บทที่ 1307 ไปจากระบบดาว กลับคืนสู่แผ่นดินใหญ่ต้องประสงค์
- Home
- All Mangas
- Beyond The Timescape
- บทที่ 1307 ไปจากระบบดาว กลับคืนสู่แผ่นดินใหญ่ต้องประสงค์
บทที่ 1307 ไปจากระบบดาว กลับคืนสู่แผ่นดินใหญ่ต้องประสงค์
สวี่ชิงและปรมาจารย์ไป่เดินไปข้างหน้าตลอดทาง
เดินอยู่ในท้องฟ้าดารา เดินไปในห้วงกาลเวลา
เงาร่างของพวกเขา ผู้บำเพ็ญทั่วไปไม่สามารถรับรู้ได้ มีเพียงเซียนคิมหันต์เท่านั้นที่จะพอสามารถสัมผัสได้อย่างรางเลือน
และตลอดทางมาพวกเขาก็ได้พูดคุยกันมากมาย
เรื่องราวในอดีต เรื่องราวของปัจจุบัน และจินตนาการถึงอนาคต
จนกระทั่ง ในยามที่เดินมาถึงขอบของระบบดาวที่ 4 ปรมาจารย์ไป่ก็จากไป
ก่อนจาก อาจารย์คนแรกของสวี่ชิงคนนี้ก็ได้มอบสิ่งของ 2 อย่างให้แก่เขา
อย่างแรกคือเมล็ดพืชเมล็ดหนึ่ง
“สวี่ชิง เมื่อเจ้ากลับไปยังแผ่นดินใหญ่ต้องประสงค์แล้ว หากเฉินเฟยหยวนและถิงอวี้ยังอยู่ ก็จงถามพวกเขาว่ายินดีจะมาหาข้าหรือไม่”
“หากต้องการ เจ้าช่วยพวกเขาปลูกเมล็ดนี้ เมื่อดอกไม้บาน พวกเขาเมื่ออยู่ภายใต้การชักนำจากกลิ่นหอมของดอกไม้ ก็จะมาหาข้าได้”
“แล้วหากพวกเขาตายไปแล้วเล่าขอรับ” สวี่ชิงเอ่ยเสียงแผ่วเบา
“หากตายไปแล้ว เจ้าจงปลูกเมล็ดนี้ไว้หน้าป้ายหลุมศพของพวกเขา” เสียงของปรมาจารย์ไป่แหบแห้ง
ส่วนของอย่างที่ 2 ที่เขามอบให้สวี่ชิงคือโคมไฟดวงหนึ่ง
โครงของวัตถุชิ้นนี้เผาขึ้นมาจากดินพิเศษชนิดหนึ่ง บนนั้นมีลวดลายแปลกประหลาดอย่างรางเลือน ดูเหมือนจะเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ แต่ก็ราวกับแฝงด้วยอักขระโบราณ ไหลเวียนด้วยพลังลึกลับอยู่
วัสดุดูคล้ายกับกระปุกยาของปรมาจารย์ไป่มาก
ส่วนโคมไฟนั้นสานขึ้นด้วยเเส้นไหมวิญญาณลึกลับชนิดหนึ่ง มีแสงรัศมี 7 สี เปล่งแสงจางๆ
ขณะที่แสงไหลเวียน ก็ราวความฝันราวภาพมายา ราวกับรวบรวมสีสันพร่างพรายเจิดจ้าของโลกทั้งหลายมาไว้ที่นี่
ส่วนวิธีการสานของเส้นไหมวิญญาณเหล่านั้นก็ประณีตวิจิตรเป็นอย่างยิ่ง วาดเป็นเค้าร่างภาพวาดลึกลับที่ประเดี๋ยวเลือนรางประเดี๋ยวปรากฏ ประเดี๋ยวก็แสดงให้เห็นถึงเมืองสวรรค์แดนเซียนลึกลับที่มีเมฆหมอกปกคลุม ประเดี๋ยวก็แสดงให้เห็น ถึงแม่น้ำดาราอันกว้างใหญ่ไพศาลที่เต็มไปด้วยดวงดาวระยิบระยับพร่างพราย
ราวกับว่าโป๊ะโคมไฟนี้เองก็คือจักรวาลย่อส่วนมากมาย ซ่อนความลึกลับอันไม่มีสิ้นสุดไว้
และสิ่งที่แปลกประหลาดที่สุดคือ ไส้ตะเกียงภายในโคมไฟ!
นั่นคือดวงตาดวงหนึ่ง!
แม้จะผ่านกระบวนการหลอมมาแล้ว แต่ก็ยังคงรักษาไว้ซึ่งท่วงทำนองเทพเจ้า
แผ่ความทรงอำนาจน่าเกรงขามที่ไม่กล้าจ้องมองโดยตรงและความลึกลับออกมา ส่วนเส้นเลือดบนลูกตาก็แผ่ความน่าสะพรึงกลัวอันไร้ที่สิ้นสุด
ราวกับว่าเพียงแค่เหลือบมองก็ทำให้สรรพสิ่งทั้งหลายในโลกสั่นสะท้านได้
ตามที่ปรมาจารย์ไป่กล่าวไว้ ดวงตาในโคมไฟนี้มาจากราชาเทพในระบบดาวที่ 5 องค์นั้นเมื่อในอดีต!
และหลังจากที่โคมไฟนี้ปรมาจารย์ไป่ได้ใช้วิชาสมุนไพรพิเศษของตัวเขาเองหลอม ก็สามารถเก็บรักษาอำนาจเทพของราชาเทพองค์นั้นไว้ได้กลุ่มหนึ่ง!
“ราชาเทพแห่งระบบดาวที่ 5 เมื่อในอดีตองค์นั้น อำนาจเทพขององค์ท่านคือความยุ่งเหยิงของระบบ!”
“สิ่งที่เรียกว่าความยุ่งเหยิงของระบบ กระบวนการที่สรรพสิ่งทั้งหลายเปลี่ยนจากความเป็นระเบียบไปสู่ความวุ่นวายโกลาหล และองค์ท่านในยามยุครุ่งเรืองสูงสุด…สามารถใช้การเพิ่มหรือลด เปลี่ยนแปลงทุกอย่างของวัตถุได้”
“วิธีหลอมโคมไฟนี้คือการประยุกต์ใช้วิถีสมุนไพรของข้าเอง เจ้าเป็นศิษย์ของข้า วิชานี้…ข้าก็จะถ่ายทอดให้เจ้าด้วยเช่นกัน หวังว่าเมื่อเจ้าศึกษาค้นคว้าให้มากขึ้นแล้วก็จะสามารถหลอมมันออกมาได้เช่นกัน”
……
ปรมาจารย์ไป่จากไปแล้ว
เขาอยู่ที่นอกรอยแยกแห่งนั้นที่เป็นที่ของราชาเทพชราในอดีต รอสวี่ชิงมา 7 ปี วันนี้ความปรารถนาในใจลุล่วงแล้ว
และในท้องฟ้าดารา สวี่ชิงยืนอยู่ที่ขอบของระบบดาวที่ 4 มองดูเงาร่างของปรมาจารย์ไป่จากไป โค้งคารวะด้วยความเคารพ
นานหลังจากนั้น เขาก็มองไปยังโคมไฟข้างหน้า
โคมไฟดวงนี้ลอยอยู่ในท้องฟ้าดารา สั่นไหวเล็กน้อย ดึงดูดลมมิติมาเป็นระลอกๆ
ในสายลมนั้นแฝงด้วยเสียงเซียนที่ลึกลับล่องลอย ทำให้คนได้ยินแล้วก็เคลิบเคลิ้มจมอยู่ในนั้นอย่างห้ามไม่ได้ แต่เมื่อฟังนานไปก็จะพบว่าในเสียงเซียนนี้ยังแฝงด้วยเสียงพึมพำของเทพเจ้า
ฟังเสียงพึมพำนี้ ครู่หนึ่ง สวี่ชิงก็เก็บโคมไฟลง หันหลังกลับและหันหน้าไปทางระบบดาวที่ 4
บนใบหน้าของเขา ค่อยๆ เผยรอยยิ้มออกมา
สิ่งที่ปรากฏขึ้นพร้อมกับรอยยิ้มของเขา คือเสียงหัวเราะอันเบิกบานที่ดังก้องมาจากระบบดาวที่ 4
เสียงหัวเราะนี้ดังขึ้นในมิติแห่งนี้ เกิดเป็นแสงโค้ง ประกอบเป็นกระจกที่พร่าเลือนอีกทั้งลำแสงยังสาดส่องไปทั่วทุกสารทิศ
จากในกระจกบานนั้น เงาร่างของผู้นำเซียนมี่หมิงและคู่ฝึกเต๋าของเขาก็ปรากฏขึ้นภายใน
“น้องชาย ข้ารู้ว่าเจ้ากำลังจะกลับบ้านแล้ว”
“ระบบดาวที่ 9 ที่เจ้าอยู่ ข้าไม่กล้าไป…”
“พูดได้ว่า นอกจากราชาเทพท้องถิ่นไม่กี่องค์เหล่านั้นบนระบบดาวที่ 9 แล้ว นายแห่งเทพและราชาเทพของระบบดาวอื่นๆ ล้วนไม่กล้าไปที่นั่น”
“โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ซ่างฮวงผู้นั้นเมื่อไม่นานมานี้ก็เพิ่งจะตื่นขึ้นมา…”
“ดังนั้น การเดินทางครั้งนี้ของเจ้า ข้าจึงไม่สามารถช่วยเหลือเจ้าด้วยตัวเองได้”
สวี่ชิงพยักหน้า เรื่องนี้ตลอดหลายปีที่ผ่านมาเขาก็ค่อยๆ หยั่งรู้ได้แล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งในตอนนี้เขาที่เป็นเซียนคิมหันต์ เขายิ่งรับรู้เรื่องนี้ได้อย่างลึกซึ้ง
เข้าใจว่าแม้แต่ราชาเซียน ตอนนั้นก็ยังกล้าปรากฏตัวแค่ที่ทะเลนอกเท่านั้น อีกทั้งยังอยู่ในท้องปลา และยังใช้พลังของหนูทอง และแม้จะเป็นเช่นนั้น ก็ยังไม่กล้าอยู่เป็นเวลานาน เลือกที่จะจากไปโดยเร็ว
“แต่ว่า แม้ข้าจะไม่สามารถเดินทางไปได้ แต่ข้าก็ได้เตรียมของกำนัลไว้ให้เจ้าแล้ว!”
มี่หมิงยิ้ม สะบัดมือ ทันใดนั้น กระจกที่อยู่ก็ย่อขนาดลง กลายเป็นแผ่นกระจกที่พุ่งตรงไปยังสวี่ชิง
“นี่คือธรรมนูญของข้า!”
“ตอนนั้นเจ้าเคยรับบทเป็นข้า แม้ว่าในตอนนั้นธรรมนูญของข้าจะเป็นการผนึก แต่ตอนนั้นเจ้าก็สามารถรับรู้ถึงธรรมนูญแห่งกระจกที่แท้จริงของข้าได้ ดังนั้นการให้เจ้ายืมใช้ ก็ไม่น่าจะมีปัญหา”
“นอกจากนี้ เจ้ากลับไปคนเดียว จะอย่างไร้ข้าก็ยังคงไม่วางใจ ดังนั้นข้าจึงพาเหล่าผู้ใต้บังคับบัญชาของเจ้ามาด้วยแล้ว”
ระหว่างที่พูด มี่หมิงก็สะบัดมืออีกครั้ง
ทันใดนั้น ท้องฟ้าดาราบิดเบี้ยว เสี้ยวพริบตาต่อมา…เงาร่างของซิงหวนจื่อ โจวเจิ้งลี่ เสียหลิงจื่อ หลี่เมิ่งถู่ หย่วนซานซู่และคนอื่นๆ ก็ปรากฏขึ้น
เชียนจวินและปี้อี้ที่หมดอาลัยตายอยากก็อยู่ในนั้นด้วยเช่นกัน
ทั้งหมด 11 คน!
ในเสี้ยวพริบตาที่ปรากฏตัว เสียงของมี่หมิงก็ราวกับโองการ ดังก้องอยู่ในจิตใจของพวกเขา
“ขอสั่งให้พวกเจ้า จงติดตามอริยะเซียนจี๋ชิงเป็นเวลา 3,000 ปี และจงปกป้องด้วยชีวิต!”
“เมื่อครบ 3,000 ปีกลับมา พวกเจ้าทุกคนจะได้บรรจุในทำเนียบเซียน!”
คำพูดนี้เมื่อดังออกมา โจวเจิ้งลี่กับซิงหวนจื่อก็ยังคงปกติ พวกเขาทั้ง 2 คน หนึ่งไม่สนใจว่าจะได้เป็นเซียนหรือไม่ คิดว่าตราบใดที่ติดตามสวี่ชิง อนาคตก็จะได้รับผลเก็บเกี่ยวที่ยิ่งใหญ่กว่า
อีกคนหนึ่งก็คิดว่าสามารถเลื่อนขั้นได้ด้วยตัวเอง
ดังนั้น แม้ว่าความคิดจะแตกต่างกัน แต่สีหน้าก็คล้ายกัน
แต่คนอื่นๆ ต่างหวั่นไหว
บรรจุในทำเนียบเซียนที่ว่า นั่นคือโอกาสที่จะได้รับวาสนาเซียนคิมหันต์!
นี่สำหรับพวกเขาแล้วถือเป็นวาสนาอันยิ่งใหญ่
ในเมื่อ ไม่ใช่ทุกคนที่จะสามารถก้าวเข้าสู่เซียนคิมหันต์ได้สำเร็จอย่างเช่นสวี่ชิง
ดังนั้น เสี้ยวพริบตาต่อมา ทุกคนก็ต่างโค้งคารวะ
“น้อมรับบัญชาผู้นำเซียน!”
หลังจากนั้น เหล่าผู้ใต้บังคับบัญชาของสวี่ชิงในตอนนั้น ก็มองไปยังสวี่ชิงตามสัญชาตญาณ
สัมผัสถึงพลังบำเพ็ญของสวี่ชิง สัมผัสถึงกลิ่นอายอันยิ่งใหญ่นั่น พวกเขารู้ว่าสวี่ชิง…เป็นเซียนคิมหันต์แล้ว!
อีกทั้งหลังจากที่เปรียบเทียบกับเซียนคิมหันต์ที่พวกเขาเคยเห็นในใจแล้ว ต่างก็สัมผัสได้ถึงความแตกต่าง
“สวี่ชิง…เขามีอำนาจแห่งผู้นำเซียน!”
ซิงหวนจื่อใจสั่น
และในขณะนี้ สายตาของมี่หมิงก็จับจ้องไปที่สวี่ชิงเช่นกัน ยิ้มและไม่เอ่ยพูดอะไรอีก
มองแผ่นกระจกข้างหน้า ในใจสวี่ชิงมีความอบอุ่นผุดขึ้น หวนนึกถึงภาพฉากต่างๆ ที่นี่ สุดท้ายสวี่ชิงก็โค้งคารวะต่อมี่หมิงที่อยู่ข้างหน้าอย่างลึกซึ้ง
รอยยิ้มบนใบหน้าของมี่หมิงก็ยิ่งอ่อนโยนขึ้นอีก เซียนหลิงหวงที่อยู่ข้างๆ เอ่ยขึ้นเบาๆ “สวี่ชิงขอให้ทุกอย่างราบรื่น”
ในรอยยิ้มนี้ ในคำอวยพรนี้ เงาร่างของทั้ง 2 ก็หายไป
และในเสี้ยวขณะที่พวกเขาหายไป ลำแสงทางหนึ่งก็ถูกมี่หมิงสะบัดออกมา แว่วเสียงของเขาแฝงด้วยความหยอกเย้า ดังก้องกังวานไปทั่วทุกสารทิศ “ใช่แล้ว ธิดาเทพที่ข้ารับปากเจ้าไว้ ข้าจับมาได้ 3 องค์ อยู่ข้างในนั้นหมดแล้ว”
นั่นคือลูกปัดเม็ดหนึ่ง
ภายในจะเห็นธิดาเทพที่หลับใหล 3 องค์…
สวี่ชิงสีหน้าแปลกประหลาดยกมือขึ้นเก็บมันลงไป
และภาพฉากนี้ เมื่ออยู่ในสายตาของพวกซิงหวนจื่อ คนอื่นก็ยังไม่เท่าไหร่ แต่โจวเจิ้งลี่กลับครุ่นคิด พึมพำในใจ “นายน้อยชอบแบบนี้”
ไม่ทันที่โจวเจิ้งลี่จะคิดลึกซึ้ง สวี่ชิงก็ยกมือขึ้น ชี้ไปยังทิศทางของระบบดาวที่ 5
เพียงพริบตา ธรรมนูญของเขาก็แผ่ระลอก ขณะที่ท้องฟ้าดาราซัดโหมปั่นป่วน เจดีย์สัมฤทธิ์องค์หนึ่งก็ปรากฏออกมา
มันคือเจดีย์ที่เขาเคยนั่งข้ามห้วงสมุทรบรรพกาลมาก่อน
บนเจดีย์ยังมีเถาวัลย์เทพศักดิ์สิทธิ์พันอยู่ ตอนนี้มันตื่นขึ้นนานแล้ว เคลื่อนไหวอยู่นอกเจดีย์ แผ่ความสนิทสนมออกมาหาสวี่ชิงเป็นระลอกๆ
“กลับบ้าน…”
สวี่ชิงกำลังจะก้าวเข้าไป…
แต่เสี้ยวพริบตาต่อมา ฝีเท้าของเขาก็หยุดชะงัก
ฟองอากาศขนาดใหญ่ฟองหนึ่ง ปรากฏขึ้นในท้องฟ้าดาราแห่งนี้ไม่รู้ตั้งแต่เมื่อใด ปกคลุมจักรวาล สกัดกั้นทุกสิ่งออก
ดังนั้นภายใต้สถานการณ์ที่ซิงหวนจื่อและคนอื่นๆ ไม่อาจรู้ตัวได้ ท้องฟ้าดาราที่ไกล ก็มีชายชราสวมรองเท้าฟางเดินมา
ชายชราแต่งกายเรียบง่าย เสื้อคลุมยาวผ้าป่าน บนไหล่ของเขามีหนูสีทองตัวหนึ่งเกาะอยู่
มองคนคนนี้ สวี่ชิงเอ่ยอย่างสงบนิ่ง “คารวะราชาเซียน”
ผู้ที่มาคือราชาเซียนแห่งระบบดาวที่ 5 นั่นเอง
เขาก้าวมาหยุดตรงหน้าสวี่ชิง มองสำรวจตั้งแต่หัวจรดเท้าครู่หนึ่ง กระแอมออกมา “เจ้าหนู ไม่ได้เจอกันนานเลยนะ”
สวี่ชิง ไม่ได้พูดอะไร
อีกฝ่ายใช้ตนเป็นหมากทีละก้าว…ทีละก้าว แม้ว่าในกระบวนการนี้ตัวเขาเองก็จะได้รับประโยชน์เช่นกัน แต่โดยรวมแล้ว ก็เป็นเพียงการแลกเปลี่ยนก็เท่านั้น
ย่อมไม่มีอะไรให้พูดคุยทักทาย
ราชาเซียนก็เข้าใจถึงจุดนี้ ดังนั้นจึงยิ้ม ยกมือหยิบเตาหลอมสัมฤทธิ์เล็กๆ ออกมาใบหนึ่ง
“สิ่งนี้บรรจุพลังโจมตีของข้าไว้ ขอมอบให้เจ้าไว้ป้องกันตัว”
“สุดท้าย…ก่อนที่เจ้าจะจากไป ข้ามีข่าวหนึ่งที่จะต้องบอกกับเจ้า”
“ระบบดาวที่ 9 เนื่องจากการตื่นขึ้นของซ่างฮวงเมื่อ 7 ปีก่อน ทำให้วิถีโคจรแห่งโชคชะตาแผ่นดินใหญ่ต้องประสงค์ เกิดความคลาดเคลื่อน…”
“ดังนั้น ทางที่ดีเจ้าควรจะรีบกลับไปให้เร็วที่สุด”
สวี่ชิงได้ยินดังนั้น รูม่านตาทั้ง 2 ก็หดเล็ก
เขาไม่ลังเลใดๆ ทั้งสิ้น ร่างเพียงไหววูบก็มาปรากฏอยู่หน้าเจดีย์สัมฤทธิ์ทันที ยิ่งสะบัดแขนเสื้อ หอบม้วนพวกซิงหวนจื่อมา แล้วก้าวเข้าไปในหอคอย
หลังจากนั้น เจดีย์สัมฤทธิ์ก็พลันสั่นสะเทือนรุนแรง
ขณะที่ความว่างเปล่าข้างล่างบิดเบี้ยว คลื่นวนลูกมหึมาที่ปรากฏขึ้น กลิ่นอายของห้วงสมุทรบรรพกาลเป็นระลอกๆ ก็แผ่ออกมาจากในนั้นตลบอวลไปทั่วสารทิศ
ทุกระบบดาวล้วนมีห้วงสมุทรบรรพกาลแห่งหนึ่ง
และระหว่าง 36 ระบบดาวชั้นบน ห้วงสมุทรบรรพกาลคือเส้นทางที่เชื่อมต่อกันโดยตรงที่สุด…
ตอนนี้ จากการปรากฏขึ้นของห้วงสมุทรบรรพกาล เจดีย์สัมฤทธิ์ก็ส่องประกายวูบวาบ ในนั้นปะทุพลังที่สั่นสะเทือนฟ้าดินออกมา
นั่นคือพลังกฎธรรมนูญของสวี่ชิง
ภายใต้การทำงานของมิติ เจดีย์สัมฤทธิ์ก็จมลงอย่างรวดเร็ว
จมลงสู่ห้วงสมุทรบรรพกาล ท่ามกลางคลื่นวนของคลื่นทะเลก็หายลับไป
จากนั้น…ห้วงสมุทรบรรพกาลก็เลือนหายไป ทุกสิ่งกลับคืนสู่สภาพเดิม ราวกับว่าห้วงสมุทรนี้ไม่เคยปรากฏมาก่อน มีเพียงกลิ่นอายของทะเลนอกที่หลงเหลืออยู่เป็นระลอก…ระลอกเท่านั้น ที่แผ่กระจายอยู่ในท้องฟ้าดารานี้
จางลงไปเรื่อยๆ
ในท้องฟ้าดารา ราชาเซียนมองดูทุกสิ่ง สุดท้ายก็เงยหน้าขึ้น ทอดสายตามองไปยังทิศทางของระบบดาวที่ 9
ครู่หนึ่ง เขา ก็พึมพำเบาๆ “ข้าไม่เข้าใจมาโดยตลอดว่า เหตุใดซ่างฮวงจึงต้องหยุดอยู่ที่ระบบดาวที่ 9 หยุดอยู่ที่แผ่นดินใหญ่เล็กๆ ที่เคยชื่อนภาเจิดจรัส และปัจจุบันชื่อแผ่นดินใหญ่ต้องประสงค์…”
“องค์ท่านกำลังค้นหาหรือกำลังรอคอย”
“องค์ท่านกำลังเดินไปสู่ความตาย หรือ…กำลังจะเกิดใหม่”
ราชาเซียนส่ายหน้า หันหลังก้าวออกไปก้าวหนึ่ง เงาร่างหายลับไป
มีเพียงความคิดของเขาเท่านั้นที่ยังคงแผ่ระลอก
“สายสะดือวิสุทธิ์เทพเป็นหนทางเดียวแห่งการก้าวข้ามข้อจำกัดจริงหรือ”
“เช่นนั้นนับแต่โบราณกาลมา มีเทพเจ้าที่สำเร็จอย่างแท้จริงออกมาจากสายสะดือวิสุทธิ์เทพหรือไม่”
“นอกจากนั้น…สิ่งที่รอพวกเราอยู่ จะเป็นอะไรอีก”
(>>>พิสูจน์อักษร By Zank<<<)
Comments for chapter "บทที่ 1307 ไปจากระบบดาว กลับคืนสู่แผ่นดินใหญ่ต้องประสงค์"
MANGA DISCUSSION
Madara Info
Madara stands as a beacon for those desiring to craft a captivating online comic and manga reading platform on WordPress
For custom work request, please send email to wpstylish(at)gmail(dot)com