บทที่ 1270 ดาวแม่ดั้งเดิม
บทที่ 1270 ดาวแม่ดั้งเดิม
แสงดาวสีเขียวเข้มชโลมรอยแยกกาลอวกาศ กลายเป็นแสงจันทร์แผ่พลิ้วเหนือธารน้ำแข็งสีดำไร้สิ้นสุด
ทั้งแทรกซึมเข้าไป ทำให้แสงบนธารน้ำแข็งนุ่มนวล เปลี่ยนเป็นม่านนภาของโลกธารน้ำแข็งแห่งนี้
ใต้ม่านนภานอกจากแสงสลัวของศาลเจ้าปรักหักพังซึ่งไม่รู้ว่าผ่านกาลเวลามานานเท่าไหร่ สถานที่อื่นล้วนมืดสนิท
ในความมืดมิดมองอะไรไม่เห็น แต่กลับมีเสียงดังก้องเป็นครั้งคราว
มีทั้งเสียงเคี้ยว แทะกระดูก เสียงกลืนชวนขนพองสยองเกล้าดังเป็นระลอก
แสงสลัวปกคลุมเพียงศาลเจ้านั้น ทำให้พร่าเลือน
เมื่อมองจากไกลๆ คล้ายเปลวเพลิงในรัตติกาลมืดมิด
นี่คือศาลเจ้าซึ่งถูกผนึกใต้ธารน้ำแข็ง
หลายปีนี้ไม่เคยถูกรบกวน มีมาตั้งแต่ครั้งบรรพกาล
ส่วนลึกของศาลเจ้ามีเทวรูปชำรุด 12 องค์ เหล่าองค์ท่านล้อมแท่นบูชาสีแดงแห่งหนึ่ง บนแท่นบูชานั้น…
ประตูสำริดเปี่ยมร่องรอยกาลเวลาบานหนึ่ง ตั้งตระหง่านอยู่ตรงนั้น
ตอนนี้ประตูสำริดเปิดออกโดยไร้สุ้มเสียง
เงาร่างหนึ่งก้าวออกมาจากประตูดำสนิทช้าๆ
ชุดคลุมยาวสีดำ ผมยาวสีม่วง ร่างสูงโปร่ง ใบหน้างามราวปีศาจ ท่าทางระวังตัว กลิ่นอายน่ากลัวแผ่ออกมาจากร่าง
นั่นคือ…สวี่ชิงที่อาศัยค่ายกลส่งข้ามซึ่งสร้างจากเศษหญ้าวงแหวนจากมา!
“ที่นี่คือ…”
ชั่วพริบตายามปรากฏตัว สวี่ชิงแผ่จิตเทพทันที เตรียมเผชิญหน้ากับอันตราย สำรวจรอบๆ
เขาไม่รู้ว่าตนถูกส่งมาที่ไหน ตอนนี้เมื่อแผ่จิตเทพ สิ่งที่เขาสัมผัสได้ก่อนคือความเก่าแก่ ทั้งมีแรงกดดันด้วย!
พลังบำเพ็ญของเขา จิตเทพของเขา ทุกอย่างของเขา เมื่ออยู่ที่นี่ล้วนถูกกดดันอย่างหนัก ทั้งไม่อาจท่องเหิน
ดีว่าต่อให้จิตเทพถูกกำราบ แต่เขายังสัมผัสถึงเทวรูปชำรุดขนาดใหญ่ 12 องค์นอกแท่นบูชาได้
ลักษณะของเทวรูปแปลกประหลาดและศักดิ์สิทธิ์อย่างบอกไม่ถูก บนตัวเหล่าองค์ท่านเต็มไปด้วยรอยดาบฝังลึก คล้ายตัวตนน่ากลัวบางอย่างใช้กรงเล็บคมกริบฝากไว้
เทียบกับเหล่าองค์ท่าน เทียบกับบริเวณรอบๆ สวี่ชิงที่ยืนตรงประตูสำริดบนแท่นบูชา คล้ายเข้าไปในอาณาจักรยักษ์
ดูเล็กจ้อยอย่างยิ่ง
สักพักสวี่ชิงค่อยหรี่ตา กล่าวพึมพำในใจ ‘นี่คือศาลเจ้าแห่งหนึ่งหรือ’
ไม่เห็นว่ารอบตัวมีสิ่งผิดปกติอะไร เขาจึงก้าวลงจากแท่นบูชา ชั่วพริบตายามพื้นรองเท้าสัมผัสกับก้อนอิฐสีแดง มีของเหลวแดงเข้มซึมออกมาจากก้อนอิฐใต้ฝ่าเท้าเขา
ล่องลอยอย่างน่าประหลาด คล้ายเลือดที่นี่กำลังตื่นขึ้น
นัยน์ตาสวี่ชิงฉายแววเยียบเย็น ไม่ได้หยุดพัก เดินไปข้างหน้าต่อ
เขาอยากออกจากศาลเจ้าแห่งนี้ ไปสำรวจโลกภายนอก ยืนยันสถานที่ซึ่งตัวเองอยู่โดยเร็ว
ในศาลเจ้าใหญ่โตมีเสียงเหมือนเหยียบผิวน้ำดังขึ้นตามลำดับ
ยากจับต้อง แปลกประหลาด
ผ่านไปนานกว่าเสียงฝีเท้าจะหยุดตรงทางเดินทอดยาวไปโลกภายนอก
ในโถงทางเดินใหญ่โต สวี่ชิงยืนหน้าผนังเสื่อมโทรม ก่อนเงยหน้าขึ้น
การปรากฏตัวของเขาอาจก่อกระแสลมพัดผนัง ทำให้ฝุ่นฟุ้งกระจาย คล้ายกะเทาะกาลเวลา เผยภาพสัญลักษณ์ดั้งเดิมสีแดงก่ำเบื้องล่าง
สิ่งที่ภาพอธิบายคือเทพเจ้าถูกถลกหนังนอนบนเส้นขอบฟ้า กระดูกซี่โครงกลายเป็นเทือกเขา ในเส้นเลือดมีดาวสำริดเคลื่อนไหว
โดยรอบคือนัยน์ตาสีน้ำเงินเปี่ยมความโลภมากมาย
สักพักสวี่ชิงค่อยถอนสายตากลับ
ความรู้สึกสงสัยและแปลกใหม่ในใจเขายิ่งเด่นชัด
‘ที่นี่คือที่ไหนกันแน่’ สวี่ชิงครุ่นคิด หันมองทางออกของระเบียงทอดยาว
สักพักเสียงเท้าย่างเหยียบผิวน้ำดังก้องศาลเจ้าเงียบสงัดอีกครั้ง กระทั่งผ่านไป 1 ก้านธูป…
ในโลกภายนอกฟ้าดินมืดสนิท ศาลเจ้าที่ปกคลุมด้วยแสงสลัว ประตูถูกเปิดออกจากด้านในช้าๆ
เสียงดังก้องโลกสีดำใบนี้เป็นระลอก
เพียงพริบตาเสียงเคี้ยวทั้งหมดหายไปทันที
จากนั้น…ดวงตาสีน้ำเงินมากมายพลันปรากฏกลางความมืดโดยรอบ หันมาทางศาลเจ้าพร้อมกัน
ตอนนี้แสงสลัวแผ่ออกมาจากศาลเจ้า คล้ายปลดปล่อยแสงสุดท้าย สาดส่องทั่วทิศเหมือนสายฟ้าแลบผ่าน
ทำให้สวี่ชิงที่ผลักประตูศาลเจ้าก้าวออกมา เห็นทุกอย่างชัดเจน!
ซากศพกลาดเกลื่อน!
นั่นคือศพเทพเจ้านับไม่ถ้วน!
มาจากแต่ละเผ่าเทพ!
มาจากต่างช่วงเวลา!
ส่วนใหญ่เป็นซากกระดูก แต่ยังมีส่วนหนึ่งพอมีเลือดเนื้อ
เหล่าองค์ท่านทับซ้อนกันชั้นแล้วชั้นเล่า ไม่รู้ว่าทับซ้อนกันกี่ชั้น
เมื่อเห็นชัดเจน นัยน์ตาสวี่ชิงพลันหดรัด
นี่ถือเป็นครั้งหนึ่งที่เขาเห็นศพเทพมากที่สุด แม้แต่บนสนามรบ…เขายังไม่เคยเห็นศพเทพมากเช่นนี้!
สิ่งที่ทำให้ในใจเขายิ่งปั่นป่วนคือท่ามกลางศพเทพนับไม่ถ้วนนี้ เขาเห็นสิ่งมีชีวิตที่จำนวนมากกว่าซากศพนัก!
สิ่งมีชีวิตพวกนั้นแปลกประหลาด!
เหล่าองค์ท่านมีร่างกระดูกสีเทา ซี่โครง 12 คู่ไม่ได้สมมาตร กระดูกซี่โครงด้านซ้ายมีเนื้อเยื่อสีม่วงเข้มเกาะติดอยู่ เมื่อขยายตัวตามลมหายใจก็เห็นเลือดเนื้อเทพกำลังย่อยสลาย
กระดูกซี่โครงด้านขวาเหมือนตกผลึก มีหน้าเทพเจ้าบิดเบี้ยวมากมายโผล่ขึ้นมา
ใบหน้าเหล่านี้เหมือนกระแสน้ำหลาก โถมเข้าเนื้อเยื่อศีรษะอย่างต่อเนื่อง แย่งกันยึดร่าง สับเปลี่ยนกันทุกชั่วอึดใจ
กลายเป็นใบหน้าต่างกัน สิ่งที่เหมือนกันมีเพียงนัยน์ตาสีน้ำเงิน
ส่วนแขนขามีเดือยกระดูกเล็กละเอียดงอกออกมา กระดูกสันหลังยิ่งเติบโตผิดด้าน
เห็นเดือยกระดูกขนาดใหญ่เหลือบแสงน้ำเงินมากมาย แทงทะลุต้นคอออกมาจากผิวหนัง
ส่วนปลายของแต่ละท่อนมีนิ้วมือแห้งเหี่ยวแทรกอยู่
ตอนนี้ยามจ้องมองสวี่ชิง นิ้วมือพวกนั้นบิดเบี้ยว ขยับเคลื่อนพร้อมเดือยกระดูก
เมื่อเห็นสิ่งเหล่านี้ นัยน์ตาสวี่ชิงส่องประกาย ยามความรู้สึกถึงอันตรายผุดขึ้นในใจ ความรู้สึกคุ้นเคยก็เกิดขึ้นด้วย
‘สิ่งประหลาดพวกนี้ ข้าเหมือนเคยเห็นที่ไหน…’
ไม่รอสวี่ชิงคิดอย่างละเอียด เสียงโหยหวนพลันดังมาจากนอกศาลเจ้าเป็นระลอก ดังออกมาจากปากสิ่งประหลาดนับไม่ถ้วนเหล่านั้น
ก่อตัวเป็นคลื่นเสียงแหลมสูงกระหึ่มทั่วทิศ ความโลภเข้มข้นปะทุขึ้นชั่วพริบตา
ครู่ต่อมาที่นี่เกิดคลื่นลม
สิ่งประหลาดนับไม่ถ้วนมาจากทั่วทิศ รวมตัวมาหาสวี่ชิงอย่างรวดเร็ว
ความรู้สึกถึงอันตรายปะทุขึ้น
สวี่ชิงไม่ลังเลแม้แต่น้อย ตัวอ่อนเซียนด้านหลังเผยตัวพร้อมแสงเจิดจรัสทันที ยามสิ่งประหลาดนับไม่ถ้วนพุ่งเข้ามา มันเคลื่อนกวาดไปข้างหน้า
ทุกแห่งที่เคลื่อนผ่าน สิ่งประหลาดเหล่านั้นสั่นสะท้าน เสียงร้องโหยหวนขึ้นเรื่อยๆ ต่อให้ร่างพังทลาย แต่ครู่ต่อมากลับก่อตัวอีกครั้ง
คล้ายเป็นอมตะ
ทั้งมีบางส่วน แม้ว่าลักษณะเหมือนกัน แต่บนตัวมีรอยน้ำแข็งสีน้ำเงิน พลังสังหารที่แผ่ออกมาเหนือกว่าทั่วไปไม่น้อย
เมื่อเห็นว่าเป็นเช่นนี้ สวี่ชิงเงื้อมือซัดเหล็กแหลมออกไป ขนาบซ้ายขวา
พุ่งสังหารไปข้างหน้า
ขณะเดียวกันบัญญัติขนานของเขาพลันปรากฏ สร้างกาลอวกาศทับซ้อนเป็นชั้นๆ เผยร่างต่างกาลอวกาศมากมาย
ปะปนร่วมกับร่างต้น ระเบิดพลังอำนาจเซียน กลายเป็นดาวตกมากมาย พุ่งไปต่างทิศทาง
จากนั้นเสียงห้ำหั่น เสียงครั่นครืน ดังขึ้นใต้ม่านนภาบนธารน้ำแข็งฉับพลัน
กระทั่งผ่านไปครึ่งชั่วยาม ใต้แสงจันทร์สีเขียวเข้มในโลกภายนอก ธารน้ำแข็งดำสนิทแห่งนั้น มีที่หนึ่งเกิดเสียงดังครึ่ก เกิดรอยแยกที่เห็นได้ด้วยตาเปล่า
เงาร่างสวี่ชิงพุ่งออกมาจากในนั้น
มุมปากหลั่งเลือด ดูอนาถอยู่บ้าง ยามปรากฏตัวด้านหลังมีเงากาลอวกาศมากมายทยอยซ่านสลาย ขณะเดียวกันเขาสังเกตเห็นว่าโลกภายนอกไม่จำกัดการท่องเหินอีก ดังนั้นเลยพุ่งตัวทะยานฟ้า ฟาดมือลงมา
ชั้นน้ำแข็งเบื้องล่างสั่นคลอนทันที ด้านหนึ่งทรุดถล่ม ด้านหนึ่งกำลังสมาน
ในรอยแยกเห็นว่าด้านล่างมีสิ่งประหลาดนับไม่ถ้วน ด้านหน้าเหล่าองค์ท่านมีร่างสูงใหญ่ที่ 2 ส่วนเป็นสีน้ำเงินยืนอยู่
แขนข้างหนึ่งปกคลุมด้วยรอยน้ำแข็งสีน้ำเงิน ดูเหมือนหัตถ์น้ำแข็งสีน้ำเงิน!
องค์ท่านมองสวี่ชิง นัยน์ตาฉายแววละโมบ แต่กลับหยุดเท้า ไม่ตามล่าต่อ
สวี่ชิงก้มมองกลางอากาศ จ้องมองสิ่งนั้นเช่นกัน สีหน้าปั้นยาก
สิ่งประหลาดใต้ธารน้ำแข็ง โดยรวมพลังต่อสู้ถือว่าธรรมดา แต่ความเป็นอมตะกับจำนวนมหาศาล กอปรกับตัวเขาท่องเหินไม่ได้ ดังนั้นเลยยากรับมือ
แต่หากมีเพียงเท่านี้ สวี่ชิงคงไม่อนาถนัก
สิ่งที่ทำให้เขาสะบักสะบอม นั่นคือตัวตนที่มีรอยน้ำแข็งสีน้ำเงินบนร่าง รอยน้ำแข็งยิ่งมาก พลังสังหารยิ่งแข็งแกร่ง โดยเฉพาะตัวตนที่มือข้างหนึ่งเปลี่ยนเป็นหัตถ์น้ำแข็งเดือยกระดูกสีน้ำเงิน…
ทำให้ความรู้สึกถึงอันตรายของสวี่ชิงเด่นชัด!
สุดท้ายเขาจึงอาศัยร่างกาลอวกาศของตน ผลัดเปลี่ยนพุ่งตัว ทะลวงธารน้ำแข็ง ถึงส่งตัวเองออกมาได้
ตอนนี้เมื่อเห็นอีกฝ่ายไม่ตามมาอีก สวี่ชิงค่อยโล่งอก แต่เมื่อจ้องมองตัวตนใต้รอยแยก ความรู้สึกคุ้นเคยยิ่งเด่นชัด
‘ข้าเคยเห็น…จากตัวศิษย์พี่ใหญ่!’
นัยน์ตาสวี่ชิงพลันหดรัด หาต้นตอความคุ้นเคยได้!
หัตถ์น้ำแข็งสีน้ำเงินที่มีกระดูกแหลมคม คล้ายมือที่ยื่นออกมาจากอก ยามเอ้อร์หนิวระเบิดพลังแต่ละครั้ง!
‘เทพพิบัติ?’
ในใจสวี่ชิงปั่นป่วน รอยแยกบนธารน้ำแข็งเบื้องล่างสมานแล้ว เกิดเป็นแอ่งเว้า ตัดขาดกับทุกอย่างในโลกเบื้องล่าง ทั้งถอนสายตาจากร่างใหญ่โตที่มีมือน้ำแข็งสีน้ำเงินนั่น
สวี่ชิงหรี่ตา ในใจเกิดความคิดนับไม่ถ้วน ขณะเดียวกันจิตเทพแผ่ขยาย สำรวจทั่วทิศ
ที่นี่คือธารน้ำแข็งสีดำ แฝงไอพลังประหลาดเข้มข้นหาใดเปรียบ
ทว่าในไอพลังประหลาดอบอวลด้วยความตาย
ไม่รอสวี่ชิงตรวจสอบชัดเจน ความรู้สึกบอกไม่ถูกกลายเป็นหวาดหวั่นในใจ ทำให้เขาเงยหน้ามองขอบฟ้าทันที
เห็นเพียงเวิ้งฟ้ามีหมอกปั่นป่วน ดาวตกสีทองเข้มสายหนึ่งร่วงลงมาอย่างรวดเร็ว ทิศทางไปห่างจากเขาเล็กน้อย
‘นั่นคือ…’
ในใจสวี่ชิงสั่นสะท้าน จ้องดาวตกบนเวิ้งฟ้าเขม็ง
ไม่นานก็เห็นชัดเจน!
นั่นไม่ใช่ดาวตก นั่นคือ…ศพเทพมหึมา!
ต่อให้ตายแล้ว แต่กลิ่นอายที่แผ่ออกมายังเป็นระดับเทพแท้
‘นี่…’
นัยน์ตาสวี่ชิงหดรัด ขณะเดียวกันเสียงตกตะลึงยากจะเชื่อเสียงหนึ่งดังเข้าไปในจิตเทพของเขา!
“ดาวแม่ดั้งเดิม!!”
ผู้กล่าวคือธิดาเทพ!
ขณะเดียวกันนอกโลกธารน้ำแข็ง นอกรอยแยกกาลอวกาศ ในฟ้าดาราของจักรวาลกว้างใหญ่ ศพเทพร่างหนึ่งกำลังลอยมา
เข้าใกล้รอยแยกบนโลกธารน้ำแข็งอย่างรวดเร็ว ด้วยการชี้นำบางอย่าง
ในศพมี 2 คนกำลังนั่งสมาธิ
นั่นคือนายน้อยจี๋กวงกับเซียนหลิงหวง!
เซียนหลิงหวงลืมตา กล่าวเสียงแผ่วเบา “ใกล้ถึงดาวแม่ดั้งเดิมของวงแหวนที่ 4 แล้ว ท่านพี่…ท่านคิดดีแล้วหรือ”
นายน้อยจี๋กวงที่อยู่ด้านข้าง ตอนนี้ลืมตาขึ้นช้าๆ
“ราชาเซียนวางแผนการนี้ ทั้งเดิมก็เป็นชะตาของข้า…”
(>>>พิสูจน์อักษร By Zank<<<)
Comments for chapter "บทที่ 1270 ดาวแม่ดั้งเดิม"
MANGA DISCUSSION
Madara Info
Madara stands as a beacon for those desiring to craft a captivating online comic and manga reading platform on WordPress
For custom work request, please send email to wpstylish(at)gmail(dot)com