บทที่ 1330 นภาเจิดจรัส
บทที่ 1330 นภาเจิดจรัส
ลมสีน้ำตาลพัดผ่านเวิ้งฟ้าสลัว ส่งเสียงครวญบนแผ่นดินรกร้าง
แฝงกลิ่นอายความตายและว่างเปล่า
ฝุ่นละอองม้วนพัดสะท้อนแสงสลัวจากฟากฟ้า คล้ายกาลเวลาถูกบดขยี้เป็นเงาพร่างพร้อยบิดเบี้ยว
ทั้งโลกเหมือนถูกสาป แผ่กลิ่นอายชวนสิ้นหวัง
เวิ้งฟ้าเป็นสีเทาดำทั้งแถบ
คล้ายฉากมหึมาชวนกดดันกำราบเหนือแผ่นดินนี้อย่างหนักหน่วง คล้ายพังทลายได้ทุกเมื่อ บดขยี้ทุกอย่างในความมืดมิดไร้สิ้นสุด
กลางอากาศคือไอพลังประหลาดเป็นเส้นริ้ว โบกไหวตามลม คล้ายมีรยางค์ตัดผ่านพันรอบ เข้มข้นจนแทบควบรวมเป็นสสารแท้จริง หลายอาณาเขตกลายเป็นปราณหมอก อบอวลทั่วทิศนิจนิรันดร์
แผ่นดินเสียพลังชีพกับชีวิตชีวาซึ่งควรมีนานแล้ว เกิดเป็นภาพความเสื่อมโทรมถ้วนทั่ว
ทุกแห่งเห็นพื้นดินแห้งแล้งเปี่ยมรอยแยกตื้นลึก ราวปากมหึมาเหี้ยมเกรียมมากมาย คล้ายกำลังคำรามตัดพ้อชะตา
แต่ใช่ว่าปราศจากสิ่งมีชีวิต
ในรอยแยกบนผืนดินมีพืชพรรณเติบโตอย่างทรหด แต่ด้วยสภาพแวดล้อมกับไอพลังประหลาด หรือเป็นเช่นนั้นแต่ต้น พืชพรรณเหล่านั้นล้วนแผ่กลิ่นอายชั่วร้ายทั้งสิ้น!
กิ่งก้านพวกมันบิดเบี้ยวโค้งงอ คล้ายวิญญาณร้ายดิ้นรนอย่างเจ็บปวด พื้นผิวเปี่ยมหนามแหลม บางหนามยังเหลือบแสงสลัวประหลาด คล้ายกำลังเตือนผู้มาเยือนว่าอย่าเข้ามาใกล้ง่ายๆ
ลักษณะใบยิ่งมีสารพัดแบบ บ้างกว้างใหญ่ดั่งใบพัด แต่กลับมีรูพรุนแน่นขนัด คล้ายเคยถูกพลังอะไรบางอย่างกัดกิน บ้างเรียวยาวราวกระบี่ แต่ขอบหยักดั่งฟันเลื่อย ยามพลิ้วไหวกลางสายลม คล้ายเปลี่ยนเป็นอาวุธคมกริบทำร้ายคนได้ทุกเมื่อ
นอกจากนี้แผ่นดินรกร้างอันตรายแห่งนี้ สามารถเห็นอสูรร้ายประเภทเทพร่างมหึมามากมายร่อนเร่เป็นพักๆ
รูปร่างพวกมันยิ่งแปลกประหลาด
บ้างมีดวงตานับไม่ถ้วน ทุกนัยน์ตาเปล่งแสงเยียบเย็นเหี้ยมโหด คล้ายมองการอำพรางทุกอย่างบนโลกออก
บ้างมีเกล็ดแข็งราวเหล็กปกคลุมทั้งตัว ใต้การส่องสะท้อนของท้องฟ้าสีเทาดำ ผืนเกล็ดเหลือบแสงสลัวชวนหวาดผวา ทุกย่างก้าวล้วนฝากรอยเท้าฝังลึกบนพื้นดิน พร้อมกับเสียงดังหนักแน่น คล้ายพื้นดินกำลังสั่นสะเทือน
บ้างมีปีกมหึมา ยามสะบัดโบกเกิดสายลมคลั่งเป็นระลอก ในสายลมเจือกลิ่นเน่าเสียรวมถึงสัมผัสเยียบเย็นจากไอพลังประหลาด ทำให้ตัวสั่นงันงก
ทว่าสิ่งดึงดูดสายตาที่สุดบนแดนรกร้างประหลาดแห่งนี้… ไม่ใช่พวกมัน
แต่เป็น…ศาลเจ้าสูงใหญ่มากมายนั่น!
ศาลเจ้าเหล่านี้ ทุกแห่งล้วนเปี่ยมกลิ่นอายดั้งเดิม คล้ายหยัดตระหง่านที่นี่ตั้งแต่สมัยบรรพกาล กระจายตัวทับซ้อนกันอย่างน่าสนใจบนแผ่นดินกว้างใหญ่แห่งนี้ ทั้งกลมกลืนเป็นหนึ่งเดียว
ผนังกำแพงก่อขึ้นจากก้อนหินมหึมา บนนั้นสลักอักขระปริศนาลึกลับถ้วนทั่ว อักขระเหล่านั้นเหมือนมีชีวิตของตน ส่องแสงสลัวเป็นพักๆ คล้ายท่วงทำนองของโลก
ประตูทางเข้าสูงใหญ่แน่นหนา บนประตูสลักลวดลายต่างกัน ส่วนบนสุดของแต่ละลวดลายล้วนมีร่องรอยเป็นแนวตั้ง บอกเล่าเรื่องราวของแสง!
คล้ายว่าแสง…คือสิ่งสักการะร่วมของศาลเจ้าเหล่านี้!
ที่นี่ชื่อว่านภาเจิดจรัส!
มันอยู่ล่างแผ่นดินใหญ่ต้องประสงค์ รัศมีเทียบเคียงกับแผ่นดินใหญ่ต้องประสงค์ ถึงขั้นว่าย้อนรอยประวัติศาสตร์…นภาเจิดจรัสต่างหากที่เป็นแผ่นดินใหญ่ต้องประสงค์อย่างแท้จริง
ถือเป็นโลกที่เหล่าผู้บำเพ็ญจากระบบดาวพสุธาแดนดินเห็นเป็นครั้งแรก
ศึกใหญ่แห่งยุคระหว่างผู้บำเพ็ญกับเผ่าเทพนภาเจิดจรัสที่เกิดขึ้นเมื่อนานมาแล้ว แม้ว่าฝ่ายผู้บำเพ็ญจ่ายค่าตอบแทนอย่างหนัก แต่สุดท้ายก็ได้รับผลของชัยชนะ!
ผลหอมหวาน เปี่ยมนัยลึกซึ้ง มันทำให้ฝ่ายผู้บำเพ็ญได้รับสิทธิ์เข้าไปในระบบดาวชั้นบน มีที่อยู่ ทั้งสร้างแผ่นดินใหญ่ต้องประสงค์ขึ้น
แผ่นดินใหญ่ต้องประสงค์กลายเป็นท้องฟ้าของนภาเจิดจรัส!
ส่วนเผ่าเทพนภาเจิดจรัส ปิดฉากด้วยเหตุนี้ เทพเจ้าส่วนใหญ่ในนั้นถูกกำราบ ราชวงศ์ถูกผนึก รัชทายาทของเผ่ากลายเป็นวิหคทอง ไถ่บาปแทนนภาเจิดจรัส
แผ่นดินใหญ่นภาเจิดจรัสถูกฝังกลบ
แผ่นดินใหญ่ต้องประสงค์ซึ่งสร้างใหม่กลับเหนือกว่า
ขณะเดียวกันการเพิ่มขึ้นของวิถีสวรรค์ ทำให้ระบบผู้บำเพ็ญบนธารดาราที่ 9 เหมือนบุปผาบานสะพรั่งเป็นครั้งแรก ทำให้ผนึกนภาเจิดจรัสสมบูรณ์ยิ่งขึ้น
เมื่อกาลเวลาล่วงเลย นภาเจิดจรัสจึงเป็นตำนาน
เผ่าเทพนภาเจิดจรัสกลายเป็นอดีต
ที่นี่แทบไม่มีผู้บำเพ็ญมาเยือน
จวบจนถึงวันนี้!
คล้ายว่าถูกลิขิต วันนี้เหมือนวันทั่วไปแต่กลับถูกกำหนดให้ไม่ธรรมดา
ก่อนอื่นม่านฟ้าส่งเสียงคร่ำครวญ เงาร่างหนึ่งทิ้งตัวลงมา
ต่อจากนั้นคือเสียงเบิกฟ้าซึ่งไม่เคยมีมาก่อน กึกก้องเวิ้งฟ้าสีเทาดำ!
โครมครืน!
เสียงกัมปนาทดังทั่วนภาเจิดจรัสทันที ยามสะท้อนก้องเหมือนมีมือไร้รูปคู่หนึ่งยื่นมาจากหลังม่านนภา…แหวกเวิ้งฟ้าเป็น 2 ซีก!
รอยแยกมหึมาไร้ขอบเขตพลันปรากฏบนม่านนภา!
ในรอยแยกมีเงาร่าง 2 สายก้าวออกมา!
ชั่วพริบตายามเผยตัว ไอพลังประหลาดทั่วนภาเจิดจรัสปั่นป่วน กลิ่นอายซึ่งไม่ใช่ของที่นี่แผ่ออกมาจาก 2 เงาร่างนั้น เคลื่อนกวาดทั่วทิศทันที
ทุกแห่งที่เคลื่อนผ่าน ไอพลังประหลาดเริ่มหลอมละลาย!
ด้วยนั่นคือกลิ่นอายเซียน!
กำราบนภาเจิดจรัส!
เมื่อกลิ่นอายปรากฏ ทั่วแดนนภาเจิดจรัสตกสู่ความปั่นป่วนแปลกประหลาดชั่วพริบตา
ท้องฟ้าบิดเบี้ยว
ไอพลังประหลาดซ่านสลาย
พืชพรรณสั่นสะเทือน
อสูรร้ายหมอบคลาน
ที่ส่งผลมากสุดคือศาลเจ้าหลายแห่งซึ่งเดิมเงียบสงัดบนพื้นดิน!
พวกมันเหมือนถูกมอบชีวิตให้ สั่นสะเทือนรุนแรงทันที
ตามมาด้วยเสียงทึบหนักเป็นระลอก คล้ายโลกบรรพกาลกำลังตื่นขึ้น!
ทั้งส่งเสียงคำรามสะท้านฟ้าสะเทือนดินทีละน้อย
ในศาลเจ้ารูปสลักเทพมากมายสั่นคลอน
กลิ่นอายที่แผ่จากตัวเหล่าองค์ท่านแข็งแกร่งยิ่ง คล้ายเหนือขอบเขตความเข้าใจของคนทั่วไประดับหนึ่ง แต่ตอนนี้…รูปสลักไม่น้อยเหมือนรับแรงกดดันจากฟากฟ้าไม่ไหว ถึงขั้นเกิดรอยแยกแล้ว
ต้นตอทั้งหมดเกิดจากร่างทั้ง 2 ที่ก้าวออกมาจากรอยแยกบนเวิ้งฟ้า
“ที่นี่ก็คือนภาเจิดจรัส!”
นายท่านเจ็ดทอดสายตามองพื้นดิน มองศาลเจ้าหลายแห่งนั้น สัมผัสทุกอย่างที่นี่ น้ำเสียงเจือแววทอดถอนใจ
“ปีนั้นอาจารย์ติดตามเหล่าผู้อาวุโส…เปิดศึกใหญ่กับเผ่าเทพนภาเจิดจรัสที่นี่!”
เมื่อกล่าวถึงตรงนี้ นายท่านเจ็ดมองสวี่ชิง สีหน้าจริงจังอยู่บ้าง
“เผ่าเทพนภาเจิดจรัสนี้ เจ้าอย่าดูถูก แม้ว่าเทียบกับเผ่าเทพแข็งแกร่งพวกนั้นแล้ว เผ่านี้ค่อนข้างอ่อนแอ แต่…”
“เผ่าเทพนภาเจิดจรัสนี้เป็นเผ่าเทพซึ่งครองพรสวรรค์จิตวิญญาณที่มีน้อยนัก ใช่ว่ามีคนเดียว แต่ครอบครองทั้งเผ่า ทั้งหมดล้วนมี!”
“หลายปีหลังจากนั้น อย่างน้อยอาจารย์ไม่เคยเห็นจากเทพเจ้าองค์อื่น”
เมื่อคำพูดเหล่านี้ดังก้องหูสวี่ชิง นัยน์ตาสวี่ชิงฉายแววประหลาด
เทพครองพรสวรรค์จิตวิญญาณ เขาเคยเจอเพียง 2 คน
คนหนึ่งคือนายแห่งเทพหลีจูจากระบบดาวที่ 4 อีกคนคือธิดาเทพซิงโหมว!
ฝ่ายแรกถูกเอ้อร์หนิวกลืนกิน ฝ่ายหลังอยู่ในถุงเก็บของสวี่ชิง
“ศึกของพวกเรากับเผ่านี้เมื่อปีนั้นจึงจ่ายค่าตอบแทนอย่างหนัก ระบบดาวพสุธาแดนดินได้รับผลกระทบ…หลังจากรบชนะ เหล่าผู้อาวุโสเคยค้นคว้าเกี่ยวกับเผ่านี้เป็นการเฉพาะ”
“เนื่องจากความต่างของฐานะ ข้าก็เข้าร่วมด้วย ดังนั้นเลยทราบผลวิจัยสุดท้าย”
“นั่นก็คือ…แผ่นดินใหญ่นภาเจิดจรัส นัยสำคัญของมันพิเศษยิ่ง!”
“ตอนนั้นพวกเราถึงขั้นเดาว่านภาเจิดจรัส…มีโอกาสสูงว่าเป็นดาวที่เกิดขึ้นในระบบดาวนั่น!”
“เผ่าเทพนภาเจิดจรัสคือชนพื้นเมืองกลุ่มแรกของที่นี่!”
“ไม่อย่างนั้นเสี้ยวหน้าจะมาด้วยเหตุใด”
เมื่อเอ่ยวาจานี้ ในใจสวี่ชิงพลันสั่นสะท้าน
‘ดาวแม่ดั้งเดิมหรือ’
เขานึกถึงดาวบนระบบดาวที่ 4 ทันที แต่เมื่อไตร่ตรองโดยละเอียด คล้ายว่าไม่สอดคล้องอยู่บ้าง
‘บทบาทดาวแม่ดั้งเดิม เกี่ยวข้องกับความลับการหวนคืนของเทพเจ้า ดังนั้นจึงมีเทพพิบัติ แต่ที่นี่…ไม่ค่อยสอดคล้อง’
(>>>พิสูจน์อักษร By Zank<<<)
Comments for chapter "บทที่ 1330 นภาเจิดจรัส"
MANGA DISCUSSION
Madara Info
Madara stands as a beacon for those desiring to craft a captivating online comic and manga reading platform on WordPress
For custom work request, please send email to wpstylish(at)gmail(dot)com