บทที่ 1301 วิถีสูงสุดที่ 10 !
บทที่ 1301 วิถีสูงสุดที่ 10 !
เส้นทางแห่งการบรรลุวิถีสูงสุดที่ 10 เส้นทางนี้ ถูกกำหนดไว้แล้วว่าจะต้องยากลำบากและเต็มไปด้วยอุปสรรค
แม้ว่าสวี่ชิงตลอดเส้นทางที่เดินมานี้จะคิดใคร่ครวญอยู่เสมอ อีกทั้งยังเคยสัมผัสรับรู้อยู่หลายครั้ง กระทั่งว่านายน้อยมี่หมิง ก็เคยแสดงการบรรลุของตนเองให้เขาดูแล้วก็ตาม…
แต่ทั้งหมดนี้ สำหรับสวี่ชิง นำมาใช้อ้างอิงได้เท่านั้น ไม่อาจเลือกไปใช้ได้โดยตรง
เพราะบุปผาธรรมนูญของเขา จะต้องใช้ประสบการณ์ของตนเองเป็นสารอาหารหล่อเลี้ยง จึงจะสามารถเบ่งบานเป็นกฎเกณฑ์ที่เป็นของเขาแต่เพียงผู้เดียวได้!
“นี่คือกระบวนการที่ธรรมนูญก่อกำเนิดเป็นกฎเกณฑ์…” สวี่ชิงพึมพำ ฝีเท้าที่ยกขึ้นไม่ได้เหยียบย่างลงไป
เขากำลังครุ่นคิด
คิดว่าการเตรียมตัวของตนเองนั้นเพียงพออย่างสมบูรณ์แล้วหรือไม่
“ใช้ธาตุทั้ง 5 เป็นพื้นฐาน เวลากับมิติซ้อนทับกัน กลายเป็นกาลอวกาศ…และยังผ่านกระแสความปั่นป่วนนี้เพื่อพิสูจน์ว่ากาลอวกาศของข้ามีข้อบกพร่อง บรรลุความถูกต้องและความผิดพลาด ถึงจะเรียกว่ากาลอวกาศ”
“มาถึงจุดนี้ ในที่สุดธรรมนูญกาลอวกาศขั้นพื้นฐานก็สมบูรณ์แล้ว”
“ต่อไป…”
“หากมองกาลอวกาศที่สมบูรณ์เป็นจุดหนึ่งแล้ว เช่นนั้น…”
สวี่ชิงเงยหน้าขึ้น ฝีเท้าพลันเหยียบลงไปทันที
ในเสี้ยวพริบตาที่สัมผัสกับความว่างเปล่า วิถีสูงสุดที่ 9 ที่อยู่เหนือกาลอวกาศของเขา ก็แปรเปลี่ยนเป็นเสียงเต๋า สะท้อนก้องกังวานอยู่ในกระแสความปั่นป่วนของกาลอวกาศนี้
“ผสานจักรวาลซ้อนกาลเวลา”
4 คำนี้ราวกับมีพลังวิเศษแปลกประหลาด ดึงดูดจิตใจของสวี่ชิงให้แผ่ลามออกไปอย่างต่อเนื่อง ทำให้เขาราวกับว่าสัมผัสกับสถานที่ที่ลึกซึ้งและลึกลับที่สุดในจักรวาล
เพียงพริบตา ความว่างเปล่าที่อยู่เบื้องหน้าของเขาพลันเกิดการเปลี่ยนแปลง ราวกับว่าตัวเองลอยสูงขึ้นอย่างไม่มีที่สิ้นสุดขณะเดียวกันกระแสความปั่นป่วนของกาลอวกาศที่เคยอยู่ ก็หดตัวลงอย่างไม่สิ้นสุดเช่นกัน
สุดท้าย กาลอวกาศในการรับรู้ของสวี่ชิงก็กลายเป็นจุดจุดหนึ่ง
ภายในจุดนี้มีข้อมูลทั้งหมดที่แฝงอยู่ในธรรมนูญกาลอวกาศของสวี่ชิง
และภายนอกจุดนี้…ในการรับรู้ของสวี่ชิง เขาสัมผัสได้ว่ามีจุดที่มากมายยิ่งขึ้น กำลังก่อตัว
มากขึ้นเรื่อยๆ หนาแน่นเต็มไปหมด สุดท้ายก็ปกคลุมครรลองสายตาทั้งหมดที่มองเห็น
ก่อตัวเป็นจุดแสงกะพริบวูบวาบนับไม่ถ้วน
พลังกาลอวกาศเข้มข้นแผ่ออกมาจากจุดแสงทุกจุด จุดแสงเหล่านี้ไม่ว่าจุดใดล้วนเหมือนจะมีโลกใบหนึ่ง มีกาลอวกาศผืนหนึ่ง มีวิถีของสรรพสิ่งทั้งปวง สิ่งมีชีวิตทั้งหลายในกาลอวกาศนั้น
แบกรับความทุกข์สุข การพลัดพรากและการอยู่พร้อมหน้าของผู้คนนับไม่ถ้วน ถักทอชีวิตที่แตกต่างกันของทุกคน
นี่คือวิถีสูงสุดที่ 9 ที่สวี่ชิงเคยสัมผัสรับรู้ออกมาได้
ผสานจักรวาลซ้อนกาลเวลา!
เพียงแต่ธรรมนูญนี้ ในขณะที่ตัวเขายังไม่ถึงระดับเตรียมเซียนขั้นสูงสุด พลังที่สามารถกระตุ้นพลังได้มีจำกัด จนกระทั่งบรรลุระดับเซียนบริบูรณ์ สวี่ชิงถึงจะสามารถแสดงพลังนี้ออกมาได้ในระดับสูงสุด
ดังนั้น สวี่ชิงจึงมองไป
ภายในจุดแสงเหล่านี้ เขาเห็นตนเองนับไม่ถ้วน เห็นชีวิตที่แตกต่างกันไปนับไม่ถ้วน
ราวกับม้วนภาพวาดที่แตกต่างกันไปมากมาย ค่อยๆ คลี่ออกต่อหน้าเขา
ในนั้นมีม้วนภาพวาดหนึ่ง มีบัณฑิตอยู่คนหนึ่ง
บัณฑิตคนนั้นสวมเสื้อคลุมยาวสีขาวนวล ศีรษะมีผ้าโพกไว้ มือถือตำราโบราณ กำลังเดินทอดน่องอยู่ในลานบ้านที่งดงามละเมียดละไม
ภายในลานบ้าน ดอกไม้งดงามราวกับผืนแพร กลิ่นหอมจางๆ ลอยมา แต่คิ้วของบัณฑิตกลับมีความหมองเศร้าจางๆ ราวกับกำลังครุ่นคิดถึงหลักการที่คลุมเครือในหนังสืออย่างหนัก หรืออาจจะสะท้อนใจที่ปณิธานอันยิ่งใหญ่ของตนยังไม่สัมฤทธิ์ผล
บางครั้งเขาก็นั่งลงที่โต๊ะหิน จุ่มหมึกสะบัดกวัดแกว่งพู่กัน ลายมือของเขางดงามอ่อนช้อยแต่ก็แฝงไว้ด้วยความมุ่งมั่น ราวกับว่าทุกเส้นทุกขีดกำลังเขียนถึงความมุ่งมั่นของเขาในการแสวงหาความรู้ของโลกนี้
แต่กลับไม่รู้ว่า ณ ตอนนี้ ณ เสี้ยวขณะนี้ ตัวเขาที่อยู่นอกกาลอวกาศ กำลังจ้องมองเขาอยู่
……
และในกาลอวกาศอีกแห่ง สิ่งที่ปรากฏคือจอมยุทธ์คนหนึ่ง
เขาสวมหมวกสานและชุดเข้ารูปสีดำ ข้างเอวมีกระบี่ยาวเล่มหนึ่งแขวนอยู่ ลวดลายบนฝักกระบี่เก่าแก่โบราณและลึกลับ
ตอนนี้ กำลังเดินอยู่บนถนนหลวง ร่างเหยียดตรงดุจต้นสน ทุกย่างก้าวล้วนเปี่ยมด้วยความไร้กังวลและความองอาจ
ระหว่างทางเจอกับโจรภูเขาหรืออันธพาลขวางทางบ้างเป็นบางครั้ง จอมยุทธ์คนนี้เพียงแค่ชักกระบี่เบาๆ คมกระบี่สะท้อนประกายวาววาม ก็ทำให้พวกอันธพาลเหล่านั้นต่างล้มลงไปกองบนพื้น
จากนั้นก็เก็บกระบี่เข้าฝัก ไม่หยุดพักแม้เพียงครู่ เดินหน้าต่อไปยังที่ไกล
ดวงอาทิตย์ยามเย็นบนท้องฟ้า เงาแผ่นหลังของเขาในแสงยามสายัณห์ถูกลากจนยาวมาก
ราวกับว่าเขากำลังแบกรับเรื่องราวอันไม่สิ้นสุด นั่นคือการแก้แค้นอย่างสะใจและตอบแทนบุญคุณแห่งยุทธภพเ เป็นชีวิตที่แตกต่างออกไปที่เขียนด้วยเลือดอันฮึกเหิมและคุณธรรม
จวบจนกระทั่งดวงอาทิตย์ลับขอบฟ้า
……
สวี่ชิงที่อยู่นอกกาลอวกาศ ดึงสายตาของเขากลับมา
ในความเงียบงันนี้ ดวงตาทั้ง 2 ของเขาก็เปลี่ยนมาลึกล้ำยิ่งขึ้น จ้องมองม้วนภาพวาดอื่นๆ ต่อไป
ราวกับจะผ่านม้วนภาพวาดเหล่านี้ มองทะลุแม่น้ำแห่งกาลอวกาศ และหยั่งรู้ริ้วรอยที่ขนานกัน
ดังนั้นเขาจึงเห็น ช่างฝีมือ เห็นขุนนาง เห็นคนฆ่าสัตว์ เห็นโจรภูเขา เห็นเด็ก และเห็นคนชรา
หลากหลายชีวิตและโชคชะตา
และยังมีในกาลอวกาศอีกแห่งหนึ่ง สวี่ชิงเห็นตัวเองในรูปลักษณ์ของหมอ
หมอคนนั้นอยู่ในโรงหมอที่เรียบง่าย กำลังจับชีพจรให้ผู้บาดเจ็บอย่างละเอียด บางครั้งก็ขมวดคิ้วครุ่นคิด บางครั้งก็ยิ้มให้กำลังใจผู้ป่วย
มืออันคล่องแคล่วทั้ง 2 จัดวางสมุนไพรต่างๆ อย่างชำนาญ บางครั้งก็ต้มยา บางครั้งก็บดผงยา เพียงเพื่อบรรเทาความเจ็บปวดของผู้อื่น
ประเดี๋ยวๆ ก็แบกล่วมยาออกไป ทะลุไปตามตรอกซอกซอยในตลาด ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยรอยยิ้มที่อ่อนโยน มีความอดทนต่อชาวบ้านทุกคนที่มาเพื่อปรึกษาอาการ
เขาใช้วิชาแพทย์ของตนเอง อยู่ในโลกเล็กๆ แห่งนี้ ปกป้องความสงบสุขของผู้คน
แม้จะธรรดาแต่ก็มีความหมายยิ่งใหญ่
……
ตัวเองคนแล้วคนเล่า ชีวิตรูปแบบแล้วรูปแบบเล่า
มีความคล้ายคลึงกัน และมีความแตกต่างกัน
ราวกับเมล็ดพันธุ์เดียวกัน ภายใต้การหล่อเลี้ยงที่แตกต่างกัน ก็เบ่งบานเป็นดอกไม้ที่คล้ายแต่ก็ไม่คล้ายคลึงกัน
สวี่ชิงมองดูอย่างเงียบๆ ในดวงตาค่อยๆ เผยความบรรลุกระจ่างแจ้งออกมา
“ตัวข้าในอดีต ผิดไปแล้ว…”
“ธรรมนูญของข้ามาจากการรับรู้ของข้า และก็ถูกจำกัดด้วยการรับรู้ของข้าด้วย”
“ตัวข้าในอดีต ในวิถีสูงสุดที่ 9 นี้ยึดติดอยู่กับเส้นทางที่เป็นของผู้บำเพ็ญที่รับรู้เส้นทางเดียวเท่านั้น”
“ดังนั้น กาลอวกาศเหล่านั้นที่ข้าเห็นล้วนเป็นผู้บำเพ็ญ”
“กระทั่งพูดได้ว่า ล้วนเป็นตัวข้าที่จินตนาการเองขึ้นมา ทางขนานนั้นเป็นทางขนานลวง”
“ส่วนทางขนานที่แท้จริง ผสานจักรวาลซ้อนกาลเวลาที่แท้จริง ความจริงแล้วคือสิ่งที่ข้าเห็นเมื่อกาลอวกาศสมบูรณ์ อีกทั้งยังยืมกระแสความปั่นป่วนนี้เปิดม่านหมอกคลุมเครือออกไป…”
“หลากหลายชีวิตและโชคชะตา”
“ทุกชีวิตในนั้นล้วนมีรสชาติเป็นเอกลักษณ์แตกต่างกัน ต่างมีความสุข ความโกรธ ความเศร้า และความปิติของตนเอง พวกเขาต่างมีวิถีตนเอง…”
สวี่ชิงพึมพำ
นี่ถึงจะเป็นวิถีสูงสุดที่ 9 ที่แท้จริงของเขา ผสานจักรวาลซ้อนกาลเวลา
นั่นคือม้วนภาพวาดอันยิ่งใหญ่ที่ถักทอด้วยทางเลือกนับไม่ถ้วน ความเป็นไปได้นับไม่ถ้วน และโอกาสนับไม่ถ้วน
“น่าเสียดาย ที่ตอนนี้ข้าไม่สามารถควบคุมพวกเขาได้อย่างสมบูรณ์”
สวี่ชิงหลับตาเอ่ยเบาๆ
“มองเห็นและทำได้ คือ 2 ขั้นตอน กาลอวกาศคู่ขนานนับไม่ถ้วนเหล่านี้ ตอนนี้ข้ามีเพียงคุณสมบัติที่จะมองเห็นเท่านั้น ส่วนการจะเข้าไปแทรกแซงนั้นเรื่องที่ทำได้ไม่มากนัก”
“เว้นแต่จะใช้วิธีการที่เคยใช้ แต่นั่นคือวิถีเล็ก…เหมือนใบไม้เพียงใบเดียว บดบังสายตาจนมองไม่เห็นภูผา”
“ส่วนการมองเห็น คือการแสดงออกอย่างหนึ่งของการก้าวเข้าสู่ธรรมนูญแห่งมหาวิถี”
สวี่ชิงครุ่นคิด
“เช่นนั้น วิถีสูงสุดที่ 10 ของข้าก็คือการเปลี่ยนจากการมองเห็นไปสู่การทำได้เช่นนั้นหรือ”
สวี่ชิงครุ่นคิดอย่างหนัก
เขายังมีความสงสัยบางอย่าง ยังไม่เข้าใจอย่างถ่องแท้
จนกระทั่งผ่านไปนาน สวี่ชิงก็ลืมตาขึ้น
“การทำได้ ดูเหมือนจะยังอยู่ในขอบเขตของวิถีสูงสุดที่ 9 อย่างมากก็เป็นครึ่งก้าววิถีสูงสุดที่ 10 ไม่ใช่การก้าวข้าม…”
สวี่ชิงส่ายหน้า นี่ยังมีความแตกต่างจากวิถีสูงสุดที่ 10 ที่เขาคาดหวังไว้
ดังนั้น สวี่ชิงจึงจ้องมองม้วนภาพวาดเหล่านั้นต่อไป มองดูตัวเองที่แตกต่างกันในนั้น
เวลาผ่านไปนานเท่าไรก็ไม่รู้
จนกระทั่ง ภายใต้การจ้องมองของเขา ในม้วนภาพวาดหนึ่ง สวี่ชิงก็ได้เห็นตัวเองอีกคนหนึ่ง
ตัวเขาในกาลอวกาศนั้น มีความพิเศษอยู่บ้าง
เขาเป็นจิตรกร
จิตรกรคนนี้ทั้งชีวิตได้วาดภาพไว้มากมาย มีทั้งภาพสาวสูงศักดิ์ที่งดงาม มีภาพแม่น้ำภูเขาที่ยิ่งใหญ่ มีภาพนกและสัตว์นานาชนิดที่เหมือนจริงมีชีวิตชีวา เขายิ่งมีชื่อเสียงที่โด่งดัง
และในวัยชรา ก็ไม่รู้ด้วยเหตุผลใดเขาได้เผาทำลายผลงานทั้งหมดด้วยมือของตนเอง สุดท้ายก็เหลือเพียงกระดาษเซวียนเปล่าๆ แผ่นเดียวเท่านั้น
จากนั้น เขาก็จ้องมองกระดาษเซวียนนั้นอยู่เป็นเวลานาน ยกพู่กันขึ้น บนกระดาษเซวียนว่างเปล่านั้น เขาเพียงวาดเส้นหนึ่งลงไปเท่านั้น
ทันทีที่ปลายพู่กันหยุดลง สวี่ชิงที่อยู่นอกกาลอวกาศ มองเห็นภาพฉากนี้ จิตใจก็สั่นสะเทือน
เอ่ยเสียงเบาต่ำทุ้ม
“กลับคืนสู่ความเป็นหนึ่ง…”
“นี่คือกลับคืนสู่ความเป็นหนึ่ง!”
“วิถีสูงสุดที่ 10 ก็คือกลับคืนสู่ความเป็นหนึ่ง!”
ดวงตาของสวี่ชิงในเสี้ยวพริบตานั้นก็เปล่งประกายอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน ม่านหมอกทั้งหมดในสมองก็สลายไปในทันที
“เช่นนั้นปัญหาตอนนี้ก็คือ…จะกลับคืนสู่ความเป็นหนึ่งอย่างไร!”
สวี่ชิง มองไปยังม้วนภาพวาดที่อยู่ตรงหน้า มองดูตัวเองนับไม่ถ้วนภายในนั้น แท้จริงแล้วเขามีคำตอบอยู่ในใจแล้วว่าจะรวมเป็นหนึ่งได้อย่างไร
“จงทำให้ตัวข้าทั้งหมดในผสานจักรวาลซ้อนกาลเวลา เกิดความคิดที่จะรวมเป็นหนึ่ง”
“ใช้ความคิดนี้เป็นสื่อราวกับเส้นด้ายที่ร้อยเรียงตัวตนทั้งหมดในทุกกาลอวกาศ!”
“ด้วยวิธีนี้ ก็สามารถรวบรวมความคิดของการรวมเป็นหนึ่งทั้งหมด เพื่อก่อให้เกิดการรวมเป็นหนึ่งทางจิตสำนึกในความขนานทั้งหมดได้!”
“ส่วนวิธีการ ทำอย่างไร…”
สวี่ชิงหรี่ตาลง เขารู้ดีว่าอุปสรรคที่ใหญ่ที่สุดที่ขวางหน้าเขาในตอนนี้คือความไม่สมบูรณ์ของวิถีสูงสุดที่ 9 ของเขา
วิถีสูงสุดที่ 9 แม้เขาจะสามารถมองเห็นได้ แต่ก็ไม่สามารถควบคุมได้อย่างสมบูรณ์
“ทำได้เพียงแทรกแซงส่วนเล็กๆ น้อยๆ เท่านั้น”
และหากแทรกแซงได้เพียงส่วนเล็กๆ น้อยๆ คิดอยากจะให้ตัวเองทั้งหมดในทุกกาลอวกาศ ล้วนบรรลุการกลับคืนสู่ความเป็นหนึ่งนั้น เรื่องนี้ยากเป็นอย่างยิ่ง
ด้านหนึ่งเพราะกาลอวกาศมีมากเกินไป ส่วนด้านหนึ่งเพราะหลากหลายชีวิตและโชคชะตา ตัวตนที่แตกต่างกันความคิดฟุ้งซ่านที่เกิดขึ้นนับไม่ถ้วน ทำให้ไม่สามารถรวมจิตสำนึกของพวกเขาให้เป็นหนึ่งเดียวได้
สิ่งนี้ต้องการพลังในการควบคุมโลกคู่ขนานอย่างสมบูรณ์จึงจะทำได้
ดวงตาของสวี่ชิงเปล่งประกายวาววับ
“ความจริงแล้วยังมีวิธีลัดอีกวิธีหนึ่ง…”
“เทพเจ้าแห่งความทุกข์ทน…”
สวี่ชิงยกมือขึ้นพลัน ดึงเอาโลงศพที่เทพเจ้าแห่งความทุกข์ทถูกเขากำราบไว้ในวังเซียนที่อยู่ในตัวอ่อนเซียนของตัวเองออกมา
ทันทีที่วางไว้ข้างหน้า ทั่วทั้ง 4 ทิศเกิดระลอกคลื่น ส่วนมือขวาของสวี่ชิงยกขึ้น กดลงบนโลงศพนี้โดยไม่ลังเลแม้แต่น้อย
ในขณะที่โลงสั่นสะเทือน จิตสำนึกของสวี่ชิงก็ใช้ท่าทีที่แข็งกร้าวหลอมรวมเข้าไปในนั้นทันที
แทรกซึมเข้าไปในกายเทพเจ้าที่ราวกับตะเกียงใกล้มอดดับในโลง
ทำการควบคุมองค์ท่านในระดับหนึ่ง
เมื่อทำทุกอย่างนี้เสร็จสิ้น สวี่ชิงดวงตาฉายประกายแปลกประหลาด
แผนการของเขาคือจะยืมอำนาจเทพของเทพเจ้าแห่งความทุกข์ทนนี้ เพื่อถักทอภาพลวงตาให้กับตัวเขาเองในทุกกาลอวกาศ
ตามชีวิตที่แตกต่างกัน ประสบการณ์ที่แตกต่างกัน และความยึดมั่นที่แตกต่างกัน ไปสร้างภาพลวงตาที่แตกต่างกันออกไป
สุดท้ายก็ทำให้ตัวเขาเองในทุกกาลอวกาศ อยู่ภาพลวงตาของตนเอง และเหมือนกับเขาในตอนนั้น ที่จมดิ่งลงในนั้น ยากที่จะแยกแยะความจริงกับความเท็จได้
และสิ่งที่เขาต้องการคือ การทิ้งทางออกหนึ่งเอาไว้ให้กับภาพลวงตานี้ ให้กับตัวเขาเองในทุกกาลอวกาศ!
ทางออกนั้นก็คือการค่อยๆ ก่อให้เกิดความยึดมั่นในการกลับคืนสู่ความเป็นหนึ่ง
เช่นนี้ก็สามารถใช้วิธีลัด เพื่อให้เสร็จสิ้นสิ่งที่ต้องการได้
ทำให้ตัวเองในทุกกาลอวกาศ ล้วนเกิดความคิดกลับคืนสู่ความเป็นหนึ่ง
และโลกมายา เดิมทีก็ถูกจำกัดด้วยตัวมันเอง จึงเป็นได้ภาพมายา ไม่อาจส่งผลต่อความเป็นจริง ดุจดั่งความฝัน
แต่ภาพลวงตานี้…แฝงไว้ซึ่งความจริงอยู่!
(>>>พิสูจน์อักษร By Zank<<<)
Comments for chapter "บทที่ 1301 วิถีสูงสุดที่ 10 !"
MANGA DISCUSSION
Madara Info
Madara stands as a beacon for those desiring to craft a captivating online comic and manga reading platform on WordPress
For custom work request, please send email to wpstylish(at)gmail(dot)com