บทที่ 1273 พี่ชายจะพาเจ้าไปทำการใหญ่
บทที่ 1273 พี่ชายจะพาเจ้าไปทำการใหญ่
บนธารน้ำแข็งสีดำ สวี่ชิงพุ่งทะยานไปในกลางอากาศเต็มกำลัง
ราวกับหมาป่าที่หิวโหยจริงๆ!
ในช่วงเวลาที่ผ่านมานี้ เขาอยู่บนดาวแม่ดั้งเดิม ก็ยังหาวิธีออกไปจากที่นี่ไม่ได้เลย อีกทั้งการดูดซับพลังงานต้นกำเนิดจากดาวแม่ แม้ว่าสวี่ชิงจะสะสมไว้เพียงพอ แต่ก็ยังค่อนข้างกังวลอย่างอดไม่ได้
ในเมื่อนอกจากตัวเขาเองแล้ว ตุ๊กตาจิ้งจอกก็ต้องการพลังนี้เช่นกัน ส่วนธิดาเทพ…สวี่ชิงเมื่อหลายวันก่อนก็เริ่มคิดว่าจะละทิ้งดีหรือไม่
เพราะการดูดซับเศษซากร่างเหล่านั้น พลังงานต้นกำเนิดที่ได้มา ก็ทำได้แค่เติมเต็มอย่างกล้อมแกล้มเท่านั้น
แต่จากเวลาที่นี่เปลี่ยนมายาวนานขึ้น การดูดซับจากดาวดวงนี้ก็ค่อยๆ เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
ดังนั้นใน 1 เดือนที่ผ่านมานี้ในขณะที่เขามองหาทางออก เขาก็มองหาซากร่างที่สมบูรณ์ด้วยเช่นกัน!
เพียงแต่ซากร่างที่สมบูรณ์นั้นจะต้องเป็นเทพแท้จริง ไม่มีทางมีจำนวนมากมาย อีกทั้งหลังจากที่ร่วงลงมาแค่ไม่กี่วันก็จะจมลงไปในธารน้ำแข็ง ดังนั้นการตามหามันจึงย่อมเหมือนกับการงมเข็มในมหาสมุทร
ส่วนที่ตกจากท้องฟ้า…นี่ต้องอาศัยโชคช่วย
อย่างน้อยใน 1 เดือนที่ผ่านมานี้ เขาเห็นมันเพียง 2 ครั้ง ครั้งแรกคือตอนที่มาถึง อีกครั้งหนึ่งก็คือตอนนี้
นี่จึงเป็นเหตุผลที่ตอนนี้ในใจของสวี่ชิงแผ่ระลอกคลื่นอารมณ์
“ครั้งนี้โชคดีมาก จุดที่ซากร่างตกลงมาอยู่ใกล้ข้ามาก ข้ามาถึงในทันที อาศัยช่วงที่พลังงานต้นกำเนิดในซากร่างถูกดูดซับไปไม่มากนัก ใช้เคล็ดหลอมเทพเสวียนโยวหลอมพลังงานต้นกำเนิดของซากร่างนี้ ก็จะสามารถบรรเทาไปได้ไม่น้อยเลย”
ในขณะที่ความคิดในสมองของสวี่ชิงหมุนเร็วจี๋ ความเร็วของเขาก็เร็วขึ้นกว่าเดิม
ครึ่งชั่วยามต่อมา…
ซากร่างมหึมาใหญ่ที่ทั้งร่างเป็นสีเขียวคราม บนผิวหนังในหลายๆ ที่ มีผลึกแก้วสีดำงอกออกมา ก็ปรากฏขึ้นในดวงตาของสวี่ชิง
แม้ว่าจะตายไปแล้วแต่ก็ยังมีพลังอำนาจเป็นระลอก…ระลอก แผ่กระเซ็นออกมา
ทำให้รอบๆ เกิดการบิดเบี้ยว
ขณะเดียวกัน มองผ่านธารน้ำแข็งก็จะเห็นว่าข้างล่าง ต้นกำเนิดพิบัติจำนวนมหาศาลกำลังรวมตัวกัน พวกมันกำลังรอ…รอให้ซากร่างนี้จมลงมา
สวี่ชิงหยุดอยู่กลางอากาศ หลังจากสายตากวาดมองไปรอบ เมื่อยืนยันว่าตายแล้วจริงๆ ดังนั้นก็ไม่ได้ลังเลอีกต่อไป ทะลุผ่านมิติที่บิดเบี้ยวไปในทันที มาปรากฏตัวขึ้นบนซากร่างเทพเจ้านี้
จุดที่เขาลอยต่ำลงมาก็คือหน้าอกของซากร่างเทพเจ้าซากนี้
จากประสบการณ์เก็บกวาดเศษกระดูกและดูดซับซากร่างเทพเจ้าในช่วงนี้ เขารู้ดีว่าที่บริเวณหน้าอกมักจะเป็นตำแหน่งที่มีพลังงานต้นกำเนิดเหลืออยู่มากที่สุด
ในเสี้ยวขณะที่ลงมาเยือน สวี่ชิงไม่ลังเลใดๆ ทั้งสิ้น โคจรเคล็ดหลอมเทพเสวียนโยว มือขวายกขึ้นกดลงไปบนผิวหนังของซากร่างเทพเจ้า
ใช้วิธีการสัมผัสหลอมประสิทธิภาพยิ่งสูงขึ้น!
จากนั้นในดวงตาของเขาฉายประกายวาววาม ทำการหลอมทันที!
ทันใดนั้นพลังงานต้นกำเนิดเป็นเส้นๆ ก็ลอยขึ้นมาจากหน้าอกของซากร่างเทพเจ้า หลอมเข้าไปในร่างกายของสวี่ชิง
สวี่ชิงดวงตาเป็นประกายเจิดจ้า
“มาถึงทันที ดวงดาวนี้ดูดซับไปไม่มากนักจริงๆ ด้วย!”
สวี่ชิงตื่นเต้น หลอมอย่างเต็มกำลัง และไม่ลืมที่จะแบ่งให้ตุ๊กตาจิ้งจอกด้วย ทำให้ตุ๊กตาจิ้งจอกส่งเสียงตื่นเต้นและพึงพอใจออกมา
ส่วนต้นกำเนิดพิบัติเหล่านั้นที่อยู่ใต้ธารน้ำแข็ง หลังจากที่สัมผัสรับรู้ถึงฉากนี้ก็ว้าวุ่นไม่อยู่สุขไปหมด แม้เสียงของพวกมันจะไม่สามารถส่งออกมาได้ แต่หมือนว่าสัญชาตญาณการแย่งชิงอาหารทำให้พวกมันคลุ้มคลั่งไปเล็กน้อย ต่างพุ่งชนชั้นน้ำแข็ง
สิ่งเหล่านี้สวี่ชิงก็เมินไปเลย ตอนนี้ทั้งกายใจจมดิ่งอยู่กับการหลอม ผสานพลังงานต้นกำเนิดเป็นกลุ่มๆ เข้าไปในร่างกาย
และจากการหลอมของเขา จุดที่ฝ่ามือของเขาสัมผัสไป ผิวของซากร่างเทพเจ้าก็ค่อยๆ สูญเสียสีเขียวครามไป กลายเป็นสีซีด กระทั่งว่าบุ๋มลงไปด้วย
เมื่อเห็นเช่นนี้สวี่ชิงกำลังจะเปลี่ยนตำแหน่งหลอม
แต่ในขณะนี้ก็พลันเกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิดขึ้น!
มือข้างหนึ่งมาด้วยวิธีที่สวี่ชิงไม่อาจหลบหลีกได้ กระทั่งว่าไม่รู้ตัวมาก่อนเลย ราวกับโผล่ออกมาจากความว่างเปล่า พลันยื่นออกมาจากใต้ผิวหนังซากร่างเทพเจ้าที่กลายเป็นสีขาวซีดบุ๋มลง
คว้ามือที่สวี่ชิงกำลังจะยกขึ้นเอาไว้!
รูม่านตาทั้ง 2 ของสวี่ชิงหดเล็กทันที ก่อนที่เขาจะหลอมซากร่างนี้ ก็ได้ตรวจสอบอย่างละเอียดแล้วว่าเทพเจ้าองค์นี้ตายไปแล้วจริงๆ และหลังจากที่แน่ใจแล้วว่าปลอดภัย ถึงได้เริ่มทำการหลอม
แต่ในตอนนี้กลับเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่เช่นนี้ขึ้น!
ดังนั้น ตัวอ่อนเซียนที่อยู่ข้างหลังเขาปรากฏขึ้นเสียงกึกก้องเลื่อนลั่น พลังบำเพ็ญทั้งหมดปะทุขึ้นในเสี้ยวขณะนี้ กระทั่งว่าตุ๊กตาจิ้งจอกทางนั้น ท่ามกลางความตกใจก็คิดจะช่วยเหลือโดยไม่สนค่าตอบแทนเช่นกัน
แต่ในเสี้ยวพริบตาต่อมา…พลังงานต้นกำเนิดอ่อนโยนกลับส่งออกมาจากมือข้างนั้น หลอมรวมเข้าไปในร่างกายของสวี่ชิง จากนั้นมันก็ปล่อยมือ
สวี่ชิงรู้สึกตกใจและสับสน ถอยหลังไปตามสัญชาตญาณ
จากนั้นเสียงที่เขาคุ้นเคยก็ดังก้องขึ้น
“นี่เจ้าอดอยากมานานแค่ไหนแล้ว”
เสียงนี้ทำให้สวี่ชิงอึ้งงงงัน เมื่อมองไปก็เห็นว่าผิวหนังของเทพเจ้าที่อยู่ข้างล่าง บุ๋มลงไปเป็นวงกว้าง ในนั้นมีเงาร่างที่คุ้นเคย 2 ร่างปรากฏออกมา
ชายหนึ่ง หญิงหนึ่ง
ผู้บำเพ็ญหญิงแย้มยิ้ม ใบหน้ารูปไข่เปล่งปลั่งราวกับไข่มุก หางตายกขึ้นเล็กน้อย กลับเป็นเพราะมีรอยนูนใต้ตาจึงดูอ่อนโยนเป็นพิเศษ ในดวงตาก็มีความอ่อนโยน ฉายความสนิทสนมออกมาเป็นระลอก
ผู้บำเพ็ญชายข้างนางสวมเสื้อคลุมยาวสีดำที่มีเส้นสีเงินเหลือบลาย ร่างกายสูงโปร่งราวกับต้นสน มุมปากมีรอยยิ้มเหมือนจะไม่มีแต่ก็มี เขากำลังมองสวี่ชิงอย่างหยอกล้อ
มองไปยังพวกเขา สวี่ชิงอึ้งงงงันไปเล็กน้อย
สีหน้าเช่นนี้ไม่ค่อยปรากฏบนใบหน้าของเขา
เป็นเพราะเขาไม่ว่าอย่างไรก็คิดไม่ถึงว่า จะอยู่ที่นี่ อีกทั้งตัวเองกำลังหลอมซากร่าง จะได้พบทั้ง 2 คนที่อยู่ข้างหน้านี้
“พวกท่าน…”
มองสีหน้าของสวี่ชิง เซียนหลิงหวงก็ส่งสายตาตำหนิไปยังนายน้อยแห่งวังเซียนแสงเรืองรอง
“เมื่อครู่จู่ๆ ทำไมท่านจึงคว้ามือของสหายน้อยสวี่!”
นายน้อยแห่งวังเซียนแสงเรืองรองได้ยินก็หัวเราะออกมา “คงเป็นเพราะจู่ๆ ได้เจอคนรู้จักเก่า ดีใจเกินไปกระมัง สวี่ชิง เจ้าไม่ได้ตกใจใช่ไหม”
สวี่ชิงสูดลมหายใจเข้าลึก ในดวงตาพลันฉายประกายเจิดจ้า เขาตระหนักว่านี่น่าจะเป็นเหตุผลที่จอมเซียนส่งให้เขามาที่นี่!
ดังนั้นเขาจึงรีบประสานหมัดคารวะ “คารวะผู้อาวุโสทั้ง 2 !”
“ทำไม วังเซียนแสงเรืองรองมอบให้เจ้าแล้ว สวรรค์นอกพิภพก็มอบให้เจ้าแล้วเหมือนกัน เจ้ายังเรียกผู้อาวุโสอีกหรือ ระหว่างพวกเราห่างเหินกันขนาดนั้นเลยหรืออย่างไร” นายน้อยแห่งวังเซียนแสงเรืองรองเลิกคิ้ว ความรู้สึกถึงความเจ้าเล่ห์ของมนุษย์จิ๋วที่เขาแปลงร่างมาในวังเซียนแสงเรืองรองปรากฏขึ้นมาอีกครั้งรางๆ
หลิงหวงที่อยู่ข้างๆ หัวเราะ หลังจากที่เข้ามาในระบบดาวที่ 4 ตลอดทางนางเห็นสีหน้าของสามีตัวเองส่วนใหญ่ล้วนเคร่งขรึมจริงจัง น้อยนักที่จะเป็นเช่นนี้
ในใจรู้ดีว่านี่เป็นเพราะการปรากฏตัวขึ้นของสวี่ชิง
ดังนั้นจึงยิ้มพลางเอ่ยว่า “ท่านนี่นะ อยากให้สหายน้อยสวี่เรียกว่าพี่ชายถึงขนาดนี้เลยหรือไร”
นายน้อยแห่งวังเซียนแสงเรืองรองคล้ายจะยิ้มแต่ก็ไม่ยิ้ม
สวี่ชิงกะพริบตาปริบๆ พลางย้อนถึงภาพแต่ละฉาก…แต่ละฉาก ในวังเซียนแสงเรืองรอง ทำตามอย่างว่าง่าย “พี่”
นายน้อยแห่งวังเซียนแสงเรืองรองหัวเราะร่า ไม่ได้ถามว่าทำไมสวี่ชิงถึงมาอยู่ที่นี่ แต่แขนเสื้อเพียงสะบัดทันใดนั้นซากร่างเทพเจ้าที่อยู่ข้างล่างตนซากนั้นก็ส่งเสียงระเบิดกึกก้อง สลายไปอย่างเห็นได้ด้วยตาเปล่า กลายเป็นผลึกที่หลอมขึ้นจากพลังงานต้นกำเนิดจำนวนนับไม่ถ้วน ลอยไปหาสวี่ชิง
“ไป พี่ชายจะพาเจ้าไปทำการใหญ่”
นายน้อยแห่งวังเซียนแสงเรืองรองพูดพลางไหววูบออกไปพร้อมกับเซียนหลิงหวง พาสวี่ชิงพุ่งตรงไปยังท้องฟ้า สถานที่ที่ไปก็คือ…ที่ตั้งของหุบเขาแห่งนั้น
ได้ยินคำพูดที่คุ้นเคยนี้ มองนายน้อยแห่งวังเซียนแสงเรืองรองที่อยู่ตรงหน้า ภายในใจของสวี่ชิงขณะที่เกิดระลอกคลื่นอารมณ์ ก็เกิดความคิดถึงถึงอีกคนหนึ่งที่พูดแบบเดียวกันกับเขามาหลายครั้ง
“ก็ไม่รู้ว่าตอนนี้ศิษย์พี่ใหญ่เป็นอย่างไรบ้าง…”
สวี่ชิงสูดลมหายใจเข้าลึก สะกดความคิดถึงนี้ลงไป ตามคู่สามีภรรยานายน้อยแห่งวังเซียนแสงเรืองรองไป
เงาร่างของทั้ง 3 แหวกผ่านท้องฟ้าสีเขียวคล้ำ ราวกับหลอมรวมไปกับแสงจันทร์
และแสงจันทร์เขียวคล้ำไม่นานนักก็หลอมละลายไปกับสายลมเย็นเยียบสีดำในฟ้าดิน
สายลมนี้ห่อหุ้มไว้ด้วยผลึกน้ำแข็งที่ถูกย้อมสี พาดผ่านท้องฟ้า มาถึงเหนือหุบเขามหึมาแห่งนั้นแล้วหยุดลง ร่างของทั้ง 3 ก็ปรากฏตามออกมา
“ที่นี่แหละ” นายน้อยแห่งวังเซียนแสงเรืองรองก้มหน้าลงมอง
หุบเขาแห่งนี้ทอดตัวคดเคี้ยวลงมาจากทิศเหนือสุด ทะลุผ่านดาวแม่ดั้งเดิมทั้งดวง ในขณะที่มันดูน่าหวาดหวั่นขวัญผวา ก็ราวกับรอยแผลเป็นจากดาบเก่าในอดีตที่ลึกจนเห็นกระดูก
และภายในหุบเขา ประตูสัมฤทธิ์นับไม่ถ้วนที่สวี่ชิงเห็นเมื่อก่อนหน้านี้ ตอนนี้ภายใต้สายตาของนายน้อยแห่งวังเซียนแสงเรืองรองก็สั่นสะเทือนเบาๆ ส่วนเหล่าต้นกำเนิดพิบัติน้ำแข็งสีฟ้าที่อยู่หน้าประตูเหล่านั้น ตอนนี้ต่างเงยหน้าขึ้นแล้ว
จ้องมองพวกนายน้อยแห่งวังเซียนแสงเรืองรองอย่างไม่ลดละ
แต่แตกต่างไปจากที่จ้องมองที่สวี่ชิงเมื่อครู่…
ต้นกำเนิดพิบัติพวกนี้ในดวงตาเผยให้เห็นถึงความตื่นกลัวเล็กน้อย ยิ่งมีความระแวงระวังอย่างรุนแรง ในขณะเดียวกันปากก็ส่งเสียงขู่ออกมาราวกับสัตว์ป่าที่กำลังเผชิญหน้ากับแรงกดดัน
สวี่ชิงมองทุกอย่างนี้ก็รู้สึกเกิดความปลอดภัยขึ้นมา มองไปยังนายน้อยแห่งวังเซียนแสงเรืองรองที่อยู่ข้างหน้า
กลางอากาศ นายน้อยแห่งวังเซียนแสงเรืองรองยืนอยู่ตรงนั้น ชุดคลุมยาวสีดำทั้งร่างอยู่ท่ามกลางสายลมเย็นยะเยือกนี้ก็ไม่สะบัดเลยแม้แต่น้อย
นานหลังจากนั้น ปลายนิ้วของเขาก็ลูบไปยังกาเหล้าที่ห้อยอยู่ที่เอวตัวเอง เอามันมาแตะไว้ที่ริมฝีปากแล้วดื่มอึกหนึ่ง จากนั้นก็สาดไปข้างหน้า
ในเหล้าที่สาดออกมานั้นก็พลันสะท้อนรอยเงาในยามที่ดวงดาวนับไม่ถ้วนยุบตัวออกมา!
“จอมเซียนกล่าวว่ารอยแยกหุบเขาบนดาวแม่ดั้งเดิมคือร่องรอยจากการที่เทพเจ้าองค์แรกในระบบดาวที่ 4 ถือกำเนิดทิ้งเอาไว้ กลายเป็นกฎที่กำหนดไว้ และเป็นความลับของต้นกำเนิดเทพเจ้าด้วยเช่นกัน”
เสียงของนายน้อยแห่งวังเซียนแสงเรืองรองสงบนิ่ง ในขณะที่คำพูดของเขาสะท้อนก้อง เขาก็ยกมือขวาที่ซีดเซียวขึ้น กดลงไปยังธารน้ำแข็งด้านหนึ่งของหุบเขากลางอากาศ
ธารน้ำแข็งฝั่งนั้นพลันสั่นสะเทือน ราวกับถูกมือไร้รูปร่างจับไว้ เกิดสัญญาณการแตกร้าวรางๆ
“แต่ข้าว่า หากมองดาวดวงนี้เป็นมารดาของเทพเจ้าองค์นั้น เช่นนั้นก็เป็นองค์ท่านอยู่ในร่างของมารดา ได้ผ่าท้องมารดาของตัวเอง ปรากฏออกมา ทำให้เกิดบาดแผลขึ้นจากการนี้”
ในเสี้ยวพริบตาที่เสียงของนายน้อยแห่งวังเซียนแสงเรืองรองดังออกมา มือซ้ายของเขาก็ยกขึ้นตาม กดลงไปบนธารน้ำแข็งอีกฝั่งหนึ่งของหุบเขาที่มองไม่เห็นจุดสิ้นสุดเช่นกัน!
จากนั้นก็หักออกอย่างแรง!
ในทันใดฟ้าดินสั่นไหว ราวกับว่าสั่นคลอนไปเล็กน้อย
ในส่วนลึกของชั้นน้ำแข็งเกิดเสียงแตกร้าวที่ชวนให้คนเข็ดฟันดังมา ธารน้ำแข็งทั้ง 2 ด้านของรอยแยกหุบเขาก็ขยับเขยื้อนอย่างช้าๆ ราวกับว่าสะเก็ดแผลเก่าๆ นี้กำลังถูกฉีกออก
ประตูสัมฤทธิ์ทั้งหมดภายในธารน้ำแข็งต่างก็คำรามเลื่อนลั่นสนั่นหวั่นไหวออกมาในเสี้ยวขณะนี้
ยิ่งมีหมอกสีดำราวกับน้ำหมึกพวยพุ่งออกมาจากรอยแยกอย่างรุนแรง ส่วนต้นกำเนิดพิบัติเหล่านั้นที่อยู่หน้าประตูปากส่งเสียงคำรามต่ำรุนแรง ราวกับถูกสัญชาตญาณควบคุม ต่างทะยานออกมา อาศัยหมอกที่โหมทะลัก พุ่งออกจากหุบเขาทันที!
กรีดร้องกระโจนเข้าหานายน้อยแห่งวังเซียนแสงเรืองรอง
“เป็นแค่ภาชนะเท่านั้น ยังกล้าส่งเสียงหนวกหูอีก!”
ที่หว่างคิ้วของนายน้อยแห่งวังเซียนแสงเรืองรองก็มีตาที่ 3 สีเลือดปรากฏขึ้น พลังอำนาจท่วมฟ้าพลันแผ่ออกมา
ท่ามกลางเสียงกึกก้อง หมอกที่พวยพุ่งออกมาจากในหุบเขาก็สลายไปเป็นเถ้าธุลีทันใด ส่วนต้นกำเนิดพิบัติที่อยู่ข้างใน ภายใต้พลังกดดันนี้ก็ส่งเสียงครวญคราง ร่วงตกลงมาหมด
กระทั่งว่าบางส่วนก็ถูกสั่นสะเทือนจนกลายเป็นผงธุลีอีกด้วย
ภาพนี้ทำให้จิตใจของสวี่ชิงปั่นป่วน
เขารู้ว่านายน้อยแห่งวังเซียนแสงเรืองรองจะต้องแข็งแกร่งมากอยู่แล้ว จะอย่างไรนั่นก็เป็นหลานชายของจอมเซียน เป็นบุตรของผู้นำเซียน เกิดมาไม่ธรรมดา พรสวรรค์ก็ยังน่าตื่นตะลึง แม้จะถูกผนึกไว้ในวังเซียนเป็นเวลานาน แต่อยู่ในผนึกก็ยังสามารถควบคุมสถานการณ์ในวังเซียนได้
โลกเป็นชั้นๆ ที่วิวัฒนาการขึ้นมา สำหรับเซียนคิมหันต์ก็เป็นโอกาสเช่นกัน
ยิ่งไม่ต้องพูดถึงว่าแม้ว่าผู้นำเซียนแสงเรืองรองจะแตกดับไปแล้ว แต่สำหรับบุตรชายของเขาก็ทำได้ทุกอย่างเช่นกัน
นอกจากนี้หลังจากที่ปลดผนึกแล้วก็มาที่นี่อีก เมื่อรวมกับแผนการที่ไม่ทราบแน่ชัดของจอมเซียนที่อยู่เบื้องหลังทั้งหมดนี้…
“เซียนคิมหันต์ขั้นสุดยอด!”
ดวงตาของสวี่ชิงฉายแสงประหลาด
“ก่อนที่พี่ชายของเจ้าจะมาที่นี่ พวกเราได้ซ่อนตัวอยู่บริเวณชายขอบของสนามรบของระบบดาวที่ 4 อยู่ช่วงหนึ่ง จากนั้นเมื่อโอกาสเหมาะสม เขาก็ลงมือสังหารแม่ทัพปีกขวาของระบบดาวที่ 4” เซียนหลิงหวงเอ่ยเสียงเบา
คำพูดนี้เมื่อดังขึ้นในหูของสวี่ชิงก็ราวกับลมแรงกรรโชกพัดพาให้หมอกคลุมเครือมากมายที่เกิดขึ้นในสนามรบระบบดาวที่ 5 สลายไปไม่น้อยเลยในทันที
โม่บดเนื้อปีกซ้ายระบบดาวที่ 5 จากการวิเคราะห์ของสวี่ชิงในตอนนั้นคือตะเกียงกระจ่างที่คอยดึงดูดความสนใจของทุกคน ตอนนั้นเขาวิเคราะห์ว่า ในที่ที่ไม่รู้สักแห่งจะต้องเกิดเรื่องใหญ่ขึ้นอย่างแน่นอน
และเรื่องจริงก็เป็นเช่นนั้น แม่ทัพปีกขวาของระบบดาวที่ 4 ถูกผู้ลึกลับลอบสังหาร!
และเป็นเพราะเหตุการณ์นี้ถึงได้ทำให้ธิดาเทพเดินทางมาด้วยตัวเอง อาศัยพรสวรรค์จากสายเลือดขององค์ท่าน พยายามเร่งการฟื้นคืนชีพของแม่ทัพเทพเจ้าที่แตกดับไปแล้วขึ้น
และก็เป็นเพราะเหตุนี้ถึงได้มีการยืมร่างกลับคืนมาของหลิงเคอที่สวี่ชิงได้ยินมา ตลอดจนธิดาเทพได้รับบาดเจ็บสาหัส…
ส่งผลให้องค์ท่านถูกประกาศตามล่า ถูกสวี่ชิงจับกุม!
เหตุและผลต่างๆ เชื่อมโยงร้อยเรียงกันเป็นลูกโซ่!
“และเรื่องราวเหล่านี้เป็นเพียงส่วนแรกของแผนการของระบบดาวที่ 5 !”
“ใช้ความวุ่นวายของปีกซ้ายให้กลายเป็นตะเกียงเลือดเนื้อ ดึงดูดทุกสิ่ง เหนี่ยวนำเทพเจ้ามากมาย เพื่อให้นายน้อยแห่งวังเซียนแสงเรืองรองมีโอกาสลอบสังหาร นี่คือประการแรก!”
“ใช้การแตกดับของแม่ทัพเทพเจ้าเพื่อรับหลิงเคอกลับมา ขณะเดียวกันก็ล่อธิดาเทพมาด้วย นี่คือประการที่ 2 !”
“ทั้งหมดนี้ ภายนอกดูเหมือนว่าผู้นำเซียนจั้นหลูโดยหลักๆ แล้วก็เพื่อสำรวจความลับคุณสมบัติเทพของจักรพรรดิเทพหลีจู ดังนั้นจึงได้มีแผนการชุดนี้ขึ้นมา ดูเหมือนว่าจุดประสงค์สุดท้ายคือธิดาเทพ…”
“ขณะเดียวกัน จักรพรรดิเทพหลีจูทางนั้นก็รับรู้ถึงเรื่องเหล่านี้ ดังนั้นจึงเล่นไปตามน้ำ ปล่อยให้ธิดาเทพขององค์ท่านถูกจับกุม จุดประสงค์คืออาศัยช่วงที่ผู้นำเซียนจั้นหลูสำรวจความลับ อาศัยสายเลือดของธิดาเทพย้อนตรวจสอบ ธรรมนูญของจั้นหลู!”
“ดังนั้นจึงมีการแลกเปลี่ยนในภายหลัง…”
“แต่เมื่อสรุปรวมกับเรื่องราวที่ตามมาภายหลัง ทั้งหมดนี้…อันที่จริงแล้วตั้งแต่ต้นจนจบก็คือแผนตะเกียงเลือดเนื้อ เพื่อให้ตะเกียงส่องสว่างยิ่งขึ้น!”
“หากบอกว่าโคมปีกซ้ายในตอนแรกสุดก็เพื่อดึงดูดปีกขวาของเทพเจ้าเพื่อทำให้เกิดการลอบสังหารแล้ว เช่นนั้น ศึกใหญ่ครั้งนั้นที่ธิดาเทพมาถึงก็เพื่อดึงดูดสนามรบทั้งหมด ขณะเดียวกันก็ทำให้จักรพรรดิเทพหลีจูตกหลุมพราง!”
“และการแลกเปลี่ยนในตอนท้าย โคมกระจ่างที่แปรเปลี่ยนจากสนามรบ แม้กระทั่งรวมถึงการจากไปของข้าและการประกาศจับข้า ก็ล้วนเป็นส่วนหนึ่งของโคมกระจ่าง ทั้งหมดนี้ก็เพื่อดึงดูด…ความสนใจของเทพเจ้าทั้งหมดในระบบดาวที่ 4 !”
“ไล่ต่อเนื่องเป็นชั้นๆ ขยายใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ!”
“และทั้งหมดนี้…สิ่งที่ต้องการปกปิดจริงๆ ก็คือ…นายน้อยแห่งวังเซียนแสงเรืองรองปรากฏตัวที่นี่!”
ในสมองของสวี่ชิงกระจ่างแจ้งในทันที เส้นไหมทั้งหมดต่างเชื่อมโยงเข้าด้วยกันในเสี้ยวขณะนี้
“สมแล้วที่เป็นการวางแผนของจอมเซียน…”
สวี่ชิงสูดลมหายใจเข้าลึก มองไปยังนายน้อยแห่งวังเซียนแสงเรืองรองที่อยู่ตรงหน้า จากนั้นก็หันไปมองเซียนหลิงหวง ถามขึ้นมา “แล้วตอนนี้เขาจะทำอะไรหรือ”
เซียนหลิงหวงได้ยินดังนั้น สายตาก็จับจ้องไปที่สามีของตัวเอง มองดูอีกฝ่ายเดินไปที่หุบเขาทีละก้าว…ทีละก้าว นางตอบสวี่ชิงด้วยเสียงแผ่วเบา “พี่ชายเจ้าจะถลกหนังดาวแม่ดั้งเดิมดวงนี้”
(>>>พิสูจน์อักษร By Zank<<<)
Comments for chapter "บทที่ 1273 พี่ชายจะพาเจ้าไปทำการใหญ่"
MANGA DISCUSSION
Madara Info
Madara stands as a beacon for those desiring to craft a captivating online comic and manga reading platform on WordPress
For custom work request, please send email to wpstylish(at)gmail(dot)com