บทที่ 1302 หลิ่วเสวียน
บทที่ 1302 หลิ่วเสวียน
ตำราพยากรณ์โบราณ กล่าวไว้ว่า : ฟ้าแสดงนิมิต นักปราชญ์จงยึดเป็นแนวทาง
ราชวงศ์ต้าอิน รัชศกเทียนฉี่ ฤดูใบไม้ผลิ ในเมืองหลวง เมืองนครกลางแผ่นดิน
สายฝนต้นฤดูใบไม้ผลิโปรยปรายเฉียงๆ ผ่านตรอกหินสีเขียวครามในมุมตะวันตกเฉียงใต้ของเมืองหลวงแห่งนี้
ท่ามกลางม่านฝน ใต้ร่มสีดำ หลิ่วเสวียนจีที่สวมชุดสีเขียวครามทั้งชุด อายุย่างก้าวสู่วัยกลางคนแล้ว กำลังยกนิ้วที่ผอมแห้งของตนเอง ลากไปบนแผ่นทำนายสัมฤทธิ์ที่อยู่เบื้องหน้า
“อาจารย์หลิ่ว เป็นอย่างไรบ้าง”
ผู้พูดคือชายหนุ่มที่สวมเสื้อผ้าหรูหรา เขายืนอยู่ใต้ร่มสีดำ มองไปยังชายวัยกลางคนในชุดสีเขียวคราม ที่ไกลๆ ด้านหลัง ท่ามกลางสายฝน จะเห็นผู้ติดตามร่างสูงใหญ่กำยำยืนอยู่
หลิ่วเสวียนจีไม่ได้เงยหน้าขึ้น สายตาจับจ้องไปบนแผ่นทำนาย มองดูเข็มที่สั่นไม่หยุดที่ตำแหน่ง “ข่าน”(ทิศเหนือ) ดวงตาของเผยแววครุ่นคิด
นี่คือการทำนายครั้งที่ 3 ของวันนี้
ครั้งแรกคือชายชุดผ้า ถามเรื่องที่นา ครั้งที่ 2 คือหญิงชราที่ตามหาหลานชายที่หายไป ส่วนคุณชายผู้สูงศักดิ์ที่ห้อยหยกประดับสลักลายมังกรไว้ที่เอวผู้นี้จงใจเดินทางมาหา สิ่งที่จะถามแน่นอนว่าต้องถามถึงเส้นทางราชการ
ครู่ใหญ่ หลิ่วเสวียนจีเงยหน้าขึ้น มองไปยังชายหนุ่ม เอ่ยขึ้นด้วยเสียงแหบแห้ง
“ดวงชะตาของคุณชายมีดาวจื่อเวยเข้ามาสถิต ควรจะเป็นผู้ที่…”
คำพูดยังไม่ทันจบ เข็มก็พลันกระโดดไปที่ตำแหน่ง “หลี”(ทิศใต้)
ภาพฉากที่เกิดขึ้นอย่างกะทันหันนี้ ทำให้หลิ่วเสวียนจีขมวดคิ้ว
ตามดวงชะตาของอีกฝ่ายที่เขาได้ทำนายไว้ ตำแหน่ง “ข่าน” ของชะตาเขารุ่งเรือง ตำแหน่ง “หลี” คือเจ้าของชะตาดับดิ้น
สิ่งที่ปรากฏในขณะนี้ ชัดเจนว่าได้ดับดิ้นไปนานแล้ว
แต่ชายหนุ่มผู้นี้ได้ผ่านพ้นวัยที่จะต้องตายมาแล้ว อีกทั้งระหว่างคิ้วก็มีรัศมีแห่งความสูงศักดิ์มั่งคั่งแผ่ซ่านเป็นเวลา 40 ปี แม้แต่หยกประดับที่เอวก็ยังแกะสลักเป็นมังกรขนด 4 เล็บ
นี่คือรูปแบบมาตรฐานสำหรับรัฐทายาทของชินอ๋อง
หลิ่วเสวียนจีเงียบไป ในขณะที่เสียงฝนค่อยๆ หนาแน่นขึ้น
เขามองดูเข็มที่สั่นไปมาระหว่างตำแหน่งข่านกับหลี สุดท้ายก็วาดเป็นวงกลมที่หัวท้ายเชื่อมต่อกันอย่างสมบูรณ์
การเปลี่ยนแปลงที่แปลกประหลาดนี้ทำให้คิ้วของเขาขมวดแน่นขึ้น มือซ้ายที่อยู่ในแขนเสื้อก็นับนิ้วทำนายเพื่อคำนวณแผนภูมิสวรรค์ต้นฟ้าและกิ่งดิน
แต่ยิ่งคำนวณมากเท่าไหร่ เหงื่อเย็นชื้นก็ยิ่งผุดมาที่หลังมากขึ้นเท่านั้น
“เหตุไฉนจึงเป็นเช่นนี้อีกแล้ว…”
เมื่อ 3 วันก่อน ตอนที่เขาทำนายให้กับหญิงสาวขายดอกไม้ คำทำนายก็แปลกประหลาดยากจะอธิบายเช่นนี้ และหญิงสาวผู้นั้นทั้งๆ ที่ควรจะมีชะตาชีวิตที่ต้องลำบาก แต่คำทำนายกลับแสดงถึงนิมิตแห่งพญาหงส์คำราม 9 สวรรค์
วันนี้ก็เป็นเช่นนี้อีกแล้ว!
“อาจารย์หลิ่ว?”
ชายหนุ่มงอนิ้วเคาะโต๊ะทำนาย เห็นหลิ่วเสวียนจียังคงตกอยู่ในภวังค์ เขาส่ายหน้า มองหลิ่วเสวียนจีด้วยสายตาลึกซึ้งผาดหนึ่ง
เขาเคยได้ยินเรื่องราวของอาจารย์หลิ่วผู้นี้มาก่อน อีกฝ่ายเคยมีชื่อเสียงโด่งดัง แต่กลับเพราะเมื่อ 10 ปีก่อนเสียสติ หลังจากที่ฟื้นคืนสติก็ละทิ้งทุกสิ่ง เลือกที่จะเก็บตัวอยู่ในตลาด
“น่าเสียดาย”
ชายหนุ่มเดินจากไป
หลาย 10 อึดใจหลังจากนั้น หลังจากที่รู้สึกถึงรสสนิมที่ลำคอ หลิ่วเสวียนจีถึงได้ฟื้นสติกลับคืนมา ส่วนเข็มก็ไม่รู้ว่าหยุดอยู่ที่ตำแหน่ง “คุน” (ตะวันตกเฉียงใต้)ตั้งแต่เมื่อไร กระทั่งเนื่องจากการสั่นสะเทือนก่อนหน้านี้ ก็ได้กรีดเป็นรอยร้าวเล็กบาง บนพื้นผิวเข็มหยก
มองรอยร้าว หลิ่วเสวียนจีเงยหน้าขึ้น มองไปยังเงาร่างที่ค่อยๆ เดินจากไปไกลของชายหนุ่ม จู่ๆ ก็ไอออกมาอย่างรุนแรง หยิบผ้าเช็ดหน้าออกมาตามสัญชาตญาณ เพียงแต่เมื่อวางลง ผ้าเช็ดหน้าสีขาวที่เขาถือเอาไว้แน่นนั้น ก็มีดอกเหมยสีแดงแต้มอยู่แล้ว
“739…” หลิ่วเสวียนจีพึมพำ
ภายในบ้านที่เก่าโทรม หลิ่วเสวียนจีนั่งอยู่ที่โต๊ะ มองฝนที่ตกนอกหน้าต่าง ตกอยู่ในความทรงจำ
30 ปีแล้ว
นับตั้งแต่เขาถอดรหัส “คัมภีร์ครามตำราโลกมายา” ได้เมื่ออายุ 16 ปี ก่อนอายุ 36 ปี เขาไม่เคยทำนายผิดเลยแม้แต่ครั้งเดียว
แต่เมื่อ 10 ปีก่อน คำทำนายก็เหมือนแผนที่ดวงดาวที่ถูกเด็กซนก่อกวน วิถีแห่งชะตาชีวิตเหล่านั้นที่ควรจะพุ่งไปข้างหน้าเป็นเส้นตรงกลับบิดเบี้ยว กลายเป็นวงกลมที่แปลกประหลาดไปทั้งหมด
ทุกสิ่ง ผิดไปหมดแล้ว
เวลาผ่านไปอย่างช้าๆ ราตรีมืดในม่านฝนก็มาถึงเร็วกว่าปกติ
ก็เหมือนกับห้วงจิตใจของหลิ่วเสวียนจีในขณะนี้
จนกระทั่งยามดึก ตะเกียงน้ำมันถูกจุดขึ้น ส่องให้ภายในบ้านสว่างไสว
ท่ามกลางแสงตะเกียงนี้ หลิ่วเสวียนจีลุกขึ้นยืน หยิบตำราชะตาที่เก็บไว้อย่างดีออกจากช่องลับ ค่อยๆ คลี่ออกตรงหน้า
มองแผนผังดวงดาวที่เต็มไปหมดบนกระดาษที่เป็นสีเหลืองแล้ว สีหน้าของเขาก็สับสนอีกครั้ง
นี่คือชะตาชีวิตที่ผิดพลาด 738 รายการที่เขาบันทึกไว้ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา ตอนนี้ภายใต้แสงไฟก็แสดงให้เห็น รูปแบบที่น่าหวาดหวั่น…เส้นชะตาทั้งหมดเมื่อลากไปถึงจุดหนึ่งแล้ว ก็เริ่มทับซ้อนกันอย่างแปลกประหลาด
เมื่อมองดูภาพเหล่านี้ ปลายนิ้วของหลิ่วเสวียนจีก็ลูบไปยังบันทึกของปีรัชศกหย่งหลงที่ 3
ในปีนั้น แผนภาพดวงดาวของทหารประจำการชายแดนชราและจอหงวนที่สอบได้ใหม่ได้ทับซ้อนกันในวันจิงเจ๋อ (ตื่นจำศีล)
ในปีนั้น เส้นชะตาของชายขายน้ำมันและลูกสาวสูงศักดิ์ของอัครมหาเสนาบดี ได้ทับซ้อนกันในวันเกิดปีที่ 22
……
แต่ละเส้น…แต่ละเส้น ผู้คนภายนอกมองไม่เข้าใจ แต่ในสายตาของเขา กลับเป็นภาพที่น่าตกใจ
“ทำไมถึงเป็นเช่นนี้…ราวกับว่าชะตาของสรรพชีวิตทั้งหลาย ในช่วง 10 ปีนี้มีแนวโน้มกลับคืนสู่ความเป็นหนึ่ง…”
“และยังมีวันนี้ด้วย…”
เบื้องหน้าหลิ่วเสวียนจีมีคำทำนายของวันนี้ปรากฏขึ้นซ้ำ เส้นชะตาของรัฐทายาทผู้นั้นควรจะสิ้นสุดลงเมื่อถึงวัยพิธีสวมหมวก แต่กลับหักเหไปอย่างกะทันหัน ณ จุดหนึ่ง…
นานหลังจากนั้น จู่ๆ เขาก็หยิบผ้าไหมสีขาวออกมา เขียนเส้นชะตาแปลกประหลาดทั้งหมดที่บันทึกไว้ในช่วงหลายปีมานี้ และเขียนขึ้นใหม่ตามวิธีของดวงชะตาที่เขาศึกษาเชี่ยวชาญ
นาฬิกาหม้อน้ำทองแดง เสียงน้ำหยดดังรีบเร่ง
ยามเมื่อทิศตะวันออกเริ่มมีแสงอรุณ หลิ่วเสวียนจีก็วาดเส้นชะตา 739 เส้นลงบนผ้าไหมสีขาวที่มีความยาว 1 จั้ง โดยเส้นสุดท้ายคือรัฐทายาท
เส้นชะตาที่หมึกยังไม่แห้งนั้นถักทอกันราวกับใยแมงมุม สุดท้ายก็ชี้ไปยังยามโหย่ว 3 เค่อ วันจิงเจ๋อ
เวลานี้เป็นช่วงเวลาที่เขาจู่ๆ ก็เสียสติขึ้นมาพอดี
มองผ้าไหมสีขาว ร่างกายของหลิ่วเสวียนจีค่อยๆ สั่นเทา และห้องทำนายตอนนี้จู่ๆ ก็เกิดลมเย็นพัดกระหน่ำ
ผ้าไหมถูกลมพัดหอบขึ้น ปลิวสะบัด หมุนวนด้วยตัวเองกลางอากาส เส้นชะตา 739 เส้นในนั้น เหมือนมีชีวิตขึ้นมา ปรากฏขึ้นทีละเส้น…ทีละเส้น กลายเป็นอักษรชะตาทั้ง 8 [1]
ในสายตาที่ไม่อยากจะเชื่อของหลิ่วเสวียนจี เขาเห็นอักษรชะตาทั้ง 8 ของเจ้าของชะตาทุกคน ไหลเวียนอยู่กลางอากาศทับซ้อนซึ่งกันและกัน…และสุดท้ายก็ประกอบเป็นวันเกิดของตัวเขาเอง!
กลายเป็นหนึ่งเดียว!
ราวกับว่า ชะตาลิขิตทั้งหมดเป็นเพียงรูปลักษณ์ภายนอก สิ่งที่ซ่อนอยู่ภายในคือสรรพชีวิตเป็นหนึ่งเดียว!
ในเสี้ยวขณะนี้ แผ่นทำนายสัมฤทธิ์ที่อยู่ข้างๆ ก็ส่งเสียงกรีดหวีดหวิว ตำแหน่งทำนายทั้ง 72 ตำแหน่งต่างเปล่งแสงสีเขียวครามออกมาพร้อมกันเข็มหยกภายใต้การหมุนอย่างบ้าคลั่งก็แตกละเอียดเป็นผุยผง
ภายในเศษซากแผ่นทำนายมีจักจั่นตัวหนึ่งบินออกมา นั่นคือสิ่งที่อาจารย์ยัดใส่ในมือของเขาก่อนตาย
ตอนนี้จักจั่นหยกได้สยายปีกท่ามกลางแสงสีเขียวคราม บนท้องจักจั่นแกะสลักคำว่า “1” ที่เขาเคยฝึกเขียนเมื่อตอนเด็กเอาไว้
“เป็นเช่นนี้เอง…”
หลิ่วเสวียนจีมองเศษหยกที่ปลิวว่อนไปทั่วท้องฟ้า ก็พลันหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง ยกมือคว้าผ้าไหมสีขาวที่สะบัดปลิว ท่ามกลางความบ้าคลั่งนี้ ก็พุ่งออกไปนอกประตู
……
ในยามที่เสียงระฆังยามเช้าทำลายหมอกจางๆ มุมตะวันตกเฉียงใต้ของเมืองหลวงเมืองราชากลางนคร นอกตรอกหินสีเขียวคราม ก็เบียดเสียดไปด้วยฝูงชนที่มาดูเหตุการณ์
เสียงวิพากษ์วิจารณ์ดังเซ็งแซ่
และคนที่พวกเขาพูดถึงก็คือหลิ่วเสวียนจีนั่นเอง
หลิ่วเสวียนจีในตอนนี้ดวงตาทั้ง 2 แดงก่ำ ผมกระเซิง เท้าเปล่า ยืนอยู่บนแผงทำนายมือถือคบเพลิง ท่ามกลางสีหน้าเหี้ยมเกรียมที่สะท้อนด้วยแสงไฟ เขาจุดไฟเผาผ้าไหมสีขาว ที่บันทึกชะตาชีวิต
และปล่อยให้ เปลวไฟลามไปทั่วร่างของตนเอง
และเปลวเพลิงหอบม้วนเส้นชะตาทีละเส้น…ทีละเส้น จากในเถ้าถ่านที่ปลิวไปตามสายลม ก็ปรากฏชะตาชีวิตที่เหมือนกัน 739 เส้น
หลิ่วเสวียนจีหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง ทำการเผาตัวเอง ผู้คนที่มุงดูก็กรีดร้องตกใจถอยร่นไป
ไม่มีใครเข้ามาช่วย
จนกระทั่งแสงไฟกลืนกินหลิ่วเสวียนจีจนหมดสิ้น ในเปลวไฟ สีหน้าของเขาก็พลันสงบนิ่งลง มองไปยังฝูงชนที่หวาดกลัว และพึมพำเบาๆ “โลกนี้ ไม่มีอยู่จริง และชะตาชีวิตของพวกเจ้าทุกคนล้วนเป็นชะตาเดียวกันทั้งหมด นั่นคือชะตาของข้า”
คำพูดไม่ทันขาดคำ เงาร่างของเขาก็ล้มลงในกองไฟแล้ว
ในเปลวไฟ ไม่มีใครเห็นจักจั่นหยกตัวนั้น มันกำลังเกาะอยู่บนซากศพที่ไหม้เกรียมของเขา บนปีกจักจั่นแผนภาพดวงดาวไหลเวียน ท่ามกลางความรางเลือน ก็เหมือนมีใบหน้าของเทพเจ้าแห่งความทุกข์ทนปรากฏขึ้นแล้วหายลับไป
[1] อักษรที่เกิดจากการนำวัน เดือน ปี และยามเกิดของบุคคลมาตั้งเป็นอักษรจีน 8 ตัว เพื่อวิเคราะห์ดวงชะตาตามหลักโหราศาสตร์จีนโบราณ
(>>>พิสูจน์อักษร By Zank<<<)
Comments for chapter "บทที่ 1302 หลิ่วเสวียน"
MANGA DISCUSSION
Madara Info
Madara stands as a beacon for those desiring to craft a captivating online comic and manga reading platform on WordPress
For custom work request, please send email to wpstylish(at)gmail(dot)com