บทที่ 1292 เอ้อร์หนิวใจสลาย
บทที่ 1292 เอ้อร์หนิวใจสลาย
เอ้อร์หนิวตื่นเต้น
ก่อนหน้านี้เมื่อเขารับรู้ถึงกลิ่นอายของสวี่ชิง เขาก็รู้สึกเหลือเชื่อแล้ว ตอนมองสวี่ชิง ในสมองของเขายิ่งเกิดระลอกคลื่นรุนแรง
ความตื่นเต้นประหลาดใจที่ได้กลับมาพบกันอีกครั้งหลังจากที่จากกันไปนาน พุ่งตรงเข้าสู่จิตใจของเขา ทำให้เขาไม่สามารถตอบสนองกลับมาได้อย่างเต็มที่ในทันที
ในเมื่อทั้ง 2 ไม่ได้พบกันมานานแล้ว อีกทั้งการมาพบกันที่นี่ ในการรับรู้ของเขามันช่างเหลือเชื่อเกินไป
ดังนั้นเขาจึงถามคำถามที่ทำให้เขาเสียใจเป็นอย่างมากในภายหลังขึ้นมาประโยคหนึ่ง
“อาชิงน้อย เจ้ามาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร แล้วคนพวกที่ปิดล้อมอยู่ข้างนอกเมื่อกี้คือใคร”
สวี่ชิงคิดอยู่ครู่หนึ่ง รู้สึกว่าการตอบตามความจริงน่าจะดีกว่า ดังนั้นเขาเอ่ยขึ้นเบาๆ “เป็นผู้ใต้บังคับบัญชาของข้า”
เมื่อเอ้อร์หนิวได้ยินดังนั้นจิตใจก็สั่นสะเทือน ดวงตาเบิกกว้าง
ก่อนหน้านี้เขามองเห็นได้ไม่ชัดเจน ไม่รู้ว่าข้างนอกเกิดอะไรขึ้น แต่สัมผัสได้ว่าคนพวกนั้นได้จากไปหลังจากที่สวี่ชิงมาถึง
ส่วนเขาถูกไล่ล่าสังหารมานาน รู้ดีถึงความน่าสะพรึงกลัวของคนที่ไล่ฆ่าตนคนนั้น ขณะเดียวกันติดอยู่ที่นี่ เขาก็สัมผัสได้ถึง พวกพ้องที่อีกฝ่ายเรียกมา ทุกคนล้วนแข็งแกร่งมากเช่นกัน
แต่ตอนนี้ อาชิงน้อยกลับบอกว่าเป็นผู้ใต้บังคับบัญชาของเขา…
คำพูดนี้กระตุ้นเขาอย่างรุนแรง ทำให้เอ้อร์หนิวกลับคืนสู่สภาพเดิมจากความตื่นเต้นในทันที ปล่อยจิตเทพออกไปรับรู้พลังบำเพ็ญของสวี่ชิง
ความหนักแน่นและลึกล้ำเกินหยั่งถึงนั้น ทำให้จิตใจของเอ้อร์หนิวสั่นสะท้านบ้าคลั่ง
คิดอยากจะสูดลมหายใจไปตามสัญชาตญาณ แต่เขาก็ระงับมันไว้ทันที!
ศักดิ์ศรีในฐานะศิษย์พี่ใหญ่ ได้ปะทุออกมาอย่างไม่มีขีดจำกัดในขณะนี้
ดังนั้นเขาจึงพยายามอดทนไว้ ไม่ถามว่าที่นี่คือที่ใด และไม่ถามว่าสวี่ชิงมีสถานะใดที่นี่และมาที่นี่ได้อย่างไร
แต่ความเปลี่ยนแปลงของพลังบำเพ็ญสวี่ชิงก็ยังทำให้เขาอดไม่ได้ที่จะลองหยั่งเชิง ดังนั้นจึงกล่าวออกมาอย่างสบายๆ “เป็นเช่นนี้นี่เอง ฮ่าฮ่า…”
“อะแฮ่มๆ ว่าแต่อาชิงน้อย เจ้าฮุบกินอะไรคนเดียวไปมากขนาดนี้ พลังบำเพ็ญ…ทำไมถึงมีการเปลี่ยนแปลงเล็กๆ น้อยๆ เช่นนี้ได้”
เอ้อร์หนิวทำสีหน้าเหมือนไม่ใส่ใจ
สวี่ชิงกะพริบตาปริบๆ เขาเข้าใจศิษย์พี่ใหญ่เป็นอย่างดี
“เป็นเพียงวาสนาเล็กน้อยเท่านั้น และการบรรลุอีกนิดหน่อย”
คำพูดเช่นนี้แม้จะดูเรียบง่าย แต่เมื่อดังเข้าหูเอ้อร์หนิว ในใจของเขาก็ยังคงรู้สึกอิจฉา
ในใจเขาอดคิดไม่ได้ว่า วาสนาอะไร การบรรลุอะไร ถึงได้ทำให้พลังบำเพ็ญยกระดับขึ้นอย่างน่าสะพรึงกลัวถึงเพียงนี้…
แต่ว่า เอ้อร์หนิวภายนอกเห็นได้ชัดว่าไม่ยอมแพ้ ความหยิ่งทะนงในฐานะศิษย์พี่ใหญ่ทำให้เขาเชิดหน้าขึ้น
“ก็พอใช้ได้ แต่อาชิงน้อย พลังบำเพ็ญของเจ้ามันผสมปนเปกันไปเล็กน้อย หลังจากนี้ยังต้องพยายามอีกนะ”
“นอกจากนี้…พวกเราไม่ได้เจอกันนาน เจ้าอาจไม่ค่อยเข้าใจสถานการณ์ของข้าในตอนนี้เท่าไร”
เอ้อร์หนิวทำหน้าตาสะท้อนใจ
“เจ้าคงมองออกแล้วใช่ไหมว่าสิ่งที่ข้านำมาที่นี่เป็นเพียงร่างแยกเท่านั้น เจ้าไม่มีทางคาดคิดได้แน่ๆ ว่าร่างจริงของข้าตอนนี้แข็งแกร่งเพียงใด ข้าจะบอกให้ว่า ข้าอยู่ห่างจากการรวมเผ่าเทพนภาเจิดจรัสให้เป็นหนึ่งเดียวเพียงครึ่งก้าวเท่านั้น!”
“ศิษย์พี่ใหญ่ของเจ้าผู้นี้ อยู่ที่เผ่าเทพนภาเจิดจรัสเป็นตะวันกล้ากลางนภาเชียวนะ!”
เอ้อร์หนิวกล่าวอย่างภาคภูมิใจ
บนใบหน้าของสวี่ชิงเผยแววตกใจออกมา
สีหน้าเช่นนี้ทำให้เอ้อร์หนิวรู้สึกสบายใจ
“แต่ข้าคิดถึงยามที่อาชิงน้อย เจ้าอยู่ข้างข้า ดังนั้นข้าจึงสำแดงพลังวิเศษ ทะลวงมิติ ตัดผ่านกาลเวลานับอนันต์ เพื่อมาตามหาเจ้าที่นี่”
“ก็เพียงเพื่อที่จะให้เจ้าได้ยืนอยู่ข้างข้า ไปดูภาพฉากอันรุ่งโรจน์ที่ลงมาเยือนเผ่าเทพนภาเจิดจรัส!”
ขณะพูด ความทรงอำนาจน่าเกรงขามบนร่างของเอ้อร์หนิวก็ยิ่งรุนแรงเป็นพิเศษ
สวี่ชิงยิ้มพยักหน้า ร่างกายของเขาเพียงไหววูบ เดินไปข้างหน้า
เอ้อร์หนิวกระแอมออกมาทีหนึ่ง ศีรษะพุ่งออกไป เคลื่อนไปข้างหน้าอยู่ข้างสวี่ชิงพลางเอ่ยไปด้วย “แต่ว่าอาชิงน้อย เจ้ารู้หรือไม่ว่าครึ่งก้าวนั้นของข้าขาดอะไรไป”
“ขาดซากศพระดับแท่นเทวะขั้นสูงสุดไปร่างหนึ่ง!”
เอ้อร์หนิวเอ้ยอย่างเคร่งขรึม
“ขอเพียงกลืนกินซากศพเทพเจ้าระดับแท่นเทวะขั้นสูงสุดได้ ศิษย์พี่ใหญ่ของเจ้าผู้นี้ก็จะใช้งานร่างแยกนับล้าน และ ศาสตรานับล้านชิ้นที่ฝังอยู่ในเผ่าเทพนภาเจิดจรัสได้ เมื่อตอนนั้นก็จะสามารถกวาดล้างเผ่าเทพนภาเจิดจรัสได้ในคราวเดียว”
“ปลดปล่อยแผ่นดินใหญ่ต้องประสงค์!”
“อาชิงน้อย โอกาสนี้เดิมทีข้าจะทำให้สำเร็จด้วยตัวเองก็ได้ แต่ข้านึกถึงเจ้า จะอย่างไรเจ้าเป็นศิษย์น้องเล็กของข้า ดังนั้นโอกาสนี้ข้าจะเก็บไว้ให้เจ้า!”
เอ้อร์หนิวมองสวี่ชิง อารมณ์ในใจก่อตัวขึ้นอย่างเข้มข้น
“อาชิงน้อย มอบซากศพระดับแท่นเทวะขั้นสุดยอดให้ข้าเพื่อแลกกับการรวมเผ่าเทพนภาเจิดจรัสเป็นหนึ่ง คุ้มค่าหรือไม่!”
“รอเมื่อข้ารวมเป็นหนึ่งได้แล้ว ข้าเตรียมจะแต่งตั้งท่านอาจารย์เป็นองค์ชายรัชทายาท แต่งตั้งเจ้าเป็นพระนัดดารัชทายาท แต่งตั้งหวงเหยียนเป็นอสูรเทพพิทักษ์แคว้น แต่งตั้งศิษย์น้องรองเป็นคู่ฝึกเต๋าอสูรเทพ และแต่งตั้งศิษย์น้องสามเป็นหัวหน้าขันทีในราชสำนัก!”
“ถึงตอนนั้นสำนักของเราก็จะร่วมกันเสพสุขความมั่งคั่งและเกียรติยศ!”
“พวกเรา…”
คำพูดของเอ้อร์หนิวยังไม่ทันจบ สวี่ชิงขณะที่พยักหน้าก็สะบัดมือ นำซากร่างจำนวนหนึ่งออกมา
แม้จะไม่สมบูรณ์ แต่กลิ่นอายที่แผ่ออกมาจากซากร่างเหล่านี้ ล้วนเป็นเทพแท้จริงทั้งหมด!
“ศิษย์พี่ใหญ่ ซากศพเทพเจ้าระดับแท่นเทวะ ข้าไม่มีแล้ว…” สวี่ชิงพูดความจริง
เอ้อร์หนิวอึ้งตะลึง
มองซากร่างเหล่านั้น เขาก็รู้สึกหนังศีรษะชาหนึบ ความรู้สึกราวกับความฝันก็ผุดขึ้นมาอีกครั้ง สูดลมหายใจไปตามสัญชาตญาณ ดวงตาเบิกกว้าง
เอ่ยด้วยเสียงสั่นเครือ “เทพแท้จริงหรือ”
สวี่ชิงพยักหน้า
เอ้อร์หนิวเงียบนิ่ง แต่ไม่นานเขาก็หัวเราะร่าออกมา กลืนน้ำลายลงไป ทำหน้าตาไม่ใส่ใจอีกครั้ง พยายามอดทนต่อความหิวโหย โบกมือ
“กับแค่เทพแท้จริง ศิษย์พี่ใหญ่ของเจ้าผู้นี้กินจนเบื่อแล้ว ในเผ่าเทพนภาเจิดจรัส มีทุกอย่าง กินจนข้ารู้สึกคลื่นไส้ไปหมดแล้ว”
“และก่อนหน้านี้ที่ข้าพูดว่าแท่นเทวะขั้นสุดยอดก็เพราะข้ากังวลว่าจะกระตุ้นอาชิงน้อยเข้า ดังนั้นข้าจึงลดมาตรฐานลง”
“ข้าจะบอกให้ว่า ตอนที่ข้าอยู่ที่เผ่าเทพนภาเจิดจรัส เทพเจ้าเห็นข้าก็ยังต้องเกรงอกเกรงใจ”
ขณะที่เอ้อร์หนิวกำลังพูดอยู่ สวี่ชิงก็หยุดฝีเท้า หันไปมองท้องฟ้าดาราที่อยู่ที่ไกล
ประกายแสงเย็นเยือกฉายวาบขึ้นในดวงตา เท้าขวายกขึ้น เหยียบไปข้างหน้า
ทันใดนั้น ท้องฟ้าดาราที่สายตาของเขามองไปก็พังทลายลงอย่างรุนแรง รอยแยกเป็นทาง…เป็นทาง ฉีกออกทันที ในขณะที่พายุความว่างเปล่าโหมกวาดไป ที่ความว่างเปล่าตรงนั้นก็มีเทพเจ้าแต่ละองค์…แต่ละองค์ บินออกมา
พวกองค์ท่านคือพรรคพวกที่หลงเหลือจากการกวาดล้างของกองทัพ แอบซ่อนตัวอยู่ในความว่างเปล่าแห่งนั้นเพื่อหลบเลี่ยงการค้นหา
แต่ในสัมผัสรับรู้ของสวี่ชิง ไม่มีที่ให้หลบซ่อน
ตอนนี้เมื่อปรากฏตัวขึ้น ผู้เป็นหัวหน้าคือระดับแท่นเทวะขั้นสุดยอด แต่เมื่อเห็นสวี่ชิง จิตใจของพวกองค์ท่านก็สั่นสะท้านไปทุกองค์ ต่างแยกย้ายกันหลบหนีไปในทันทีโดยไม่ลังเล
สวี่ชิงใบหน้าไร้อารมณ์ ยกมือขวาขึ้น กดไปข้างหน้า
ทันใดนั้น พลังกดดันที่น่าสะพรึงกลัวก็ลงมาเยือนทันที ก่อตัวเป็นพลังแห่งการกำราบ พุ่งลงมาจากความว่างเปล่านั้น
ท้องฟ้าดาราแผ่ระลอกคลื่น
หลังจากนั้น ก็ไม่มีร่องรอยใดๆ อีก
พรรคพวกหลงเหลือของเทพเจ้าเหล่านั้นแตกดับทั้งกายและจิตไปแล้ว
ด้วยกำลังรบในปัจจุบันของสวี่ชิง สังหารเทพเจ้าระดับแท่นเวทะ เพียงพลิกฝ่ามือก็ทำได้แล้ว
เอ้อร์หนิวที่อยู่ข้างๆ มองดูภาพฉากนี้ ในสมองของเขามีเสียงวิ้งๆ หลังจากนั้นครู่หนึ่งก็กระแอมออกมา “ไม่เลวๆ อาชิงน้อย เจ้ามีอำนาจอย่างที่ข้ามีในเผ่าเทพนภาเจิดจรัสแล้ว!”
“แต่อาชิงน้อย เจ้าต้องจำไว้ว่า ในขณะที่เจ้ามีสยบกำราบต่อหน้าเทพเจ้าแล้ว ทางผู้บำเพ็ญก็ต้องมีฐานะที่มากพอ นี่คือคำแนะนำของศิษย์พี่ใหญ่ของเจ้าในฐานะคนที่เคยผ่านมาก่อน”
“ตอนนี้เจ้าโตแล้ว เรื่องบางเรื่องก็สามารถบอกเจ้าได้แล้ว ครั้งหนึ่งข้าเคยผงาดไปในท้องฟ้าดารา มีฐานะที่ไม่ธรรมดา ผู้บำเพ็ญนับหมื่นต่างหมอบคารวะ ความรู้สึกยิ่งสูงยิ่งหนาวแบบนั้น ได้สร้างพลังเย็นยะเยือกให้กับข้า”
ไม่รู้ว่าเป็นเรื่องบังเอิญหรือไม่…ทันทีที่คำพูดของเอ้อร์หนิวจบลง เนื่องจากระลอกคลื่นปั่นป่วนของที่นี่ จึงมีกองทัพผู้บำเพ็ญจากดาวเสบียงที่อยู่ใกล้เคียงปรากฏขึ้นในระยะไกล และกำลังเคลื่อนเข้าใกล้ที่นี่มาอย่างรวดเร็ว
หลังจากที่เห็นสวี่ชิงได้อย่างชัดเจน ผู้บำเพ็ญกลุ่มนี้ก็ตื่นเต้น และโค้งคารวะสวี่ชิงจากระยะไกล
สวี่ชิงรู้สึกเขินอายเล็กน้อย
เพราะศิษย์พี่ใหญ่ที่อยู่ข้างๆ ตอนนี้อึ้งตะลึงไปอีกครั้ง
ในผู้บำเพ็ญกลุ่มนั้นมี ผู้บำเพ็ญระดับเจ้าเหนือหัวจำนวนมาก ระดับเตรียมเซียนก็มีเช่นกัน นี่ทำให้ความปั่นป่วนในใจของเอ้อร์หนิวเกิดสัญญาณของการสูญเสียการควบคุมแล้ว
แต่ความน่าเกรงขามในฐานะศิษย์พี่ใหญ่ทำให้เอ้อร์หนิวรีบหัวเราะร่าออกมาเพื่อคลี่คลายสถานการณ์กำลังจะพูดขึ้นมา
แต่ในเสี้ยวพริบตาต่อมา…
แดนดาราที่จักรวาลนี้ตั้งอยู่ก็แผ่ระลอกมา จิตเทพที่น่าสะพรึงกลัวอย่างยิ่งซึ่งเหนือกว่าเซียนคิมหันต์ จากในส่วนลึกของท้องฟ้าดาราอันไร้ขอบเขตสิ้นสุด ก็ราวกับถล่มภูเขาล่มมหาสมุทร
ทุกที่ที่ผ่าน ระบบดาวที่ 4 ล้วนเกิดระลอกคลื่น
ผู้บำเพ็ญบนดาวเสบียงนับไม่ถ้วนต่างหมอบคารวะ
เอ้อร์หนิวยิ่งในเสี้ยวพริบตาที่สัมผัสรับรู้ได้ ระลอกคลื่นความปั่นป่วนในใจมาถึงขีดสุดทันที หวาดกลัวอย่างยิ่ง
หากกล่าวว่าพลังบำเพ็ญของสวี่ชิงทำให้ความรู้สึกว่าลึกล้ำยากเกินหยั่ง เช่นนั้นจิตเทพที่มาเยือนในตอนนี้ทำให้เขารู้สึกว่าอีกฝ่ายเหมือนเพียงแค่ชั่วความคิด ก็สามารถทำให้เผ่าเทพนภาเจิดจรัสแหลกสลายได้ในทันที
“นี่…นี่…”
ในขณะที่เอ้อร์หนิวสั่นสะเทือน จิตเทพนั้นก็ลงมาเยือนที่นี่แล้ว แปรเปลี่ยนเป็นเสียงของผู้นำเซียนมี่หมิงดังก้องกังวาน
“น้องชาย พี่สะใภ้เจ้าบอกว่าเจ้าชอบดูดซับธิดาเทพ ข้าเพิ่งจับมาได้องค์หนึ่ง เป็นบุตรสาวของนายแห่งเทพหมิงเจ๋อ ให้เจ้าแล้ว”
ในขณะที่เสียงอ่อนโยนดังมา ธิดาเทพที่ถูกผนึกไว้องค์หนึ่งก็ปรากฏขึ้นจากความว่างเปล่า
ธิดาเทพองค์นั้นมีรูปร่างเป็นมนุษย์ เต็มไปด้วยความศักดิ์สิทธิ์ พลังบำเพ็ญยิ่งถึงระดับเทพแท้จริง แต่ตอนนี้กลับถูกผนึกไว้อย่างแน่นหนา กลายเป็นของกำนัล…
สวี่ชิงสีหน้าแปลกประหลาด ก้มหน้าประสานหมัด
เอ้อร์หนิวรู้สึกสับสน พึมพำในใจ มอบธิดาเทพให้อย่างนั้นหรือ
ส่วนจิตเทพนั่นตอนนี้ส่งเสียงหัวเราะมา
“เมื่อครู่ข้าล้อเล่น ธิดาเทพองค์นี้มีพรสวรรค์อำนาจเทพที่พิเศษ ช่วยเจ้าในการทำความเข้าใจในธรรมนูญของเจ้าได้”
ขณะพูด จิตเทพของผู้นำเซียนมี่หมิงก็จากไปไกลแล้ว ราวกับว่าการมาครั้งนี้ก็เพียงเพื่อมอบธิดาเทพให้เท่านั้น
เพียงแต่แม้เขาจะจากไป แต่เอ้อร์หนิวตอนนี้ก็ถูกประสบการณ์ที่ถาโถมเข้ามาทำลายจิตใจไปแล้ว และไม่สามารถอดทนได้อีกต่อไป หันไปมองสวี่ชิง
“เกิดอะไรขึ้นกันแน่ อาชิงน้อย ที่นี่คือที่ไหน เจ้ามีฐานะอะไรที่นี่ แล้วจิตเทพนั่นเป็นใคร…ธรรมนูญที่เขาพูดถึงคืออะไร!”
สวี่ชิงได้ยินดังนั้นก็ยิ้ม สำหรับเอ้อร์หนิวแล้ว เขาย่อมไม่มีอะไรปิดบังอย่างแน่นอน เพียงแต่เรื่องราวเหล่านี้ยากที่จะอธิบายให้ชัดเจนด้วยคำพูดเพียงไม่กี่ประโยค ดังนั้นสวี่ชิงจึงยกมือขึ้น แปรเปลี่ยนภาพฉากแต่ละฉาก…แต่ละฉาก หลังจากที่ตนมาถึงระบบดาวที่ 5 แล้วให้กลายเป็นตราประทับ แล้วประทับไปที่เอ้อร์หนิว
เอ้อร์หนิวไม่หลบหลีก ปล่อยให้ตราประทับนั้นประทับมาที่หว่างคิ้ว
ในเสี้ยวพริบตาต่อมา ข้อมูลอันมากมายดุจมหาสมุทรก็ไหลทะลักเข้ามาในใจของเอ้อร์หนิว
เขาได้เห็นทุกอย่าง เข้าใจทั้งหมด สีหน้าจากความมึนงงในตอนแรกก็เปลี่ยนเป็นตื่นตะลึง จากนั้นก็กลายเป็นความหวาดกลัว หลังจากที่เปลี่ยนแปลงไปหลายครั้ง เขาก็ดูดซับตราประทับทั้งหมด เอ่ยพึมพำเสียงต่ำทุ้ม
“ตอนที่ข้ามาที่นี่ สมบัติล้ำค่าที่เห็นเหล่านั้นล้วนเป็นสิ่งที่เจ้าไม่ต้องการหรือนี่!”
กล่าวจบ เอ้อร์หนิวก็ทุบหน้าอก
“หากรู้แต่แรก ตอนนั้นข้าก็มากับเจ้าแล้ว แบบนั้นไม่แน่ว่าตอนนี้ข้าอาจเป็นเซียนคิมหันต์แล้วก็ได้!!”
“ข้าเลือกทางผิดแล้ว!!”
เอ้อร์หนิวคลั่ง เขารู้สึกว่าตัวเองพลาดวาสนาอันยิ่งใหญ่ไปแล้ว ตอนนี้เมื่อนึกย้อนถึงประสบการณ์อันขมขื่นของตัวเองใน เผ่าเทพนภาเจิดจรัส ก็รู้สึกว่าสวรรค์ไม่ยุติธรรม…
สวี่ชิงมองดูสภาพของเอ้อร์หนิวในตอนนี้อยู่ข้างๆ ลังเลอยู่ครู่หนึ่ง กำลังจะปลอบโยน
แต่เอ้อร์หนิวดวงตาทั้ง 2 แดงก่ำเป็นอย่างยิ่งแล้ว พลันหันมองไปรอบๆ ในตัวปะทุรัศมีอำนาจแปลกประหลาดกลุ่มหนึ่งออกมา เอ่ยพึมพำเสียงต่ำทุ้ม “ไม่ได้ ข้าต้องทำการใหญ่ที่นี่!”
“เช่นนี้ถึงจะกอบกู้ความสูญเสียครั้งใหญ่กลับมาได้!”
ระหว่างคำพูด เขากระทั่งว่าไม่เสียดายที่จะฉีกผนึกผนึกหนึ่งออกต่อหน้าสวี่ชิง ทำให้พลังบำเพ็ญของเขาพุ่งเพิ่มขึ้นทันที สัมผัสรับรู้ถึงสถานที่ซ่อนสมบัติทั้งหมด
สุดท้าย ภายใต้ความประหลาดใจของสวี่ชิง เอ้อร์หนิวก็พลันจับเป้าหมายไปในทิศทางหนึ่ง แล้วหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง “อาชิงน้อย ไป ข้าจะพาเจ้าไปทำการใหญ่!”
(>>>พิสูจน์อักษร By Zank<<<)
Comments for chapter "บทที่ 1292 เอ้อร์หนิวใจสลาย"
MANGA DISCUSSION
Madara Info
Madara stands as a beacon for those desiring to craft a captivating online comic and manga reading platform on WordPress
For custom work request, please send email to wpstylish(at)gmail(dot)com