไรนั่นก็เป็นเทพแท้ขั้นสูงสุด ถ้าเปรียบเทียบกับมหาสมุทร ตอนนี้สวี่ชิงก็เป็นแค่ทะเลสาบเท่านั้น
ข้อ 2 คือสิ้นเปลืองเกินไป ทั้งสิ่งที่ดูดซับก็ไม่บริสุทธิ์
แต่ตอนนี้สวี่ชิงไม่สนใจเรื่องพวกนั้น โอกาสกินคำโตเช่นนี้ เขากินได้เท่าไรย่อมกินมากเท่านั้น ทางที่ดีคือหลังกินเสร็จยังห่อกลับได้อีกหน่อย!
ในใจเขาจึงมุ่งมั่น ดูดซับเต็มกำลัง!
ถึงอิ่มตัวแต่ยังดูดซับต่อเนื่อง
ส่วนที่รับได้ก็รับไป ส่วนที่รับไม่ได้ก็ปล่อยออกมา!
บนม่านนภาเหนือเวิ้งฟ้า ก้อนเนื้อสีดำบางส่วนแห้งเหี่ยวรางๆ แม้ว่าเทียบกับภาพรวมแล้ว ส่วนที่แห้งเหี่ยวไม่ใหญ่นัก แต่ตอนนี้องค์ท่านกำลังห้ำหั่นกับเทพปฐพี มาตรการตอบโต้จึงมีจำกัด
ขณะเดียวกันส่วนที่เสียหายเหมือนตำหนิกับช่องโหว่ ทำให้เทพปฐพีโต้กลับแรงขึ้น
ถึงอย่างไรระหว่างเหล่าองค์ท่าน ข้อได้เปรียบกับเสียเปรียบไม่ต่างกันนัก
แต่สิ่งที่ทำให้ก้อนเนื้อสีดำยิ่งเสียดุล นั่นคือสิ่งที่สวี่ชิงปล่อยออกมาหลังจากรองรับไม่ไหว
คล้ายปล่อยลมออกจากลูกโป่ง!
ทุกอย่างนี้ทำให้องค์ท่านเสี่ยงอันตรายยิ่ง
ในช่วงสำคัญก้อนเนื้อสีดำสั่นสะท้าน เริ่มเผาบางส่วนอีกครั้ง เกิดเป็นเสียงแหวกผ่า สะเทือนห้วงอากาศชั่วพริบตา
องค์ท่านต้องการฉีกทึ้งห้วงมิติของแดนลับ คิดปล่อยกลิ่นอายที่นี่ออกไป
ทั้งเป็นการหาทางออก ทำให้โลกภายนอกทราบเรื่องที่นี่!
ถ้าไม่ถึงคราวจำเป็น องค์ท่านไม่อยากทำเช่นนี้ ถึงอย่างไรก็มีตัวแปรมากขึ้น แต่การดูดซับทำให้องค์ท่านต้องทำเช่นนี้
ใช้ตัวแปรคลี่คลายวิกฤติ
แต่…ชั่วพริบตายามองค์ท่านคิดแหวกผ่าแดนลับ
อักขระสีเงินรอบตัวพังทลายทันที สิ่งที่ซ่านสลายพร้อมกันยังมีมือยักษ์สีเงิน รวมถึงตัวอ่อนเซียนมหึมาของสวี่ชิงในโลกใบเล็กด้วย
สวี่ชิงถึงกับเป็นฝ่ายเลิกดูดซับเอง!
ใช้ค่ายกลส่งข้ามโดยไม่ลังเล หายไปชั่วพริบตา!
ออกจากที่นี่!
เขายอมแลกเปลี่ยนกับเทพปฐพี แต่ด้วยนิสัยของเขา แน่นอนว่าไม่เชื่อคำพูดอีกฝ่ายทั้งหมด
ดังนั้นตั้งแต่ต้นจนจบ เขาไม่คิดช่วยเต็มที่
เป้าหมายเขามีเพียงอย่างเดียว
นั่นก็คือ…ทำให้ความไม่สมดุลที่นี่ เปลี่ยนเป็นสมดุลอีกครั้ง!
เมื่อเป็นเช่นนี้ ไม่ว่าใครก็ตามล่าเขาไม่ได้!
“ไปแล้วหรือ”
บนเวิ้งฟ้าก้อนเนื้อสีดำชะงักทันที ยามองค์ท่านสับสน เทพปฐพีระเบิดพลังอีกครั้ง การต่อสู้ระหว่างฟ้าดินจึงสืบเนื่อง
ขณะเดียวกันยามฟ้าดินตรงแดนลับสั่นสะเทือน ในโลกใบเล็กของเทพปฐพี จุดที่สวี่ชิงหายไป ค่ายกลที่สร้างจากเศษหญ้าวงแหวนซ่านสลายอย่างรวดเร็ว
แต่ชั่วพริบตายามค่ายกลเลือนหาย…
หนอนสีน้ำเงินหน้าคน ขนาดเท่านิ้วมือ ผุดขึ้นมายามแสงส่งข้ามสาดส่อง
เมื่อปรากฏตัว เศษหญ้าวงแหวนตรงค่ายกลหายไป ไม่เหลือร่องรอยใดๆ
มีเพียงหนอนสีน้ำเงินตัวนี้ กวาดมองรอบทิศอย่างอึ้งงัน
“นี่มันที่ไหนกัน”
หนอนสีน้ำเงินมึนงง ส่วนหน้าคนบนนั้น…
ถ้าสวี่ชิงอยู่ที่นี่ต้องตกใจแน่ ขณะเดียวกันย่อมยินดีถึงขีดสุด
นั่นคือเอ้อร์หนิว!
ตอนนี้เอ้อร์หนิวกำลังมึนงง แต่ครู่ต่อมาจมูกเขาขยับเล็กน้อย มองห่างออกไปทันที ดวงตาฉายแววเจิดจรัส ร้องเสียงหลงตามสัญชาตญาณ “นั่นคือกลิ่นอายเลือดเนื้อของแท่นเทวะขั้นสูงสุด!!”
“ให้ตายเถอะ ที่นี่เป็นสถานที่แบบใด…”
เอ้อร์หนิวตื่นเต้นอยู่บ้าง ร่างวาบไหวหายไปจากจุดเดิม ท่องทะยานในโลกใบเล็ก ไม่นาน…ก็ถึงสนามรบของสวี่ชิงกับเหล่าเทพเจ้า
เมื่อเห็นศพเทพเกลื่อนพื้น ทั้งสัมผัสได้ว่ามีแท่นเทวะหลายองค์ ถึงขั้นมีเลือดเนื้อของแท่นเทวะขั้นสูงสุดด้วย…
เอ้อร์หนิวตัวสั่นด้วยความตื่นเต้น ถึงขั้นตื่นเต้นจนอยากร้องไห้
“ในที่สุดโชคของข้าก็มาเยือนแล้วหรือ!”
“เมื่อปรากฏตัวก็เจอของกินมากเช่นนี้ นึกถึงแดนผีสิงอย่างนภาเจิดจรัสนั่น แค่ลักแท่นเทวะยังถูกตามล่า แต่ที่นี่…กลับมีกลาดเกลื่อน ทั้งไม่มีคนต้องการ!”
“ลาภลอยแล้ว!”
เอ้อร์หนิวพุ่งเข้าใส่อย่างตื่นเต้น ทว่าในใจยังสงสัยและระวังภัยรอบทิศ
“เทพเจ้าเหล่านี้เหมือนเพิ่งตายไม่นาน ใครเป็นคนสังหารเหล่าองค์ท่าน ฝีมือร้ายกาจยิ่ง!”
(>>>พิสูจน์อักษร By Zank<<<)
Comments for chapter "บทที่ 1269 เอ้อร์หนิวตื่นเต้นยินดี!"
MANGA DISCUSSION
Madara Info
Madara stands as a beacon for those desiring to craft a captivating online comic and manga reading platform on WordPress
For custom work request, please send email to wpstylish(at)gmail(dot)com