บทที่ 1274 ถลกหนังดวงดาว!
บทที่ 1274 ถลกหนังดวงดาว!
ถลกหนังดวงดาว!
ในชั่วเสี้ยวพริบตาที่สวี่ชิงได้ยินคำพูดนี้ แม้ว่าเขาจะเคยผ่านประสบการณ์มามากมาย ได้เห็นเรื่องราวที่แปลกประหลาดน่าเหลือเชื่อต่างๆ แต่จิตใจของเขาก็ยังคงสั่นสะเทือนรุนแรง
ในดวงตาฉายประกายแสงแวววาว
ฝีมือเช่นนี้…
ต้องรู้ว่านี่คือดาวแม่ดั้งเดิมของระบบดาวที่ 4 เชียวนะ และถลกหนังดวงดาวดวงนี้ เรื่องนี้ฟังแล้วเต็มไปด้วยความยิ่งใหญ่ทรงพลัง ยิ่งมีความองอาจหาญกล้ามหาศาลอย่างยากจะพรรณา
“ข้ายังมีข้อสงสัยเรื่องหนึ่ง ที่นี่จากความเข้าใจทั้งก่อนและหลังของข้า ทั้งๆ ที่มันมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อระบบดาวที่ 4 แต่ทำไม…”
สายตาสวี่ชิงกวาดมองไปรอบๆ
ไม่ว่าจะเป็นตอนเดือนกว่าที่เขามาถึงหรือจะเป็นตอนนี้ เหมือนว่าการต่อต้านและดิ้นรนของดาวแม่ดั้งเดิมล้วนไม่สอดคล้องกับความหมายของการมีอยู่ของดวงดาวนี้ โดยเฉพาะในตอนนี้ก็ไม่มีผู้พิทักษ์อะไรปรากฏตัวขึ้นเลย
ดาวแม่ดั้งเดิมทั้งดวงเหมือนว่านอกจากซากศพก็คือต้นกำเนิดพิบัติพวกนั้น
เซียนหลิงหวงได้ยินก็ยิ้มเล็กน้อย “ประการแรก ที่นี่ไม่เหมาะที่จะอยู่เป็นเวลานาน พลังงานต้นกำเนิดจะถูกดูดซับไปตลอดเวลา ประการที่ 2 ดาวดวงนี้ลึกลับ ยากที่จะสำรวจ วิธีปกติทั่วไปก็ยากจะมาถึงได้ มันดูเหมือนว่าอยู่ที่นี่ แต่ความจริงแล้วพื้นที่แห่งนี้คล้ายกับความทรงจำ”
“หรือก็คือมันอยู่ในความทรงจำของเทพเจ้า แน่นอนว่านี่เป็นภาษาตามความเข้าใจของเราผู้บำเพ็ญ ในความรู้ความเข้าใจของเทพเจ้านั้นแตกต่างออกไป พวกองค์ท่านเชื่อไปในทางว่าเป็นจุดสิ้นสุดของนามแท้จริงมากกว่า”
“และที่สำคัญที่สุด สิ่งที่เจ้าเห็นเป็นเพียงปัจจุบันเท่านั้น”
“ตามความเข้าใจของจอมเซียน ดาวแม่ดั้งเดิมของระบบดาวที่ 4…ความจริงแล้วได้ดับสูญไปแล้วหลายสิบครั้ง ในเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดต่างๆ ด้วยเหตุผลนานา มันล้วนเคยถูกทำลายไปแล้ว”
“แต่ไม่ว่ามันจะถูกทำลายอย่างไร ก็ไม่อาจสั่นคลอนรากฐานของเทพเจ้าได้ เพราะมัน…จะปรากฏขึ้นอีกครั้ง อีกทั้งยังสมบูรณ์เหมือนเดิม กระทั่งว่าพร้อมกับการฟื้นคืนชีพที่เดิมควรจะเกิดขึ้น ก็จะกลับไปอยู่ในช่วงเวลาก่อนที่จะถูกทำลาย”
“ในบางแง่มุมก็สามารถพูดได้ว่า…ขอเพียงระบบดาวที่ 4 ยังคงมีเทพเจ้าอยู่ เช่นนั้น ดวงดาวนี้ก็จะไม่มีทางหายไปอย่างแท้จริง”
“นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมที่นี่ถึงไม่มีอะไรมาคอยปกป้องคุ้มกัน”
“เพราะมันไม่มีความจำเป็นเลย”
สวี่ชิงครุ่นคิด หันไปมองนายน้อยแห่งวังเซียนแสงเรืองรองที่กำลังเดินไปยังหุบเขา ในใจก็เกิดความสงสัยอีกอย่างหนึ่งขึ้นมา “อย่างนั้น…ความหมายของการถลกหนังครั้งนี้คืออะไรหรือขอรับ”
ในดวงตาของเซียนหลิงหวงก็มีความซับซ้อนขึ้นเล็กน้อย มองไปยังนายน้อยแห่งวังเซียนแสงเรืองรองที่อยู่ไม่ไกลเช่นกัน เอ่ยเสียงแผ่วเบา “พี่ชายของเจ้าต้องทำเรื่องที่เดิมทีเป็นของบิดาของเขาต้องลงมือ และก็เป็นเรื่องที่ไม่เคยมีมาก่อนที่มีเพียงพวกเขาพ่อลูกเท่านั้นถึงจะทำได้สำเร็จ”
ท่ามกลางคำพูดที่สะท้อนก้องของเซียนหลิงหวง นายน้อยแห่งวังเซียนแสงเรืองรองก็ได้เดินเข้าไปในหุบเขาแล้ว
ทันทีที่ก้าวเข้าไป 2 มือของเขาก็ประสานปางมือแปลกประหลาด ปางมือนี้ซับซ้อนอีกทั้งแรงยังฝืนกับการงอของข้อนิ้ว ในนั้นมีหลายนิ้วที่ต้องบิดไปในทิศทางที่ผิดปกติ
และขั้นตอนการประสานปางมือนี้ ก็มีความเก่าแก่แผ่ซ่านตามออกมา
ทำให้ท้องฟ้าแผ่ระลอกคลื่นปั่นป่วน ผืนแผ่นดินก็ส่งเสียงหนักแน่นออกมา
สวี่ชิงมองดูภาพทั้งหมดนี้ จะจดจำวิธีการประสานปางมือนี้ไปโดยสัญชาตญาณ เซียนหลิงหวงที่อยู่ข้างๆ ก็มองความคิดของสวี่ชิงออก อธิบายออกมา “นั่นคือตราประทับพิธีกรรมที่สืบทอดมาจากจอมเซียน!”
สวี่ชิงได้ยินดังนั้นก็รีบเร่งจดจำทันที
ในขณะเดียวกัน จากตราประทับพิธีกรรมของนายน้อยแห่งวังเซียนแสงเรืองรอง ในเสี้ยวขณะต่อมา ธารน้ำแข็งทั้ง 2 ด้านของหุบเขา ท่ามกลางเสียงหนักแน่นของผืนแผ่นดิน ราวกับถูกแรงที่ยิ่งใหญ่โจมตี สั่นคลอนรากฐาน
เสียงระเบิดดังขึ้น เสียงกึกก้องสะท้านสะเทือนแผ่ออกไป ธารน้ำแข็งทั้ง 2 ด้านทรุดตัวลงทันที!
ทำให้ประตูสัมฤทธิ์จำนวนไม่น้อยปรากฏออกมา
และการพังทลายนี้ก็กำลังแปรเปลี่ยนเป็นเศษชิ้นส่วน กระจายออกไปอย่างรวดเร็ว กวาดโหมไปทั้ง 2 ด้านของหุบเขาไม่หยุด ทุกที่ที่กวาดโหมผ่านไป ทั้ง 2 ด้านของรอยแยกหุบเขาธารน้ำแข็งก็ส่งเสียงครวญครางราวกับอสูรยักษ์ที่กำลังจะตาย
เศษน้ำแข็งสีดำขนาดใหญ่มากมายถูกฉีก พลังไร้รูปร่างฉีกทึ้งพลิกไปทั้ง 2 ด้าน เผยให้เห็นความมืดมิดที่แท้จริงที่อยู่ด้านล่าง
ทำให้แสงจันทร์สีเขียวคล้ำสาดส่องลงมาได้อย่างราบรื่น
ทำให้ความมืดมิดใต้ธารน้ำแข็งให้เปลี่ยนมาคลุมเครือรางเลือน
ในความคลุมเครือจะเห็นต้นกำเนิดพิบัตินับไม่ถ้วน พวกมันนับจากที่ก่อร่างขึ้นมาก็มีชีวิตอยู่ที่นี่แล้ว กัดกินเนื้อและกระดูกของเทพเจ้าเพื่อดำรงชีวิต ตอนนี้ภายใต้การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของฟ้าดิน พวกมันต่างก็ส่งเสียงกรีดร้องโหยหวน…ไปยังต้นกำเนิดที่ทำให้เกิดเรื่องทั้งหมดนี้…
เสียงคำรามนี้สั่นสะเทือนไปทั่วทุกทิศทาง แปรเปลี่ยนเป็นคลื่นเสียงน่าหวาดกลัว ราวกับเป็นเสียงคำรามอย่างโกรธเคืองของดาวแม่ดั้งเดิม
จะทำลายผู้มาเยือนจากภายนอกทั้งหมดให้แหลกราญ
หลังจากนั้นก็พุ่งไปหานายน้อยแห่งวังเซียนแสงเรืองรองทั้งหมด
มองจากท้องฟ้าไป ภาพฉากนี้ยิ่งใหญ่ตระการตานัก
ต้นกำเนิดพิบัติมหาศาลไม่ถ้วนในความมืดที่รางเลือน ประดุจคลื่นน้ำสีดำถล่มภูเขาล่มมหาสมุทร บ้าคลั่งเป็นอย่างยิ่ง
ในนั้นก็มีพวกที่มีร่างกายเป็นน้ำแข็งสีฟ้าทั้งหมด สำแดงพลังที่น่าสะพรึงกลัว ทำเอาสวี่ชิงเห็นแล้วยังต้องใจสั่น
แต่สำหรับนายน้อยแห่งวังเซียนแสงเรืองรอง เขาเพียงแค่ยกมือกดลงไป
ในทันใด ธรรมนูญที่สวี่ชิงคุ้นเคยกลุ่มหนึ่งก็ปะทุขึ้นมาจากในร่างของนายน้อยแห่งวังเซียนแสงเรืองรอง พุ่งกวาดไปยังต้นกำเนิดพิบัติที่ประชิดเข้ามาเหล่านั้น
ขอเพียงสัมผัสเข้า ต้นกำเนิดพิบัติพวกนั้นก็จะถูกดึงความสูงออกไปทันที!
กลายเป็น…ระนาบที่มีแค่ความยาวและความกว้าง!
ราวกับว่าพวกมันได้กลายเป็นสิ่งมีชีวิตในภาพวาด
ภาพฉากนี้ทำให้จิตใจของสวี่ชิงสั่นสะท้านรุนแรง ในดวงตาก็ฉายประกายเจิดจ้า
นี่คือสภาวะของนายน้อยแห่งวังเซียนแสงเรืองรองเมื่อตอนที่สวี่ชิงได้พบกับอีกฝ่ายเป็นครั้งแรกภายในวังเซียนแสงเรืองรอง
“สวี่ชิง นี่คือเส้นทางของเจ้า ตอนนี้แม้ว่าข้าจะสามารถยืมมาใช้ได้ แต่เมื่อเจ้าบรรลุเต๋าแล้ว เซียนในโลกนี้มีเพียงเจ้าเท่านั้นที่สามารถใช้เส้นทางนี้ได้!”
ในขณะที่เสียงของนายน้อยแห่งวังเซียนแสงเรืองรองดังมา ร่างของเขาก็ก้าวไป ยังคงเดินลงไปด้านล่าง
ทุกที่ที่ผ่าน ต้นกำเนิดพิบัติเป็นระลอก…ระลอก ล้วนสูญเสียความสูง กลายเป็นระนาบ ราวกับกระดาษเงินกระดาษทองในยมโลกโปรยปรายลงมาไม่หยุด
ดังนั้นต้นกำเนิดพิบัติจึงไม่กลายเป็นสิ่งขัดขวางอีกต่อไป ความรางเลือนก็ไม่อาจหยุดยั้งเขาได้เช่นกัน ทำได้เพียงปล่อยให้นายน้อยแห่งวังเซียนแสงเรืองรองเดินลงไปทีละก้าว จมลงไปในพื้นดินของที่นี่!
โลกใต้ธารน้ำแข็งนี้ในอดีตคือฟ้าเบื้องบนของธารน้ำแข็ง ข้างล่างก็มีผืนแผ่นดินอยู่เช่นกัน!
ในตอนนี้ท่ามกลางการจมดิ่งลงไปของนายน้อยแห่งวังเซียนแสงเรืองรองมือทั้ง 2 ของเขาก็ยกขึ้น กดลงไปกลางอากาศ
ในทันใดก็มีแสงเรืองรองแห่งขั้วโลกส่องประกายจากร่างของเขา แปรเปลี่ยนเป็นมหาสมุทรแสง กวาดไปทั่วทุกทิศทาง ขับไล่ความสลัวรางเลือนออกไปอย่างสมบูรณ์ ทำให้พื้นดินข้างล่างปรากฏขึ้นอย่างชัดเจน
นั่นคือ…ชั้นหินที่มีลักษณะเป็นเนื้อสีม่วงเข้ม!!
กระทั่งว่ามองไปให้ละเอียดแล้ว ก็จะเห็นว่าบนชั้นหินนี้มีเยื่อหุ้มที่คล้ายกับผิวหนังอยู่ชั้นหนึ่ง!
บนนั้นเต็มไปด้วยรยางค์ละเอียดแน่นขนัด มากมายมหาศาล ราวกับทุ่งหญ้า และยังเหมือนกับจุดเชื่อมประสาทของดวงดาวนี้!
และที่ปลายของจุดเชื่อมประสาททุกจุด ล้วนมีดวงตาที่ 3 สีทองอยู่
กำลังจ้องนายน้อยแห่งวังเซียนแสงเรืองรองที่กำลังเดินมาไม่วางตา!
ดาวแม่ดั้งเดิมดวงนี้มีผิวหนังอยู่จริงๆ!
ดวงตาของสวี่ชิงฉายประกายแสงประหลาด ในขณะที่เขาเดินลงมาพร้อมกับเซียนหลิงหวง นายน้อยแห่งวังเซียนแสงเรืองรองก็ยกมือขึ้น 2 ข้างขึ้น นิ้วทั้ง 5 ของแต่ละมือทำเป็นรูปตะขอ แทงลงไปในชั้นหินด้านล่างผ่านอากาศ!
หลังจากนั้นเขาก็ฉีกอย่างแรง แล้วสะบัด!
ภายในพื้นดินมีเสียงร้องด้วยความเจ็บปวดที่ราวกับเสียงฟ้าผ่าดังสะท้อนก้องกังวานสะท้านฟ้า
ยิ่งกว่านั้นท่ามกลางการฉีกและสะบัดจากมือทั้ง 2 ของนายน้อยแห่งวังเซียนแสงเรืองรอง หนังดวงดาวอันกว้างไกลไร้ขอบเขตก็ม้วนตัวขึ้นมาราวกับคลื่นลูกใหญ่ มาพร้อมด้วยก้อนน้ำแข็งที่แตกสลาย ถูกยกขึ้นมา
เป็นการถลกหนัง!
เสียงฉีกขาด เสียงคำรามโหยหวน ดังท่วมฟ้าในเสี้ยวขณะนี้
ยิ่งมีน้ำพุเลือดที่ห่อหุ้มไปด้วยฝุ่นดาวพวยพุ่งออกมาจากส่วนที่พื้นดินถูกถลกออก!
ราวกับฝนเลือดย้อนทวน พุ่งตรงไปยังท้องฟ้า!
ในอากาศ มันควบแน่นอย่างรวดเร็วกลายเป็นเมฆสีแดงที่บดบังท้องฟ้า ราวกับว่าจะแทนที่ท้องฟ้าที่นี่!
ขณะเดียวกัน จากการที่พื้นดินถูกพัดหอบขึ้น ในระลอกคลื่นความปั่นป่วน ดวงตาที่ 3 สีทองนับล้าน ก็ลืมตาขึ้นมาอย่างโกรธโมโหพร้อมกันบนหนังดาวที่หลุดออก ปล่อยสายตาสีทองนับไม่ถ้วนออกมา ราวกับฝนธนูพุ่งไปยังนายน้อยแห่งวังเซียนแสงเรืองรอง
ในเสี้ยวพริบตาที่ประชิดเข้าไปใกล้ ที่หว่างคิ้วของนายน้อยแห่งวังเซียนแสงเรืองรองแยกออกเป็นดวงตาสีเลือด ภายในส่วนลึกของรูม่านตามีคลื่นวนสีดำที่กำลังหมุนวนอยู่ปะทุขึ้นในทันที กลืนกินแสงสายตาที่มาจากทุกทิศทางไปจนหมดสิ้น
จากนั้นมือทั้ง 2 คว้าหนังดวงดาวจากกลางอากาศ แล้วสะบัดไปในทิศทางที่ต้องการอย่างแรง!
ทันใดนั้นในหนังดาวทั้ง 2 ผืนนี้ก็มีเสียงฉีกขาดดังขึ้น จากด้านข้างของนายน้อยแห่งวังเซียนแสงเรืองรองพัดหอบขึ้นอย่างต่อเนื่อง!
ท่ามกลางการถลกออกไปอย่างต่อเนื่องก็พุ่งไปยังที่ไกลเสียงดังครืนครั่น
มองจากระยะไกลก็กลายเป็นรูปตัวอักษรเลขแปด (八) ที่กลับหัว!
พื้นที่ของมันยิ่งกว้างออกไปเรื่อยๆ การฉีกทึ้งเป็นเช่นนี้ การพัดหอบก็เป็นเช่นนี้เช่นกัน สุดท้ายก็ลอยขึ้นไปถึงความสูงในระดับที่พอสมควร ก็กลายเป็นผิวหนังที่ค่อนข้างสมบูรณ์ผืนหนึ่ง!
แผ่ออกไปบนท้องฟ้า!
ฟ้าดินเปลี่ยนสี!
เสียงของนายน้อยแห่งวังเซียนแสงเรืองรองก็ดังสะท้อนก้องออกมาอย่างช้าเนิบ “ผนึกสวรรค์ เยื่อหุ้มครรภ์แปรเปลี่ยนเป็นโลกา”
ทันใดนั้นหนังดาวที่น่ากลัวนั่นก็ขยับเขยื้อนเคลื่อนไหวอย่างรุนแรงบนท้องฟ้า หลอมรวมเข้ากับความว่างเปล่า กลายเป็นเยื้อหุ้มครรภ์สีเหลืองอำพัน!
ราวกับเยื่อหุ้มชีวภาพขนาดมหึมา แปรเปลี่ยนเป็นผืนฟ้าผืนใหม่ของดาวแม่ดั้งเดิม
ภายนอก แสงจันทร์สีเขียวคล้ำที่มาจากท้องฟ้าดารา ก็ราวกับแปรเปลี่ยนเป็นวัตถุจริงพุ่งเข้าชนเยื่อหุ้มครรภ์ เกิดเป็นริ้วคลื่น แต่ไม่สามารถทะลุผ่านไปได้แม้แต่น้อย
และเมื่อเงยหน้าขึ้นมองจากด้านล่าง ก็จะเห็นว่าท้องฟ้าเยื่อหุ้มครรภ์นี้ปรากฏเป็นความรู้สึกเนื้อสัมผัสเลือดเนื้อชัดเจนเส้นเลือดเส้นลมปราณต่างๆ เหมือนจะประกอบกันเป็นแผนที่ดวงดาว หยดเลือดที่ตกลงมาก็ก่อตัวเป็นทางช้างเผือกที่กำลังเหมือนสายน้ำไหลบนท้องฟ้า
ในขณะที่ดูน่าพรั่นพรึง ก็สะท้อนภาพทิวทัศน์ที่บิดเบี้ยวบนพื้นดินเลือดเนื้อข้างล่างอีกด้วย
ภาพฉากแล้วฉากเล่านี้ทำให้จิตใจของสวี่ชิงสั่นคลอนอย่างรุนแรง
เพราะดาวแม่ดั้งเดิมในตอนนี้ ท้องฟ้าได้เปลี่ยนไปแล้ว!
แสงจากโลกภายนอกถูกบดบังไปโดยสมบูรณ์ โลกทั้งใบก็จมลงสู่สนธยาสีโลหิตชั่วนิรันดร์ ดาวแม่เองก็ราวกับอสูรยักษ์ที่ถูกถลกหนังทั้งเป็น
พื้นดินที่มองเห็นล้วนจับกลุ่มขึ้นจากกล้ามเนื้อสีแดงเข้ม บนนั้นเต็มไปด้วยเส้นประสาทที่น่าตกใจ กระทั่งว่าสามารถมองเห็นได้ว่าเส้นเลือดที่แตกสลาย ในนั้นพลังงานต้นกำเนิดที่เป็นของเหลวสีทองไหลทะลักออกมา
และยังมีเสียงชีพจรแปลกประหลาดจากในส่วนลึกของดวงดาวแม่ ทำให้แผ่นดินทั้งผืนสั่นคลอน ราวกับมีสิ่งมีชีวิตโบราณบางอย่างถูกกระตุ้นกำลังจะฟื้นตื่นขึ้นมา
สวี่ชิงสูดหายใจเข้าลึก ในขณะที่ใจแผ่ระลอกปั่นป่วน นายน้อยแห่งวังเซียนแสงเรืองรองที่ถลกหนังของดาวดวงนี้ ตอนนี้ในดวงตาฉายประกายแสงเย็นชา เหยียบลงบนเนื้อชุ่มเลือดของดาวแม่ที่เปลือยเปล่าข้างล่าง ในยามที่ก้าวไปข้างหน้า ก็จะเห็นว่าที่พื้นรองเท้าของเขามีไขกระดูกดวงดาวติดยืดเป็นใยขึ้นมา
รอบๆ ตัวเขาคือคลื่นโลหิตหมื่นจั้งเป็นทาง…เป็นทาง พวยพุ่งออกมาจากพื้นดินเนื้อชุ่มเลือด ราวกับว่ากำลังอาบย้อมฉากหลังให้กับเขา!
ในเวลาเดียวกัน เสียงคร่ำครวญของดวงดาวแม่ มาพร้อมกับเสียงโหยหวนน่าเวทนาที่เปล่งออกมาจากตัวอ่อนของต้นกำเนิดพิบัติ จำนวนนับไม่ถ้วนคลานออกมาจากเลือดเนื้อ ผสานเข้าด้วยกัน รุนแรงขึ้นเรื่อยๆ
กลายเป็นคลื่นเสียงที่น่าหวาดกลัว ราวกับเป็นเสียงโหยหวนของสรรพชีวิต ท่วมฟ้าไม่สิ้นสุด
ส่วนนายน้อยแห่งวังเซียนแสงเรืองรองเดินอยู่ในเลือดเนื้อ ราวกับกำลังวัดขนาดของมัน
ในไม่ช้าเขาก็พบกับสถานที่ที่เป็นเป้าหมายของเขา
“ที่นี่แหละ”
ในขณะที่พึมพำ เขายกมือขวาขึ้น วางไปที่หว่างคิ้วของตัวเอง หลังจากที่สัมผัสก็กระชากออกมาอย่างรุนแรง
ทันใดนั้นกระบี่เล่มใหญ่ที่แสงสีเงินส่องประกายพร่างพราย กำราบสีแดงของโลกทั้งใบลงไปก็พลันปรากฏขึ้น!
นั่นคือ…กระบี่แห่งจอมเซียน!
ทันทีที่นำมันออกมา นายน้อยแห่งวังเซียนแสงเรืองรองก็ไม่ลังเลแม้แต่น้อย แทงกระบี่ลงไปยังเลือดเนื้อที่อยู่ใต้ฝ่าเท้า แล้วเฉือนออกไปอย่างรุนแรง!
ทันใดนั้นดวงดาวทั้งดวงก็ส่งเสียงกรีดร้องแหลมเล็กที่รุนแรงยิ่งขึ้นออกมา
เลือดหนืดข้นพวยพุ่งออกมามากขึ้น
บาดแผลที่เกิดขึ้นยิ่งแผ่ออกไปอย่างรวดเร็ว สุดท้ายก็เผยให้เห็นแกนดวงดาว…ที่กำลังเต้นอยู่ข้างล่าง!
นั่นคือวังดวงดาวที่ดาวแม่ดั้งเดิมเคยใช้เมื่อคราวให้กำเนิดเทพเจ้าองค์แรก!
กลางอากาศ สวี่ชิงมองดูทุกอย่างนี้ ในใจเกิดระลอกคลื่นรุนแรง การคาดเดาที่บ้าบิ่นและเหลือเชื่อผุดขึ้นในสมองของเขา “เขา นี่คือจะ…”
เซียนหลิงหวงที่อยู่ข้างๆ มองสวี่ชิงผาดหนึ่ง เอ่ยเสียงแผ่วเบา “เจ้าคงเดาได้แล้ว”
“พี่ชายเจ้าจะสำเร็จเทพเจ้า…ที่นี่!”
(>>>พิสูจน์อักษร By Zank<<<)
Comments for chapter "บทที่ 1274 ถลกหนังดวงดาว!"
MANGA DISCUSSION
Madara Info
Madara stands as a beacon for those desiring to craft a captivating online comic and manga reading platform on WordPress
For custom work request, please send email to wpstylish(at)gmail(dot)com