บทที่ 1306 อาชิงน้อย พวกเรากลับบ้านกันเถอะ
- Home
- All Mangas
- Beyond The Timescape
- บทที่ 1306 อาชิงน้อย พวกเรากลับบ้านกันเถอะ
บทที่ 1306 อาชิงน้อย พวกเรากลับบ้านกันเถอะ
“หลักเกณฑ์นายแห่งเซียน…”
“วิถีสูงสุดที่ 10…”
“บัญญัติมิติของข้า ความจริงก็คือจุดหนึ่ง”
ในกาลอวกาศปั่นป่วน ท่ามกลางการเคารพและล้อมด้วยเศษเสี้ยวนับไม่ถ้วน ในใจสวี่ชิงกระจ่างแจ้ง พึมพำเสียงเบา
“ในจุดนี้มิติคือขั้นสูงสุดของกาลอวกาศ”
“นายแห่งเทพองค์อื่น อำนาจเทพที่ต่างกันของเหล่าองค์ท่าน กล่าวอีกนัยหนึ่งคือล้วนอยู่ระดับนี้ แค่ทิศทางต่างกัน…”
สวี่ชิงครุ่นคิด
ตอนนี้เรือนผมยาวของเขาแผ่สยายด้านหลัง คล้ายปกคลุมทั่วทะเลปั่นป่วน ชุดขาวเรียบง่ายบนตัวเขาเหมือนซ่อนความลับกาลอวกาศทั้งหมด
โดยเฉพาะนัยน์ตา ทุกครั้งเมื่อส่องแสงประกาย คล้ายเกิดการเปลี่ยนแปลงของกาลอวกาศ
วาจาที่เอ่ยออกมา ไม่จำกัดด้วยเวลา
ปัญญารอบรู้ของเทพเจ้า เขาก็มีเช่นกัน
ตัวอย่างเช่นตอนนี้ เมื่อสวี่ชิงนึกคิด เศษชิ้นส่วนหนึ่งปรากฏกลางความว่างเปล่า
สิ่งนี้คือชิ้นส่วนโลงศพสำริดของราชาเทพหลังแตกเป็นเสี่ยง ม้วนพัดแทงเข้าร่างเขายามสวี่ชิงเข้าสู่กาลอวกาศปั่นป่วน
จากนั้นรูปลักษณ์เขาเปลี่ยนไป สิ่งนี้ยังอยู่ตลอด สุดท้ายค่อยดึงออกมายามเขาปลอดภัย
เดิมเขาจดจ่อกับการบรรลุของตน ดังนั้นจึงไม่เคยตรวจสอบมากนัก แต่ตอนนี้ด้วยหลักบัญญัติเขา สวี่ชิงมองนัยแฝงอื่นจากชิ้นส่วนสำริดออก
“สิ่งนี้คงเป็นวาสนาที่อาจารย์เอ่ยถึง” สวี่ชิงกล่าวเสียงเบา
หลังจากลบภาพมายาจากชิ้นส่วนนี้ สิ่งปรากฏตรงหน้าสวี่ชิงเหมือนกล้องสลับลาย
เมื่อมองจากด้านหนึ่งย่อมเห็นภาพนับไม่ถ้วนอีกฟาก
เมื่อมองย้อนกลับ ภาพจะมีเพียงหนึ่งเดียว
เห็นชัดว่านี่คือคำใบ้ให้ตน
แต่สวี่ชิงไม่ต้องการแล้ว
“ถึงเวลาจากไปแล้ว”
สวี่ชิงเงยหน้า ด้วยหลักบัญญัติมิติของเขา ทำให้รู้ชัดว่าช่วงที่ติดในกาลอวกาศปั่นป่วนนี้น่าจะเป็นเวลา 5,000 กว่าปี
แต่โลกภายนอกกลับผ่านไปไม่นาน
“7 ปี…”
สวี่ชิงลุกขึ้น เขาเตรียมตัวออกจากที่นี่ แต่ก่อนจะไป เขาต้องลองตามหาศิษย์พี่ใหญ่
ร่องรอยของศิษย์พี่ใหญ่ หากเป็นช่วงที่วิถีสูงสุดที่ 10 ของสวี่ชิงยังไม่เกิดคงยากจะพบ แต่ตอนนี้…เขาแค่มองปราดเดียวก็เห็นแล้ว
แต่ภาพที่เห็นตรงหน้าเหมือนลมพัดผ่านทะเลใจ ทำให้ในใจสวี่ชิงเกิดคลื่นถาโถม
สวี่ชิงจึงยกเท้าก้าวไปข้างหน้า
ครู่ต่อมาเขาเข้าไปในโลกชิ้นส่วนของกาลอวกาศปั่นป่วนแห่งนี้
ชั่วพริบตายามก้าวเข้าไป กลิ่นอายเงียบสงบปนเศร้าโศกถาโถมเข้าใส่
โดยรอบคือฉากสลัวทั้งแถบ ท้องฟ้าเหมือนถูกหมอกครึ้มชั้นหนึ่งปกคลุม แสงแดดประวัติศาสตร์พยายามทะลวงผ่านอย่างยากลำบาก แต่ทำได้เพียงส่องแสงสลัวมืดมน ทำให้ทั้งโลกกดดันอยู่บ้าง
สวี่ชิงมองโลกใบเล็กนี้ ถอนหายใจเบาๆ ก่อนก้าวไปข้างหน้า
ใต้ฝ่าเท้าเขาคือผืนทรายอ่อนนุ่ม เมื่อย่ำเท้าลงไปจะฝากรอยเท้าจางๆ เมื่อลมพัดทรายละเอียดจะเคลื่อนไหวเบาๆ คล้ายกำลังเล่าเรื่องราวซึ่งไม่มีใครรู้
ห่างออกไปมีต้นไม้แห้งเหี่ยวจำนวนหนึ่ง กิ่งก้านบิดเบี้ยวยื่นไปบนฟ้า คล้ายกำลังดิ้นรนอย่างสิ้นหวัง
คำนวณเวลาแล้ว เดิมควรเป็นฤดูอุดมสมบูรณ์ แต่กิ่งก้านกลับเหลือเพียงใบไม้เหี่ยวเฉาบางตา ไหวระริกกลางสายลม ส่งเสียงดังสวบสาบเบาๆ คล้ายเสียงครวญแผ่วต่ำ
ทุกเหตุการณ์กำลังถ่ายทอดความเศร้าโศก คล้ายมีบางอย่างปลดปล่อยอารมณ์ไว้ที่นี่ ส่งผลต่อการโคจรของโลก
สวี่ชิงก้าวไปข้างหน้าเงียบๆ ผ่านความพร่าเลือน ผ่านต้นไม้แห้งเหี่ยว กระทั่งเห็นเศษกำแพงปรักหักพัง
ที่นี่เคยมีเมืองเล็กแห่งหนึ่ง
แต่ตอนนี้บ้านเรือนที่เคยมีอยู่ เหลือเพียงผนังหินปรักหักพัง เถาวัลย์สีเขียวเข้มปกคลุมทั่ว
บางเถาวัลย์ยังมีดอกไม้แห้งเหี่ยวติดอยู่ คล้ายกำลังบ่งบอกความต่างระหว่างพลังชีวิตครั้งอดีตกับความวังเวงตอนนี้
บนฟ้ามีนกสีดำบินผ่านเป็นครั้งคราว ส่งเสียงร้องโหยหวน ทำลายความเงียบสงัด ทำให้บรรยากาศชวนเศร้ากว่าเดิม
สวี่ชิงยืนหน้าซากปรักหักพัง มองทิศทางหนึ่งในซากนั้น ก่อนเงียบไปสักพัก เขาก้าวเข้าไป สุดท้ายค่อยเห็นร่างหนึ่งตรงมุมกำแพง
นั่นคือเอ้อร์หนิว
เขากำลังขดตัว 2 แขนกอดเข่าตัวเองแน่น หดศีรษะเข้าข้อพับ ตัวสั่นระริก คล้ายเด็กน้อยสูญเสียทุกอย่าง ส่งเสียงร้องไห้สะอึกสะอื้น
เสียงร้องไห้ดังก้องโลกใบเล็กเงียบสงัดนี้ บีบคั้นหัวใจกว่าปกติ คล้ายต้องการระบายความเศร้าทั้งหมดออกมา
นี่คือท่าทางที่สวี่ชิงไม่เคยเห็นมาก่อน
เขาเคยเห็นศิษย์พี่ใหญ่บ้าระห่ำ เคยเห็นศิษย์พี่ใหญ่หัวเราะคลุ้มคลั่ง เคยเห็นศิษย์พี่ใหญ่ลำพอง เคยเห็นศิษย์พี่ใหญ่ไม่สนใจสิ่งใด แต่กลับ…ไม่เคยเห็นศิษย์พี่ใหญ่หลั่งน้ำตาเช่นนี้
นี่คือสายลมสะเทือนจิตใจเขาก่อนหน้านี้
“ศิษย์พี่ใหญ่…” สวี่ชิงก้าวไปข้างหน้า ย่อตัวเรียกเบาๆ
เอ้อร์หนิวได้ยินแล้วเงยหน้าขึ้นช้าๆ
ใบหน้าเขาเต็มไปด้วยคราบน้ำตา ดวงตาแดงก่ำ ตอนนี้แววตาหยิ่งทะนงดังก่อนถูกความเศร้าโศกไร้สิ้นสุดถมจนเต็ม
ริมฝีปากสั่นระริก คล้ายใช้ความพยายามมากในการพูด
“อาชิงน้อย ข้าเห็นความทรงจำเมื่อ 2 ชาติก่อน…”
…
ความทรงจำนั้นคืออะไร สุดท้ายเอ้อร์หนิวไม่ได้กล่าวออกมา
เขาร้องไห้ทั้งวันโดยมีสวี่ชิงเป็นเพื่อน ก่อนกล่าวประโยคหนึ่ง “อาชิงน้อย ข้านึกถึงแผ่นดินใหญ่ต้องประสงค์ ข้าคิดถึงอาจารย์…”
“พวกเรากลับบ้านกัน” สวี่ชิงกล่าวเสียงเบา
ประโยคนี้ทำให้เอ้อร์หนิวแย้มยิ้ม แต่ด้วยการสังเกตของสวี่ชิง แววเศร้าโศกตรงส่วนลึกนัยน์ตาเหมือนทอดยาวนิรันดร์
สุดท้ายตัวเขากลายเป็นลำแสงหนึ่ง เปลี่ยนเป็นหนอนสีน้ำเงิน ชอนไชเข้าเส้นผมสวี่ชิง
“อาชิงน้อย พวกเราไปกันเถอะ…”
…
วันต่อมา ณ ระบบดาวที่ 4 นอกรอยแยกอากาศที่นัยน์ตาซ่างฮวงเคยจับจ้อง ปรมาจารย์ไป่ซึ่งนั่งขัดสมาธิรอตรงนั้นมา 7 ปีลืมตาขึ้น
ในสายตาเขาตรงรอยแยกอากาศเผยเงาร่างหนึ่งช้าๆ
เมื่อร่างนั้นปรากฏ เวลาบนระบบดาวที่ 4 เสมือนจริง กลายเป็นเส้นไหมมายามากมาย เกิดคลื่นสะเทือนรุนแรง
ห้วงมิติได้รับผลกระทบ
ทั้งระบบดาวราวกลายเป็นผืนทะเล สวี่ชิงเหมือนสายลม ทำให้มหาสมุทรปั่นป่วน
เตรียมต้อนรับเซียน!
บนหน้าปรมาจารย์ไป่เผยรอยยิ้ม กล่าวเสียงแผ่วเบา “เจ้ากลับมาแล้ว!”
สวี่ชิงมองปรมาจารย์ไป่ที่อยู่ตรงหน้า คารวะอย่างนอบน้อม “ขอบคุณอาจารย์!”
“ก่อนกลับบ้าน ไปเดินเล่นกับข้าหน่อย” ปรมาจารย์ไป่ลุกขึ้น มองสวี่ชิงอย่างอ่อนโยน
สวี่ชิงพยักหน้า เดินมาข้างกายปรมาจารย์ไป่ ก่อนถอยหลังเล็กน้อย ก้าวไปยังฟ้าดารากับอาจารย์ผู้มีพระคุณท่านนี้
เสียงของพวกเขาก้องกาลเวลา
“36 ระบบดาวชั้นบน ระดับขั้นที่นายแห่งเทพส่วนใหญ่บรรลุ ความจริงเป็นเพียงจุดเดียว”
“จุดนี้คือภาพย่อส่วนของระบบดาว”
“เหล่าองค์ท่านใช้อำนาจเทพต่างกัน แผ่ขยายในขอบเขต แต่แค่กระจายตัวเท่านั้น เหล่าองค์ท่านเป็นจุดนี้ไม่ได้”
“ผู้เป็นจุดนี้ได้ มีเพียงระดับราชาเทพ!”
“นี่คือก้าวต่อไปของเจ้า…”
“ถ้าเหนือกว่าราชาเทพเล่า” สวี่ชิงเอ่ยถาม
“นั่นคือวิสุทธิ์เทพ ข้าเรียกมันว่าหลุดพ้น” ปรมาจารย์ไป่กล่าวเสียงเบา
(>>>พิสูจน์อักษร By Zank<<<)
Comments for chapter "บทที่ 1306 อาชิงน้อย พวกเรากลับบ้านกันเถอะ"
MANGA DISCUSSION
Madara Info
Madara stands as a beacon for those desiring to craft a captivating online comic and manga reading platform on WordPress
For custom work request, please send email to wpstylish(at)gmail(dot)com