บทที่ 1272 มาแล้วหรือ มาแล้ว!
บทที่ 1272 มาแล้วหรือ มาแล้ว!
“เคล็ดหลอมเทพเสวียนโยว วิชาลับนี้ทรงพลังยิ่งนัก สามารถฝืนบังคับหลอมพลังงานต้นกำเนิดของเทพแท้จริงได้!”
สวี่ชิงเงยหน้า ทอดสายตามองไปรอบๆ หมอกในใจราวกับมีลมพัดมา ในที่สุดก็สลายไปเล็กน้อย
จากนั้นเขาก็เก็บเคล็ดวิชาเทพลงไป เปลี่ยนไปใช้วิธีเก็บเกี่ยวทั่วไป ทดลองกับซากร่างเทพเจ้า ทำการยืนยันขั้นสุดท้าย
ผลลัพธ์ก็เป็นไปตามที่เขาวิเคราะห์เอาไว้ ไม่ได้อะไรมาเลย
“เป็นเช่นนั้นจริงๆ!”
“หากจะเก็บเกี่ยวเทพแท้จริง หากไม่อาศัยพลังของสวรรค์นอกพิภพแสงเรืองรองเพื่อทำการสะกด ก็ต้องเหมือนกับธิดาเทพที่หลังจากขอบเขตลดลงแล้วถึงจะได้”
“อีกทั้ง 2 ท่านนั้น องค์หนึ่งกลับมาได้กว่าครึ่ง ไม่ได้สมบูรณ์ อีกองค์ก็ได้รับบาดเจ็บสาหัสมาก่อน ขอบเขตยากจะฟื้นคืนกลับมา”
“ส่วนซากร่างเทพเจ้าองค์นี้ หลังจากที่แตกดับแล้วพลังงานต้นกำเนิดก็ยิ่งมืดมน ถูกต้นกำเนิดพิบัติกลืนกิน ถูกดวงดาวแม่ดูดซับ…ดังนั้นวิธีการเก็บเกี่ยวแบบปกติจึงไม่สามารถเก็บเกี่ยวอะไรมาได้เลย มีเพียงเคล็ดหลอมเทพเสวียนโยวเท่านั้นที่จะใช้ความทรงพลังของวิชา ช่วงชิงมาได้บ้าง”
“มีวิชานี้อยู่ก็จะทำให้ข้าชดเชยการดูดซับพลังงานต้นกำเนิดจากที่นี่ได้ ทำให้ข้าสามารถอยู่ที่นี่ได้นานขึ้น”
“แต่จุดประสงค์ของจอมเซียน ไม่มีทางแค่ให้ข้ามาดูดซับซากร่างเทพเจ้าที่นี่เพื่อยกระดับพลังบำเพ็ญและขอบเขตของข้าแน่นอน!”
สวี่ชิงหรี่ตาลง ในความคิดของเขา แผนการที่วางแผนไว้เป็นชั้นๆ ของจอมเซียนจะต้องวางแผนไว้อย่างลึกซึ้งยิ่งนักแน่นอน
“ข้ามีความเป็นไปได้สูงมากว่าเป็นเพียงแค่ส่วนหนึ่งของแผนการของเขาเท่านั้น หรือจะพูดว่าเป็นตัวเสริมก็ได้!”
“และการอยู่ที่นี่คือพื้นฐาน…”
“ซึ่งก็หมายความว่าความจริงแล้วเกี่ยวกับแผนการของจอมเซียน ข้าไม่จำเป็นต้องคิดมาก เดินต่อไป บางทีในความบังเอิญอะไรบางอย่าง จุดประสงค์ของเขาจะปรากฏขึ้นต่อหน้าข้าเอง”
“แต่ความรู้สึกนี้ชวนให้ไม่ชอบเอาเสียเลย!”
สวี่ชิงเงียบนิ่ง เขาไม่ชอบให้ชะตาชีวิตของเขาถูกควบคุม แม้ว่าอีกฝ่ายจะเป็นจอมเซียนก็ตาม
เพียงแต่เมื่อถามตัวเองแล้ว หลังจากที่มาจากแผ่นดินใหญ่ต้องประสงค์จนถึงระบบดาวที่ 5 แม้ว่าทุกอย่างจะเป็นความพยายามของเขาเองจริงๆ แต่ก็ต้องยอมรับว่าการจ้องมองอย่างรางเลือนจากจอมเซียน ทำให้เขาลดปัญหาเรื่องยุ่งยากลงไปมากมาย
สิ่งเหล่านี้ สวี่ชิงตลอดเส้นทางที่เดินมาก็สามารถสัมผัสรับรู้ได้
ดังนั้นเขาจึงถอนหายใจเบาๆ แบ่งพลังงานต้นกำเนิดที่ดูดซับมาได้ส่วนหนึ่งส่งไปให้กับตุ๊กตาจิ้งจอกทางนั้น หลังจากทำให้ทั้ง 2 ฝ่ายต่างชดเชยการสูญเสียของที่นี่ได้เขาก็นั่งขัดสมาธิลง ดูดซับอย่างเต็มที่
หลายวันหลังจากนั้น จากการจมลงไปใต้ธารน้ำแข็งอย่างสมบูรณ์ของซากร่างเทพเจ้าองค์นั้น ภายใต้สายตาสีฟ้าของเหล่าต้นกำเนิดพิบัติพวกนั้น สวี่ชิงร่างเพียงไหววูบก็ลอยขึ้นฟ้าไป
ทะยานไปอย่างรวดเร็วในท้องฟ้าดาวแม่ดั้งเดิม
“พลังงานต้นกำเนิดที่หลอมมาได้มากพอให้ข้าและตุ๊กตาจิ้งจอกจะไม่เป็นอะไรไปในอีกหลายวันข้างหน้านี้…”
“ต่อจากนี้ก็ไปสำรวจที่นี่ให้มากขึ้นอีกสักหน่อยได้”
“หากหาวิธีออกไปได้ย่อมดีที่สุด”
“ส่วนแผนการของจอมเซียน…ข้าจะถือว่าเป็นการชดใช้แล้วกัน”
“และก่อนที่แผนการของจอมเซียนจะปรากฏขึ้น ก็ยังคงต้องให้ความสำคัญกับการบำเพ็ญเป็นหลัก”
สวี่ชิงในใจตัดสินใจแล้ว ในขณะที่เขาพุ่งทะยานไป เขาก็ส่งพลังงานต้นกำเนิดส่วนหนึ่งเข้าไปในร่างธิดาเทพด้วย
ธิดาเทพ…ยังตายไม่ได้
เพราะตายที่นี่ องค์ท่านไม่มีคุณค่า
ในความคิดของสวี่ชิง อีกฝ่ายต่อให้ตาย ก็ต้องให้ประโยชน์กับเขาอย่างเพียงพอถึงจะนับว่าตายอย่างคุ้มค่า
เช่นนี้เอง เวลาหมุนไป ครึ่งเดือนผ่านไป
เนื่องจากดาวแม่ดั้งเดิมไม่มีกลางวันและกลางคืน ทุกช่วงเวลาล้วนอยู่ในแสงจันทร์สีเขียวคล้ำ ดังนั้นในการวิเคราะห์ของสวี่ชิง คือคำนวณตามเวลาของแผ่นดินใหญ่ต้องประสงค์
และในครึ่งเดือนนี้เขาได้เห็นซากร่างเทพเจ้าตกลงมาจากท้องฟ้าหลายครั้ง เพียงแต่ส่วนใหญ่จะย่อยสลายไปเองกลางอากาศ กลายเป็นเถ้าธุลี มีเพียงบางส่วนที่ไปถึงระดับแท่นเทวะแล้วเท่านั้นที่ไม่ได้ถูกย่อยสลายไปโดยสมบูรณ์ กลายเป็นซากร่างร่วงหล่นลงไปในธารน้ำแข็ง ค่อยๆ จมลงไปอย่างช้าๆ
“ท่าทางสิ่งที่ธิดาเทพพูด ก็ไม่ได้ปิดบังในเรื่องนี้…เทพเจ้าตั้งแต่ระดับเทพแท้จริงลงไป หลังจากสภาวะพลังเทพเสื่อมถอยก็จะกลับมาที่นี่ กลายเป็นสารอาหาร”
“มีเพียงเทพแท้จริงเท่านั้นถึงจะสามารถร่วงหล่นลงมาที่นี่ด้วยซากร่างที่สมบูรณ์ได้”
“ดังนั้นที่นี่เทียบกับเรียกว่าดาวแม่ดั้งเดิม ไม่สู้เรียกว่าดาวซากศพเสียยังจะดีกว่า ราวกับเป็นดินแดนยมโลก”
สวี่ชิงมองไปยังเทพเจ้าระดับเพลิงเทวะองค์หนึ่งบนท้องฟ้า ร่างกายกลายเป็นเถ้าธุลี พึมพำในใจ
ข้างหลังของเขาคือธารน้ำแข็งที่พังทลายแถบหนึ่ง ข้างล่างจะเห็นต้นกำเนิดพิบัตินับไม่ถ้วน กำลังจ้องมองเขาอยู่ไม่วางตา
มองผ่านต้นกำเนิดพิบัติเหล่านั้นจะมองเห็นว่าก้นบึ้งของธารน้ำแข็งมีศาลเจ้าแห่งหนึ่ง ท่ามกลางแสงจันทร์ที่สาดส่องลงมาใต้ธารน้ำแข็งที่แตกสลาย ประเดี๋ยวเลือนราง ประเดี๋ยวปรากฏ
ครู่หนึ่ง สวี่ชิงก็ดึงสายตากลับมา มองไปยังธารน้ำแข็ง ในดวงตาประกายแสงเย็นฉายวาบ
ในครึ่งเดือนนี้ พื้นที่ที่เขาสำรวจไม่ใช่เพียงแค่บนธารน้ำแข็งเท่านั้น แต่ยังมีใต้ธารน้ำแข็งด้วย อีกทั้งยังพบบริเวณที่มีศาลเจ้าอีก 3 แห่ง
ทุกแห่งล้วนไม่แตกต่าง รอบๆ มีซากร่างมหาศาล ตลอดจนอสูรต้นกำเนิดจำนวนนับไม่ถ้วน
และสวี่ชิงก็ไม่เสียดายที่จะใช้พลังงานต้นกำเนิด ปะทุกำลังรบ หลังจากบุกเข้าไป ก็ได้เห็นประตูสัมฤทธิ์บานใหญ่ในศาลเจ้าทั้ง 3 แห่ง
แต่น่าเสียดายที่ไม่ว่าเขาจะกระตุ้นอย่างไร ประตูสัมฤทธิ์ทั้ง 3 บานก็เหมือนกับบานนั้นที่ปรากฏขึ้นตั้งแต่แรก ล้วนไม่มีปฏิกิริยาใดๆ ทั้งสิ้น
“ดูเหมือนว่าประตูของศาลเจ้าแม้จะเป็นทางที่เข้ามาสู่ที่นี่ แต่กลับไม่ใช่ทางออก”
สวี่ชิงมั่นใจแล้ว สายตากวาดมองอสูรต้นกำเนิดพวกนั้น ในใจวิเคราะห์อีกครั้ง
“ระหว่างศาลเจ้ากับอสูรต้นกำเนิดจะต้องมีความเกี่ยวข้องบางอย่างกันแน่นอน”
ปัญหานี้ในตอนนี้สวี่ชิงยังไม่มีคำตอบ ดังนั้นขณะที่ครุ่นคิด ร่างของเขาเพียงไหววูบก็ลอยขึ้นไปอีกครั้ง
เขาจะตามหาซากร่างเทพเจ้าที่ตกลงมาซากนั้น เพื่อเติมเต็มการสูญเสียของพลังงานต้นกำเนิดของเขากับตุ๊กตาจิ้งจอก แลกมาซึ่งเวลาที่มากขึ้น
ในช่วงครึ่งเดือนที่ผ่านมานี้ เขาล้วนใช้ชีวิตผ่านมาเช่นนี้ตลอด
แม้ว่าซากร่างเทพเจ้าแท้จริงที่เหมือนกับที่เห็นในตอนแรกภายในครึ่งเดือนนี้เขาจะไม่เจออีกเลย แต่เศษซากร่างที่ร่วงหล่นลงมาก็ยังมีอยู่
แม้ว่าจะไม่เหมือนซากร่างเทพเจ้าแท้จริงที่สามารถมอบพลังงานต้นกำเนิดที่เพียงพอ ทำให้เขาอยู่ได้นานหลายวันในครั้งเดียว แต่เศษซากร่างเมื่อดูดจำนวนมากแล้วก็พอกล้อมแกล้มชดเชยได้เช่นกัน
ทำให้เขาสามารถสำรวจที่นี่ต่อไปได้
ดังนั้นเวลาจึงผ่านไปวันแล้ววันเล่าอีกครั้ง พื้นที่การสำรวจดาวแม่ดั้งเดิมของสวี่ชิง ท่ามกลางการชดเชยพลังงานต้นกำเนิดไปด้วยก็กว้างออกไปเรื่อยๆ เพียงแต่บนธารน้ำแข็งทุกอย่างไม่เปลี่ยนไปเลยแม้แต่น้อย
ยังคงเป็นสีดำ ยังคงกว้างใหญ่ไร้ขอบเขต
นอกจากต้นกำเนิดพิบัติใต้ธารน้ำแข็งแล้ว นอกจากเศษซากร่างที่ประเดี๋ยว…ประเดี๋ยว ก็ตกลงมาจากท้องฟ้าแล้วก็ไม่มีอะไรอีก
โลกทั้งใบดูเหมือนว่าจะมีเพียงเขาเท่านั้นที่เป็นสิ่งมีชีวิตปกติ บินอยู่ชั่วนิรันดร์ในฟ้าดินแห่งนี้
จนกระทั่ง…เมื่อสัมผัสรับรู้ของสวี่ชิงค่อนข้างจะชาชินกับการไม่เปลี่ยนแปลงนี้ ในวันนี้ เขาที่กำลังพุ่งทะยานไปอย่างรวดเร็วในท้องฟ้า จู่ๆ ก็หยุดลงอย่างกะทันหัน สายตาทอดมองไปยังที่ไกลๆ
ดวงตาทั้ง 2 ข้างในเสี้ยวพริบตานี้ฉายประกายวาววามขึ้นมา
“นั่นมัน…”
ที่สุดปลายสายตาของเขา บนธารน้ำแข็งสีดำนี้พลันเกิดรอยแยกขนาดใหญ่ปรากฏขึ้นมา!
ราวกับหุบเขา น่าตื่นตกใจอย่างยิ่ง
นี่เป็นครั้งแรกใน 1 เดือนนี้ที่สวี่ชิงได้เห็นลักษณะภูมิประเทศที่แตกต่างออกไป!
การค้นพบนี้ทำให้สวี่ชิงตื่นตัวขึ้น ความเร็วเพิ่มขึ้น กลายเป็นดาวตกสายรุ้งยาวทางหนึ่งกลางอากาศ ก้าวข้ามความว่างเปล่าไปในทันที เมื่อปรากฏตัวอีกครั้ง ก็มาอยู่เหนือหุบเขานั้นแล้ว!
ก้มลงไปมอง ความใหญ่ของหุบเขาแห่งนี้ราวกับบาดแผลบนพื้นดิน ความยาวของมันเกินกว่าขอบเขตการสัมผัสรับรู้ของสวี่ชิง ความลึกก็เช่นกัน
และสิ่งที่ยิ่งน่าตกใจยิ่งกว่านั้น กระทั่งว่าทำให้สวี่ชิงใจสั่นคือ…
ภายในหุบเขานั้น บนผนังน้ำแข็งทั้ง 2 ข้าง จากข้างบนจนถึงข้างล่าง มีประตูสัมฤทธิ์จำนวนนับไม่ถ้วน!
ประตูบางบานถูกผนึกอยู่ในน้ำแข็ง บางบานโผล่ออกมาข้างนอกครึ่งหนึ่ง และยังมีบางส่วนที่ปรากฏออกมาอย่างสมบูรณ์
หากเป็นเพียงเท่านี้ก็ไม่มากพอที่จะทำให้สวี่ชิงจิตใจเกิดระลอกคลื่นได้ สิ่งที่ทำให้รูม่านตาของเขาหดเล็กอย่างแท้จริง คือด้านนอกประตูสัมฤทธิ์ที่ปรากฏออกมาให้เห็นอย่างสมบูรณ์มีต้นกำเนิดพิบัติที่แตกต่างจำนวนมากมายนั่งขัดสมาธิอยู่!
ต้นกำเนิดพิบัติเหล่านี้ไม่ได้มีเพียงแค่แขนสีฟ้าเท่านั้น แต่พูดได้ว่าทั้งหมดถูกปกคลุมด้วยน้ำแข็งสีฟ้า ดูเหมือนกับตนนั้นที่อยู่ในร่างของศิษย์พี่ใหญ่ รูปร่างลักษณะก็คล้ายกันเป็นอย่างมาก
“ไม่ถูก ตนนั้นที่อยู่ในร่างของศิษย์พี่ใหญ่เป็นสีน้ำเงิน ส่วนพวกองค์ท่าน…เป็นสีฟ้าอ่อน!”
ในเสี้ยวขณะที่มองต้นกำเนิดพิบัติเหล่านี้ ความระแวดระวังของสวี่ชิงก็รุนแรงเป็นอย่างยิ่ง
เขาสู้กับอสูรต้นกำเนิดเหล่านี้ไม่ใช่แค่ครั้งเดียว รู้ดีถึงลักษณะเฉพาะและความจัดการยากของพวกองค์ท่าน และอสูรต้นกำเนิดนี่ที่ทั้งร่างเป็นสีฟ้าอ่อน เขาก็เพิ่งได้เห็นเป็นครั้งแรกที่นี่
อีกทั้งยังมีจำนวนมากมายถึงขนาดนี้
แทบจะในเวลาเดียวกันกับที่สวี่ชิงมองไปยังเหล่าองค์ท่าน อสูรต้นกำเนิดพวกนี้ที่นั่งขัดสมาธิอยู่นอกประตูสัมฤทธิ์ก็มีจำนวนไม่น้อยที่เงยหน้าขึ้นมา ดวงตาสีฟ้าจ้องมองสวี่ชิงอย่างเย็นชา
สวี่ชิงไม่บุ่มบ่ามลงมือ ส่วนอสูรต้นกำเนิดเหล่านั้นก็ไม่มีการเคลื่อนไหวใดๆ แค่จ้องมองสวี่ชิงเท่านั้น
ครู่หนึ่ง สวี่ชิงก็ค่อยๆ ถอยหลังไปอย่างช้าๆ อสูรต้นกำเนิดก็ดึงสายตากลับไป
“พวกองค์ท่านออกมาไม่ได้…”
เมื่อรวมกับประสบการณ์ก่อนหน้านี้ ในใจสวี่ชิงก็มีข้อสรุปในใจ ในขณะเดียวกันก็รู้ว่า…ทันทีที่ตนเข้าไปในหุบเขาแห่งนี้ก็จะอันตรายอย่างยิ่ง
“แต่พวกองค์ท่านทำไมถึงนั่งอยู่ด้านนอกประตูสัมฤทธิ์ที่ปรากฏให้เห็นอย่างสมบูรณ์เหล่านั้น”
สวี่ชิงขมวดคิ้ว ครู่หนึ่งเขาก็นั่งขัดสมาธิกลางอากาศ ท่ามกลางการประจันหน้ากับอสูรต้นกำเนิดพวกนั้น เฝ้าสังเกตอย่างเงียบๆ
หลายวันต่อมา การเปลี่ยนแปลงอันแปลกประหลาดที่เกิดขึ้นในหุบเขาก็ได้คลี่คลายความสงสัยของสวี่ชิงได้อย่างสมบูรณ์
นั่นเป็นหนึ่งในประตูสัมฤทธิ์มากมายที่อยู่ด้านล่างมันเปิดออกอย่างช้าๆ
มีเสียงพึมพำของเทพเจ้าดังสะท้อนก้องออกมาจากในประตูที่เปิดออก
“ข่านส่าน… ข่านส่าน…”
นั่นคือเสียงเทพที่แฝงด้วยพลังระบบดาว ในเสี้ยวพริบตาที่ดังออกมาก็เหนี่ยวนำไอพลังประหลาดทุกทิศทุกทาง แปรเปลี่ยนเป็นอักขระเทพที่เป็นภาพมายาและความไม่จริงสอดประสาน
ลอยออกมาจากในประตู!
พุ่งตรงไปยังต้นกำเนิดพิบัติที่อยู่นอกประตู!
อักขระเทพนี้แผ่ความเก่าแก่ไม่มีที่สิ้นสุดออกมา รวมถึงความลึกลับที่ไม่อาจจินตนาการได้ เพียงแค่ผาดเดียวก็ทำให้สวี่ชิงจิตใจสั่นสะท้าน ถอยหลังไปเล็กน้อยทันที
ส่วนต้นกำเนิดพิบัติตนนั้นในดวงตาก็มีแสงสีฟ้าเจิดจ้าฉายขึ้น ปากส่งเสียงคำรามและกู่ร้องสะท้านฟ้าออกมา
ราวกับว่าอักขระเทพนี้คือเคราะห์ที่มันต้องเผชิญ ตอนนี้ในเสียงคำรามนี้ก็คลุ้มคลั่งขึ้น พุ่งตรงไปยังอักขระเทพ
ภายใต้สายตาของสวี่ชิง ต้นกำเนิดพิบัติกับอักขระเทพก็ปะทะกันในทันที
จากนั้น อักขระเทพก็เปล่งแสงสีทองออกมา ต้นกำเนิดพิบัติปะทุแสงสีฟ้าออกมา ต่างดูเหมือนจะกลืนกินกันและกัน
แต่เห็นได้ชัดว่าแสงสีฟ้าเมื่อเทียบกับแสงสีทองแล้วก็เหมือนกับน้ำเดือดกับเกล็ดหิมะ ไม่ว่าแสงสีฟ้าจะส่องประกายเจิดจ้าเพียงใด สุดท้ายก็ไม่อาจต้านทานได้ ในที่สุดก็ถูกแสงสีทองของอักขระเทพท่วมจมไปโดยสมบูรณ์ ลบล้างมันไป
หลังจากนั้น…ดูเหมือนจะดูดซับทุกสิ่งของต้นกำเนิดพิบัติที่ตายไปแล้ว มีอักขระเทพนี้เป็นศูนย์กลางแผ่กระดูก เส้นชีพจร และเลือดเนื้อออกมา…
สุดท้ายก็กลายเป็นร่างเทพเจ้าองค์หนึ่ง!
พลังชีวิตไม่มีที่สิ้นสุด!
นั่นคือเทพเจ้าที่ถือกำเนิดขึ้นใหม่!
ยิ่งมีกลิ่นอายเทพแท้จริงแผ่ออกมาจากร่างเทพร่างนี้ จากนั้นก็ไม่รอให้ฟื้นตื่นขึ้นมาก็ถูกประตูสัมฤทธิ์ข้างๆ ดูดเข้าไปทันที
หายลับไป
ภาพนี้สวี่ชิงเห็นอย่างชัดเจน ระลอกคลื่นอารมณ์ในใจปะทุขึ้นอย่างสมบูรณ์ในเสี้ยวขณะนี้
“นี่คือกระบวนการ สร้างเทพเจ้าขึ้นใหม่ที่นี่!”
“ที่แท้การสร้างใหม่ก็ต้องใช้ต้นกำเนิดพิบัติที่ทั้งร่างเป็นน้ำแข็งสีฟ้าเป็นภาชนะ และสิ่งที่ลอยออกมาจากประตูที่เปิดออกนั้น…จะต้องเป็นนามแท้จริงอย่างแน่นอน!”
“นามแท้จริงประทับ เปลี่ยนเป็นเทพเจ้าใหม่ กระบวนการนี้ ต้นกำเนิดพิบัติไม่อาจเปลี่ยนแปลงอะไรได้เลย ราวกับเป็นชะตากรรม!”
หัวใจของสวี่ชิงก็เต้นเร็วขึ้นตามไปด้วย
“เช่นนั้นข้าก็เข้ามาจากประตูสัมฤทธิ์ด้วยเช่นกัน คือใช้นามแท้จริงอย่างนั้นหรือ”
สวี่ชิงลังเลกับเรื่องนี้ ในขณะเดียวกันเมื่อมองไปยังต้นกำเนิดพิบัติมากมายและประตูสัมฤทธิ์ข้างล่าง เขาก็อดคิดเชื่อมโยงถึงศิษย์พี่ใหญ่ไม่ได้!
“เช่นนั้นศิษย์พี่ใหญ่…เมื่อมองเช่นนี้แล้วก็พิเศษเป็นอย่างยิ่ง!”
“ทุกครั้งที่เขาปะทุพลังล้วนมีต้นกำเนิดพิบัติปรากฏออกมาจากหน้าอก อีกทั้งดูเหมือนว่าต้นกำเนิดพิบัตินั่นกับเขาเดิมก็เป็นหนึ่งเดียวกันอยู่แล้ว!”
“นอกจากนี้ในร่างกายของศิษย์พี่ใหญ่ยังมีความเป็นอมตะอยู่ด้วย!”
ในขณะเดียวกับที่สวี่ชิงทางนี้ความคิดกำลังหมุนอย่างรวดเร็ว นึกย้อนถึงทุกสิ่งทุกอย่างในอดีตของศิษย์พี่ใหญ่ บนท้องฟ้าที่ไกล ซากร่างเทพเจ้าซากหนึ่ง ก็ราวกับว่าผ่านการเดินทางมาอย่างยาวนาน ในที่สุดก็มาถึงที่นี่แล้ว
ปรากฏขึ้นบนท้องฟ้า
ตกลงมายังพื้นดิน!
ในกระบวนการนี้กลับไม่ได้ย่อยสลายไป!
นั่นคือซากร่างเทพแท้จริง!
ในเสี้ยวพริบตาที่เห็นซากร่างนั่น สวี่ชิงก็เก็บความคิดทั้งหมดลงไปทันที ดวงตาฉายประกายแสงประหลาด
หลอมเศษซากร่าง พลังงานต้นกำเนิดชดเชยที่ได้มา จะอย่างไรก็มีปริมาณที่จำกัด
สู้ซากร่างเทพเจ้าแท้จริงแบบนี้ไม่ได้เลย!
ดังนั้นสวี่ชิงร่างเพียงไหววูบก็พุ่งไปทางที่ซากร่างนั่นตกมา ทะยานไปราวกับหมาป่าที่หิวโหย
ขณะเดียวกัน ในซากร่างเทพเจ้าที่ตกลงมานี้ เซียนหลิงหวงลืมตาขึ้น
“ท่านพี่ พวกเรามาถึงแล้ว”
นายน้อยแห่งวังเซียนแสงเรืองรองที่อยู่ข้างๆ นาง ดวงตาทั้ง 2 ข้างลืมตื่นขึ้น สีหน้าสงบนิ่ง กำลังจะเอ่ยพูด แต่ในเสี้ยวพริบตาต่อมา สีหน้าที่แต่เดิมสงบนิ่งของเขาก็พลันเปลี่ยนมาแปลกประหลาด “หืม”
(>>>พิสูจน์อักษร By Zank<<<)
Comments for chapter "บทที่ 1272 มาแล้วหรือ มาแล้ว!"
MANGA DISCUSSION
Madara Info
Madara stands as a beacon for those desiring to craft a captivating online comic and manga reading platform on WordPress
For custom work request, please send email to wpstylish(at)gmail(dot)com